APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า

เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า

ลู่เหยาเสียชีวิตอย่างอ้างว้างหลังถูกสามีทอดทิ้งนานสามปี ปล่อยให้ลูกชายเผชิญโลกตามลำพัง ทว่าสวรรค์กลับมอบโอกาสให้เธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างอนุของตระกูลจาง แม้สถานะจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่นางก็ยินดีก้าวเข้าสู่ขุมนรกแห่งนี้อีกหนเพื่อปกป้องลูกรักและทวงแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอในอดีต จากอดีตฮูหยินแสนดีที่เคยถูกกดขี่และเหยียดหยามอย่างทารุณ วันนี้เธอกลับมาในฐานะอนุสุดแกร่งที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนศัตรูทุกคนอย่างสาสม มาร่วมติดตามว่าบทสรุปของเพลิงแค้นและความรักของแม่ในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ในฤดูใบไม้ผลิของศักราชที่สองร้อย รัชศกชุ่นเหลียน

บ้านเมืองเกิดการผันแปรทางด้านสภาพอากาศ ทำให้ฤดูต่าง ๆ ผกผัน ยามร้อนก็แทบทำให้ทุกอย่างละลายได้ในบัดดล โดยเฉพาะทางภาคตะวันตกของรัฐเถินอิง และในฤดูที่หนาวเหน็บ กลับยาวนานยิ่งกว่าเดิม แม้แต่ไม้ฟืนก็ยังเป็นของล้ำค่า

หากจะพูดถึงฝั่งตะวันออกที่อยู่ติดกับแม่น้ำใหญ่และทะเลกว้าง กลับมีคลื่นพายุโหมกระหน่ำมิหยุดยั้ง ไม่เว้นแต่ละปี จนชาวบ้านชาวเมืองตกระกำลำบากกันไปถ้วนหน้า จนต้องอัญเชิญซินแสเทวดา ซึ่งมีญาณหยั่งรู้ไปจนถึงขั้นเง็กเซียนบนสรวงสวรรค์ ให้ทรงอวยพรแก่ใต้หล้า อย่าได้ประสบกับภัยพิบัติแบบนี้อีกเลย

หลังจากการทำพิธีเกิดขึ้น มีหลายอย่างที่สงบลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฤดูหนาวเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่า มันถูกคำสาปเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

เวลาผ่านไปหลังจากนั้นยี่สิบปี

ในเมืองถี่อาน ซึ่งไม่ได้เป็นเมืองที่ใหญ่นัก แต่มีร้านค้ามากมายให้เลือกชมของซื้อของขาย บรรยากาศในเมืองนี้ช่างคึกคักโดยเฉพาะวันนี้

เมื่อตระกูลจางที่มีชื่อเสียง ได้ทำการสู่ขอบุตรสาวที่งดงามจากตระกูลเสิ่น ให้แต่งงานเข้าพิธีมงคลสมรสกันระหว่างสองตระกูล วันนี้บนถนนหนทางเลยมีขบวนแห่ ที่จัดกันอย่างคึกคักทั่วทั้งสองข้างทาง ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ต่างก็มาเข้าร่วมขบวนแห่เจ้าสาวกันอย่างล้นหลาม

ขบวนเกี้ยวสีแดงที่สวยงามนั้น กลับพากันโดดเด่นอยู่กลางถนนหนทางหนึ่งหลัง มีเกี้ยวหลังสีแดงสดหลังใหญ่ ขบวนแห่มีม้าเดินอยู่รอบด้าน รวมทั้งเหล่าคนที่คุมม้าและขบวน ก็ล้วนอยู่ในชุดมงคล แสดงถึงงานวิวาห์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

“ทุกคนช่วยถอยห่างออกไปหน่อย ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวกำลังเดินทางอยู่ นี่เจ้าหนู หลีกไปเดี๋ยวนี้เลย!”

เสียงคนคุมม้าคือพ่อบ้านของตระกูลจาง ซึ่งนำหน้าขบวน เขานำทางไปยังบ้านเจ้าบ่าว ได้ว่ากล่าวเด็กน้อยที่กำลังสงสัยว่ามีสิ่งใดอยู่ภายในบ้านหลังเล็กสีแดงตรงหน้า

“พี่สาว ๆ ท่านช่างงดงามจริง ๆ”

เด็กน้อยเอ่ยทักเจ้าสาวจากริ้วขบวน นางส่งยิ้มให้เล็กน้อย เป็นเพราะการแย้มใบหน้าออกมานิดหน่อย จึงทำให้เสิ่นลู่เหยา เห็นว่าภายนอกนั้น มีผู้คนเดินตามขบวนเกี้ยวมากขนาดไหน

“ดีจังเลยที่มีงานมงคลเกิดขึ้นกับตระกูลจาง ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ เหมาะแก่การเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างยิ่งเห็นทีข้าคงต้องไปแต่งตัวสวย ๆ เพื่อเข้าร่วมงานมงคลในครั้งนี้เสียแล้วสิ”

เสิ่นลู่เหยา ได้ยินเสียงผู้คนพูดกันหนาหู ว่าคุณชายตระกูลจางช่างโชคดี ที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่เพียบพร้อม

“ได้แต่งบุตรสาวตระกูลเสิ่นเข้าจวนเป็นฮูหยิน อีกทั้งเจ้าบ่าวยังสง่าผ่าเผย ช่างเหมาะสมกับคุณหนูตระกูลเสิ่นยิ่งนัก น่าอิจฉาคุณชายของตระกูลจางจริง ๆ เลย”

แต่สำหรับเสิ่นลู่เหยานั้น ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้นางชอบใจแต่อย่างใด หากมิใช่การหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก เสิ่นลู่เหยาคงได้เลือกชายหนุ่มที่นางรักและชื่นชม หาใช่จางฮุ่ยเฉินคนนี้

เดิมทีตระกูลจางและตระกูลเสิ่นนั้นเป็นคู่ค้าสำคัญในการค้าผ้าไหม และส่งออกสินค้าจากมณฑลทางภาคตะวันตกของแคว้น ไปจดดินแดนสิ้นสุดทะเลทรายกว้าง ตระกูลเสิ่นนั้นจะนำสินค้าในแคว้นและต่างเมือง ไปให้ตระกูลจางซึ่งเป็นนักเดินทางในการค้าขาย และตระกูลจางก็นำสินค้าใหม่จากต่างแดน กลับมาขายยังแคว้นที่รุ่งเรืองแห่งนี้

นับว่าทั้งสองตระกูลนั้นเกี่ยวดองกันยิ่งนัก เมื่อความสัมพันธ์ทางการค้างอกเงย ความรู้สึกอยากปรองดองทางสายเลือดจึงเกิดขึ้น บิดาของทั้งสองจึงทำสัญญากันขึ้น ว่าเมื่อใดที่ทั้งสองตระกูลมีบุตรชายและบุตรสาวในเวลาไล่เลี่ยกัน จะต้องนำทั้งคู่มาแต่งงานกันเมื่อถึงเวลาอันสมควร

เพื่อการสืบเชื้อสายของคนที่เก่งกล้า มีความปราดเปรื่องในสติปัญญา และความสามารถด้านการค้าขาย ที่ไม่เคยเป็นรองใครในใต้หล้านี้

ตระกูลจางจึงมีตราประทับเป็นนกอินทรี ที่มีสายตากว้างไกลเป็นสัญลักษณ์ของตระกูล ส่วนตระกูลเสิ่นนั้นก็มีม้าศึกสามตัว เป็นตราประทับของตระกูล เพื่อบ่งบอกในเชิงนามธรรมว่าพวกเขานั้นเป็นนักเดินทางที่มีความรวดเร็วอดทน และเฉียบแหลมเกินผู้ใดด้วยเช่นกัน

เสิ่นลู่เหยาเคยได้ยินบิดาเล่ามาเช่นนั้น นางนึกถึงภาพคุณชายจางฮุ่ยเฉินในตอนนี้ ว่าเขานั้นจะรู้สึกเช่นไร หากได้ยินคำบอกเล่าจากนิทานเรื่องนี้เหมือนกัน หรือไม่ เขาจะยินดีหรือรันทดใจกันแน่ที่ได้แต่งงานกัน ซึ่งนางก็มิอาจรับรู้

เสิ่นลู่เหยาแค่เพียงทำตามความปรารถนาของตระกูล นางเองก็ถูกพันธนาการด้วยด้ายสีดำ ที่มิอาจดึงออกจากตัวได้ นางจึงยอมรับมันโดยปริยาย

“ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวแห่งตระกูลเสิ่นได้มาถึงแล้ว ทุกท่านได้โปรดถอยออกมาจากบริเวณลานดอกเหมยด้วยขอรับ”

เสียงพ่อบ้านคุมขบวนกล่าวเตือนผู้คนอีกครั้ง เขาลงจากหลังม้า พร้อมสั่งการให้ขบวนเกี้ยวแห่เจ้าสาวไปยังหน้าพิธีของงาน

หลังจากที่เกี้ยวเจ้าสาวลงจอดนิ่งสนิท สาวใช้ของตระกูลจางสี่นาง ต่างเดินเข้ามารับเจ้าสาวให้ออกมาจากที่ตั้งด้านใน พร้อมกับนำฝ่ามือให้เจ้าสาวได้เกาะเกี่ยว และดึงรั้งชายผ้าชุดโคร่งที่ยาวจรดพื้นดินให้ยกขึ้น

เจ้าสาวอยู่ในชุดคลุมยาวสีแดง หลังจากนั้นจึงนำสายสะพายซึ่งประดิษฐ์ด้วยผ้าสีแดงมาคาดให้ ก่อนจะส่งมือเจ้าสาวไปให้เจ้าบ่าวรับไว้เพื่อเดินนำไปสู่โต๊ะใหญ่กลางงาน ซึ่งมีก้านธูป เทียนมงคล และสุรามงคล ตั้งอยู่เต็มทั้งสองฝั่ง เจ้าสาวและเจ้าบ่าวต้องกราบใหว้ฟ้าดิน และบรรพบุรุษตามประเพณี

เสิ่นลู่เหยากะพริบตาอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ในมือนางถือธูปที่จุดขึ้นยกจรดปลายคาง พลางมองไปตรงหน้าเพื่อไหว้สามี เขามิได้เห็นใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสีแดงสองชั้นนี้

“คู่บ่าวสาวกราบไหว้ฟ้าดินก็เป็นอันเสร็จพิธีในครั้งนี้แล้ว ขอให้รักกันยืดยาว มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง”

เสิ่นลู่เหยาและจางฮุ่ยเฉิน รับสุรามงคลมาจากมือของฝ่ายบิดาของทั้งสอง ผู้อาวุโสก็ได้อวยพรผ่านจอกในมือ ขอให้พวกเขารักกันยืนยง และร่วมทำกิจการค้าขายให้รุ่งเรืองกันต่อไป

“ทุกท่าน เชิญดื่มอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาวในครั้งนี้ด้วย พวกเขาสองคนจะเป็นผู้นำตระกูลรุ่นใหม่ให้แก่ทั้งสกุลจาง และสกุลเสิ่น ขอให้ทั้งสองตระกูงจงเจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้า”

บิดาของจางฮุ่ยเฉิน กล่าวพร้อมกับหันไปพยักหน้ายิ้มแย้มให้แก่ทุกคน และบิดาฝ่ายเจ้าสาวก็ตอบรับความยินดีนี้ด้วยความชื่นมื่น

เมื่อพิธีการเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาส่งบ่าวสาวเข้าจวนวิวาห์ ซึ่งทางด้านสกุลจาง ได้ตกแต่งห้องแห่งนี้ไว้ด้วยความสวยงามแล้ว

เสิ่นลู่เหยาถูกสาวใช้นำพาไปยังห้องด้านใน จนถึงขณะนี้นางก็ยังอยู่ในผ้าคลุมหน้าเหมือนดั่งเช่นเคย ตามประเพณีแล้ว เจ้าบ่าวต้องมาเปิดผ้าคลุมใบหน้าของเจ้าสาวเอง มิว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน แม้จนถึงเช้าวันใหม่ หากเจ้าบ่าวไม่มา นางก็ต้องทนนั่งอยู่แบบนี้ไปจนกระทั่งพระอาทิตย์อัสดง

แต่หาใช่วันนี้ หลังจากนางเข้าไปได้ไม่นาน เจ้าบ่าวอย่างจางฮุ่ยเฉินก็ติดตามเข้าไป อันที่จริงเขาคิดจะต้อนรับแขกให้จนหมด และร่วมดื่มสุรากับสหายรวมทั้งแขกเหรื่อ แต่ก็ถูกบรรดาชายหนุ่มที่เป็นสหายไล่ต้อน จนตัวเองต้องยอมแพ้ และเข้าไปหาเจ้าสาวด้วยความมึนเมาไม่มากนัก

จางฮุ่ยเฉินเปิดประตูให้แง้มออก เขาเดินเข้าไปในห้องหออย่างแผ่วเบา พลางสายตาก็พิจารณาหญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า เขามองเห็นฝ่ามือเรียวงามผุดผ่องที่ยื่นออกมานอกชายเสื้อ ในใจนั้นคิดว่าเสิ่นลู่เหยาคนนี้ จะเป็นคนที่เขาปรารถนามาโดยตลอดหรือไม่

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้างดงามมาก คุณหนูแห่งตระกูลเสิ่น แต่ข้ามีเรื่องปักใจนิดหน่อยที่อยากจะถามเจ้าก่อนเราจะร่วมอภิรมย์ต่อกัน”

จางฮุ่ยเฉินเอ่ยทักทายนาง ด้วยคำพูดที่เจ้าสาวในผ้าคลุมแดง ก็รู้สึกสงสัย แต่นางยังคิดว่าเขานั้นเริ่มเมามาย จนอาจพูดสิ่งที่ไม่เป็นความอันใดออกมา

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้นางจนหัวใจเต้นระทึก ถึงแม้จะมิได้ใส่ใจว่าเขานั้นคิดเช่นไรกับตน แต่เสิ่นลู่เหยานั้นเป็นหญิงสาวแรกรุ่น ย่อมมีการตื่นเต้นและตระหนกเป็นเรื่องธรรมดา

“ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการทราบเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ หากข้าตอบได้ ก็จะไม่รีรอหรอกเจ้าค่ะ”

นางเอ่ยออกมาด้วยความใสซื่อและเต็มไปด้วยความสัตย์จริง ไม่มีทางเลยที่คนอย่างเสิ่นลู่เหยาจะโกหก นางยังคงนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงไม้ ที่วันนี้กลางที่นอนนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้มงคลกลีบกระจาย และแสดงความหอมสดชื่นของมันในยามราตรี

“เจ้าคือคุณหนูของตระกูลเสิ่น ชื่อเสิ่นลู่เหยา”

“ข้าอยากรู้เหลือเกิน ว่าในวัยเด็กของเจ้านั้นมีของสำคัญที่อยู่ติดตัวด้วยหรือไม่ ซึ่งมันจะชี้ว่าเจ้านั้นคือคนที่คู่ควรกับข้าเพราะสิ่งนี้เท่านั้น”

“ข้าไม่เข้าใจคำถามของเจ้าคุณชายจาง สิ่งสำคัญของข้านั้นมีหลายอย่าง ทั้งครอบครัว บิดา พี่น้อง และทรัพย์สิน จนกระทั่งสหายที่เติบโตมาด้วยกัน หากท่านจะชี้จุดที่กว้างมากเกินไป ข้าก็จนปัญญาเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินคำตอบจากเจ้าสาวใต้หมวกผ้าคลุมแดงตรงหน้า จางฮุ่ยเฉินก็ดูจะหงุดหงิดพอตัว

“เสิ่นลู่เหยา ข้าจะใจเย็นกับเจ้าอีกสักนิด คำถามเดิมนั่นที่ข้าส่งไปให้เมื่อครู่ ข้าอยากให้เจ้าตอบใหม่มาอีกครั้ง ที่เจ้าเอ่ยมากันก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เจ้าให้ความหมายกับสิ่งมีชีวิต แต่ที่ข้าต้องการคำตอบจากปากเจ้าในคืนนี้ คือสิ่งที่มิได้มีชีวิตเลยสักนิด แต่มันช่างสำคัญกับข้ายิ่งนัก”

เจ้าสาวอย่างเสิ่นลู่เหยายังคงนั่งนิ่ง ๆ มิได้แสดงอาการหรือความตระหนกออกมาเลย สิ่งที่นางสงสัยอยู่ในขณะนี้ มิได้มีใครให้คำตอบแก่นางได้

การทายปริศนา มันคือธรรมเนียมการปฎิบัติก่อนเข้าห้องหอหรืออย่างไร นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของนางเสียด้วยสิ เรื่องเช่นนี้ก็มิได้มีผู้ใดกระซิบบอกนาง แม้แต่มารดาก็ตาม

“คุณชายจางวางใจได้ สิ่งที่ข้าตอบออกมาคือความจริงทุกประการ และข้าก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่มิได้มีชีวิตนั้น หาได้สำคัญกับข้าแต่อย่างใด หากคุณชายจะเค้นหาความจริง ข้าเองก็คงมีเท่านี้สำหรับคำตอบ”

ดูท่าว่าปริศนาในครั้งนี้จางฮุ่ยเฉินจะมิได้รับคำตอบต่อไปเสียแล้ว ความอดทนเขาถึงที่สุดจนได้

“ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็แน่ใจได้แล้วว่าเจ้ามิใช่คนที่ข้าต้องการ คนที่ข้ารักมิใช่เจ้าอย่างแน่นอน”

ชายหนุ่มมีความฝังใจกับบางสิ่งบางอย่าง จนมิอาจทำให้เสิ่นลู่เหยาเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ ในเมื่อเขาพูดออกมาเช่นนี้ นางก็เตรียมตัวเอาไว้แล้ว ว่าคงจะมิได้มีการเปิดผ้าคลุมหน้าออก

ช่างน่าละอายเหลือเกิน ที่คุณชายแห่งตระกูลจางผู้นี้รังเกียจนางจนต้องเดินจากไป เสิ่นลู่เหยาอยากรู้จริง ๆ ว่าคนที่ชายหนุ่มปักใจนั้นคือผู้ใด

เสียงฝีเท้าเดินออกไปแล้ว แม้แต่ประตูเข้าห้อง เขาก็มิได้ปิดให้นาง ทำให้ความหนาวเหน็บยามราตรีเข้ามาเยือน จนเจ้าสาวที่ร้างเจ้าบ่าวต้องลุกขึ้นเดินออกมาเหม่อมองไปยังความมืดข้างหน้า

“ข้าจะเป็นคนในใจเจ้าได้อย่างไรเล่าจางฮุ่ยเฉิน ในเมื่อคนที่เจ้าปักใจมิใช่ข้าคนนี้”

เสิ่นลู่เหยาง้างประตูเข้ามาหากัน ก่อนจะปิดมันลงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ในเมื่อนางเองก็มิได้อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเสียหน่อย

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์เถื่อน
8.2
มณีมณฑ์เผชิญหน้ากับอพอลโล่ด้วยโทสะอันรุนแรง เธอท้าทายให้เขาใช้กฎหมายตัดสินความถูกต้อง แทนการใช้กำลังป่าเถื่อนรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ แต่อพอลโล่กลับข่มขู่เธอด้วยการทรมานอันแสนเจ็บปวด พร้อมสั่งให้เธอทำความสะอาดห้องเพื่อสยบยอม ความโกรธแค้นทำให้หญิงสาวตัดสินใจขว้างปาสิ่งของใส่เขา ทว่าชายหนุ่มกลับจู่โจมเข้าประชิดตัวและพันธนาการร่างเธอไว้อย่างโหดร้าย เขาเอ่ยปากสบประมาทอย่างเจ็บแสบว่าผู้หญิงที่เร่าร้อนแบบเธอคงถูกศรวัณเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี พร้อมหัวเราะเยาะหยันว่าสุดท้ายเธอก็พร้อมจะทอดกายให้ศัตรูที่เกลียดชังอย่างเขาเชยชมอยู่ดี
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีเถื่อนที่รัก
9.0
ชีวิตของนิรินต้องพลิกผันเมื่อก้าวพลาดเข้าห้องผิด จนต้องเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างใหญ่ผู้มีอาการมึนเมาและขู่ฆ่าไม่ให้เธอขัดขืน ท่ามกลางความตื่นตระหนกและสัมผัสจูบที่แสนเอาแต่ใจ เมื่อความจริงปรากฏภายใต้แสงไฟ เธอจึงรู้ว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านสุดโหด แม้ว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจะมีข้อพิพาทรุนแรงจนพ่อของเธอสั่งห้ามข้องแวะกับเขาโดยเด็ดขาด ทว่าการเผชิญหน้าเหนือความคาดหมายในค่ำคืนนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายที่ถอนตัวไม่ขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
9.3
หลิวชิวเยว่ อดีตผู้บริหารสาวสุดสตรองและเพียบพร้อม ต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวเจ้าเนื้อน้ำหนักร้อยกิโลฯ ที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจว่าเป็นตัวโชคร้าย เธอฟื้นขึ้นมาในเกี้ยวแต่งงานที่กำลังเดินทางไปเข้าพิธีวิวาห์กับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นชิงเป่ย ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาไม่ได้ชอบสตรี หลิวชิวเยว่จึงตั้งใจจะหาคำตอบเรื่องรสนิยมของสามี ทว่าในคืนจันทร์เพ็ญ เธอกลับต้องตกตะลึงเมื่อได้รู้ความลับว่าแท้จริงแล้วเขาสามารถแปลงร่างเป็นหมีแพนด้าได้! เรื่องราวความรักสุดอลเวงกับสามีแพนด้าสายคลั่งรักจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
วันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ดกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต เมื่อความจริงเบื้องหลังสามีนักแข่งรถถูกเปิดเผยผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเขาอ้างเรื่องความปลอดภัยเพื่อปิดบังตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีม แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า ฉันจึงเลือกยุติความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนแต่งงานทิ้งไว้ ก่อนจะหันกลับมาสวมถุงมือสีดำคู่เก่งอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าโลกแห่งความเร็วที่เขาเคยเตือนว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและเชี่ยวชาญยิ่งกว่าใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชีวิตของลั่วฟางหยุนในมิติขนานต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ขั้นสุด ทั้งถูกกดขี่เป็นทาสและโดนทำร้ายอย่างทารุณ ตัวเขาจากอีกเส้นทางที่ล่มสลายไปแล้วจึงตัดสินใจย้อนกลับมาเพื่อแก้ไขโชคชะตาและจัดระเบียบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ทว่าหนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคคาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเข้าร่างเดิมในสถานการณ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนใจที่สุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร่างกำลังหมดลมหายใจอยู่บนเตียงร่วมกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี