APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [I] THE LOST MEMORIES

NightZ [I] THE LOST MEMORIES

เมื่อพายุ Nightshade ถามย้ำเพื่อความมั่นใจในสิ่งที่เธอเลือก หญิงสาวก็พยักหน้าตอบรับด้วยความหนักแน่น เธอตัดสินใจแล้วว่าการตกอยู่ในสถานะผู้หญิงของเขานั้น ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดที่เคยรักเขาแต่กลับสูญเสียความทรงจำเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น เรื่องราวความรักปนกลิ่นอายแอคชั่นท่ามกลางความทรงจำที่ขาดหายจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่ออดีตที่เลือนหายกลายเป็นบาดแผลที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าว ยิ่งกว่าการต้องเผชิญหน้ากับสถานะอันแสนอันตรายในปัจจุบัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

@ HOSPITAL

ฉันตื่นขึ้นมาในห้องสีขาวสะอาดตาพร้อมกับมีกลิ่นยาจางๆ จากอะไรหลายอย่างรอบตัวโชยเข้าจมูกมา ดูจากโลโก้แก้วน้ำก็พอจะเดาได้ว่าที่นี่ที่ไหน ถัดจากเตียงผู้ป่วยของฉันออกไปก็มีเจด้านั่งเล่นมือถือเฝ้าฉันอยู่ที่โซฟา

“มึง แค่กๆๆ”

“เห้ยมึง!” พอไอ้ด้าได้ยินเสียงฉัน มันก็โยนมือถือทิ้งแล้วลุกพรวดขึ้นมาด้วยท่าทางน่าตกใจ

“มึงเป็นไรมากมั้ย กูขอโทษที่กูไม่ได้ไปห้องน้ำกับมึง กูไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ กู...กูไม่รู้ กูต้องทำยังไง มึงโกรธกูมั้ย คือกูไม่ตั้งจะ...”

“พอมึง พอแล้ว กู.. แค่กๆ หิวน้ำ ขอน้ำหน่อย”

ฉันพูดขัดไอ้ด้าที่กำลังเลิ่กลั่กกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกไป และประคองตัวเองทั้งที่ยังไอค่อกแค่กขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง แล้วไอ้ด้ามันก็ลนลานรีบหาน้ำให้ฉันใหญ่

“ใจเย็นๆ”

ฉันหันไปเรียกสติเจด้าที่ดูลนๆ สักพักไอ้ด้ามันก็นิ่งไปแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างตั้งสติ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำส่งให้ฉันอย่างตั้งใจ แล้วมันก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทิ้งฉันไว้กับแก้วน้ำซะงั้น

“เดี๋ยวกูไปตามหมอให้นะ มึงรอแป๊บนะ”

ไอ้ด้าวิ่งออกไปได้สักพัก หลังจากนั้นมันก็กลับเข้ามาพร้อมกับหมอที่มาอธิบายผลการตรวจของฉันอย่างละเอียด ซึ่งสิ่งที่หมอพูดทั้งหมดนั่นก็เป็นประโยคเดิมๆ ที่ฉันเคยฟังมาหมดแล้วตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าตัวเองแพ้บุหรี่ร้ายแรง ฉันเลยเฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่

จะว่าไปแล้ว.. ที่จริงถ้าห้องน้ำนั่นเปิดช่องระบายอากาศสักหน่อย ฉันก็คงไม่อาการหนักจนร่วงไปทันทีแบบนี้หรอก เพราะมันคงระบายควันบุหรี่พวกนั้นออกไปได้บ้าง แถมหมอนั่นเองก็สูบไม่รู้เวล่ำเวลาด้วย อันนี้แหละที่น่าโมโห

“มึงจำหน้าคนสูบได้มั้ยนิล?” เจด้ามันหันมาถามฉันเสียงเครียด ฉันเลยตอบส่งๆ กลับไป

“ไม่อ่ะ ทำไมวะ”

คือมันจะว่าจำได้ก็ไม่เชิงนี่นะ เห็นแค่แผ่นหลังกว้างๆ กับร่างสูงโปร่ง คงไม่นับว่าจำได้หรอกมั้ง ถึงตอนนั้นหมอนั่นจะหันกลับมา แต่ฉันก็ดันภาพตัดไปซะก่อนเลยไม่ทันได้เห็นหน้าเขาน่ะสิ

“โว๊ะ! เสียดาย ถ้ามึงจำได้กูจะเอาไข่เน่าไปปามัน! นั่นห้องน้ำไม่ใช่ที่สูบบุหรี่เว้ย!” อยู่ๆ ไอ้ด้ามันก็ส่งเสียงจริงจังออกมาแบบเริ่มจะไม่ล้อเล่น ทำเอาฉันแอบขำกับท่าทางผีเข้าผีออกแบบนั้น

“โหดจังนะมึงเนี่ย แต่ก็จริงแหละ”

แต่เดี๋ยวสิ..ถึงจะจำหน้าไม่ได้ แต่ฉันว่าฉันก็จำชื่อหมอนั่นได้อยู่นะ เพราะผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาออกมาจนโดนไล่ตะเพิดเลยไงล่ะ หึ.. เป็นการจำชื่อที่ติดเรทชะมัดเลยแฮะ

‘อ๊าาา อื้อ รุ่นพี่ รุ่นพี่พะ พายุ อ๊าาา’

พลั่กกก ตึงงง!

‘หุบปาก! กล้าดียังไงมาเรียกชื่อฉัน!’

หึ... “พายุ” ไงล่ะ

รุ่นพี่พายุ.. คือหมอนั่นสินะ

“เออไอ้นิล แต่มึงนี่โชคดีนะ ที่มีคนไปเจอเข้าแล้วรีบพาส่งห้องพยาบาล แล้วมึงก็ถูกส่งตัวมาที่นี่อ่ะ” ไอ้ด้าพูดออกมาซึ่งตรงกับสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่พอดี

“นั่นแหละที่อยากรู้ มึงพอจะรู้มั้ยว่า...”

“เขาบอกแค่ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งอุ้มมึงมา แต่ไม่รู้จักชื่อแซ่” เจด้ามันสวนกลับมาอย่างรู้ทันว่าฉันจะถามอะไร ก็นะ...

“อืม ถ้างั้นคงใช่” ฉับตอบกลับมันไปแบบคาดเดาเอาเอง ก็ยังดีแหละที่เขาช่วย ถึงแม้จริงๆ แล้วหมอนั่นจะเป็นต้นเหตุก็เถอะนะ -_-

“ใช่? ใช่อะไรวะ?”

ไอ้ด้าหันมาจ้องหน้าฉันอย่างสงสัย แต่ฉันก็ปฏิเสธออกไป ขืนเล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์มันเป็นยังไง ยัยนี่ได้ตามล่าหาตัวคนทำแน่ๆ เห็นบ๊องๆ แบบนี้ ถ้าไอ้ด้ามันเอาจริงขึ้นมาได้ตายกันไปข้างอ่ะจะบอกให้

“ป่าว กลับบ้านกันเหอะมึง ไม่ค่อยชอบโรงบาลเลยว่ะ”

เช้าวันต่อมา..

“แม่คะ แม่เห็นสร้อยนิลบ้างมั้ย? ไม่รู้นิลไปทำตกไว้ไหน...”

ฉันเดินวนไปวนมาทั่วห้องทั้งชุดนักศึกษา และก้มๆ เงยๆ หาสร้อยคอที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำหายไปตอนส่องกระจกในห้องน้ำเมื่อเช้า แต่พอหันไปเห็น post it รูปหัวใจสีชมพูแปะไว้ที่ประตูห้อง ก็พอจะเดาออกได้ทันทีว่าแม่คงมีไฟล์ทบินกลับต่างประเทศไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

ฉันขับรถออกจากคอนโดอย่างครุ่นคิด เมื่อวานไอ้ด้ามันยังทักฉันอยู่เลยแปลว่าตอนนั้นสร้อยยังอยู่ แล้วหลังจากนั้นฉันก็ขึ้นตึกไปเรียน แล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ สุดท้ายก็ไปโผล่ที่โรงพยาบาล ใช่แล้ว.. ห้องน้ำ ม. กับโรงพยาบาลต้องเป็นที่ไหนสักที่นี่แหละ คิดได้แบบนั้นฉันก็รีบกดโทรหาเจด้าทันทีเผื่อยัยนั่นจะรู้เห็นอะไรบ้าง

ตื๊ดดดดดดด

[มึงว่าไง]

“ไอ้ด้า มึงเห็นสร้อยคอกูบ้างป้ะ? มันหายไปไหนไม่รู้ว่ะ”

[สร้อยทายาทเหมืองเพชรนั่นอ่ะนะ]

“เออ เห็นมั่งป้ะ ไม่แน่ใจว่าถูกถอดออกที่โรงบาลรึเปล่า”

[ไม่อ่ะ ตอนไปโรงบาล เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนชุดมึงนี่]

“เค งั้นเดี๋ยวกูไปหาที่ ม. ดูก่อน เผื่อตกในห้องน้ำ”

[ถ้างั้นก็ไปดูที่ห้องพยาบาลด้วยเลยดิ เผื่อหมอนั่นที่อุ้มมึงไปจะเก็บได้แล้วฝากไว้]

“เออว่ะ Thank you มึง”

ติ๊ดดดดด

ฉันกดวางสายแล้วรีบเหยียบคันเร่งไปที่ ม. ทันที ใช้เวลาไม่นานก็ถึง ฉันเลยรีบพุ่งตัวไปที่ห้องน้ำที่เกิดเหตุก่อนเลยแต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากป้าแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่

“เอ่อ ป้าคะ”

“ว่าไงจ๊ะหนู”

“คือเมื่อวานมีเรื่องนิดหน่อยแล้วหนูหมดสติอยู่ที่นี่ ทีนี้สร้อยคอหนูหายไป หน้าตาประมาณนี้ป้าเห็นบ้างมั้ยคะ”

พูดจบฉันก็เปิดรูปตัวเองในมือถือให้ป้าแม่บ้านดู พร้อมกับขยายรูปให้เห็นสร้อยเส้นนั้นอย่างชัดเจน

“ไม่นะลูก เมื่อวานป้าก็ทำความสะอาดที่นี่เอง ก็ไม่เห็นมีนะ”

“อ๋อค่ะ ขอบคุณค่ะป้า”

พอได้คำตอบจากป้าแม่บ้านฉันก็รู้สึกเฟลขึ้นมานิดๆ เพราะถึงจะดูเหมือนสร้อยธรรมดาแต่มันก็เป็นของชิ้นเดียวที่ติดตัวฉันมาตั้งนานเชียวนะ ถ้าหายไปก็คง..รู้สึกแปลกน่าดู ฉันเลยรีบเดินลงจากตึกตรงไปที่ห้องพยาบาล แต่เพราะมันเช้าเกินไปเลยไม่มีใครอยู่ในนี้สักคน เห้อ..ให้ตายเถอะ

ฟุ้บ!

แล้วฉันก็ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้อย่างเซ็งๆ ถ้ารออยู่ที่นี่แล้วเจอสร้อยก็คงดี แต่ถ้าไม่เจอนี่สิต้องเสียเวลาเปล่าแหงๆ เลย

ครืดดดดด~

จังหวะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ ประตูบานเลื่อนของห้องพยาบาลก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามา ทำให้ฉันลุกพรวดจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ คนที่เพิ่งเข้ามาเองก็ดูตกใจนิดหน่อยเหมือนกัน ว่าแต่..หมอนี่หน้าดุชะมัดเลยแฮะ แถมตัวสูงมากด้วยสงสัยตอนเด็กกินนมเยอะ

“มาทำอะไรที่นี่?”

น้ำเสียงดุๆ ปนสงสัยถูกเปล่งออกมาจากปากของผู้ชายตรงหน้า ถามจริงนั่นเป็นคำถามหรือคำขู่กันแน่เนี่ย หมอนี่จะรู้มั้ยว่าคำพูดแบบนั้นมันทำให้คนฟังประหม่าได้อ่ะ

“เอ่อคือ..ฉันมีธุระกับพยาบาลที่เข้าเวรเมื่อวานน่ะ” ฉันเงยหน้าตอบเขาออกไปทั้งที่ยังถูกจ้องหน้าแบบไม่วางตา

“นี่ไม่ใช่เวลาให้บริการ” พูดจบผู้ชายคนนั้นก็เดินผ่านฉันไปแบบไม่สนใจอะไรเท่าไหร่นัก แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงผู้ป่วยที่อยู่ถัดออกไป

ฟุ้บ!

“อืม โทษที”

“มีธุระอะไร?” ฉันกำลังจะเดินออกไปแต่ก็ถูกเรียกไว้ด้วยคำถาม สรุปหมอนี่จะเอายังไงกันแน่ ไม่ใช่เวลาทำการแต่ถามว่ามีธุระอะไรเนี่ยนะ -.-?

“แล้วนายล่ะเป็นใคร?” ฉันถามออกไปอย่างสงสัยในท่าทางเจ้ากี้เจ้าการแบบนั้น แล้วเขาก็ตอบกลับมาเสียงเรียบ

“ฉันเป็นใคร...งั้นหรอ”

ไม่รู้คิดไปเองมั้ย แต่แววตาของผู้ชายคนนั้นที่มองมามันดูเหมือนเป็นการย้อนถามฉันซะมากกว่า

“อืม นายเป็นใคร?” ฉันย้ำคำถามเพื่อความแน่ใจว่าสื่อสารออกไปไม่ผิด แล้วก็ได้คำตอบที่กำกวมกลับมาอีก

“ผู้ช่วยล่ะมั้ง”

“อ๋อ อืม คือเมื่อวานฉันหมดสติในห้องน้ำบนตึก…”

“แล้วตอนนี้?” คนตัวสูงพยักหน้าช้าๆ พอฉันเริ่มเล่า แต่เขาก็พูดขัดขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งฉันคิดว่าหมอนั่นน่าจะถามตามมารยาทแหละมั้ง

“ก็โอเคขึ้นแล้วแหละ”

“อืม ต่อสิ”

“มีใครบางคนพาฉันมาที่นี่ แล้วไอ้นี่มันก็หายไป” ฉันพูดพร้อมกับยื่นมือถือที่เปิดรูปเดียวกันกับตอนที่เอาให้ป้าแม่บ้านดูส่งให้เขา แล้วคนตัวสูงตรงหน้าก็มองมาอย่างสนใจ ก่อนจะรับมันไปแล้วถามต่อ

“มันแพงมากจนถึงกับต้องตามหา?”

หมอนั่นเลิกคิ้วให้ฉันนิดหน่อย ไม่แน่ใจว่าหลอกด่าฉันขี้งกรึเปล่า แต่เอาจริงๆ ถ้าเป็นเวลาปกติท่าทางแบบนี้น่าหมั่นไส้ใช้ได้เลยแหละ

“มูลค่าน่ะไม่รู้หรอก รู้แค่ว่ามันจะหายไปไม่ได้เด็ดขาด”

“งั้นหรอ...” คำพูดเรียบเฉยถูกส่งออกมาจากปากของคนที่นั่งซูมเข้า ซูมออก และเลื่อนซ้าย เลื่อนขวาดูรูปในมือถือฉันไปมาอย่างกับตัวเองเป็นเจ้าของมัน แต่ก็ไม่มีวี่แววที่เขาจะบอกว่าเคยเห็นสร้อยของฉันบ้างมั้ย

“คือมันเป็นของสำคัญ นายพอจะเห็นมันบะ...”

“สำคัญแต่เธอทำมันหาย?”

มือถือของฉันถูกส่งคืนมาพร้อมกับแววตาที่ดูเปลี่ยนไปของผู้ชายคนนั้น มีแว๊บหนึ่งที่ฉันรู้สึกผิดกับคำพูดของเขาเหมือนกัน ก็จริงของเขานะ ของสำคัญแต่ฉันทำมันหาย นี่ฉันกล้าพูดได้ยังไงนะว่ามันสำคัญกับฉันจริงๆ

“ฉัน...”

“อ้าว มาตรงเวลาดีจังเลยนะ”

ฉันยังพูดไม่ทันจบ อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะ ถ้าให้เดาจากท่าทางใจดีแบบนั้น นี่คงเป็นคุณพยาบาลแน่ๆ เลยล่ะ

“สวัสดีครับอาจารย์” หืม..เป็นอาจารย์หรอกหรอ

“เอ๊ะ หนูคนนี้ ใช่คนที่หมดสติไปเมื่อวานรึเปล่าจ๊ะ จะมาขอบคุณพายุสินะ ถึงจะดูดุแต่พายุเป็นคนใจดีมากจนไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ย ^_^”

พูดจบอาจารย์ท่านนั้นก็ส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างเป็นมิตร แต่เดี๋ยวนะ...

“พายุ..งั้นหรอ?” ฉันทวนชื่อที่อาจารย์เรียกออกมาแทนที่จะสนใจคำพูดมากมายของเธอ ...พายุ? พา..ยุ

“ใช่จ้ะ คนที่อุ้มหนูมาส่งที่นี่ก็คือพายุคนนี้ไงจ๊ะ แต่เอ๊ะ น่าจะเรียกว่ารุ่นพี่พายุมากกว่าเพราะแถบเสื้อหนูเป็นเด็กปีหนึ่ง”

เดี๋ยวสิ พายุ.. รุ่นพี่พายุ.. ถ้างั้นหมอนี่ก็..

“มะ..ไม่ใช่สิคะ หมอนี่ นายคนนี้ อะ..ไอ้บ้านี่ นายคือคนที่ทำให้ฉัน..อุ๊บบบบ! OxO”

พอได้สติลิ้นฉันก็พันกันอลเวงไปหมด แต่ยังเรียบเรียงประโยคไม่ทันถูก ไอ้บ้าพายุอะไรนี่ก็เอามือมาปิดปากฉันจนพูดไม่รู้เรื่อง แถมยังลากฉันออกจากห้องพยาบาลทั้งที่ฉันยังดิ้นไปมาแล้วก็พยายามงัดมือหนาที่ปิดปากตัวเองอยู่ออกให้ได้

“ขอตัวนะครับอาจารย์”

“อื้อ ไอ้อ้าอาอุ๊ อ่อยอ๊ะ!” (อื้อ ไอ้บ้าพายุ ปล่อยนะ!)

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พลาดรักยากูซ่า
9.0
การยื่นมือเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มแปลกหน้าในวันนั้น เปลี่ยนชีวิตของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งไปตลอดกาล เมื่อเขาคนนั้นคือนายน้อยผู้ทรงอิทธิพลแห่งแก๊งยากูซ่า ความเมตตาในอดีตได้กลายเป็นโซ่ตรวนผูกมัดให้เธอต้องก้าวเข้าสู่โลกมืดอันแสนอันตรายที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจและการนองเลือดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดุเดือดและพร้อมจะพรากชีวิตได้ทุกวินาที เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่และบททดสอบหัวใจครั้งสำคัญในเส้นทางสายมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อถูกรัฐศาสตร์กักขังและลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มผู้ถูกครอบงำด้วยเพลิงแค้นและความหึงหวงใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอน ทั้งยังใช้ความปลอดภัยในชีวิตของบิดาและเคนจิโร่มาเป็นเครื่องมือข่มขู่ขัดขวางไม่ให้เธอหนีไปไหน แม้ร่างกายและจิตใจของกัญติญาจะบอบช้ำเจ็บปวดจนแทบแหลกสลาย แต่เธอกลับต้องกัดฟันยอมจำนนและอดทนต่อสู้กับมรสุมชีวิตครั้งนี้ ขณะเดียวกันในส่วนลึกของหัวใจรัฐศาสตร์เองก็เริ่มสับสน เมื่อความหวงแหนและปรารถนาในตัวเธอนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะถอน
ภาพปกนิยายเรื่อง ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
ความผิดพลาดจากการเลือกคู่ครองนำพาชีวิตของนางไปสู่โศกนาฏกรรมอันแสนสาหัส เมื่อสามีผู้เป็นเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติเลือกที่จะทำหน้าที่ปกป้องประชาชนอย่างเคร่งครัด ทว่าเขากลับละเลยครอบครัวของตัวเองอย่างไร้เยื่อใย การตัดสินใจอันเลือดเย็นของเขาทำให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ อีกทั้งยังต้องพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายโดยไม่อาจหวนคืน ความสูญเสียในครั้งนี้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดและเศษซากหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานให้กลับมาเป็นดังเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ในค่ำคืนอันร้อนแรงที่อบอวลไปด้วยเสียงครวญครางของเหล่าสตรี สตรีหน้าใหม่ผู้แสนอ่อนต่อโลกกลับต้องทนมองภาพบาดตา ยามที่แม่ทัพปีศาจกำลังเริงรักกับหญิงอื่นอย่างเร่าร้อน เสียงเหล่านั้นสร้างความตื่นตระหนกและสับสนจนนางแทบทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังเลือกที่จะนิ่งเฉยและไม่ยอมพิสูจน์ฝีมือให้เห็นในค่ำคืนนี้ วันพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนสำหรับนางอีกต่อไป เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นจนถึงขีดสุด นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องงัดเอาทุกกลเม็ดเด็ดพรายที่มีออกมาปรนเปรอเขา เพื่อปกป้องและรักษาตำแหน่งของตนเองเอาไว้ให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักปรารถนาเถื่อน
9.1
เพื่อพิสูจน์รักแท้ที่มีต่อชายในดวงใจ ศรินภัสร์ สายลับสาวมือใหม่จึงตัดสินใจรับภารกิจลับ แฝงตัวเข้าไปสืบคดีค้าไม้ผิดกฎหมายในปางไม้แห่งหนึ่ง ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับ วาโย คู่หมั้นหนุ่มสุดแสนเกลียดชังซึ่งเป็นเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ เขาปักใจเชื่อว่าการปรากฏตัวของเธอคือแผนการบีบบังคับให้แต่งงาน วาโยจึงเริ่มต้นกลั่นแกล้งและทำร้ายความรู้สึกของเธออย่างไร้ความปรานี เมื่อหญิงสาวไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มจึงยกระดับความป่าเถื่อนด้วยการใช้กำลังพันธนาการร่างเธอไว้ มอบสัมผัสอันเร่าร้อนและรอยจูบแสนดุดันเพื่อสั่งสอนความอวดดี จนสาวไร้ประสบการณ์แทบหมดสิ้นเรี่ยวแรง
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม
8.7
กู้จือหลิงยอมสละดวงตาเพื่อช่วยชีวิตซ่งจิ่งชวน ทว่าคืนก่อนแต่งงานเธอกลับถูกเขาหักหลังอย่างเจ็บแสบ ด้วยการส่งตัวเธอไปชดใช้หนี้ให้แก่ทายาทตระกูลลู่ผู้ไร้ชื่อเสียงแห่งเป่ยเฉิง เธอจึงเลือกแต่งงานประชดรักครั้งเก่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของคนทั้งเมืองที่คิดว่าพวกเขาเป็นคู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือสุดยอดนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะ แฮกเกอร์ฝีมือระดับโลก และผู้นำองค์กรลับสุดยอด เมื่อความจริงอันน่าทึ่งเปิดเผย อดีตคู่หมั้นที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี จึงทำได้เพียงร่ำไห้ด้วยความเสียดายที่ปล่อยให้หญิงสาวผู้เพียบพร้อมคนนี้หลุดมือไปเป็นของชาย