APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายนายแฟนเก่า

รักร้ายนายแฟนเก่า

ก้าวแรกในมหาวิทยาลัยกลับกลายเป็นเวทีปะทะคารมสุดเดือด เมื่ออดีตคู่รักที่เลิกรากันด้วยความบาดหมางโคจรมาพบกันอีกครั้ง ฝ่ายหญิงประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าพร้อมจะเริ่มต้นรักครั้งใหม่เพื่อลบล้างฝันร้ายและบาดแผลจากผู้ชายเฮงซวยในอดีต ทว่าอดีตคนรักกลับไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ เขาพยายามขุดเรื่องราวความสัมพันธ์ลึกซึ้งในวันวานมาใช้เป็นเครื่องมือพันธนาการเธอไว้ แต่เธอกลับสวนกลับด้วยท่าทีเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสิ่งของหมดราคาที่ไม่มีค่าให้หวนกลับไปมองอีกต่อไป การเผชิญหน้าในเกมรักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการฟาดฟันที่ไม่มีใครยอมก้มหัวให้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เอวา...

หลายอาทิตย์ต่อมา...

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่ห้องอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อมาฟังผลเรื่องที่ฉันขอทุนเรียนต่อมหาลัยจากอาจารย์ซึ่งผลการเรียนโดยรวมของฉันมันเข้าหลักเกณฑ์การขอทุนพอดีโดยฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เรียนมหาลัยไหนเหมือนกันเพราะเห็นอาจารย์บอกว่าท่านส่งไปหลายมหาลัยทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ฉันหวังแค่ว่าให้ได้เรียนต่อเท่านั้นส่วนจะได้เรียนมหาลัยไหนฉันไม่เกี่ยง เรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆฉันค่อยทำงานเอาเพราะตอนนี้แม่ไม่ส่งเงินมาให้ฉันใช้แล้ว ยังดีที่ผ่านมาฉันไม่ได้ใช้อะไรเยอะก็เลยพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง และตอนนี้บ้านของฉันมีคนสนใจที่จะซื้อแล้วเพราะเมื่อหลายวันก่อนมีนายหน้าพาคนมาดูบ้าน ฉันทำได้แค่ยืนมองพวกเขาเดินเข้าออกห้องนั้นออกห้องนี้อย่างถือวิสาสะเพื่อดูสภาพบ้านและต่อรองราคากัน จากที่ฉันได้ยินคนซื้อพอใจบ้านหลังนี้มากเขาตกลงซื้อเรียบร้อยแล้ว วันต่อมาแม่ก็โทรมาบอกว่าแม่ทำการซื้อขายเรียบร้อยแล้ว เดือนหน้าฉันต้องย้ายออกซึ่งฉันคงจะต้องย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่แต่ก็ยังไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนเพราะเหลืออีกสามเดือนกว่าฉันจะเรียนจบ

"นี่คือหนังสือตอบรับของทางมหาลัย เขาให้ทุนเธอเรียนฟรีจนกว่าจะจบหลักสูตร" อาจารย์ยื่นซองสีน้ำตาลมาให้ฉัน ฉันยกมือไหว้อาจารย์ก่อนจะรับมาเปิดออกดูด้วยมือสั่นเทาด้วยความดีใจเพราะที่อาจารย์พูดแปลว่ามีมหาลัยที่รับฉันเป็นนักศึกษาทุน

"มหาลัยK??"

"ใช่มหาลัยK เป็นมหาลัยที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดเพื่อนสนิทเธอก็เรียนอยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอนายเซเดย์น่ะ เธอโชคดีมากเลยนะที่ทางนั้นเค้าให้ทุนเธอเพราะที่มหาลัยนี้เค้าไม่ให้ทุนใครง่ายๆต้องเรียนดีความประพฤติดีจริงๆถึงจะได้ทุนมีนักเรียนหลายคนที่อาจารย์ส่งไปขอทุนพร้อมกับเธอแต่เธอได้แค่คนเดียว" ฉันต้องดีใจไหมที่ได้รับทันจากมหาลัยแห่งนี้เพราะมหาลัยKมันคือมหาลัยที่เซเดย์เรียนอยู่ถ้าฉันไปเรียนที่นั่นก็เท่ากับว่าฉันต้องเจอเขาอีกใช่ไหมทั้งที่ฉันตั้งใจแล้วว่าจะไม่ขอเจอเขาอีกตลอดชีวิต

หลายเดือนต่อมา...

ตอนนี้ฉันอยู่ที่หอพัก ฉันหาเช่าหอพักที่มันใกล้มหาลัยมากที่สุดเพื่อประหยัดค่ารถโดยสารเเวลาไปเรียนและตอนนี้ฉันกำลังจะออกไปหางานทำเพราะเงินที่เก็บไว้มันแทบจะไม่เหลือแล้วเพราะฉันใช้ในการเดินทางและจ่ายค่าเช่าห้องค่ามัดจำไปเกือบจะหมดแล้วถ้าไม่หางานทำคงไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องเดือนหน้าและไม่มีเงินซื้อข้าวกินด้วยแต่ก็ยังโชคดีที่ทางมหาลัยออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนให้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นค่าเทอมที่แพงมากๆรวมถึงอุปกรณ์การเรียนค่าหนังสือค่าชุดนักศึกษาที่ทางมหาลัยให้มาหมดยกเว้นค่ากินค่าอยู่เท่านั้นที่ฉันต้องหาเอง ฉันว่าจะไปเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารไม่ก็ร้านกาแฟ แม้จะทำไม่เป็นแต่ฉันก็จะตั้งใจฝึกเอาฉันจะต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้เพราะตอนนี้ฉันไม่เหลือใครแล้วฉันต้องอยู่ให้ได้ฉันจะไม่ง้อใครทั้งนั้น เธอต้องเข้มแข็งนะเอวา เธอต้องอดทนนะ ฉันบอกกับตัวเองทุกวัน

"มาสมัครงานเหรอจ๊ะ" พี่เจ้าของร้านมานั่งคุยกับฉันหลังจากที่ลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกไปแล้วซึ่งร้านกาแฟที่ฉันเข้ามาสมัครตกแต่งได้น่ารักมากๆในสไตล์มินิมอลที่ฉันชอบตอนที่เดินเข้ามาฉันได้กลิ่นกาแฟตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้านไหนจะกลิ่นขนมหอมๆจนทำให้รู้สึกหิวขึ้นมาจนต้องแอบกลืนน้ำลาย ใจจริงก็อยากจะลองซื้อชิมนะแต่ราคามันแพงเกินไปฉันสู้ไม่ไหว เค้กชิ้นนิดเดียวราคาร้อยกว่าไหนจะกาแฟที่ราคาแพงไม่แพ้กัน

"ค่ะพี่^^"

"ทำกาแฟหรือเครื่องดื่มเป็นไหม" พี่เจ้าของถามซึ่งฉันก็ตอบไปตามตรง

"ไม่เป็นเลยค่ะแต่หนูสัญญาว่าจะฝึกและทำมันให้ได้ค่ะ"

"บอกตามตรงนะจ๊ะพี่น่ะอยากได้คนที่ทำเครื่องดื่มเป็นเพราะตอนนี้พี่อยู่คนเดียวยุ่งมากเพราะพี่ต้องทำขนมเองด้วยพนักงานที่เคยอยู่เค้าลาออกกะทันหันถ้าพี่รับเราเข้ามาช่วยพี่ก็ต้องมาสอนเราอีก" ฉันเข้าใจพี่เจ้าของร้านนะเพราะถ้าพี่เขารับฉันพีเ่ขาก็ต้องเสียเวลาสอนฉันอีก

"หนูเข้าใจค่ะถ้าพี่ไม่รับก็ไม่เป็นไรค่ะหนูขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวนพี่" ฉันยกมือไหว้เพื่อลาแต่ยังไม่ทันได้ออกไปพี่เค้าก็เรียกฉัน

"เดี๋ยวก่อนจ๊ะอย่าเพิ่งไป"  พี่เจ้าของร้านเรียกโดยที่สายตาของเธอมองใบสมัครของฉันอีกครั้ง

"มีอะไรเหรอคะพี่"

"เรายังเรียนอยู่มหาลัยKเหรอ" 

"ใช่ค่ะ"

"ปกติพี่ไม่เคยเห็นนักศึกษามหาลัยนี้มาสมัครงานเลยสักคนเราเป็นคนแรกเลยนะ"

"เหรอคะ"

"อื้มมม น้องชายพี่ก็เรียนอยู่ที่นั่นนะกำลังจะขึ้นปีสองที่นี่ค่าเทอมแพงมากๆพี่ก็เลยสงสัยว่าเราทำไมถึงมาสมัครงานคือพี่ไม่ได้ดูถูกเราหรอกนะจ๊ะ" ฉันเข้าใจที่พี่เจ้าของร้านพูดนะเธอคงจะหมายถึงว่านักศึกษามหาลัยนี้มีแต่ลูกผู้ดีมีเงินเพราะค่าเทอมที่แพงกว่ามหาลัยอื่นๆหลายเท่าไม่น่าจะมาหางานทำแบบนี้

"คือหนูมาจากเชียงใหม่ค่ะเป็นนักศึกษาทุนแต่ถึงจะได้ทุนเรียนฟรีแต่ค่ากินค่าอยู่ต้องหาเองอยู่ดี คือหนูไมไ่ด้เป็นลูกคุณหนูที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยทุกอย่างหนูต้องดิ้นรนด้วยตัวเองค่ะถ้าไม่หาไม่ดิ้นรนก็ต้องอดไหนจะค่าหอพักอีก" ฉันพูดอย่างไม่อายเพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยสักนิด

"โถน่าสงสารจัง เอางี้พี่รับเราทำงานกับพี่ก็ได้ แต่เราต้องหัวไวนะพี่สอนอะไรก็ต้องจำให้ได้เข้าใจมั้ย" ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อพี่เจ้าของร้านยอมรับฉันเข้าทำงาน ฉันรีบยกมือไหว้พี่เจ้าของร้านที่ตอนนี้ฉันยังไม่รู้จักชื่อของพี่เขาเลย

"พี่ชื่อพี่แป้งนะจ๊ะ^^" เหมือนพี่เขาจะรู้พี่เขาก็เลยบอกชื่อของพี่เขาให้ฉันรู้

"ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่แป้งที่รับหนูเข้าทำงานหนูจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด^^"

แกร๊งงง แกร๊งงงง เสียงกระดิ่งที่ประตูหน้าร้านดังขึ้นทำให้ฉันหันหลังไปมองคนที่เข้ามาใหม่ซึ่งดูแจากการแต่งกายน่าจะเป็นผู้ชายเขาอยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบแต่เขาสวมหมวกกันน๊อคทำให้ฉันไม่เห็นหน้าเขาแต่พอเขาเข้ามาในร้านและเหมือนตอนนี้เขากำลังมองหน้าฉันอยู่จู่ๆเขาก็หันหลังกลับออกไปอย่างไวแต่พี่แป้งเรียกเขาเสียก่อน

"จะไปไหนปืน!!!" ผู้ชายคนนั้นคงจะชื่อปืนเพราะพอพี่แป้งเรียกชื่อเขาก็หยุดเดินทันที

"เอ่อคือผมลืมของไว้ที่มหาลัยจะรีบไปเอา" เสียงของผู้ชายคนนี้ทำไมฉันรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน

"ลืมอะไร"

"เอ่อออ ลืมมม ลืมมม ผมลืมหมวกกันน็อค" ฉันถึงกับงงเมื่อเขาบอกว่าลืมหมวกันน็อคแล้วที่หัวของเขาตอนนี้ล่ะมันไม่ใช่หมวกกันน็อคเหรอหรือเขามีหมวกหลายใบ

"หมวกกันน็อคเราสีอะไร"

"สีแดงไงพี่ก็ถามอะไรแปลกๆผมมีหมวกอยู่ใบเดียว" แต่ตอนนี้ฉันก็เห็นเข้าสวมหมวกกันน็อคสีแดงอยู่นะ และเมื่อกี๊ฉันได้ยินเขาเรียกพี่แป้งว่าพี่แปลว่าเขาน่าจะเป็นน้องชายของพี่แป้ง

"งั้นก็ไม่ต้องไป"

"ไม่ได้!!!หมวกผมใบละเป็นแสนเกิดหายทำไง" ฉันถึงกับอึ้งกับราคาที่ได้ยินฉันเพิ่งรู้ว่าหมวกกันน็อคเขาขายกันเป็นแสน

"มันไม่ได้หายไปไหนมันอยู่บนหัวของเรานั่นไงไม่เชื่อมองดูในกระจกสิ"

"เออนั่นดิ ผมลืมได้ไงวะ ใส่อยู่แท้ๆ ฮ่า ฮ่า" น้องชายพี่แป้งหัวเราะกลบเกลื่อนเมื่อหันไปส่องกระจกดูแล้วเห็นว่าตัวเองสวมหมวกกันน็อคอยุ่

"เรามาก็ดีละจะได้มาช่วยพี่เทรนพนักงานใหม่"

"พนักงานใหม่??"

"ใช่ พี่รับน้องเอาวาเข้ามาทำงานด้วยแต่เธอยังทำไม่เป็นเรามาก็ดีจะได้มาช่วยสอนเพราะพี่ต้องเข้าไปทำเค้กต่อข้างในลูกค้าสั่งไว้"

"เอ่อ คือว่า"

"มีปัญหาอะไรอีกช่วยพี่แค่นี้ไม่ได้หรือไง ถ้ามีปัญหามากนักพี่จะฟ้องป๊ากับม๊าว่าเราแอบไปแต่งรถเกือบล้านทั้งที่ป๊าสั่งห้าม"

"เห้ยพี่แป้งพี่อย่าบอกป๊านะไม่งั้นผมถูกยึดบัตรแน่"

"ถ้าไม่อยากให้ฟ้องป๊าก็มาช่วยพี่ เอาล่ะถอดหมวกแล้วมาช่วยสอนน้องเค้าทำกาแฟได้แล้ว"

"ไม่ถอดไม่ได้เหรอ"

"คนบ้าที่ไหนจะใส่หมวกกันน็อคชงกาแฟ ถอดออกเดี๋ยวนี้เลยนะถ้าไม่ถอดพี่โทรรายงานป๊าจริงๆนะ"

"ก็ได้ครับ แหมมขู่กันจัง"

และพอน้องชายพี่แป้งถอดหมวกกันน็อคออกฉันก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกมองหน้าเขาตาค้างอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ว่าตื่นตะลึงที่เขาหล่อหรอกนะคือเขาหล่อจริงๆนั่นแล่ะแต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันสนใจแต่ฉันฉันมองเขาแบบนั้นก็เพราะว่าเขาคือเพื่อนของเซเดย์คือคนที่เปิดประตูห้องให้ฉันในวันนั้น

"นี่นาย!!!"

"เอ่อ สวัสดี^^"

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ความลับที่ไม่เป็นความลับ
9.4
โลกของฉีโย่วพังทลายเมื่อถูกคนรักและเพื่อนสนิทหักหลัง เธอจึงออกไปดื่มเพื่อเยียวยาจิตใจ ค่ำคืนที่ขาดสติชักนำให้เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายแปลกหน้า หญิงสาวแอบหนีมาในตอนเช้าโดยคิดว่าทุกอย่างจะจบลง ทว่าความจริงกลับโหดร้าย เมื่อผู้ชายคนนั้นคือเหยาซี เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของเธอเอง การคลายเศร้าชั่วคราวกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหญ่ที่ลากเธอเข้าสู่วังวนความวุ่นวาย เธอพยายามหนีจากความสัมพันธ์นี้ แต่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งถูกผูกมัด จนสูญเสียความสงบสุขในชีวิตไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอบคุณนะ คุณหวาง
6.8
ความตั้งใจเริ่มต้นอาชีพใหม่ของหวางหลิงต้องสะดุดลงตั้งแต่วันแรก เมื่อถูกซ่างกวนรุ่ยซินมอบบทเรียนชีวิตอันหนักหน่วง เหตุการณ์พลิกผันเมื่อเรื่องราวหลังงานเลี้ยงนำพาพวกเขาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วข้ามคืน ก่อเกิดเป็นพันธะผูกพันที่ซับซ้อนและยากจะหลีกหนี หวางหลิงต้องเผชิญกับความจริงอันน่าสับสนเมื่อชายหนุ่มจอมบงการขยับสถานะมาเป็นสามีผู้เต็มไปด้วยปริศนา ภายใต้ท่าทีประหลาดของเขาแฝงไว้ด้วยเล่ห์กลมากมาย หญิงสาวจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสารพัดแผนการและพายุความวุ่นวายที่เขาชักนำเข้ามา การต่อสู้ทางไหวพริบครั้งนี้คือสิ่งที่เธอต้องเอาชนะ
ภาพปกนิยายเรื่อง คนที่โชคดี
8.3
ท่ามกลางวิกฤตสงคราม ทางเหยาเลือกฝากชีวิตไว้กับหยานเส้าคุน ชายผู้เคยมอบคำสาบานรักนิรันดร์ เธออุทิศตนเคียงข้างเขาด้วยความภักดี ทว่าความรักอันงดงามกลับต้องสะดุดลงเมื่อความหวาดระแวงเข้าครอบงำจิตใจของชายหนุ่ม เขาละทิ้งความเชื่อใจและหลงคิดว่าหญิงสาวที่ตนรักคือผู้ทรยศ วินาทีแห่งความร้าวฉานมาถึงเมื่อเขาตัดสินใจยกกระบอกปืนขึ้นจ่อหน้าผากเธออย่างไร้ความปรานี การกระทำนั้นได้บดขยี้ศรัทธาและความรักที่เธอมีต่อเขาจนแหลกสลาย สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงบาดแผลในหัวใจและความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักของประธานซาตาน
7.7
ข้อตกลงลับในคืนนั้นเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล หลังผ่านการตรวจร่างกายสุดเข้มงวด เธอจำต้องทอดกายให้ชายแปลกหน้าใต้หน้ากากจิ้งจอก ทว่าเมื่อให้กำเนิดสายเลือด เธอกลับได้สบตาลูกเพียงครั้งเดียวก่อนถูกพรากไป ห้าปีต่อมา โชคชะตาชักนำเธอเข้าทำงานเป็นเลขาของประธานฟาโรห์แห่งบริษัทธนา โดยหารู้ไม่ว่าเจ้านายผู้นี้คือชายในอดีต ท่ามกลางการทำงานที่กดดัน เธอสัมผัสได้ถึงสายตาดุดันที่คอยจับจ้องและรุกล้ำความเป็นส่วนตัว การคุกคามอันแสนซ่อนเร้นนี้สร้างความหวาดผวาจนเธอแทบไม่อาจรับมือไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาไร้เสียงแบกหัวใจของผม
8.1
หยินเหลียงเช็งต้องทำเด็กหลอดแก้วเป็นครั้งที่สาม ซึ่งนำเธอไปสู่ช่วงเวลาอันทุกข์ทรมาน เธอต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเห็นใจ ท่าทีเย็นชาจากแพทย์บีบบังคับให้ต้องกล้ำกลืนความอับอายทางสรีระ สิ่งที่สร้างความปวดร้าวที่สุดไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นขั้นตอนเตรียมตัวที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาอันแสนทารุณ ซึ่งกลายเป็นบททดสอบที่กัดกินจิตใจอย่างรุนแรง เรื่องราวนี้ถ่ายทอดบาดแผลและความพยายามของหญิงสาวที่จำต้องแบกรับความเจ็บปวดทางกายและอารมณ์ไว้เพียงลำพัง ขณะที่กาลเวลายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไร้สุ้มเสียง
ภาพปกนิยายเรื่อง อยากแก่พร้อมเธออย่างจริงจัง
9.4
บาดแผลที่คมสันต์ทิ้งไว้ในใจของเปลียว เปรียบดั่งหนามพิษที่ทิ่มแทงและสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความร้าวรานจากอดีตทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความบอบช้ำที่ยากจะเยียวยา ส่งผลให้เธอสูญเสียความกล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครอีก ทว่าหากโชคชะตากำหนดให้เวลาหมุนย้อนกลับ และบังคับให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง หญิงสาวก็ยังคงเด็ดเดี่ยวที่จะเลือกเส้นทางเดิมอย่างแน่วแน่ แม้จะรู้ดีว่าปลายทางคือความรวดร้าวและการแตกสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม