APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อรุณรักษ์

อรุณรักษ์

กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ วิญญาณเจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดเธอไปทุกหนทุกแห่ง แม้จะหวาดกลัวเรื่องลี้ลับจับใจ แต่ภาระหนี้สินก้อนโตก็บีบคั้นให้เธอต้องสู้และยอมอาศัยร่วมชายคาเดียวกับผีเจ้าของบ้านเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเวลาผันผ่าน ความลับเกี่ยวกับพันธะรักในอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็ค่อยๆ เผยตัวตนเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ นำพาความผูกพันที่เคยพลัดพรากจากกันไปให้หวนคืนกลับมาทวงถามสัญญาใจอีกครั้งในยุคปัจจุบัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ไหว้เจ้าที่ไปครั้งหนึ่งก็สบายใจขึ้นเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน แต่ด้วยความเป็นนักโซเชียลตัวยง กลิ่นหอมก็อดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องนี้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่เธอใช้ประจำ

‘ขอเล่าเรื่องเจ้าที่ที่บ้านหน่อย วันแรกที่มานอนเอาฤกษ์เอาชัย นังมนตี้บอกว่าถูกผีอำเพราะไม่มีใครไหว้เจ้าที่กันเลย ตอนแรกก็ไม่เชื่อ แต่พอหลังจากนั้นเจอกับตัวเอง เอาวะ เชื่อก็ได้จ้า ติดแฮชแท็กเจ้าที่อปป้าด้วย เพราะหล่อจริงๆ’

…หล่อจริงๆ แม้ว่าจะเป็นการคิดไปเองเพื่อปลอบใจตัวเองไม่ให้กลัวก็เถอะ

กลิ่นหอมเป็นนักเขียน จะเขียนอะไรก็ต้องให้เว่อร์วังเกินกว่าความเป็นจริงสักสองสามเท่า เรื่องนี้มีแค่มนตรีเท่านั้นที่รู้ แล้วก็ค่อนข้างจะชินแล้วเสียด้วยที่เพื่อนสาวชอบอัปเดตอะไรในโซเชียลอย่างนี้ และแน่นอนว่ากลิ่นหอมพอใจมากๆ ที่สิ่งที่เธอเขียนเล่าตามปกติเป็นที่สนใจ

นักโซเชียลตัวยงก็กินไลก์เป็นอาหารแบบนี้แหละ!

ยิ่งมีคนสนใจ เรื่องที่เล่าเกี่ยวกับ #เจ้าที่อปป้า ก็เริ่มมากขึ้นตามลำดับ โม้บ้าง จริงบ้าง ส่วนใหญ่คิดไปเองบ้าง กระทั่งดนัย แฟนหนุ่มของมนตรีซึ่งเป็นเพื่อนกันมาเห็นเข้าจึงอดไม่ได้ที่จะคอมเมนต์

กลิ่นหอมเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยขณะที่มือกำลังเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์ ประหลาดใจที่วันนี้จู่ๆ ดนัยก็มาคอมเมนต์เธอ เพราะโดยปกติแล้ว ดนัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนของแฟนสักเท่าไร เป็นเพื่อนในเครือข่าวโซเชียลเดียวกันก็แค่นั้น ไม่เคยคุยกันสักครั้งถ้าไม่ได้เจอกันต่อหน้า

ปลายนิ้วเรียวกดเข้าไปดูแจ้งเตือนคอมเมนต์ จากที่ประหลาดใจอยู่แล้วก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

‘น้ำใบเตย’

คอมเมนต์สั้นๆ แหวกทุกคอมเมนต์ที่อยากจะอ่านเรื่องเจ้าที่อปป้าอย่างสิ้นเชิง คราวแรกกลิ่นหอมก็ไม่สนใจหรอก จนดนัยมาคอมเมนต์อีกว่า...

‘อย่าลืมน้ำใบเตย’

ความฉงนบังเกิดขึ้นในใจของหญิงสาวทันควัน

ทำไมจะต้องเป็นน้ำใบเตย?

กลิ่นหอมอดรนทนไม่ไหว ด้วยความเป็นคนขี้สงสัยมากเป็นทุนเดิม เธอจึงรวบรวมความกล้าส่งข้อความส่วนตัวไปหาดนัย ทั้งๆ ที่รู้ว่าดนัยไม่ค่อยชอบคุยอะไรทางช่องทางนี้ แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะพิมพ์ลงไป

‘พี่ดนัย ถามหน่อยสิคะ’

‘ครับ?’

อีกฝ่ายตอบกลับมาเร็วเกินคาด หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอด พิมพ์กลับไปอีก

‘ทำไมต้องเป็นน้ำใบเตยเหรอคะ’

กับมนตรีจะคุยเล่นจิกหัวกันแค่ไหนก็ได้ แต่กับดนัยที่อายุมากกว่า และยังสุขุม วางตัวเป็นรุ่นพี่ที่ดี กลิ่นหอมก็ไม่กล้าจะไปคุยเล่นหัวด้วยสักเท่าไร หากทว่าพอถามไปแล้ว คำตอบที่ได้กลับเป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดินเสียอย่างนั้น

‘ง่ายๆ เลยนะ’

‘คะ?’

‘เขาอยาก’

บอกแค่นั้นแล้วก็ไม่อธิบายอะไรต่อ เป็นอย่างนี้แล้วจะให้กลิ่นหอมถามต่อได้อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าที่ที่บ้านอยากดื่มน้ำใบเตย มิหนำซ้ำยังหล่อสุดลิ่มทิ่มประตูตามการมโน กลิ่นหอมก็พร้อมจะเป็นสายเปย์อยู่แล้ว เผื่อวันดีคืนดี ท่านเจ้าที่จะเมตตาให้หวยเลขที่บ้าน จะได้ถูกกับเขาบ้าง

ปากก็บอกว่าไม่เชื่อเรื่องผีสาง เป็นคนไม่มีศาสนา ทว่าเอาเข้าจริงก็กลับบอกให้มนตรีที่จะมานอนเป็นเพื่อนในคืนนี้วิ่งแจ้นไปซื้อน้ำใบเตยจากร้านสะดวกซื้อมาถวายเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าเรื่องน้ำใบเตยอะไรนั่น มนตรีรู้อย่างละเอียดแล้วจากการบอกเล่าของแฟนหนุ่มตัวเอง และที่มนตรีไม่ได้สงสัยที่จะถามอะไร เป็นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าดนัยเชื่อเรื่องผีสางนางไม้ อีกทั้งที่บ้านยังเป็นตำหนักทรง จึงไม่แปลกที่ดนัยจะคิดว่าตัวเองมีสัมผัสพิเศษอะไรเทือกนั้นด้วย

ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร นอกจากการเตรียมตัวไปเพ่นกบาลเพื่อนสาวที่ทำให้เขาต้องลำบากอย่างนี้ ขณะที่กลิ่นหอมได้น้ำใบเตยมา เธอก็รีบเปิดฝา จุดธูปสามดอก ตรงดิ่งไปที่หน้าบ้าน สองมือก็ยกขึ้นพนม อธิษฐานอัญเชิญเจ้าที่มารับเครื่องกราบไหว้บูชา พร้อมเอ่ยปาก

“ลูกถวายน้ำใบเตยแล้ว มีวุ้นมะพร้าวด้วย ขอบ้านเลขที่ถูกตรงๆ สักงวดเถ๊อะ”

เสียงนั้นเข้าหูมนตรีที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในสวนเข้าอย่างจัง ทำเอาชายหนุ่มต้องตวัดสายตามองแข็งๆ

“นี่หล่อน ถ้าจะทำดีแล้วหวังผลอย่างนี้ ทีหลังก็ไม่ต้องถวายหรอกย่ะ”

“เอ้า คนเราก็ต้องอยู่อย่างมีความหวังหรือเปล่าวะ”

กลิ่นหอมหันมาเถียงหลังจากวางน้ำใบเตยลงบนเสาประตูรั้วหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย พอเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ก็ถูกมนตรีดุไปอีก

“ไอ้หอม แกฟังเอาไว้เลยนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเอาไว้ให้เคารพบูชา ไม่ได้มีเอาไว้ให้ท้าทาย”

มนตรีว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ก่อนเขาก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้หรอก ทว่าตั้งแต่คบหากับดนัยก็พลันเชื่อเรื่องราวเหล่านี้ไปโดยปริยาย ต่อให้พิสูจน์ไม่ได้ กระนั้นเชื่อไว้ก็ไม่ได้เสียหาย

หากแต่คำพูดนั้นทำให้กลิ่นหอมมุ่ยหน้า ก่อนถามกลับ

“แล้วฉันท้าทายตรงไหน”

“ก็ตรงนี้เมื่อกี้นี้นี่แหละ มีอย่างที่ไหน ไปขอหวยแบบนั้น”

กลิ่นหอมยู่คิ้ว เธอไม่เข้าใจหรอกว่าการขอหวยแบบนั้นเป็นการท้าทายตรงไหน และก็ไม่ใส่ใจเสียด้วย ทรุดตัวลงนั่ง คว้าน้ำอัดลมขึ้นมาดื่มพร้อมกับเตรียมตัวจะเขียนอัปเดตชีวิตอะไรลงในโซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างเคย

“นี่แกจะฟังฉันก่อนไม่ได้เลยหรือไง”

ท่าทางเมินเฉยอย่างนั้นทำให้มนตรีหงุดหงิดน้อยๆ กลิ่นหอมเหยียดหลังตรง หันมามองเพื่อนสาวด้วยท่าทางหยอกล้อ

“ฟังก็ได้ค่ะคุณมนตรี ไหนจะพูดอะไร บอกมาค่ะ”

“ถ้าฉันไม่เห็นว่าแกเป็นเพื่อน ฉันถีบแกตกโซฟาไปแล้วนะจะบอกให้ กระแดะจริง”

เป็นคำพูดที่ไม่จริงจังนัก กลิ่นหอมกลั้วหัวเราะ เธอกับมนตรีก็เป็นอย่างนี้แหละ ชอบจิกกัดกัน บางครั้งก็รุนแรง ราวกับว่าเกลียดกันมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น

“อะ ฉันฟังแล้วก็พูดมาสิว่ามีอะไร”

มนตรีสูดหายใจเต็มปอดเพื่อระงับความหงุดหงิดเล็กๆ กับท่าทางขี้เล่นตลอดเวลาของเพื่อนคนนี้ ก่อนจะอ้าปากพูด “เบบี๋ของฉันให้มาถามว่าแกจะตั้งศาลพระภูมิไหม”

กลิ่นหอมได้ยินก็ขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะคำว่าเบบี๋ เพราะเธอรู้ดีว่าคำนี้เป็นคำเรียกแทนตัวดนัยสำหรับมนตรีอยู่แล้ว แต่ที่ชวนให้ขมวดคิ้วก็คือเรื่องตั้งศาลพระภูมินี่แหละ

“พี่ดนัยให้มาถามเหรอ”

“เออ พี่เขาบอกว่ามีคนฝากถามมาอีกที”

“ใครอะ”

“ใครฉันก็ไม่รู้ ตอบมาเถอะว่าจะตั้งศาลไหม”

“ไม่” กลิ่นหอมตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “พื้นที่ในสวนก็มีแค่เท่าแมวดิ้นตาย จะเอาศาลพระภูมิมาตั้งตรงไหน อีกอย่างนะ ถ้าตั้งศาลแล้วก็ต้องมีหุ่นชุดไทยตัวเล็กๆ ด้วยใช่ไหมล่ะ ไม่เอาอะ ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้น”

เรื่องนี้ทำไมมนตรีจะไม่รู้ กลิ่นหอมไม่เชื่อเรื่องผีสาง และก็ไม่ชอบอะไรแนวนี้พอกับความไม่เชื่อ แต่เขาถูกกำชับให้มาถาม อย่างไรก็ต้องถามแหละนะ

“แล้วถ้าเป็นหิ้งล่ะ เหมือนหิ้งพระ หิ้งนางกวักในร้านอาหารตามสั่ง หรือเป็นศาลแบบตี่จู่เอี๊ยะ1ล่ะ”

“ไม่เอาอะ รกบ้าน มันไม่โมเดิร์น”

ยืนกรานเสียงแข็งอย่างนี้ แล้วมนตรีจะทำอะไรได้ เขารู้นิสัยของกลิ่นหอมดีว่าเป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ มีความเป็นเฟมินิสต์ขั้นสูง มิหนำซ้ำยังจะเป็นพวกหัวเสรีอีก เรื่องอะไรที่คร่ำครึงมงาย เธอไม่เคยจะเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยสักครั้ง จะมีก็ครั้งนี้นี่แหละที่เธอยอมไหว้ ยอมทำตามที่มนตรีว่า เหตุผลน่ะหรือ?

ก็เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังแรกในชีวิตของเธอ อะไรที่ทำแล้วดี เธอก็ยอมทำทั้งนั้น

“ก็แล้วแต่แกละกัน เรื่องของแก บ้านของแก ฉันแค่มาบอกแทนเบบี๋เฉยๆ”

กลิ่นหอมพยักหน้า คิดว่าจะไม่คุยเรื่องนี้แล้ว หากแต่ก็ฉุกใจขึ้นมา

“จะว่าไป ใครเป็นคนฝากพี่ดนัยมาบอกวะ”

มนตรียักไหล่ไม่ยี่หระ “ไม่รู้ เบบี๋ไม่ได้บอก ถามก็ไม่บอก ฉันจะไปถามใครได้ล่ะ”

“นี่ไง ฉันก็เลยอยากรู้”

“อยากรู้เรื่องอะไรยะ”

“อยากรู้ว่าใครมาบอกเบบี๋ของแกน่ะสิ ถามอยู่นั่น”

มนตรีเบะปากเล็กน้อย ก่อนที่หญิงสาวจะว่าทีเล่นทีจริง

“หรือว่า...เจ้าที่บ้านฉันจะเป็นคนไปบอกเบบี๋ของแกฮะ?”

“พูดบ้าอะไรของแกเนี่ย”

“เอ้า เผื่อจะใช่”

“นี่แก ถึงเบบี๋ของฉันจะโตขึ้นในตำหนักทรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสื่อสารกับเจ้าที่บ้านแกได้นะยะ”

“แล้วถ้าสื่อสารไม่ได้ ทำไมถึงมาบอกให้ฉันทำนั่นทำนี่ล่ะ”

“อย่าบอกนะว่าตอนนี้แกคิดว่าคนที่ฝากพี่ดนัยมาบอกจะเป็นเจ้าที่บ้านแก”

กลิ่นหอมแกล้งพยักหน้าให้ “ถ้าไม่ใช่เจ้าที่บ้านฉัน แล้วจะเป็นใครที่ไปบอกพี่ดนัยล่ะยะ”

เท่านั้นมนตรีก็ทำหน้าเหนื่อยหน่าย

“แกนี่น้า เออๆ เจ้าที่ก็เจ้าที่ พอใจหรือยัง”

มนตรีทำหน้าทำตาเหนื่อยหน่าย แต่ก็เออออไปตามเพื่อน การพูดคุยเรื่องเจ้าที่เกือบจะจบลงแค่นั้น ถ้าหากว่าจู่ๆ กลิ่นหอมไม่พูดเล่นขึ้นมา

“เออ แล้วก็ฝากถามพี่ดนัยหน่อยสิ”

“ถามว่า?”

“เจ้าที่ที่บ้านฉันเนี่ย ดวงสมพงษ์กับฉันหรือเปล่า”

“หมายถึง?”

“แบบว่าชาติก่อนเคยเป็นอะไรกันอะไรแบบนี้”

“อะไรแบบนี้หมายความว่าอะไรยะ”

“ผัว”

เท่านั้นแขนขาวผ่องก็ถูกมนตรีฟาดลงมาไม่แรงนัก

“นี่ ไอ้หอม เดี๋ยวก็โดนผีเจ้าที่ตามรังควานหรอก พูดจาลบหลู่แบบนี้เนี่ย”

มนตรีว่าเสียงจริงจังเชียว หากแต่คนลบหลู่อย่างกลิ่นหอมกลับหัวเราะร่วน

“ฉันก็แค่ล้อเล่น แกจะจริงจังทำไม”

“ไม่ให้จริงจังได้ไง ผู้ชายบนโลกมีตั้งเยอะแยะ แกจะไปอยากได้เจ้าที่เป็นผัวทำไมล่ะยะ”

“ไม่ได้อยากได้เจ้าที่เป็นผัว แค่บอกว่าชาติก่อนเจ้าที่เป็นผัวฉันหรือเปล่า ถึงได้มาเป็นเจ้าที่ที่บ้านหลังนี้”

“อะไรดลใจให้แกคิดแบบนี้เนี่ย”

“เอ้า ก็เห็นเขาเชื่อกันว่าทุกการพบเจอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ทำให้มาเจอกัน”

เรื่องความเชื่อของศาสนาพุทธในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนี้ มนตรีก็รู้ดี แต่ว่า...

“แต่แกจะให้เจ้าที่เคยเป็นผัวแกไม่ได้เว้ย ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ เดี๋ยวได้จับไข้หัวโกร๋นหรอก”

“ไม่ได้ลบหลู่ แค่สันนิษฐาน” กลิ่นหอมเถียง

“ถ้าแค่สันนิษฐาน เอาแค่เคยเป็นญาติพี่น้องกันก็พอย่ะ”

กลิ่นหอมหัวเราะร่วนทันควัน “จ้า ญาติพี่น้องก็ญาติพี่น้อง อะ ฉันไม่คุยเรื่องนี้กับแกละ เลิกขมวดคิ้วได้แล้ว”

จากนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร กดโทรศัพท์มือถือในมือ เขียนเล่าเรื่องที่คุยกับเพื่อนชายเมื่อครู่นี้ลงในโซเชียลให้กลายเป็นเรื่องตลกไปแทน ขณะที่มนตรีบ่นพึมพำไม่หยุดกับเรื่องการเล่นไม่รู้เรื่องของกลิ่นหอม โดยไม่มีใครรู้เลยว่าไม่ไกลจากตรงนั้น มีสายตาของใครบางคนจ้องมองมานิ่งๆ

ญาติพี่น้องอย่างนั้นหรือ...

ไม่...ไม่ใช่...

เป็นมากกว่านั้น...

แม่ซ่อนกลิ่น...

หลังจากวันนั้น มนตรีก็เริ่มติดงานและมานอนเป็นเพื่อนไม่ได้อีกเช่นเคย กลิ่นหอมเห็นว่าไม่มีอะไรน่ากังวลแล้วก็เลยปล่อยให้เพื่อนได้จัดการธุระของตัวเองโดยที่ตนไม่ไปรบกวนอีก ส่วนเรื่องน้ำใบเตยนั้น ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุผลอะไร หญิงสาวถึงได้เอาไปไหว้ถวายที่เสาประตูรั้วหน้าบ้านทุกวัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ความเชื่อมั่นที่ธิชามีต่อคุณชายธาวินแห่งตระกูลธนาภูวนัตถ์ต้องจบลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี ชายผู้เคยปกป้องเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นคนโหดร้ายที่กักขังและมองเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า ชีวิตของหญิงสาวจมดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมน ทว่าโชคชะตาก็นำพาบุรุษลึกลับเข้ามาประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขาหยิบยื่นความหวังเพื่อฉุดรั้งเธอจากขุมนรก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความรักนั้นคือคมหนามที่พร้อมจะทิ่มแทง การรับความช่วยเหลือจากเขาอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ศึกรักแสงสว่าง
9.5
จุดเริ่มต้นจากความเมตตาที่หนิงซีมีต่อเด็กชายแปลกหน้า พลิกผันชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อสิ่งตอบแทนคือความรักจากคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียว หลังแต่งงานเขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างท่วมท้นจนลูกชายตัวน้อยแทบกลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ว่าใครจะคัดค้านเขาก็ไม่เคยใส่ใจและยังคงตามใจภรรยาขั้นสุดยอด แม้เธอต้องการจะยึดครองหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็ยินดีประเคนให้โดยไม่เสียดาย ท่ามกลางความวุ่นวายใดๆ ที่ถาโถมเข้ามา หนิงซียังคงเป็นจุดศูนย์กลางและเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาเสมอ เพราะความสุขของเธอคือทุกสิ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ผมมีพี่สาวเจ็ดคน
8.2
เนี่ยเฟิงผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งสำนักมังกรในนามเทพราชามังกร มีชีวิตที่ผูกพันกับพี่สาวบุญธรรมทั้งเจ็ดผู้ประสบความสำเร็จระดับแนวหน้า พวกเธอคือชิวมู่เฉิงผู้บริหารโรงแรมระดับโลก หยูจิงหงเทพีแห่งสงคราม หลินซูอินครูสาว หมิงอี๋หานแพทย์หญิง โจวลี่ซือแอร์โฮสเตส เย่หรูเสว่ตำรวจฝีมือฉกาจ และคังเมิ่งดาวเด่นออนไลน์ เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าหญิงสาวผู้เพียบพร้อม เรื่องราวความผูกพันและชีวิตอันเต็มไปด้วยสีสันของครอบครัวที่ไม่เหมือนใครจึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งเกลียดยิ่งรัก...ขันทีของฉัน
7.7
ภายใต้วังหลวงที่รัดกุมด้วยระเบียบ ความรู้สึกต้องห้ามได้กำเนิดขึ้น สตรีผู้หนึ่งไม่อาจห้ามใจไม่ให้หลงใหลในบุรุษซึ่งเบื้องหน้าเป็นเพียงขันทีไร้เกียรติ แม้เริ่มต้นด้วยความชิงชัง ทว่าความผูกพันกลับหยั่งรากลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น นางรู้ดีว่ารักครั้งนี้คือการฝ่าฝืนจารีตอย่างร้ายแรงและไม่มีวันเป็นจริง แต่โชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเบื้องหลังฐานะนั้นมีความลับซุกซ่อนอยู่ ปริศนาที่ถูกปกปิดอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนชีวิต และเปลี่ยนบทสรุปของรักนี้ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือพวกกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ทั้งสามรีบพาชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาอพยพหนีไฟสงคราม บนเส้นทางสุดแสนลำบาก พวกเธอได้พบกับบิดาที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้ง ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้กลับมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและเด็ดขาดอย่างคาดไม่ถึง เมื่อถึงเมืองหลวงยังได้พบกับน้องชายฝาแฝดที่ภายนอกดูใสซื่อ ทว่าคนหนึ่งกลับซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอีกคนมีจิตใจเย็นชาไร้ความรู้สึก ท่ามกลางไฟสงครามและภยันตรายรอบด้าน ครอบครัวที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันต้องหันมาจับมือและผสานพลังอย่างแนบแน่น เพื่อฟันฝ่าวิกฤตและนำพาทุกคนให้รอดพ้นจากยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้ไปได้