APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต

เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต

8.2 / 10.0
จากหนุ่มออฟฟิศธรรมดาในกรุงเทพฯ ที่ไร้ลมหายใจ วันนี้เขาได้เดินทางกลับมายังเมืองหลวงอีกครั้งในบทบาทใหม่เป็นยมทูตฝึกหัด ทว่าการเริ่มงานวันแรกของดาวเหนือกลับเต็มไปด้วยความโกลาหล เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สร้างความตื่นตระหนกจนทำให้เขาเผลอวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตนี้ รุ่นพี่ร่วมอาชีพต้องตะโกนเตือนสติให้เขาจำหน้าที่ของตนเอง และเร่งนำพาดวงวิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายไปส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่สูทแดง นี่คือจุดเริ่มต้นของภารกิจสุดระทึกในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตราย

เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต ตอนที่ 1

บทนำ

เอี๊ยดดดดด... ด!!

โครมมมมม!!

ภาพทุกอย่างตรงหน้าหนุ่มน้อยวัยเฉียดๆ 20 ดับวูบลง โดยที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า นั่นจะเป็นการมีชีวิตครั้งสุดท้ายในฐานะมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงจานละ 60 บาท ในกทม.

"โทษที่เจ้าได้รับ รวมทั้งสิ้น..."

หลังจากนั้น เขาก็ถูกยมทูตสูทดำพาตัวลงมาพิจารณาโทษในนรก ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่ายมทูตสมัยนี้จะเลิกสวมโจงกระเบนแดงกันแล้ว เขาล่ะอยากให้ไอ้ตู่กับไอ้วิตร เพื่อนสนิทของเขาลงมาเห็นจริงๆ ให้ตายเถอะ!

ชีวิตในนรกของเขา วนเวียนอยู่กับการใช้กรรม ผ่านวันเดือนปี ปีหนึ่งผ่านไป ปีสอง ปีสามค่อยๆ ผ่านไป และในที่สุด... วันแห่งอิสรภาพก็มาถึง

"ข้ามีเส้นทางให้เจ้าเลือกสองทาง นั่นคือการขึ้นไปเสวยสุขบนสวรรค์ 1 วัน กับการกลับไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์อีกครั้ง ในฐานะประชาชนคนไทย"

สิ่งที่ได้ยินทำเอาหนุ่มน้อยถึงกับนิ่วหน้า นี่มันใช่วันแห่งอิสรภาพแน่หรือ!?

"เอ่อ... ผมขอไปเกิดที่เมกา ญี่ปุ่น อังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย หรือไม่ก็... ภูฏานไม่ได้เหรอครับ?" เขาเอ่ยถามเสียงเบาเหมือนกลัวอีกฝ่ายได้ยิน แต่ถ้าฝ่ายนั้นดันหูดีได้ยิน เขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

"ไม่ได้... เจ้ามีกรรมที่ยังต้องชดใช้ในประเทศนี้"

คำตอบนั้นทำเอาเขาย่นหน้า

"ที่ผ่านมาตูยังชดใช้กรรมไม่พออีกเหรอฟะ" เขาพึมพำ แต่อีกฝ่ายก็ดันหูดีครึ่งๆ กลางๆ ขึ้นมาอีก

"เจ้าว่าอะไรนะ?"

"เอ่อ... เปล่าครับ คือ... จะให้ไปเกิดก็ยังไม่อยาก แต่จะให้ไปเสวยสุขบนสวรรค์ตั้งวันนึง มันก็ดูน่าสมเพชไปอ่าครับ" หนุ่มน้อยหน้ามนตอบสิ่งที่อยู่ในใจ พร้อมกับถอนหายใจยาวๆ คล้ายหนักใจที่จะต้องเลือก

"ถ้าอย่างนั้น... ข้ามีทางที่สามจะให้เจ้าเลือกเดิน"

คำตอบนั้นทำเอาเขาชะงักไป

ตอนที่ 1

ปี 2565 ณ ดินแดนที่ถูกเรียกขานว่า... ประเทศไทย

โอ้เมื่อมีไฟ ไฟ ไฟ ลุกขึ้นแจ่มจ้ารอบตัวตลอดเวลา 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเจ้าอาจกำลังย่างกรายเข้ามาในเขต... ยมโลก

"อีก 1 เดือนข้างหน้า ชายผู้นี้จะถึงฆาต ยมทูตดาวเหนือ... เจ้าจงไปนำดวงวิญญาณของเขามารับโทษทัณฑ์ นี่คืองานแรกของเจ้า"

เสียงของท่านยมบาล ผู้อยู่ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำซึ่งไม่ได้รูปซิป เผยให้เห็นกล้ามอกเป็นมัดๆ ดังกังวานอยู่เบื้องหน้ายมทูตฝึกหัดนาม 'ดาวเหนือ' หนุ่มน้อยร่างเล็กในชุดเชิ้ตดำ สูทดำปานนักธุรกิจ อายุอานามสักยี่สิบ เจ้าของดวงตาเรียวยาวภายใต้แว่นดำ และคิ้วหนาปานกลาง ที่ดูจะไม่เข้ากับปากนิดจมูกหน่อยสักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำผิวของเขายังขาวซีดราวกับมีชีวิตอยู่แถบขั้วโลกเหนือ ไม่ใช่ยมโลกอันร้อนระอุแห่งนี้

"ขอรับ... ท่านยม" ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือรับคำหนักแน่น ถึงอย่างนั้นดวงหน้าของเขาก็ยังดูอ่อนโยน นี่ถ้าไม่บอกว่าเขาเป็นยมทูตล่ะก็ เหล่าผู้รับโทษทัณฑ์ในนรกคงพากันเข้าใจว่า เขาเป็นไอดอลเกาหลีที่ถูกพาตัวมาตัดสินโทษ ข้อหาทำให้สาวๆ อกหักแหงๆ

"นับเงิน... เจ้าจงพาดาวเหนือไปฝึกงานกับเจ้า จงสอนทุกสิ่งที่รู้ และจงเรียนรู้แม้ในสิ่งที่ไม่อาจสอน ถึงจะเป็นการทำหน้าที่ยมทูตครั้งแรก ก็อย่าให้มีความผิดพลาดเด็ดขาด"

นั่นคือคำสั่งสุดท้ายของท่านยม ก่อนที่หัวหน้ายมทูตสาวสุดอึ๋มในชุดเชิ้ตดำสูทดำรัดรูปจะพายมทูตหนุ่มร่างเล็กออกมาจากหน้าบัลลังก์พิพากษา

"ได้ยินแล้วใช่มะดาวเหนือ เราต้องไปโลกมนุษย์กับพี่ แล้วก็อย่าดื้ออย่าซนล่ะ" นับเงินพูดพลางเชิดอกตู้มๆ เด้งๆ ใส่ยมทูตรุ่นน้อง แล้วดึงมือเขาให้เดินตามเธอมา หญิงสาวรับหน้าที่ยมทูตมานานเกือบพันปี จนได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ายมทูต ซึ่งต้องคอยฝึกฝนและดูแลเหล่ายมทูตฝึกหัดรุ่นใหม่อย่างดาวเหนือ ให้สามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้แบบมืออาชีพ ไม่นำส่งดวงวิญญาณผิดฝาผิดตัว

"รุ่นพี่อย่าทำแบบนี้เลยครับ ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง" ดาวเหนือเอี้ยวตัวหนียอดอกที่พุ่งเข้ามาชี้อยู่ตรงหน้าเขา พลางปั้นหน้านิ่งเก็บความเซ็งเอาไว้ในใจ

"ย่ะๆ พ่อคนยึดมั่นในอุดมการณ์ เสียของหมด!" นับเงินสะบัดหน้าพรืดไปทางอื่น จนเส้นผมสลวยสวยเก๋ความยาวถึงก้นของเธอ ฟาดเข้าที่ใบหน้าของดาวเหนือ แม้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หนุ่มน้อยก็อดสงสัยไม่ได้ว่า รุ่นพี่สาวเลี้ยงผมยาวๆ ไว้ใช้ลากคอดวงวิญญาณมนุษย์มายังยมโลกแห่งนี้รึเปล่า

...แต่อีกไม่นานเขาก็คงได้รู้ความจริงแล้วล่ะ!

"เรากำลังจะไปโลกมนุษย์กันแล้ว จับแขนพี่ไว้ ถ้าคลาดกันล่ะก็งานเข้าแน่" นับเงินบอกดาวเหนือ และไม่รอช้าที่จะเป็นฝ่ายควงแขนเขา ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อมมือมาสัมผัสโดนแขนเสื้อของเธอเสียอีก

"กระฉับกระเฉงหน่อยยมทูตฝึกหัดดาวเหนือ ถ้าเวลาส่งดวงวิญญาณคลาดเคลื่อน ความผิดพลาดแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ อาจจะกลายเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ จำไว้ให้ดีๆ" นับเงินอบรมยมทูตรุ่นน้องมือใหม่

"ครับ..." ดาวเหนือรับคำสั้นๆ แม้จะอยากอธิบายว่า ความเฉื่อยของเขาเกิดจากการต้องแตะตัวผู้หญิง ไม่ได้เกิดจากการหน่ายหน้าที่ แต่ดูเหมือนเงียบไว้จะดีกว่า

"แล้วก็... วันนี้พี่มีงานส่งดวงวิญญาณทั้งหมด 25 เคส ตามให้ทันล่ะ" นับเงินยิ้มหวานให้ดาวเหนือ ทว่านัยน์ตาเป็นประกายราวกับเริงร่าที่จะได้ล่า 'เหยื่อ' ทั้ง 25 คนที่กำลังจะหมดอายุขัยลงในวันนี้

"ครับ..." ดาวเหนือรับคำ ระหว่างที่วาร์ปจากยมโลกขึ้นมายังโลกมนุษย์ไปพร้อมๆ กับนับเงิน แน่นอนว่าตราบใดที่เธอยังควงแขนเขาเหนียวแน่นซะยิ่งกว่าติดกาวที่ผลิตจากปลิงขนาดนี้ ก็ไม่มีทางหรอกที่เขาจะตามเธอไม่ทัน

สองยมทูตปรากฏตัวอีกครั้งบนฟุตบาทพังๆ สภาพต่ำกว่ามาตรฐานในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านที่เดินผ่านไปมา ไม่มีใครสนใจใคร ยกเว้นขอทานไร้ขาเสื้อผ้าสีซีดและขาดวิ่นริมฟุตบาท ที่เบนสายตาซึ่งสอดส่ายมองหาผู้มีจิตเมตตา มาหยุดอยู่ที่สองหนุ่มสาวยมทูตในชุดสูทดำ

"ทำบุญทำทานกับคนพิการ ได้บุญเยอะนะครับ... คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย" ชายไร้ขาวัย 40 ปี พูดกับทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เขามองเห็นเราด้วยเหรอครับรุ่นพี่" ดาวเหนือกระซิบถามนับเงิน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำชำเลืองมองชายพิการคนนั้นด้วยความเห็นใจ

"เขาคือเหยื่อของวันนี้..."

คำตอบของหัวหน้ายมทูตสาวทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงัก แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับอาการชะงักในความเฉยเมยและเย็นชาของเธอ

"จะเกิดอะไรกั...บ..." ดาวเหนือตั้งท่าจะถามต่อไปอีก ถ้านับเงินไม่ใช้ยื่นนิ้วชี้ของเธอมาแตะริมฝีปากของเขาเสียก่อน

"อย่าพึ่งกวน พี่กำลังใช้สมาธิ" เธอยิ้มหวานปิดท้าย แล้วเบนสายตากลับไปยังถนนเบื้องหน้า ที่ซึ่งรถยนต์มากมายกำลังคืบคลานเรียงรายต่อแถวกันข้ามผ่านสี่แยกไฟแดง 3 นาที ไฟเขียว 3 วิ ขณะที่ดาวเหนือรีบเช็ดริมฝีปาก ตรงที่นิ้วชี้เรียวยาวสัมผัสเมื่อครู่ ราวกับว่าการกระทำนั้นจะทำให้เขา... ผื่นขึ้น

วาบ!

รถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาเทียบข้างฟุตบาท เป็นเวลาเดียวกับที่แสงเล็กๆ สะท้อนเปลวแดดส่องประกายชั่ววินาทีหนึ่งจากหน้าต่างบานหนึ่งของตึกร้างใกล้ๆ แม้เหล่ามนุษย์ที่ต่างกำลังดำเนินชีวิตประจำวันของตนจะไม่ทันสังเกตเห็น แต่มันไม่อาจเล็ดรอดสายตาของสองยมทูตไปได้

"มาแล้วสินะ... เหยื่อของฉัน" นับเงินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาที่เคยส่องประกายแวววาว เวลานี้สุกสกาวยิ่งกว่าหลอดไฟแอลอีดียี่ห้อไหนๆ ทันทีที่เธอเห็นชายผิวขาวร่างท้วม หน้าเหลี่ยม ตาหยี จมูกชมพู่ กับหูแหลมรีคล้ายค้างคาว ในชุดสูทลงจากรถหรู ท่ามกลางบอดี้การ์ดสูทดำที่เตรียมตั้งขบวนรายล้อมรักษาความปลอดภัย ทว่า...

ปัง!

กระสุนลูกเล็กจากระยะไกลพุ่งเข้าทะลุทะลวงสูทตัวหนาที่เจ้าของร่างท้วมสวมใส่ ก่อนที่เขาคนนั้นจะล้มลง เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาย้อมเชิ้ตขาวภายในสูทดำ

"นายอนุยุทธ เชี่ยวชาญกัญชง ถูกยิงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต... คอนเฟิร์มเคส" นับเงินรายงานกับเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาในมือ ส่วนมืออีกข้างก็ตะปบคอเสื้อสูทของดาวเหนือพาวาร์ปเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ และแม้จะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดก็ตื่นเต้นสุดๆ ที่กำลังจะได้เห็นวิธีการนำส่งดวงวิญญาณลงนรกของหัวหน้าสาว

เธอ... จะใช้ผมยาวๆ รัดคอวิญญาณที่กำลังหลุดออกมาจากร่างนั่น แล้วลากลงไปเข้าเฝ้าท่านยมใช่ไหม!?

"พะ... พะ... พวกเธอเป็นใคร!?" ดวงวิญญาณหน้าตาซีดเซียวอมเขียวของนายอนุยุทธ หันขวับมาหานับเงินและดาวเหนือด้วยอากานตกใจสุดขีด

"นายอนุยุทธ เชี่ยวชาญกัญชง" นับเงินจ้องหน้าเหยื่อของเธอ ทำเอาอีกฝ่ายเลิกลั่ก หันรีหันขวางเรียกหาบอดี้การ์ดเสียงลั่น

"เฮ้ย! พวกแกมัวทำอะไรอยู่ ทำไมปล่อยให้พวกนี้มันมาถึงตัวฉันได้"

เสียงนั้นดังพอจะเรียกคนทั้งถนนให้หันมามอง หากว่านั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงของคนตายล่ะก็นะ

"เสียใจด้วยนะ พวกเขาไม่ได้ยินคุณหรอก เอาล่ะ... ไปกันได้แล้ว ฉันยังต้องขึ้นมารับวิญญาณอื่นอีก" นับเงินเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 3 เล็กน้อย ระหว่างที่เธอดึงแส้สีดำสนิทออกมาจากแขนเสื้อสูท ยิ่งทำให้ดาวเหนือตื่นเต้นสุดๆ เขาเดาว่าเธอคงจะใช้แส้นั่นฟาดนายอนุยุทธให้ยอมศิโรราบตามลงไปในนรกแต่โดยดีแน่ๆ

"บะ... บะ... บ้าน่า!! ฉันยังไม่ตายสักหน่อย ฉันจะตายได้ยังไง โกหก!! เธอโกหกฉั...น..." วิญญาณชายร่างท้วมตั้งท่าจะโวยวาย แต่กลับต้องชะงักไปกับสายตาที่จ้องมองมาของหัวหน้ายมทูตสาว ดวงตาของเธอในเวลานี้ ดูราวกับกำลังจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ หากว่าเขา... ยังไม่ยอมปิดปากกว้างๆ นั่นให้สนิท

"ฉันไม่ได้ว่างหรอกนะ ถ้าไม่อยากตายรอบสองก็หุบปาก แล้วตามฉันมา!" นับเงินตวัดแส้ในมือที่กลับกลายเป็นงูสีดำสนิทตัวเท่าแขน ตรงเข้าพันข้อมือของนายอนุยุทธ ทำเอาอีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

"ฉะ... ฉะ... ช่วยด้วย!! ฉันไม่ไป ฉันยังไม่อยากตาย งูนี่มันจะกัดฉัน เอามันออกไป เอามันออกปายยยย ม่ายยยยย... ฮือออออ!!" ชายร่างท้วมร้องลั่นและร้องไห้ เมื่องูเจ้ากรรมดันแกล้งยื่นหัวของมันเข้ามาใกล้หน้าเหลี่ยมๆ ของเขา มิหนำซ้ำมันยังแลบลิ้นมาแตะจมูกชมพู่ของเขาด้วย

"เจ้านิล! ปิดปากมัน เอาให้สนิท อย่าให้มีเสียงลอดนะ" นับเงินออกคำสั่ง หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เสียงร้องโวยวายเมื่อครู่ก็เงียบลง โดยปราศจากแม้เสียงอู้อี้ของชายผู้ถูกงูยมทูตรัดรอบใบหน้าและลำคอ

"น่าขนลุกชะมัด" ดาวเหนือพึมพำ ทุกอย่างผิดจากที่คาดคิดไปมาก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยากหนีไปจากหน้าที่นี้หรอกนะ แค่นึกสงสัยนิดหน่อยเท่านั้น

"แล้ว... ผมจะจับวิญญาณลงนรกยังไงล่ะครับ ผมไม่ได้มีแส้งูเหมือนหัวหน้าสักหน่อย" เขาถามขึ้น ระหว่างที่ทั้งคู่พาวิญญาณของนายอนุยุทธลงไปพิจารณาโทษในนรก

"ก่อนเริ่มงานวันแรก เธอจะต้องไปสุ่มกาชาปองงูที่แดนอสรพิษ เจ้านั่นจะเป็นคู่หูเธอไปตลอดอายุขัยของการเป็นยมทูต" นับเงินตอบคำถามยิ้มๆ ไม่มีวี่แววอารมณ์เสียๆ ที่ตกค้างจากการรับมือดวงวิญญาณขี้โวยวายให้เห็น

"กาชาปองงู?" ยมทูตดาวเหนือนิ่วหน้าทวนคำ พร้อมกับพยายามนึกภาพตาม ถึงยังไงเขาก็คิดว่ามันคงไม่ใช่ตู้กาชาปองหยอดเหรียญสุ่มงูแน่ๆ

"ฝากด้วยนะ ยังเหลืออีก 24 เคส ดาวเหนือ... ไปกันได้แล้ว!"

เสียงของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด เขาเหลือบมองงูเจ้านิลของรุ่นพี่สาวซึ่งกำลังคลายร่างที่รัดหน้าและคอของนายอนุยุทธออก ก่อนจะเลื้อยกลับเข้าไปในแขนเสื้อสูทของนับเงิน แล้วหนุ่มน้อยก็อดทำท่าขนพองสยองเกล้าไม่ได้

"เดี๋ยวก็ชิน แรกๆ ฉันก็เป็นแบบนายนั่นแหละ" ผู้คุมสูทแดงหน้าหล่อ ผิวเข้มเยี่ยงชายไทยแท้ไร้เลือดผสม ยักคิ้ว ยิ้มมุมปากให้ดาวเหนือ ก่อนจะดึงปากกาด้ามแดงจากกระเป๋าเสื้อ ควงปากกาหนึ่งครั้งให้มันเปลี่ยนเป็นกระบอง ฟาดใส่วิญญาณของนายอนุยุทธที่ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นดินสีดำปนแดงอันร้อนระอุ แล้วลากเหยื่อคนล่าสุดของตัวเองออกไป โดยไม่รอให้ดาวเหนือตอบประโยคบอกเล่านั้น

"เอ้าๆ มัวโอ้เอ้ เดี๋ยวก็ทิ้งไว้นี่หรอก" นับเงินคว้าคอเสื้อดาวเหนือ ทำเอาเขาเซถลา กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งคู่ก็กลับมาปรากฏกายบนโลกมนุษย์แล้ว ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร

"อ้าว... แล้วขอทานคนนั้นล่ะครับ?" ดาวเหนือถามขึ้น ด้วยจดจำได้ว่าคนคนนั้นมองเห็นพวกเขาก็เพราะกำลังจะถึงฆาตในวันนี้

"ยังไม่ถึงคิว" นับเงินตอบสั้นๆ แล้วพาดาวเหนือวาร์ปต่อมายืนตรงรถเข็นขายลูกชิ้นริมฟุตบาทเอียงๆ มีน้ำขัง ทำเอาเขางุนงงหนักขึ้น

"รุ่นพี่หิวเหรอครับ?" ดาวเหนือชำเลืองมองลูกชิ้นปลาในหม้อทอด แต่แล้ว... เพียงเสี้ยววินาที

อ่านต่อ

สารบัญ เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอขัดดอก
9.1
อลินชาต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตชีวิตเมื่อเธอต้องกลายเป็นนางบำเรอขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลล้นมือ ผู้ซึ่งไม่เคยปิดบังความปรารถนาอันร้อนแรงที่มีต่อเธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความกดดันรอบด้านและความต้องการที่คุกรุ่น พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับยิ่งพึงพอใจและเฝ้ารอคอยที่จะได้ครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบในเร็ววัน แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามต่อต้านด้วยความหวาดหวั่นและประหม่าเพียงใด แต่เขากลับยิ่งเดินหน้าหยอกเย้าและรุกรานเข้าสู่หัวใจของเธออย่างย่ามใจ ภายใต้ข้อผูกมัดแห่งพันธสัญญาเสน่หาที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รอรักกลับมา
8.9
ตลอดเวลาสามปีของการแต่งงาน ซูป้านเซี่ยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลมู่หนานจืออย่างดีที่สุด แต่เธอกลับได้รับเพียงความเย็นชาตอบแทน และเมื่อหญิงคนรักเก่าของเขาหวนกลับมา จุดแตกหักก็มาถึงจนเธอเลือกที่จะขอหย่าขาด แม้เขาจะดูถูกว่าไม่นานเธอจะต้องซมซานกลับมาขอร้องเขา แต่ซูป้านเซี่ยกลับก้าวสู่อิสรภาพครั้งใหม่ในบาร์หรูพร้อมเปิดตัวชายคนใหม่เคียงข้างอย่างสง่างาม ปล่อยให้มู่หนานจือที่เคยทะนงตนต้องเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขาทุกอย่าง บัดนี้ไม่มีวันเหลียวหลังกลับมามองเขาอีกแล้ว
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์