APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ตำหนักจันทรา ข้ามเวลารักนิรันดร์

ตำหนักจันทรา ข้ามเวลารักนิรันดร์

เรื่องราวความผูกพันอันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามขอบเขตของเวลาและมิติภพ แม้ว่าร่างกายของคนทั้งสองจะต้องแยกจากกันอยู่คนละห้วงมิติ ทว่าสายใยแห่งรักยังคงสลักแน่นอยู่ในส่วนลึกของหัวใจอย่างไม่มีวันเลือนหาย การเฝ้ารอคอยที่เนิ่นนานดำเนินไปพร้อมกับความหวังอันยิ่งใหญ่ เพียงเพื่อจะได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งและทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในอดีต การได้สบตากันเพียงสักครั้งในชาตินี้ถือเป็นปาฏิหาริย์อันล้ำค่าที่รอคอยมาแสนนาน ณ ตำหนักจันทราอันเป็นสถานที่เก็บรักษาความทรงจำรักนิรันดร์
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เคยรักใครสักคนไหม

ผูกพัน... แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลคนละชาติภพ

หัวใจเฝ้ารอคอยอย่างมีความหวัง...

ว่าสักวันเราสองจะมีโอกาสได้พบกัน

สักเพียงครั้งก็ยังดี

แผ่นดินจีนในสมัยโบราณ

ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อ

ยุคจ้านกว๋อหรือเลียดก๊ก (477 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 222 ปีก่อนคริสต์ศักราช) เป็นยุคสำคัญยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ยุคนี้เป็นยุคที่มีการต่อสู้อย่างดุเดือดและรุนแรงระหว่างแคว้นทั้งเจ็ดในแผ่นดินจีน ถ้าพูดถึงความดุเดือดแล้ว อาจจะเข้มข้นกว่ายุคสามก๊กเสียด้วยซ้ำไป ยุคนี้คือยุคก่อนการรวมแผ่นดินของจิ๋นซีฮ่องเต้ 

ต้นยุคชุนชิวแผ่นดินจีนมีประมาณสองร้อยนครรัฐ แต่สงครามแย่งชิงอำนาจหรือแผ่ขยายอิทธิพลต่างผนวกดินแดนต่างๆ เข้ากับรัฐผู้ชนะจนกระทั่งเหลือเพียงรัฐใหญ่เจ็ดรัฐมหาอำนาจในตอนปลายยุคชุนชิวนักประวัติศาสตร์จีนเรียกว่า เจ็ดมหานครรัฐแห่งยุคจ้านกว๋อ ได้แก่ รัฐฉี รัฐฉู่ รัฐเยียน รัฐฉิน รัฐหาน รัฐเว่ย และรัฐจ้าว ยุคสมัยนี้มีสงครามดุเดือดระหว่างรัฐต่อเนื่อง รัฐฉินกับรัฐฉีได้รับการขนานนามเป็นสองรัฐมหาอำนาจฟากตะวันออกและฟากตะวันตก ซึ่งถือเป็นดุลอำนาจต่อกัน

ยุคนี้สิ้นสุดโดยการขึ้นครองอำนาจของ อิ๋งเจิ้ง แห่งรัฐฉิน หรือที่รู้จักกันในนาม จิ๋นซีฮ่องเต้ (พระเจ้าฉินสื่อหวงตี้) โดยถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีน

ซึ่งเจ็ดแคว้นใหญ่แห่งยุคจ้านกว๋อประกอบไปด้วย

           “รัฐจ้าวหรือแคว้นจ้าว” เป็นรัฐจีนโบราณหนึ่งในเจ็ดรัฐใหญ่แห่งยุครณรัฐ เกิดขึ้นเมื่อรัฐจิ้นแยกออกเป็นสามรัฐ คือ รัฐจ้าว, รัฐหาน, และรัฐเว่ย เมื่อศตวรรษที่ห้าก่อนคริสตกาล จากนั้นรัฐจ้าวปฏิรูปทหารในรัชสมัยพระเจ้าจ้าวอู่หลิง ทำให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ภายหลังพ่ายแพ้ยับเยินให้แก่รัฐฉิน ในยุทธการที่ฉางผิง และถูกผนวกอาณาเขตของรัฐจ้าว ประกอบด้วยดินแดนซึ่งปัจจุบันเป็นมองโกเลียใน, เหอเป่ย์, ชานซี, และฉ่านซี รายล้อมด้วยดินแดนของรัฐฉิน, รัฐเว่ย์, ซยงหนูและหานตาน

รัฐจ้าวเป็นที่กำเนิดของเชิ่น เต้า นักนิติปรัชญา, กงซุนหลง นักตรรกวิทยา, และสวินข้วง ปรัชญาเมธีลัทธิขงจื๊อ

แค้วนจ้าวตั้งอยู่ตอนเหนือ ประเทศติดกับเขตอนารยชน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคนเก่ง ฉลาดหลักแหลม แต่มักเจอกับปัญหาด้านการเมืองที่ไม่ค่อยมั่นคง มีการชิงอำนาจอยู่ตลอดเวลา เมืองหลวงของแค้วนจ้าวคือหานตาน ปัจจุบันคือเมืองหานตาน มณฑลเหอเป่ย

“รัฐฉีหรือแคว้นฉี” เป็นเมืองท่าติดกับทะเลเหลือง ถือเป็นเมืองที่มีความสงบสุขสูง วิถีชีวิตของชาวเมืองจะค่อนไปทางสบายๆ แต่เพราะไม่ค่อยระแวดระวังเกินไปจึงไม่ทันรับมือกับภัยสงครามที่ถูกเมืองอื่นบุกมาตี เมืองหลวงของแคว้นฉีคือหลินจือ ปัจจุบันคือเมืองจือป๋อมณฑลซานตง

“รัฐหานหรือแคว้นหาน” เป็นรัฐจีนโบราณในยุครณรัฐ ตั้งอยู่ในท้องที่ซึ่งปัจจุบันเป็นชานซีและเหอหนาน ที่ตั้งดังกล่าวกีดกันมิให้รัฐฉินเข้าถึงที่ราบจีนเหนือ ทำให้รัฐหานตกเป็นเป้าโจมตีของรัฐฉินบ่อยครั้ง ที่สุดแล้วรัฐหานก็กลับกลายเป็นรัฐแรกในกลุ่มเจ็ดรณรัฐที่ผนวกเข้ากับรัฐฉิน หลังจากการรบราจนเลือดนองแผ่นดินในยุทธการที่ฉางผิงเมื่อสองร้อยหกสิบปีก่อนคริสตกาล

 กล่าวกันว่าแค้วนหานถือเป็นเมืองที่น่าสงสารมากที่สุด เพราะตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของแคว้นใหญ่ๆ ทั้งฉิน ฉู่และเว่ย จึงเป็นเมืองที่ต้องเฝ้าระวังภัยตลอดเวลา แต่ก็ยังถือว่ามีข้อดีในแง่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนที่ราบจงหยวนอันอุดมสมบูรณ์ เมืองหลวงของแคว้นหานคือ เจิ้ง ปัจจุบันคือเมืองซินเจิ้งมณฑลเหอหนาน

“รัฐเว่ยหรือแคว้นเว่ย” เป็นอีกเมืองที่ตั้งตรงกลางรัฐใหญ่ แคว้นเหว่ยเป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐสำคัญในช่วงระยะเวลาต่อสู้ของจีนโบราณ ถูกสร้างขึ้นจาก Partition ของ Jin แบบสามทางพร้อมกับ Han และ Zhao ดินแดนตั้งอยู่ระหว่างรัฐฉินและฉีและรวมบางส่วนของเหอหนานสมัยใหม่เหอเป่ย์ชานซีและชานตง หลังจากเมืองหลวงถูกย้ายจาก Anyi ไปยัง Daliang ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์ Hui, Wei แค้วนเว่ยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคนเก่ง อีกทั้งยังอยู่ในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ แต่มีข้อด้อยเรื่องปัญหาขุนนางใหญ่แย่งชิงอำนาจกันจนบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายไปทั่ว เมืองหลวงของแคว้นเว่ยคือต้าเหลียง ปัจจุบันคือเมืองไคเฟิงมณฑทลเหอหนาน

“รัฐเหยี่ยนแคว้นเหยี่ยน” เป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจีน ติดกับอ่าวปั่วไห่ เชื่อมต่อกับทะเลเหลือง ส่วนทิศใต้จะติดกับแคว้นฉี ทิศตะวันตกติดกับแคว้นจ้าว ส่วนทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับมองโกเลีย ทำให้แคว้นเหยี่ยนมีสภาพอากาศหนาวเย็น ห่างไกลจากแคว้นอื่นๆ เป็นเมืองที่ได้รับความยำเกรงจากรัฐอื่นบ้างเป็นพักๆ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นแคว้นที่ต้องพึ่งพาพวกพ้องเมืองพี่เมืองน้อง เมืองหลวงของแคว้นเหยี่ยนคือเมืองจี้ ปัจจุบันอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเป่ยจิง

รัฐฉู่หรือแคว้นฉู่ (1030 – 223 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นรัฐศักดินาโบราณของจีนในช่วงยุควสันตสารท – ยุครณรัฐ ทรงอำนาจและอิทธิพลอย่างมากทั้งทางด้านการทหารและการปกครองก่อนจะถูกรัฐฉินพิชิตเมื่อสองร้อยยี่สิบสามปีก่อนคริสตกาล เป็นแคว้นใหญ่ มีศักยภาพในการดำเนินการต่างๆ สูง แต่เจอปัญหาการฉ้อโกงภายในอยู่เสมอจนบ้านเมืองระส่ำระสาย เมืองหลวงของแค้วนฉู่คือหยิ่ง ปัจจุบันคือเขตเจียงหลิง เมืองจิงโจวมณฑลเหอเป่ย

ครั้นมาถึงในช่วงปลายราชวงศ์ฉินราวสองร้อยหกปีก่อนคริสตกาล ได้มีเชื้อพระวงศ์คนหนึ่งของอดีตรัฐฉู่นามว่าเซี่ยงอวี่ ได้ตั้งตนเองเป็นกษัตริย์แห่งรัฐฉู่ตะวันตก และสามารถโค่นล้มราชวงศ์ฉินลงได้สำเร็จ ขณะเดียวกันมีชาวนาซึ่งมาจากอดีตรัฐฉู่เช่นกันนามว่า หลิวปัง ได้ตั้งตนเป็นใหญ่และต่อสู้กับเซี่ยงอวี่หรือ ฌ้อปาอ๋อง นานถึงสี่ปีก็ได้ชัยชนะเหนือเซี่ยงอวี่อย่างเด็ดขาดและตั้งตนเองเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ทรงมีพระนามว่าจักรพรรดิฮั่นเกาจู่

           รัฐฉินหรือแคว้นฉิน เป็นรัฐจีนโบราณในช่วงราชวงศ์โจว ถือกำเนิดจากการยึดดินแดนฟากตะวันตกที่เคยเสียให้แก่ชาวซีหรง ความที่ตั้งอยู่ชายขอบด้านตะวันตกของอารยธรรมจีนนี้เอง ทำให้รัฐฉินขยายพื้นที่และพัฒนาได้อย่างที่รัฐคู่แข่งทางที่ราบจีนเหนือไม่สามารถทำได้มาก่อน ครั้นเมื่อปฏิรูปกฎหมายขนานใหญ่ในศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล รัฐฉินก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงอำนาจที่โดดเด่นของกลุ่มเจ็ดรณรัฐ จนผนวกดินแดนจีนทั้งมวลได้ในปีที่สองร้อยยี่สิบเอ็ดก่อนคริสตกาลภายใต้การนำของฉินฉื่อหฺวังตี้ (“ปฐมจักรพรรดิฉิน”) ก่อตั้งเป็นจักรวรรดิฉิน ซึ่งแม้จะดำรงอยู่ไม่นานแต่ก็มีอิทธิพลมากยิ่งในประวัติศาสตร์จีนยุคหลัง

แคว้นฉินจัดเป็นสุดยอดแคว้นที่ยิ่งใหญ่ในยุคจ้านกั๋วตอนปลาย แคว้นนี้เต็มไปด้วยคนเก่ง มีความสามารถ มีการจัดการปัญหาบ้านเมืองที่ดีจนก้าวกระโดด ทำให้ท้ายที่สุด เจ้าแคว้นอย่าง “จิ๋นซีฮ่องเต้” สามารถรวบแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ เมืองหลวงของแคว้นฉินในยุคโบราณคือ เสียนหยาง ในยุคปัจจุบันคือดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเสียนหยาง ซึ่งอยู่ในเขตของมณฑลส่านซี

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด
9.3
โชคชะตาแสนลึกลับในอดีตชาติที่ผูกโยงด้วยคำสัญญาโบราณ ความรักอันแสนหวาน และภยันตรายจากเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ ทั้งหมดนี้คือปริศนาคาใจที่หญิงสาวเฝ้าตามหาคำตอบมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนอันเงียบสงัด เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงเพื่อไขปริศนาว่าเกิดเรื่องราวพลิกผันใดขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกซุกซ่อนไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
เรื่องราวความรักอันมั่นคงที่ทลายทุกกำแพงแห่งเวลาและภพชาติ ถูกถ่ายทอดผ่านรอยหมึกจากปลายพู่กันที่เปี่ยมไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ แม้จะพยายามกลั่นกรองความเจ็บปวดออกมาเป็นตัวอักษรและบทกวีมากเพียงใด ก็ไม่อาจนำพาเธอกลับคืนสู่อ้อมอกของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าตัวเขาจะอยู่ที่ใดในโลกใบนี้ เธอพร้อมจะก้าวตามไปในทุกหนแห่ง แม้ว่าหยาดน้ำตาจะรินไหลจนกลายเป็นสายน้ำ แต่โชคชะตาก็ยังคงพรากคนทั้งสองออกจากกัน ถึงกระนั้น ความรู้สึกคิดถึงและโหยหาอันลึกซึ้งนี้จะยังคงสลักแน่นอยู่ในใจชั่วนิรันดร์ โดยไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
ภาพปกนิยายเรื่อง อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
9.2
อินอวิ๋นหยาง อุปราชรูปงามผู้ไร้หัวใจแห่งหยวนเป่ย จำต้องยอมเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิงอัปลักษณ์จากแคว้นซาง นางถูกละเลยและปล่อยให้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในจวนร้างบนยอดเขาสูงชัน เนื่องจากใครก็ตามที่ได้เห็นใบหน้าอันสยดสยองของนางล้วนต้องตกใจจนเสียชีวิต ในที่สุดความอ้างว้างและตรอมใจทำให้นางสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับความพยาบาทอันแรงกล้า โดยนางได้ลั่นวาจาสาปแช่งว่าจะกลับมาล้างแค้นสวามีผู้แสนเย็นชาคนนี้ให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องเฝ้ารอนานนับพันปีเพื่อชำระหนี้แค้นครั้งนี้อย่างสาสมก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าผู้มีสายเลือดพิเศษและถูกเลี้ยงดูในองค์กรลับให้กลายเป็นนักวิจัยทางการแพทย์ที่ไร้ความรู้สึก เธอครอบครองชิปมิติอัจฉริยะในสมองเพื่อกักเก็บสิ่งของต่าง ๆ แต่แล้วความผิดพลาดจากการคิดค้นยาชุบชีวิตกลับก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อมันเปลี่ยนผู้คนในตึกวิจัยให้กลายเป็นซอมบี้คลั่ง ท่ามกลางวิกฤตและความรู้สึกผิด เธอจึงเลือกจบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับการระเบิดทำลายตึกวิจัยนั้น ทว่าโชคชะตาไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกทิ้งไว้กลางป่าลึก พร้อมกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่หลั่งไหลอย่างพรั่งพรู
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนรักตำหนักชมดาว
8.0
ณ ห้วงเวลาที่หมุนวนอย่างไร้จุดสิ้นสุด ชายหนุ่มยังคงตั้งมั่นรอคอยการกลับมาของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจอย่างไม่ย่อท้อ เรื่องราวความรักแนวแฟนตาซีที่ผสมผสานเกร็ดประวัติศาสตร์จริงของราชวงศ์หมิงอย่างลงตัว เมื่อโชคชะตานำพาให้หญิงสาวจากอนาคตต้องย้อนเวลากลับมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ในอดีตอันแสนสำคัญ เธอจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ว่าจะยอมศิโรราบต่อเส้นทางที่ถูกลิขิตไว้ในพงศาวดาร หรือจะเลือกใช้ความกล้าหาญทั้งหมดที่มีเพื่อเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์นี้ใหม่ออกมาในรูปแบบใหม่ด้วยมือตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อหญิงสาวจากต่างมิติได้หลุดเข้ามาใช้ชีวิตใหม่ในร่างของ กู้ลี่ถิง ตัวประกอบแสนธรรมดาผู้มีบทบาทเพียงน้อยนิดในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกนิยาย แทนที่จะยอมรับชะตากรรมอันไร้ค่าที่ผู้เขียนกำหนดไว้ เธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความรู้จากอนาคตที่ตนกุมไว้เป็นอาวุธในการปฏิวัติเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคขวากหนามใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือลิขิตชะตาชีวิตของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้อย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่สนใจบทบาทเดิมเลยแม้แต่น้อย