APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วิญญาณพาวุ่น

วิญญาณพาวุ่น

เจียอี บล็อกเกอร์สาวสายเกษตรและอาหารพื้นบ้านผู้มีผู้ติดตามหลักล้าน ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่ออุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะถ่ายทำคลิปหาของป่าในพื้นที่ห่างไกล ได้พรากวิญญาณของเธอให้หลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดคิด จากเน็ตไอดอลชาวไร่ผู้รักความสงบกลับต้องมาเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างมิติที่ไม่คุ้นเคย พร้อมเผชิญหน้ากับเรื่องราวสุดวุ่นวายที่กำลังจะตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตามความทรงจำของร่างเดิมนางอยู่ที่เมืองจางเป่ย ทิศเหนือของแคว้นเซี่ย ห่างจากเมืองหลวงนับพันลี้ บิดาเคยบอกไว้ว่าหากจะเดินทางเข้าเมืองหลวงด้วยรถม้าต้องใช้เวลาถึงสามเดือน เจียอีเพียงแค่คิดก็ขนลุกแล้ว ต่อให้อยากไปก็ต้องคิดให้มากเสียหน่อยเดินทางถึงสามเดือนช่างชวนให้คนนึกหวาดกลัวเสียจริง

หมู่บ้านที่นางอยู่ตอนนี้คือหมู่บ้านไห่ฉง หากจะเดินทางเข้าเมืองจางเป่ยก็ใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม(1ชั่วยาม=2ชั่วโมง) หากเดินเท้าก็สองชั่วยาม แค่คิดก็ปวดขาแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะนั่งเกวียนไป มีเกวียนรับจ้างของลุงเจียงคอยวิ่งรับส่งอยู่วันละสองรอบ หากไม่ทันในรอบแรกก็ยังคงมีรอบต่อไปนับว่าสะดวกยิ่ง

เจียอีที่คิดว่าทางออกจากบ้านหลังนี้อยู่นั้น คงเป็นสวรรค์ที่เข้าข้างแล้ว เพราะลุงใหญ่ที่ทำงานในเมืองกลับมาบ้านด้วยสภาพทุลักทุเล แต่สิ่งที่แปลกออกไปนางเห็นวิญญาณติดตามท่านลุงใหญ่กลับมาด้วย

ในตอนแรกนางคิดว่านางคิดไปเอง แต่เมื่อวิญญาณของบุรุษที่โชกไปด้วยเลือดที่หัวหันมาสบตานางแล้วพูดว่า "ช่วยด้วย" นางก็อดที่จะขุนลุกไม่ได้ ช่วยอะไร นางจะช่วยอะไรได้ แต่ก่อนที่นางจะคิดไปไกลเสียงด่าของท่านย่าก็ดังขึ้น

"เป็นเพราะนางตัวไร้ค่าคนเดียว สวรรค์อาฝูของข้าจึงได้น่าสงสารเช่นนี้" เจียอีขมวดคิ้วเกี่ยวอันใดกับนาง ก่อนที่จะสงสัยไปมากกว่านี้ นางได้ลู่เสียนที่ลากตัวออกมาจากเรือนหลักให้กลับเรือนของตนแล้วเล่าให้ฟัง

ท่านลุงใหญ่ทำงานเป็นหลงจู๊ให้ร้านขายข้าวในเมือง วันนี้ที่ร้านได้เกิดเรื่องขึ้น มีคนร้ายบุกเข้ามาขโมยข้าวในร้านและได้ลงมือทำร้ายลูกจ้างในร้านจนบางคนเสียชีวิตลง ลุงใหญ่ที่สภาพไม่น่าดูแต่ก็มิได้รับบาดเจ็บมากนักเป็นเพราะเขาซ่อนตัวได้ทัน ร้านขายข้าวจึงได้ปิดตัวลงลุงใหญ่จึงว่างงาน เมื่อไม่ได้ทำงานก็ไม่อาจที่จะอยู่ในร้านได้อีกเขาจึงกลับมาที่หมู่บ้านจึงมีสภาพอย่างที่เห็น

แต่นางก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า หากเป็นตามที่ลู่เสียนได้พูดออกมาแล้วลุงใหญ่จะมีวิญญาณติดตามมาเช่นนี้ได้อย่างไร ลุงใหญ่ต้องทำสิ่งใดไว้เป็นแน่ แต่หากนางพูดขึ้นมาหรือไปสอบถามตรงๆ คงได้ถูกท่านย่าใจร้ายตีด้วยไม้จนตายแน่

พอลุงใหญ่กลับมาอยู่ที่เรือนห้องที่มีจำกัดก็เกิดปัญหา หากจะต่อเติมห้องเพิ่มให้บุตรชายหญิงของลุงใหญ่ท่านย่าก็ไม่อยากจะควักเงินออกมา และลุงใหญ่ที่ไม่มีงานทำแล้วต้องหางานใหม่ก็ไม่อยากจะใช้เงินเก็บของตนไปกับการต่อเติมบ้าน

เรื่องจึงมาตกที่เรือนของนางแทน เพราะด้วยเหตุนี้ ท่านย่ากับป้าสะใภ้จึงจะไล่พวกนางสามคนแม่ลูกออกไปแล้วยกเรือนให้บุตรชายหญิงของลุงใหญ่แทน เจียอีดวงตาสว่างวาบขึ้น แต่มารดาของนางกลับร่ำไห้เสียแทบขาดใจ เงินก็ไม่มีจะออกไปอยู่ที่ใดได้ ท่านปู่ก็เหมือนไม่มีปากพูดโต้แย้งแทนพวกนางไม่ได้

เพราะทุกคนได้แต่คิดว่าบิดาของนางที่ไปออกรบคงไม่มีวันได้กลับมาจึงไม่อยากจะเลี้ยงดูพวกตนที่มิอาจจะทำงานอันใดได้มากนัก แต่หากนึกได้จริงๆ คนที่หาข้าวให้หมู ให้ไก่ ซักผ้า ตักน้ำ ทำกับข้าวล้วนเป็นนางกับลู่เสียนที่รับจบทั้งหมด

ผู้นำหมู่บ้านที่ถูกตามมาให้ช่วยพูดให้สามคนแม่ลูกก็ได้แต่ถอนหายใจ หลันหวงกุ้ยเป็นสหายของบุตรชายตน สองสามีภรรยาเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน หากใครเอ่ยปากให้ช่วยเหลือสิ่งใดทั้งคู่ก็รีบช่วยเหลือทันทีเท่าที่ทำได้ คงมีเพียงหูซื่อแม่สามีที่รังเกียจสะใภ้จนมองไม่เห็นความดีของทั้งคู่ แต่เป็นเรื่องภายในบ้านของคนอื่นตัวเขาที่เป็นเพียงคนนอกถึงจะเป็นผู้นำหมู่บ้านก็คงได้แค่ช่วยพูดเท่านั้น

"ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้าน หากท่านปู่ท่านย่าไม่ต้องการพวกข้าแล้ว ข้าก็จะพาท่านแม่และน้องชายไปอาศัยอยู่อื่น แต่ว่า" นางหยุดพูดแล้วเงยหน้ามองหัวหน้าหมู่บ้านด้วยน้ำตาคลอ

"อีเออร์เจ้าจะพามารดาที่ป่วยไข้กับน้องชายที่เล็กของเจ้าไปอยู่ที่ใด" เขามองคนตระกูลหลันอย่างตำหนิ

"เอาเช่นนี้ มีบ้านร้างอยู่ท้ายหมู่บ้านถึงจะเก่าเสียหน่อย พวกข้าจะช่วยซ่อมแซมให้พวกเจ้าอยู่เสียก่อน" หัวหน้าหมู่บ้านยกบ้านร้างท้ายหมู่บ้านให้พวกนางสามคนแม่ลูก เจียอีได้ยินเช่นนั้นก็รีบขอบคุณ

"เช่นนั้น ข้าขออีกอย่างได้หรือไม่เจ้าคะ"

"หากไม่มากเกินไป เจ้าก็พูดมาเถิด"

"ในเมื่อท่านย่าไม่คิดว่าข้ากับลู่เสียนเป็นหลานแล้วก็ขอให้ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านทำเรื่องตัดขาดให้พวกข้าได้หรือไม่เจ้าคะ"

"โอวโยว นังเด็กไร้ค่า ดูพูดเข้า ในเมื่อเจ้าพูดเองก็อย่าได้มาขอข้าวขอน้ำบ้านข้าอีก ตัดขาดไปเลยยิ่งดี" หูซื่อตะโกนด่า ไม่สนใจเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่มุงดู

เยว่เลี่ยงร้องไห้จนแทบจะหมดสตินางไม่คิดว่าพอไร้สามี บ้านสามีจะทำเช่นนี้กับนาง ลู่เสียนแม้จะยังเป็นเด็กแต่ก็ที่จะแปลกใจกับความคิดของพี่สาวไม่ได้ ถึงเขาจะอยากย้ายออกไปเช่นกัน แต่นึกไม่ถึงว่าพี่สาวของตนจะกล้าทำเรื่องตัดขาดกับตระกูลเช่นนี้

"เชื่อข้า หากไม่อยู่ที่นี่ชีวิตพวกเราจะดีขึ้น" เจียอีที่เห็นความกังวลของลู่เสียนก็เข้าไปจับมือน้องชายแล้วกระซิบบอกเขา

จากนั่นหัวหน้าหมู่บ้านก็เขียนหนังสือตัดขาดขึ้นโดยเขียนไว้สามแผ่น เก็บไว้ที่ผู้นำหมู่บ้านหนึ่งแผ่น เยว่เลี่ยงหนึ่งแผ่น และท่านลุงใหญ่หนึ่งแผ่น แต่เจียอียังให้ผู้นำหมู่บ้านระบุอีกว่า เมื่อทั้งสามถูกตัดขาดไปแล้วยากดีมีจนทั้งสองบ้านจะไม่ยุ่งกันอีก

นางหูซื่อยังสำทับมาอีกว่า หากพวกนางสามคนแม่ลูกว่าเรียกร้องหรือขอเงินจะต้องเสียเงินให้บ้านนางหนึ่งร้อยตำลึง เจียอีก็แจ้งว่า หากท่านย่าหรือคนในตระกูลมาวุ่นวายกับครอบครัวนางก็ต้องเสียให้นางเช่นกันหนึ่งร้อยตำลึง

"เพ้ย สภาพพวกเจ้าหรือจะมีปัญหาหาเงินได้มากจนพวกข้าต้องไปวุ่นวาย เสียแต่พวกเจ้าอย่าได้มาเหยียบที่เรือนของข้าเป็นอันขาด"

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เมื่อความฝันที่จะก้าวสู่ความเป็นอมตะถูกสวรรค์กีดกันอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มผู้หนึ่งจึงลุกขึ้นท้าทายโชคชะตาด้วยความโกรธแค้นอันคุกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและแรงกดดัน เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าตนที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่การเป็นเซียนของเขา การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นและเอาชนะอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเปิดฉากขึ้น กลายเป็นมหากาพย์แห่งการฝึกตนและการล้างแค้นที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ยอมทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อปลอมตัวเป็นทหารชั้นผู้น้อย แฝงตัวเข้าไปในกองทัพหวังพิชิตใจแม่ทัพหนุ่มผู้แสนเย็นชา ทว่าแผนการรักครั้งนี้กลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่านางคือทหารหนุ่มที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางอันตรายในสมรภูมิรบและการผจญภัยที่ต้องเผชิญร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในฐานะบุรุษจะทำให้นางเปิดเผยความจริงและกุมหัวใจของเขาได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เมื่อเนี่ยหลิงเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนอย่างน่าอัศจรรย์ โลกใบใหม่นี้เต็มไปด้วยพลังลมปราณที่เขาไม่คุ้นเคย ทว่าเขากลับได้รับพรลึกลับสองประการมาครอบครองโดยไม่คาดฝัน พร้อมด้วยอาวุธคู่ใจอย่างคันธนู ลูกศรครบชุด และแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของ แม้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเหตุใดตนเองจึงมาติดอยู่ในร่างใหม่และโลกใบนี้ แต่เนี่ยหลิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับโชคชะตาและก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้ โดยหวังว่าชีวิตใหม่ในดินแดนแห่งนี้จะนำพาเขาไปสู่จุดหมายที่ดีกว่าอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนปรารถนา
8.7
การหลบหนีจากการตามล่าอย่างบ้าคลั่งในป่าลึกสีเขียวขจี กลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันร้อนแรงของคนสองคน ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่รายล้อม ความปรารถนาอันแผดเผาได้หลอมรวมร่างกายและจิตใจของพวกเขาให้ผูกพันกันอย่างลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว แม้ว่าในท้ายที่สุดภารกิจหนีตายจะเสร็จสิ้นลง และทั้งคู่สามารถก้าวพ้นเขตอันตรายของชายป่ามาได้สำเร็จ ทว่าเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่เคยลุกโชนกลับไม่ได้มอดดับลงไปตามระยะทางหรือเวลาที่ผ่านพ้นมา
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลเลือกเดินทางกลับสู่อารันดาอีกครั้งตามที่หัวใจเรียกร้อง เพื่อเคียงคู่กับชี้คฟีรอส ชายผู้มีความรักอันมั่นคงให้แก่เธอ ทว่าในคืนแรกที่มาถึง เหตุการณ์เลวร้ายกลับอุบัติขึ้นเมื่อเธอถูกลักพาตัวไปจากห้องพัก และฟื้นขึ้นมาในกระโจมกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บจนโชกเลือดและไร้สติของชี้คหนุ่มที่อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและหญิงสาวอีกมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องจะแย่งชิงตัวชายคนรักไป น้ำตาลจึงต้องใช้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องพิสูจน์ เพื่อพากันก้าวผ่านพายุทะเลทรายและภัยอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ผู้จมอยู่กับห้องทดลองมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการเข้าร่วมคณะสำรวจป่าเหอหนาน ดินแดนสุดอันตรายที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปมากมาย แม้จะถูกทักท้วงจากเพื่อนร่วมงาน แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเก็บกู้ตัวอย่างพรรณไม้หายากในพื้นที่เร้นลับซึ่งวิทยาการสมัยใหม่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์แรกของการเดินทาง การเผชิญหน้ากับดอกไม้พิศวงในป่าลึกส่งผลให้เกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติขึ้น เพียงแค่เธอแตะต้องมันก็หมดสติลงทันทีพร้อมแสงสว่างลึกลับที่เข้ามากำหนดเส้นทางชีวิตใหม่ของเธอ