APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พรหมลายรัก

พรหมลายรัก

โชคชะตานำพาให้ เตชน์ ชลธีพงศ์ ชายวัย 45 ปี ผู้มีบาดแผลในใจจากอดีตจนกลายเป็นคนรักสนุกที่ไม่เคยคิดผูกพันกับใคร ต้องมาพบกับ ศศิปิลันธ์ หญิงสาววัย 24 ปีที่มีจิตใจอ่อนโยนทว่าแข็งแกร่งในตัวเอง แม้ชายหนุ่มจะคอยส่งความเกลียดชังใส่เธอเสมอมา แต่ความอบอุ่นและสดใสของเธอกลับค่อยๆ สั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจเขาโดยไม่รู้ตัว ร่วมติดตามว่าความรักจะสามารถลบล้างความแค้นในใจของหนุ่มใหญ่และหลอมละลายหัวใจที่ด้านชาของเขาได้หรือไม่ในเส้นทางรักสายใยรักที่ถูกถักทอขึ้นมานี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

พรหมลายรัก

บทที่ 2.....ทำงานร่วมกัน

ราวกับถูกแกล้งเพราะหลังจากได้รับคำสั่งจากท่านประธาน ศศิปิลันธ์ก็ต้องเก็บข้าวของจากโต๊ะทำงานของตัวเองและเริ่มที่จะเรียนรู้งานในทันที งานของเลขาต้องรู้แม้กระทั่งการชงกาแฟให้เขาด้วย

“คุณเตชน์ชอบกาแฟดำ น้ำตาลแค่ช้อนเดียวเป็นน้ำตาลอ้อยธรรมชาติหรือไม่ก็น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายคุณเตชน์ไม่ชอบถ้าจะสั่งกาแฟให้ท่านก็ต้องเป็นเอสเปรสโซเท่านั้นนะจ๊ะ คุณเตชน์ไม่ชอบของที่มีรสเปรี้ยวและไม่กินพวกผลไม้หมักดอง อย่าเผลอเอาให้เชียวจะโดนดุเอา” ธัญญาบอกรายละเอียดให้หญิงสาวรับรู้

“ค่ะ”

“เรื่องเอกสารก่อนที่จะเอาเข้าไปให้เซ็นต้องตรวจสอบทุกอย่างให้เรียบร้อย เปิดหน้าที่ต้องการจะให้เขาอ่านรอไว้เลยก็ดี”

“ค่ะ”

“ส่วนเรื่องนัดหมาย น้องลันธ์ต้องทวนตารางนัดและรายงานตารางนัดกับคุณเตชน์ทุกวัน คนที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าต้องถามคุณเขาก่อนว่าจะพบไหม ส่วนเรื่องสาวๆ” ธัญญาพูดแล้วหยุด

“สาวๆทำไมเหรอคะพี่ญา”

“ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ น้องลันธ์อาจจะต้องจัดการเรื่องคิวให้พวกเธอ คุณเตชน์เป็นคนเสน่ห์แรงดังนั้นมีผู้หญิงเข้าหาหลายคน แต่มีคนเดียวที่คุณเตชน์ไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆเธอชื่อว่าคุณเมราค่ะ”

“คนรักคุณเตชน์หรือคะ” ศศิปิลันธ์ถามต่อ ผู้ชายปากร้ายแบบนั้นมีคนรักกับเขาด้วยเหรอ

“จะเรียกว่าคนรักก็ไม่ถูกเพราะคุณเมเธอไม่ยอมตกลงเป็นแฟนคุณเตชน์เสียที เหมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันมากกว่า คุณเมเธอน่ารักถ้าได้เจอน้องลันธ์จะชอบ” ศศิปิลันธ์พยักหน้ารับรู้แล้วเริ่มเรียนรู้งานของตัวเองต่อ เธอต้องทำให้ดีที่สุด จะให้เขาคนนั้นมาว่าเสียๆหายๆไม่ได้ คำพูดของนมสองที่บอกให้เธอพิสูจน์ตัวเองให้อีกฝ่ายเห็นยังดังก้องอยู่ในหู

หลังจากที่ธัญญาลาคลอดศศิปิลันธ์ก็เข้ามาเป็นเลขานุการเต็มตัว การทำงานกับเตชน์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน ถึงเขาจะเป็นเจ้านายที่ค่อนข้างจะเรื่องมากและชอบแขวะเธอบ่อยๆ พอเมื่อมาทำงานร่วมกันหญิงสาวก็ชื่นชมในความเก่งของอีกฝ่าย ผู้ชายคนนี้เป็นคนรอบครอบ มองการตลาดขาด และเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง สามารถทำให้องค์กรพัฒนาแบบก้าวกระโดดจนได้รับตำแหน่งผู้บริหารดีเด่นหลายสมัย

“คุณเตชน์อยู่ไหม” หญิงสาวหุ่นนาฬิกาทรายเจ้าของใบหน้าสวยจัดเอ่ยถาม ท่าทางของผู้หญิงคนนี้หยิ่งพอตัวเลยทีเดียว

“นัดไว้หรือเปล่าคะ” ศศิปิลันธ์เอ่ยถามด้วยความสุภาพ

“ไม่ได้นัดแต่ฉันต้องการจะพบเขา”

“ขอทราบชื่อกับนามสกุลด้วยค่ะ”

“เธอมาทำงานแทนแม่เลขาที่ชื่อธัญญาสินะถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร”

“ค่ะ”

“ฉันชื่อรัศมี ชื่อนี้คุณเตชน์รู้จักดี สำหรับฉันสามารถพบเขาได้ทันที พูดจบสาวสวยก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของเป้าหมายเลย ศศิปิลันธ์จะห้ามก็ห้ามไม่ทันเพราะไม่คิดว่าไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ เตชน์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วหันมามองคนที่เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาโดยไม่เคาะด้วยสายตาไม่พอใจ จากนั้นเหลือบตาไปมองศศิปิลันธ์ที่ตามหลังมาอย่างตำหนิ

“คุณหมี”

“ใช่ค่ะ หมีเองคิดถึงคุณจัง” สาวสวยพูดพร้อมทั้งเดินไปนั่งตักของอีกฝ่ายหน้าตาเฉย เธอก้มลงหอมแก้มของเขาทั้งสองข้าง แล้วส่งยิ้มให้ด้วยสายตาที่ยั่วยวน เตชน์ดันรัศมีออกห่างจากตัวและลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“คุณไม่ได้นัดไว้”

“ก็คิดถึงนี่คะเลยตรงมาหา”

“แล้วเลขาของผมไม่ได้บอกเหรอว่าผมทำงานอยู่และไม่ชอบให้ให้ใครเข้ามารบกวนเวลาทำงาน” เขาถามเสียงเข้ม ทำเอาหญิงสาวที่ชื่อรัศมีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย สายตาคมเหลือบไปมองเลขาคนใหม่เชิงตำหนิจนหญิงสาวต้องหลบตา

“ไม่ได้บอกหรือไงว่าฉันไม่รับแขกที่ไม่ได้นัดไว้” เตชน์ถามเสียงเข้ม

“ยังไม่ทันบอกค่ะ” ศศิปิลันธ์ตอบเสียงเบา และหลบสายตาเมื่อรู้ตัวว่าผิด หญิงสาวทำท่าจะเดินออกจากห้องเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

“อยู่ที่นี่ ไม่ต้องไปไหน เรามีเรื่องต้องคุยกัน” คำสั่งของผู้เป็นเจ้านายทำให้ศศิปิลันธ์จำต้องอยู่ในห้องทำงานของเขาต่อแบบเลี่ยงไม่ได้

“โธ่ เตชน์คะมันเรื่องเล็กมากเลยนะทำไมต้องทำหน้าดุด้วย” รัศมีพูดพลางยิ้มประจบแต่อีกฝ่ายไม่ยิ้มด้วย

“มันไม่ใช่เรื่องเล็ก และการมาขอพบโดยที่ไม่ได้นัดไว้ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเหมือนกัน ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกับคุณแล้วนะ” ชายหนุ่มพูดหน้านิ่งทำเอาสาวสวยถึงกับไปไม่เป็น เธอกับเขามีความสัมพันธ์กันในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะตกลงกันไว้ว่าแค่สนุกเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าเธอเองติดใจเขาและอยากจะใกล้ชิดมากขึ้น

“ทำไมพูดจาห่างเหินกันแบบนี้คะ”

“เราไม่ได้สนิทกันนี่ครับ”

“แต่”

“ผมคิดว่าเราพูดกันรู้เรื่องแล้ว คนอย่างผมพูดคำไหนคำนั้น จบคือจบ” เขาย้ำอีกครั้ง คำพูดที่ดูเย็นชาของเขาทำให้ศศิปิลันธ์รู้สึกสงสารผู้หญิงที่ชื่อรัศมีขึ้นมาทันที ผู้ชายอะไรใจร้ายจัง

“เตชน์คะ”

“อย่าให้ผมต้องพูดอะไรที่จะสร้างความสะเทือนใจให้คุณเลยนะ และอย่าทำแบบนี้อีก ผมไม่ชอบ เอาหล่ะคุณกลับไปได้แล้ว” เขาออกปากไล่ จากนั้นก็หันมาออกคำสั่งกับศศิปิลันธ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักต่อ “ไปส่งคุณรัศมีที่ลิฟท์ ส่งเสร็จแล้วเข้ามาที่นี่ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“ค่ะ” ศศิปิลันธ์รับคำ และทำตามคำสั่งโดยดี

“เจ้านายของเธอเย็นชาเป็นที่สุดแต่เพราะแบบนี้แหละเขาถึงได้น่าสนใจ และฉันก็ชอบความท้าทาย แต่วันนี้เขาทำฉันโกรธ” รัศมีบอกหญิงสาวในขณะที่เดินมาด้วยกันฟัง

“ค่ะ” ศศิปิลันธ์ตอบรับด้วยความสงบเมื่อส่งสาวสวยเสร็จแล้วเธอก็พาตัวเองมาหยุดที่หน้าประตูห้องทำงานของผู้เป็นเจ้านาย สีหน้าไม่ดีนักไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วต้องเจอคำพูดร้ายๆอะไรบ้าง เธอต้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกพลังให้ตัวเองจากนั้นก็เคาะประตูสองสามทีและเดินเข้าไปในห้อง

“รู้ตัวใช่ไหมว่าทำอะไรผิด”

“ค่ะ”

“ก็ดีที่รู้ตัว คราวหน้าอย่างให้มีเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ถ้ามีคนมาหาหากฉันไม่ได้นัดก็เข้ามาถามก่อน อย่าปล่อยให้มีใครเข้ามาในห้องทำงานของฉันแบบวันนี้อีกเป็นครั้งที่สองเข้าใจไหม”

“ค่ะ”

“ดี”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวกลับไปทำงานนะคะ” ศศิปิลันธ์บอก เธออยากจะออกไปจากห้องนี้เต็มที่เพราะรู้สึกอึดอัดกับสายตาของอีกฝ่าย

“เย็นนี้กลับบ้านด้วยกัน”

“คะ” หญิงสาวมองคนพูดด้วยความแปลกใจ

“ฉันบอกว่าวันนี้ให้กลับบ้านด้วยกัน” เขาออกคำสั่งเป็นคำสั่งที่ทำให้คนฟังแปลกใจเพราะส่วนมากเตชน์จะพักที่คอนโดและจะกลับเข้าบ้านอาทิตย์ละสองครั้งคือวันเสาร์อาทิตย์ แต่วันนี้เป็นวันอังคารเขาน่าจะอยู่คอนโดสิ

“กลับบ้านหรือคะ”

“ใช่”

“ปกติวันธรรมดาแบบนี้คุณจะอยู่คอนโด”

“นี่แม่คุณ ฉันเป็นเจ้าของบ้านจะกลับบ้านวันไหนเมื่อไหร่มันก็เรื่องของฉันไหม” เขาพูดและมองเธอด้วยสายตาตำหนิ เธอเกลียดสายตาของเขาจริงๆ ตาคมๆที่ชอบมองจับผิดของเตชน์คือสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด

“คือวันนี้ดิฉันมีนัดไปซื้อของกับเพื่อนค่ะ” หญิงสาวให้เหตุผล

“คงจะเป็นชายคนรัก เห็นเงียบๆแบบนี้ไวไฟไม่เบาเลยนะ” เขาต่อว่าเมื่อถูกปฏิเสธ

“อะไรที่เรียกว่าไวไฟคะ แค่การไปซื้อของที่ตลาดคือไวไฟแล้วเหรอคะ” หญิงสาวถามกลับเสียงเรียบแต่แววตาไม่ยอมแพ้ บางทีการยอมมากเกินไปก็ไม่ใช่ทางที่ดี ตอนนี้เธอโตแล้วดังนั้นจะยอมให้เขาข่มบ่อยๆคงไม่ดีนัก

“เพื่อนหรือคนรักล่ะ”

“ถ้าดิฉันพูดว่าเพื่อนก็คือเพื่อนจริงๆค่ะ ไม่มีความรู้สึกแบบชายหญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกอย่างผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันมันเป็นเรื่องธรรมดา มีแต่คนที่ชอบคิดอกุศลเท่านั้นที่มองเป็นเรื่องอย่างว่าไปเสียหมด” เตชน์เม้มเมื่อถูกย้อน ศศิปิลันธ์ไม่ได้ใช้น้ำเสียงก้าวร้าวอะไรเลยเธอพูดเรียบๆแต่สามารถสร้างความไม่พอใจได้เต็มร้อย

“ปากดี เถียงทำไม่ตกฟาก”

“ดิฉันแค่อธิบายให้คุณเตชน์เข้าใจค่ะ”

“จะคบหาใครฉันไม่ว่าหรอก แต่ขอเตือนเอาไว้สักหน่อยว่าอย่าทำตัวเฟิร์สจัดจนเกินไป มันจะดูไร้ค่า” เขาพูดกระแทกต่อ

“ค่ะ แต่อยากจะบอกว่าเพื่อนคนนี้เป็นผู้หญิงค่ะ ไม่ใช่ผู้ชาย คุณเตชน์คงสบายใจแล้วนะคะ”

“ไม่จำเป็นต้องบอก ฉันไม่ได้อยากรู้ เอาหล่ะ จะไปไหนก็ไป” หนุ่มใหญ่เอ่ยปากไล่ หญิงสาวมองสบตาเขาเล็กน้อยจากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานของเขาปล่อยให้คนตัวใหญ่มองตามไปด้วยสายตาดุๆ

“หึ” เตชน์ทำเสียงในลำคอ

เตชน์มองหญิงสาวที่เดินถือข้าวของเต็มไม้เต็มมือไปหมดจากมุมหนึ่งของบ้าน เขากลับมาถึงบ้านนานแล้ว และเข้าไปพูดคุยกับนมสองอยู่พักจึงกลับมาตึกใหญ่ พร้อมทั้งแอบเฝ้ารออยู่ว่าศศิปิลันธ์จะกลับมาเมื่อไหร่ หญิงสาวไม่เดินกลับเข้าตึกใหญ่ทันที แต่เธอเดินไปที่ตึกเล็กเพื่อไปหานมสองก่อน เมื่อก้าวเข้ามาในตัวบ้านก็พบว่าเตชน์นั่งจิบไวน์อยู่ที่โถงกลางบ้านที่ทางผ่อนคลาย

“กลับมาเร็วกว่าที่คิด”

“ค่ะ”

“เดี๋ยวไปหาอะไรให้ฉันกินหน่อย” เขาออกคำสั่ง

“อะไรนะคะ”

“ฉันคิดว่าพูดชัดเจนแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวดิฉันไปเอากับข้าวที่เรือนเล็กมาให้นะคะ วันนี้ป้าละม่อมทำอาหารไว้หลายอย่างเลย” หญิงสาวบอกวันนี้ละม่อมแม่บ้านทำอาหารไว้หลายอย่างเลยทีเดียว อาหารที่นางละม่อมทำนั้นก็รสชาติดีเสียจนเธอต้องเติมข้าวเกือบทุกครั้ง

“ฉันไม่ได้อยากกินอาหารที่เรือนเล็ก แต่สั่งให้เธอทำให้กิน” เตชน์ย้ำอีกครั้งทำเอาศศิปิลันธ์แปลกใจ ร้อยวันพันปีแทบจะไม่อยากเจอหน้ากัน แต่อยู่ๆวันนี้กลับอยากให้ทำอาหารให้กินเสียอย่างนั้น

“ค่ะ”

“รู้แล้วก็ไปสิ จะมามองอยู่ทำไม” ศศิปิลันธ์มองหน้าคนที่ออกคำสั่งเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำตามความต้องการของท่านเจ้าของบ้านอย่างเสียมิได้

ข้าวผัดกุ้งที่ถูกนำมาวางไว้ให้ตรงหน้าทำให้เตชน์รู้สึกพอใจ ความจริงเขาก็ไม่ได้หวังว่าหญิงสาวจะทำอาหารหรูหรามาให้หรอก ที่ให้ทำก็เพราะว่านมสองคุยนักคุยหน้าว่าท่านถ่ายทอดวิชาการบ้านการเรือนให้ศศิปิลันธ์มาจนแทบหมด และหญิงสาวก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยอยากจะลองดูว่าที่นมสองพูดอวดนั้นจริงหรือไม่เท่านั้นเอง

“รสชาติใช้ได้ แต่ตอนเย็นฉันไม่กินของหนักท้องแบบนี้ ครั้งนี้จะไม่ว่าอะไรเพราะเธอทำให้เป็นครั้งแรก”

“ครั้งแรกหรือคะ”

“ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ถ้ามีครั้งต่อไปขออะไรที่มันเบาๆ พวกสลัดผัก หรือไม่ก็พวกสเต็กปลาอะไรทำนองนั้นจะดีกว่า”

“หมายความว่าคุณเตชน์จะให้ดิฉันทำอาหารอีกหรือคะ” หญิงสาวถามเพื่อให้แน่ใจ

“ใช่” เขาตอบสั้นๆและรับประทานอาหารตรงหน้าต่อโดยไม่สนใจเธออีก ศศิปิลันธ์อยากจะเดินหนีไปเสียให้พ้นๆ การอยู่ใกล้เขาทำให้รู้สึกราวกับว่าจะขาดอากาศหายใจ เธอเกลียดสายตาที่ชอบมองกันแบบดูแคลนและไม่ชอบไอ้น้ำเสียงที่ติดจะหยิ่ง อวดดี แถมยังชอบทำท่าทะนงตัวเองของอีกฝ่ายเลย .

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง วานรักวันชัง
9.2
เรื่องราวของหญิงสาวผู้มีรักแท้อันบริสุทธิ์และแสนภักดีให้กับชายคนหนึ่งอย่างหมดหัวใจ แต่เธอกลับไม่เคยรู้เลยว่าความจริงใจทั้งหมดนั้นเป็นเพียงหมากในเกมทำลายล้างของเขา ชายหนุ่มใช้ความรักเป็นเครื่องมือล่อลวงอย่างเลือดเย็นเพื่อวางแผนแก้แค้นและบดขยี้ชีวิตของเธอให้พังพินาศลงต่อหน้าต่อตา ท้ายที่สุดแล้วความซื่อสัตย์ที่เธอเคยมอบให้กลับถูกตอบแทนด้วยการเหยียดหยามและดูถูกอย่างไม่ใยดี เขาตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงใจง่ายอย่างไร้ความปรานี โดยไม่มีแม้แต่ความสงสารหรือความผูกพันหลงเหลืออยู่เลยสักนิด
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รักสีรุ้ง
8.1
สายรุ้งตัดสินใจเค้นความจริงจากปากสามีด้วยหัวใจที่บอบช้ำ ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอึดอัด หล่อนเอ่ยถามพี่กรอย่างประชดประชันว่า เหตุผลที่ไม่ยอมหย่าขาดจากกันเสียที เป็นเพราะเขายังตักตวงผลประโยชน์จากหล่อนไม่หนำใจใช่หรือไม่ คำถามนั้นทำให้ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นทันที เมื่อกรแสดงอาการโมโหและตรงเข้ากระชากกระเป๋าเดินทางของหล่อนจนเสื้อผ้ากระจายเกลื่อนพื้นห้องอย่างไม่ไยดี การกระทำอันป่าเถื่อนนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่พังทลายจนไม่อาจประสานกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานผลาญรัก
8.7
เมื่อโอลิเวอร์ เมดิสัน ทายาทมหาเศรษฐีผู้เจ็บปวดจากการถูกทรยศจนกลายเป็นคนไร้หัวใจ ได้กลับมาพบกับสตรีที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นสิตาภา อดีตรักที่เคยหลอกลวงเขาเมื่อห้าปีก่อน เพลิงแค้นจึงปะทุขึ้นพร้อมแผนการทวงคืนหัวใจและลูกน้อยที่ซ่อนอยู่ ทว่าหญิงสาวคนนั้นกลับคือ วาสินี ฝาแฝดผู้แสนดีที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแทนพี่สาว เธอจำใจต้องก้มหน้ารับบทลงโทษอันป่าเถื่อนและเร่าร้อนเพื่อปกป้องเด็กน้อย โดยไม่สามารถบอกความจริงได้ว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา ความอ่อนโยนของเธอจะสามารถหลอมละลายหัวใจอันแสนเย็นชาของซาตานหนุ่มคนนี้ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ราคีร้ายคนเถื่อน
9.5
มุกตาภา ลูกนอกสมรสที่บิดาไม่เคยใยดี ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อเธอตั้งครรภ์จากความสัมพันธ์เพียงชั่วคืน ด้วยความมืดแปดด้านและกลัวมารดาจะผิดหวัง เธอจึงบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงมรุเดช ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงเงินทำทานและวาจาดูถูกเหยียดหยามที่กรีดลึกจนใจสลาย ความช้ำใจผลักดันให้เธอเข้มแข็งขึ้น มุกตาภาจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากมาพร้อมกับลูกในท้อง โดยตั้งปณิธานว่าจะลบเลือนรักแรกที่สร้างรอยมลทินนี้ออกไปจากใจ และขอตัดขาดจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ไปตลอดกาลตามที่เขาต้องการ
ภาพปกนิยายเรื่อง ผัวท่านประธาน ปล่อยฉันเถอะ!
8.9
ในวัยยี่สิบสองปี ลี่เฉี่ยนโลว่ถูกคนรักหักหลังด้วยการวางยาจนทำให้เธอตกเป็นของซือจิ้นเหิง ชายทรงอิทธิพลผู้ลึกลับ เมื่อครอบครัวต้องล่มสลาย เธอจึงตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มกันและเครื่องมือในการแก้แค้น ท่ามกลางอุปสรรคจากแม่สามีที่ไม่ยอมรับและคนรักเก่าของเขา เธอยังคงอดทนทำหน้าที่ภรรยา ทว่าความเข้าใจผิดและการสูญเสียลูกในท้องกลายเป็นชนวนเหตุให้เธอเลือกจบชีวิตลงที่ท้องทะเล หลายปีต่อมาเธอได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงตามรังควานและกักขังเธอไว้ในพันธนาการที่ไม่ยอมปล่อยไม่ได้จบสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียรัก คนเถื่อน
8.2
การแต่งงานที่เกิดขึ้นจากความต้องการสุดท้ายของมารดา บีบบังคับให้ชายหนุ่มผู้แสนดิบเถื่อนต้องยอมเข้าพิธีวิวาห์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าในมุมของเจ้าสาวผู้เพียบพร้อม การร่วมชีวิตในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความรักที่เอ่อล้นอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจ แม้จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่จะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของเขา และมีความต่างของทั้งสองเป็นอุปสรรค แต่เธอก็พร้อมจะใช้ความใกล้ชิดหลอมละลายความเย็นชา เพื่อเปลี่ยนคนเถื่อนไร้หัวใจให้กลายเป็นสามีที่แสนดี และยอมรับเธอเป็นเมียรักเพียงคนเดียวตลอดไป