APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง สวีทรัก

สวีทรัก

9.1 / 10.0
เพื่อทดแทนคุณน้าสาว เธอจำต้องแต่งงานกับวรพล ชายหนุ่มผู้ไร้สมรรถภาพทางกาย ทว่าการแต่งงานนี้กลับซ่อนเงื่อนไขลับสุดประหลาด เขาต้องการให้เธอใช้สถานะภรรยาตามกฎหมายเป็นเพียงฉากบังหน้า ขณะที่ผู้ซึ่งต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมชายคาและทำหน้าที่เสมือนสามีตัวจริงกลับกลายเป็นน้องชายของเขาแทน สถานการณ์อันบิดเบี้ยวนี้สร้างความสัมพันธ์ที่แสนยุ่งเหยิง เธอต้องเก็บซ่อนความลับที่ไม่อาจแพร่งพราย พร้อมกับรับมือความขัดแย้งในใจ เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นกับคนน้อง สวนทางกับพันธะในทะเบียนสมรสที่ผูกมัดเธอไว้กับคนพี่

สวีทรัก ตอนที่ 1

บทที่ 1

แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง

“ก๊อก” เสียงเมล็ดหมากรุกดังชัด เมล็ดหมากรุกขาวดำที่วางลงบนโต๊ะ เห็นผลอย่างชัดเจน

“พี่แพ้แล้ว”

คนที่วางเม็ดหมากรุกดำสุดท้ายนี้มีมือที่สะอาดและยาว และมีเสียงที่ต่ำๆเหมือนแม่เหล็ก เขาภาคภูมิใจในตัวเองมาก ผู้ชายที่พูดถึงนี้ก็คือผู้นำของเมืองs ที่มีบริษัทสามบริษัท ธัชชัย ขณะนี้ร่างกายอันใหญ่โตของเขากำลังโค้งตัวอยู่ที่เก้าอี้ดอกไม้ลูกแพร์ ตาที่ดำอย่างกับหมึกหนาก็เดาไม่ออก ทั้งตัวกระจายไปด้วยลมปราณที่เย็นชา ถ้าไม่ใช่อยู่ตรงหน้าพี่ชายวรพล ลมปราณจะยิ่งกว่านี้ นี่เป็นห้องนอนที่เรียบง่ายแต่ เต็มไปกลิ่นยาฆ่าเชื้อ คนที่นั่งอยู่บนเตียงสีขาวคือวรพลพี่ชายของธัชชัย ถ้าไม่มีอุบัติเหตุครั้งนั้น ความหล่อเหลาของวรพลจะพอๆกันกับธัชชัย แต่ถ้าเทียบกับมือของธัชชัยที่แสนสะอาดและยาว มือของวรพลเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แถมยังมีลักษณ์อันแปลกประหลาด มือซ้ายถือว่าพิการแล้ว ไม่สามารถกำมือแน่ๆได้และยืดออกไปไม่ได้ มีแต่มือขวาที่ยังทำท่าที่ง่ายๆได้

ผ่านมือที่แข็งทื่อไป จะเห็นหน้าที่โดนเผาจนเปลี่ยนโฉมหน้าไป ก่อนหน้านี้ใบหน้าที่หล่อเหลาโดนไฟไหม้จนไม่เหลืออะไรเลย

ประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่าง ก็ค่อยๆบิดเบือน ลายพร้อยสลับกันทำให้ผู้คนไม่กล้าดูรอยแผลเป็นของเขา

แต่ในสายตาธัชชัย จะไม่มีคนไหนที่หล่อเหลาเท่าวรพล และเมตตากรุณาเท่าวรพลแล้ว

วรพลมองธัชชัยแล้วรู้สึกว่าธัชชัยยังเป็นเด็กที่ดิ้นรนเพื่อชัยชนะ ใบหน้าที่บิดเบือนของวรพลก็ค่อยๆยิ้มออกมา “ชัย ฝีมือการเล่นหมากรุกยิ่งอยู่ยิ่งล้ำเลิศเลยนะ” ไฟไหม้ครั้งนั้นทำให้เส้นเสียงของวรพลโดนทำลายอย่างรุนแรง ทำให้การพูดของเขาไม่ชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน แต่ธัชชัยรู้อยู่ว่าวรพลจะพูดอะไร”ธัชชัยฮึดเบาๆแล้วบอกว่า อย่างนี้ พี่ถึงต้องกินยาดีๆ แล้วก็สัญญากับฉันว่าจะไปรักษที่อเมริกา คิดได้แล้วหรอ? ธัชชัยดีดนิ้ว แล้วพ่อบ้านภูษิตที่อยู่ข้างนอกก็เอายาเข้ามา “ท่านชัย ยาครับ”

พ่อบ้านภูษิตเอายาให้อย่างเคารพ แล้วค่อยๆถอยออกไป

ทันใดที่วรพลเห็นยา สีสันในแววตาของเขาเริ่มมืดๆสลัวๆลงไป ธัชชัย มันไร้ประโยชน์แล้ว ยังไงกินยาเยอะขนาดไหน ร่างกายที่พิการอย่างฉัน ถ้าฉันได้เห็นนายแต่งงานมีครอบครัวของตนเองฉันก็พอใจแล้ว “เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงให้พี่ไปรักษาตัวที่อเมริกา ทำไมถึงไม่ยอม?” เสียงของธัชชัยรีบดังขึ้นมา ยิ่งเต็มไปด้วยความดุร้ายและจนปัญญา

ธัชชัยไม่รู้จะโน้มน้าวใจพี่ชายคนนี้อย่างไร แม้ว่าในใจของเขารู้อยู่แล้วว่า บาดแผลของพี่จะไม่มีวันหายได้

ฝันร้ายของธัชชัยนี้ อยู่มาได้สามเดือน

เปลวไฟที่แลบแปลบปลาบ ยังมีเสียงกระจกแตก

สามคนที่ยังเหลือ ถูกผลิตภัณฑ์ไม้ พลาสติก สายเคเบิล และกลิ่นไหม้ที่ถูกเผาทำให้พวกเขาหายใจไม่ออก

ถ้าอยากหนีออกจากที่นี้ ก็ต้องอยู่ไว้คนหนึ่งเพื่อเปิดประตูหนีภัย

พวกนายรีบหนีออกไป ถ้ายังช้ากันอยู่ พวกเราตายกันทั้งหมดแน่ ได้ยินไหม

“ญตว์ผลักธัชชัยออกไป”

ธัชชัยนายจำไว้ ชีวิตของนาย เปรียบเสมือนชีวิตของพี่

เมื่อสามเดือนที่แล้ว เหตุการณ์ที่ร่วมทุกข์สุขด้วยกัน เหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ธัชชัยก็ได้เป็นผู้นำของเมืองSแล้วและได้ควบคุมครึ่งเศรษฐกิจของเมืองS ถือแม้ว่าธัชชัยจะมีเงินทองมากมาย แต่ก็แลกสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและความหล่อเหลาของพี่วรพลกลับคืนมาไม่ได้ เขาค่อยๆหลับตา คิดที่จะยับยั้งความแค้นลง ไม่อยากให้พี่วรพลเป็นห่วง งั้นให้ฉันแบกความฝันอันร้ายๆนี้เองเถอะ

วรพลรับยาไปอย่างเงียบๆ แล้วใช้น้ำอุ่นกลืนเข้าไปที่เดี๋ยว เวลาผ่านไปสักพักแล้วพูดว่า “ตอนนี้บริษัทเราก็พัฒนาไปอย่างดี ก็ถือว่ามีการงาน ถ้าได้เห็นนายแต่งงานอีก ฉันสัญญากับนายว่าจะไปรักษาตัวที่อเมริกา” ธัชชัยหน้าขรึมขึ้นมา ทั้งตัวเหมือนมีปลายมีดที่คมๆแทงอยู่แล้วพูดไปว่า “นี่พี่ กำลังบังคับผมหรอครับ?” ในระหว่างที่วรชัยจะนอนลงไป เขาก็ไอเบาๆอย่างหลายครั้ง ฟังแล้วรู้สึกทรมานมาก กลางคิ้วของธัชชัยก็เคลื่อนไหวขึ้นมา อยากเข้าไปช่วย แต่สุดท้ายก็กดค้างไว้ ฉันจะไม่ยอมแพ้ ปล่อยให้พี่วรพลทำร้ายร่างกายตัวเองอย่างนี้ไป

วรพลหายใจเข้าลึก แล้วตอบธัชชัยไปว่า “แล้วแต่นายจะคิดยังไง เงื่อนไขนี้นายก็เลือกเอง จะยอมไม่ยอม ก็เรื่องของนาย”วรพลแค่ไม่อย่าให้น้องชายตนเอง ต้องตกอยู่แต่ในความแค้น เรื่องนั้นยังทำให้เขาจดจำอยู่ในใจเสมอ ถ้าไม่ใช่คนนั้น บ้านก็จะไม่กลายเป็นแบบนี้ พวกเราคงไม่กลายเป็นแบบนี้

ถ้าธัชชัยมีครอบครัวแล้ว ก่อนที่เขาทำจะอะไรก็คงจะได้คิดอย่างรอบคอบขึ้น แววตาของธัชชัยมองไปที่กรรไกรล่างที่อันซีดของวรพล มือทั้งสองข้างค่อยๆกำเป็นหมัด“ ได้ ฉันสัญญา ฉันจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่พี่ต้องไปรักษา ห้ามผิดสัญญา” วรพลพูดว่า “ฉันจะไม่ผิดสัญญาแน่”

“แต่ว่า ฉันยังมีเงื่อนไขของหนึ่ง” ปากของธัชชัยก็ค่อยๆ “ไม่ใช่ใช้นามของฉันหาคู่ แต่ต้องใช้นามของพี่หาคู่ วรพล ชื่อของพี่”

วรพลรู้สึกว่าตนเองเหมือนถูกแกล้ง คนเขาก็รู้กันอยู่ว่า เขาเป็นคนอย่างไร เงื่อนไขที่นายพูดมันไม่ยุติธรรม อีกอย่าง ฉันสัญญากับกนิษฐาแล้วว่า จะมีแค่เขาคนเดียว “พี่อยากให้ผมแต่งงานเพราะอยากให้ผมมีความสุข แต่ถ้าผู้หญิงที่หวังผลประโยชน์อย่างนี้ ผมอยู่กับเธอแล้วก็ไม่มีความสุข นี่แค่เป็นการทดสอบ ”ธัชชัยลุกขึ้น ส่งรอยยิ้มที่ไม่รู้อะไรให้วรพล วรพลลองคิดดูแล้ว รู้สึกว่าเหตุผลที่ไม่ถูกต้องนี่ ทำให้เขาไม่รู้จะพูดอะไร “ได้ ใช้นามของฉันหาคู่ แต่ถ้ามีผู้หญิงยินยอม นายก็จบทะเบียนสมรสกับเธอเลย”

ธัชชัยรู้ว่าพี่ชายของตัวเองนั้นเฉลียวฉลาด จะไม่ยอมเสียเปรียดเด็ดขาด ช่างเหอะ ขอแค่พี่ยอมไปรักษาตัว จะทำอะไรก็ได้

สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงก็ไม่มีอะไรมาก เลยพยักหน้า แสดงว่ายินยอม

พี่ชายของประธานกรรมการบริษัทบีเค-เทโรหาคู่ ข่าวนี้ถ้าไม่มีพี่ชายสองตัวนี้ ผู้หญิงของเมืองS คงอยากวิ่งเข้าไปหากันจนใจจะขาด เสียดายคนที่หาคู่คือวรพล คุณหนูทั้งหลายหลบหนีกันทั้งนั่น และให้พ่อของตัวเองให้ทุกวิถีทางปฏิเสธ

แต่ถ้าวงศ์ตระกูลศรีทองจะจบสมรสด้วย ก็คงจะเลือกวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด

เมื่อก่อนคุณท่านเคยมีบุญคุณต่อวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด หัวหน้าครอบครัวปยุตเคยสัญญาไว้ว่า ลูกสาวทั้งสามคนของวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดต้องให้คุณชายของวงศ์ศรีทองเลืออด วันนี้ก็คือวันที่ทำตามสัญญาแล้ว วงศ์ตระกูลเดิมขุนทดมีคุณหนูอยู่สามคน พยิดา ภาวินี รสริน วรพลได้เห็นรูปถ่ายของทั้งสามแล้ว ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย แต่เห็นรูปของหลานสาวของปยุต วัจสา ผู้หญิงคนนี้ดูแล้วใสสะอาด แววใจสดใส เลยให้พ่อบ้านภูษิตไปวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดไปรับคน แต่จะรับคนไหน ก็ไม่แน่ล่ะ แล้วแต่พรหมลิขิต วงศ์ตระกูลศรีทองรออยู่ที่หน้าบ้านวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด วงศ์ตระกูลเดิมขุนทดทะเลาะกันในห้องอ่านหนังสืออย่างไม่รู้หยุด

ผู้หญิงทั้งสามคนท่าที่ใจเด็ดมา และจะไม่ยอมแต่งงานกับคนพิการอย่างนี้ ลูกสาวคนโตพยิดาพูดเป็นคนแรก “พ่อค่ะ หนูบอกก่อนนะค่ะ ตอนนี้หนูมีแฟนแล้วและหนูก็มีลูกกับเขาแล้ว ถ้าให้หนูแต่งงานกับท่านชายใหญ่ หนูไม่รับรองว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้จะเกิดอะไรขึ้น”

ลูกสาวคนที่สองภาวินีรีบพูดไปว่า “พ่อคะ ถ้าพ่อบังคับหนูแต่งงาน ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้ ตอนนี้พ่อก็ข้ามศพหนูออกไปได้เลย” รสรินขี้เกียจพูดเยอะ เขาอายุเล็กที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องพวกนี้ “ฉันยังไม่บรรลุนิติภาวะ ฉันไม่แต่ง”

“พวกนายจะต่อต้านใช่ไหม? ฉันปยุตเลี้ยงพวกนายมาอย่างลำบาก ทั้งสองคนจะอกตัญญูเหรอ? วงศ์ตระกูลศรีทองมีบุญคุณต่อวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด ถ้าไม่ใช่นายท่านของวงศ์ตระกูลศรีทองช่วยเหลือฉันไว้ พวกเธอจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ไหม ตอนนั้นที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ ก็ถึงเวลาคืนแล้ว หรือว่าพวกเธอจะฉันผิดคำมั่นสัญญา”ปยุตโมโหมาก สุดท้ายก็โยนชุดชงชาอันแพงทั้งสิ้นทิ้งลงไปในพื้น

คุณหนูทั้งสามได้ยินเสียง เปรี๊ยะ ก็ตกใจ ไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น

มีคนเดินผ่านแก้วไปอย่างระมัดระวัง เอาหนังสือพิมพ์มาตรงหน้าปยุต เสียงผ๊ะ “ปยุตเธออย่าเพิ่งโมโห ดูสภาพของวรพลก่อนแล้วค่อยด่าลูก มันโดนเผาจนสภาพแบบนี้ ถ้าเป็นฉัน คงนอนหลับฝันร้ายแน่

หญิงที่เข้ามาในตอนนี้ก็คือภรรยาของปยุต วราลี เมื่อผู้หญิงทั้งสามคนได้เห็นรูปในหนังสือพิมพ์ ต่างร้องลั่นกัน ทั้งหน้าเต็มไปด้วยระทึมขวัญ แล้วอยู่ห่างๆจากโต๊ะ นี่มันอะไร

ปยุตยับคิ้ว เสียงลั่นของทั้งสามทำให้หูของเขาแสบมาก แต่เขาดูหนังสือพิมพ์แล้วก็อึง วรพลโดนเผาจนสภาพแบบนี้?เฮ้ ยั่วยุคนที่ไม่ควรยั่วยุจริงๆ

ทยิดาเห็นพ่อตัวเองเหมือนจะยินยอมแล้ว รีบทนความรังเกียจขึ้นไปแล้วพูดว่า“พ่อค่ะ วรพลถูกเผาจนใช้ชีวิตเองไม่ได้ สภาพอย่างนี้เหมือนไม่ใช่คนยังมาบังคับพ่อให้ทำตามสัญญา เขาคงเจตนาที่อยากให้พ่ออยู่ไม่ได้และให้พวกหนูก็อยู่ไม่ได้ วราลีฮัมอย่างเบาๆ “ก็ใช่ล่ะสิ ปยุต สภาพของวรพลตอนนี้ แค่อยากหาแม่บ้านคนหนึ่งที่ยอมเหนื่อยย่อมทุกข์ “ ไม่ไม่ไม่ ส่วนมากคนแบบนี้จะน่ากลัวมาก วราลีพูดอย่างเสียงเบาๆ เขาอยู่ไม่ได้ ก็ไม่อย่าให้คอื่นนอยู่ได้ ใจของเขาบิดเบือนไปแล้ว”วราลีอย่างเบาๆ ในห้องทำงานนี้เต็มไปด้วยความเงียบ ความเงียบนี้สุดท้ายก็โดนเสียงผลักประตูทำลาย“คุณอาค่ะ วงศ์ตระกูลศรีทองรออยู่ที่ข้างล่างนานแล้ว คุณอาจะลงไปไหมค่ะ?” วัจสาเดินเข้ามาอย่างไม่รู้เรื่องอะไร และไม่รู้พวกเขาปรึกษาอะไรกัน

เมื่อวราลีเห็นวัจสาในแววตาของเขาเต็มไปด้วยแสงสว่าง เขาบิดเอวเดินมา แล้วจูงมือวัจสา ยิ้มแล้วพูดว่า“ปยุต วัจสาก็ถือว่าเป็นลูกสาวคนหนึ่งของวงศ์ตระกูลศรีทอง ถ้าแต่งไปก็จะได้สบาย ไม่เหมือนที่อยู่ตรงนี้ต้องลำบาก เธอว่าใช่ไหม? วัจสาท้อใจ แล้วค่อยๆเอามือออกจากวราลี และโต้ไปว่า“ฉันยอมเอาโอกาสดีๆนี้ให้พวกพี่ๆ

ยังไงพยิดาก็ไม่ถูกชะตากับวัจสา เธอ รู้สึกว่าเขาทั้งกินทั้งนอนบ้านของเธอ ตอนนี้ให้เขาตอบแทนบุญคุณก็ไม่ยอมหรอก หมายความว่ายังไง?

“วัจสาเธออย่าเกินไปนะ หลายปีที่ผ่านมานี้ เธออยู่บ้านพวกฉัน พวกฉันไม่เคยไม่ยุติธรรมต่อเธอเลย?” วราลีก็โกรธมาก

แต่วัจสามองก็ไม่มองวราลี เขาแค่อยากรู้ว่า ท่าทีของอาเป็นยังไร ตอนนี้แม่มีชีวิตอยู่อากับแม่ก็ดีกันมาก เขาคงผลักฉันไปที่ขุมนนรกไม่ลง

ฉันไม่เชื่อจริงๆ ว่าในโลกนี้ ผลประโยชน์จะสำคัญได้ขนาดนี้

อ่านต่อ

สารบัญ สวีทรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงไม่ปล่อยให้ชีวิตพังทลายเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไม่อาจแก้ไข เธอต้องเผชิญตราบาปที่ไม่ได้ก่อจากการกระทำของชายสารเลวที่ทำให้เธอตั้งท้อง จนถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่จริงเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่โดนรังแกอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมความเสียใจที่อดีตไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอ จนต้องพบจุดจบอันแสนทรมานใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
เมื่อแหวนเพชรล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของปู่สูญหายไป คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง จึงต้องเดินทางมาประเทศไทยเพื่อสืบหาความจริง จนกระทั่งเขาได้พบว่าเครื่องประดับแสนสำคัญชิ้นนั้นตกไปอยู่ในมือของน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างมีเงื่อนงำ ชายหนุ่มปักใจเชื่อทันทีว่าเธอคือหัวขโมยที่ไร้ยางอาย เขาจึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเค้นหาความจริงด้วยตัวเอง ฝ่ายน้ำรินที่จู่ๆ ต้องกลายเป็นอาชญากรในสายตาของเขาก็พยายามต่อสู้และยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่ามีคนมอบแหวนวงนี้ให้เธอมาอย่างถูกต้อง ท่ามกลางความขัดแย้งและความแค้นที่ก่อตัวขึ้น ปริศนาเบื้องหลังอัญมณีชิ้นนี้กำลังรอให้พวกเขาร่วมกันพิสูจน์ความจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าพร้อมทำลายล้างทุกอุปสรรค ต้องโคจรมาพบกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ในเงื้อมมือของเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเลือกทำลายเธอให้มอดไหม้หรือจะยอมปล่อยตัวเธอไป ทว่าทุกการสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้นั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ในสงครามแห่งความรักและความใคร่ครั้งนี้ หญิงสาวจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางบ่วงไฟพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์