APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

หลังสูญเสียเจ้าสาวไปก่อนวันแต่งงาน ชายหนุ่มก็ปิดกั้นตัวเองจากความรักทันที ทว่าชีวิตของเขาต้องสั่นคลอนเมื่อคุณย่าพยายามจับคู่ให้ ด้วยการส่งหญิงสาวเปี่ยมเสน่ห์เข้ามาสร้างความหวั่นไหวในใจที่เคยเย็นชา แต่ความรักครั้งนี้กลับยิ่งวุ่นวายและซับซ้อนขึ้น เมื่อหญิงสาวอีกคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากอดีตคนรักที่ล่วงลับได้ปรากฏตัวขึ้น บีบบังคับให้เขาต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ ว่าจะยอมเปิดใจก้าวเดินไปข้างหน้ากับรักครั้งใหม่ หรือจะยอมจมปลักอยู่กับเงาของคนในอดีตที่เขาแสนคิดถึง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

Chapter 1

แสงไฟสลัวภายในห้องนอนขนาดใหญ่ ร่างของชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ใบหน้าคมเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลซึมออกมา เปลือกตาบีบหนารัดแน่น มือเกร็งยกขึ้นเพื่อคว้าบางสิ่งที่กำลังเดินจากไป

“มนต์ อย่าไปจากภัทร”

ชายหนุ่มละเมอพร้อมยกมือขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว

“มนต์ กลับมา กลับมา !”

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมเสียงลมหายใจหอบ สายตาคมมองไปรอบ ๆ ห้องที่คุ้นเคย ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่เปียกเต็มไปด้วยเหงื่ออย่างเหนื่อยล้า

ฝันถึงอีกแล้ว ความเจ็บปวดยังคงซ้ำเหมือนเดิมไม่มีวันหาย อีกแค่วันเดียวทำไมสวรรค์ถึงกลั่นแกล้งแบบนี้ ทำไมต้องพรากพิศชามนต์ไปด้วย

งานแต่งงานถูกจัดเตรียมมาเป็นอย่างดีร่วมสามเดือนขาดแต่เพียงเจ้าสาวในวันแต่งงาน จากงานแต่งกลับกลายเป็นงานอำลา ถ้าคืนนั้นไม่เกิดขึ้น ในเวลาแบบนี้เขาคงกอดพิศชามนต์อยู่ในอ้อมกอดทุกคืน ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง สองเท้าก้าวยาวเดินตรงไปที่ห้องน้ำ

สายน้ำจากฝักบัวค่อยไหลสู่ร่างกายแกร่งผิวสองสี ยกมือลูบใบหน้า

ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดฝักบัว กำปั้นแขนซ้ายยกขึ้นทุบกำแพงอย่างแรง หยดน้ำตาของลูกผู้ชายค่อย ๆ ไหลออกมา ห้าปีผ่านมาแล้ว แต่ก็ยังทำใจรับกับการจากไปของคนรักไม่ได้ การจากไปที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น...

ณัฐภัทรเดินลงมาจากบันไดด้วยสีหน้าที่หม่องคล้ำเช่นทุกวัน สองเท้าตรงไปที่โต๊ะอาหารแล้วนั่งลง เอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่เปิดอ่าน เพ็ญรตีมองใบหน้าคมลูกชายด้วยความเป็นห่วงและอดที่จะต่อว่าไม่ได้

“แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้หาลูกสะใภ้ใหม่ได้แล้ว นี่มันก็ผ่านมาห้าปีแล้วนะ แม่หาให้ภัทรก็บอกว่าไม่ชอบ บอกให้หาเองภัทรก็บอกว่ายังไม่พร้อม” เพ็ญรตีเอ่ยขึ้น เพราะตลอดที่ผ่านมาห้าปีเธอพยายามทาบทามลูกคุณหนูของเพื่อนสนิทให้หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จสักครั้ง

“ไม่ว่านานแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันลืมมนต์ได้หรอกครับแม่” เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและคิดถึงคนรักที่จากไป

“แล้วเมื่อไหร่จะมีเหลนให้ย่าสักที”

ณัฐภัทรหันไปมองย่าและบิดาก้าวเข้ามาพร้อมนั่งลงบนโต๊ะอาหาร

“ผมยังทำใจไม่ได้ครับ” คำตอบที่ดูเหมือนคนหมดหวัง แต่คนเป็นย่าเมื่อฟังแล้วถึงกับโมโหขึ้นทันที

“ไม่ได้ ! ห้าปี มันนานเกินไปแล้ว จะให้ย่านอนตายตาหลับได้ยังไง” ณัฐภัทรยังคงนิ่งสงบ

“คุณแม่คะใจเย็น ๆ ค่ะ”เพ็ญรตีพูดห้ามด้วยความห่วง

“ใจเย็น ฉันเย็นมามากพอแล้ว ! ต่อไปนี้จะไม่มีอีก !”

จินดารัตน์ผู้เป็นย่าพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด หากเต็มไปด้วยความห่วงหลานชายไม่แพ้กัน

“คุณแม่คะ”เพ็ณรตีเรียก

“ไม่ต้องเข้าข้างเลย แม่เพ็ญรตี” เงียบไร้เสียงตอบ

“วันนี้ไปกับย่า มีนัดดูตัว”

ณัฐภัทรถึงกับมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ไม่ว่าอีกสักร้อยครั้ง พันครั้งก็

ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนพิศชามนต์ได้ !

“ผมไม่ไป วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของมนต์ ผมคงไปกับคุณย่า

ไม่ได้หรอกครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งปนเศร้า

“หึ !”

“ถ้าเป็นวันนี้ยังไงก็เป็นคำตอบเดิม เพราะผมถือว่าคุณย่ารู้อยู่แล้ว” เขาตอบก่อนจะลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารไป ทั้งที่อาหารเช้ายังคงเต็มจานอยู่เหมือนเดิม

ใบหน้าเหี่ยวย่นของจินดารัตน์เต็มไปด้วยความโกรธ มองหลานชายเดินออกไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองหน้าลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยความขุ่นเคือง

“ดูสิ...แม้แต่ฉันยัง...” จินดารัตน์พูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห

“คุณแม่ครับ ก็เจ้าภัทร มันดื้อจะตายคุณแม่ก็รู้นี่ครับ แล้วนี่นัดเขาแล้วไม่ไปจะไม่น่ารังเกียจหรอครับแม่” ทศวรรษรู้ว่าหลังจากลูกชายเสียคนรักไปเมื่อห้าปีก่อน ก็ไม่คิดที่จะมองผู้หญิงคนไหนอีกเลย แม้กระทั่งนัดดูตัวกับฝ่ายหญิงเพื่อหาลูกสะใภ้เข้าบ้านแต่ก็ไม่ได้ผล ในทางกลับกัน ลูกชายเขายิ่งไม่ยอมฟังเข้าไปใหญ่ ทุกคนในครอบครัวก็ต่างเข้าใจว่าทำใจไม่ได้ แต่นี่นานเกินมากพอแล้ว

“ฉันพูดเล่นเฉย ๆ ยังไงก็รู้ว่าเจ้าภัทรไม่ยอมไปอยู่แล้ว” จินดารัตน์ถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อไปว่า “แต่เราจะต้องหาวิธี !”

ลูกชายและลูกสะใภ้หันมามองเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย

“เราหรือคะคุณแม่” เพ็ญรตีถาม ไม่คิดว่าครั้งนี้แม่สามีจะเป็นคนเอ่ยปากหาคู่ให้ลูกชายเธอด้วยตัวเอง

“ก็ใช่นะสิ จะใครที่ไหน” จินดารัตน์ตอบ สายตาบ่งบอกถึงความตั้งใจเป็นที่สุด หากแต่ลูกชายและลูกสะใภ้กลับมองหน้ากันทำตาปริบ ๆ

จะรอดไหมงานนี้ ! เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาล้มเหลวไม่เป็นท่า

“งั้นผมไปงานมอเตอร์โชว์ก่อนนะครับ”

ทศวรรษพูดพร้อมลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร คนเป็นแม่ได้ยินแล้วเฉย ๆ แต่คนเป็นภรรยาได้ยินถึงกับควันออกหู

“คุณจะไปหาเด็กสาว ๆ ใช่ไหม !” เพ็ญรตีรีบพูดดักคอสามี

“เปล๊า ผมก็แค่ไปดูรถ ไอ้พริตตงพริตตี้ไม่เคยมองสักครั้ง”

ทศวรรษตอบเสียงสูงพร้อมส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

“ไม่มองแต่จ้องซะนาน คุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง ! หา !”

เพ็ญรตีเดินเข้าไปลากหูของคนเป็นสามีนั่งลงกับโต๊ะ

“โอ๊ย ! เจ็บนะคุณ ” ทศวรรษร้องอวดโอย

“กินข้าวซะ ไม่ต้องไปกินอาหารตา !”

จินดารัตน์ส่ายหน้าหัวเราะ ทว่าถ้าไปงานมอเตอร์โชว์ล่ะก็ จะมีลูกคุณหญิง คุณนายสวยๆ ถ้าเกิด ... ได้มาเป็นหลานสะใภ้สักคน ก็คง ...

“ฉันจะไปงานมอเตอร์โชว์” เสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นด้วยความแน่วแน่ ทศวรรศและเพ็ญรตีหันมามองพร้อมกันด้วยความสงสัย

“คุณแม่จะไปทำไมคะ” เพ็ญรตีถามด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่เธอมาเป็นลูกสะใภ้เธอไม่เคยเห็นแม่สามีออกปากไปงานมอเตอร์โชว์สักครั้ง

“ฉันจะไปหาลูกสะใภ้ !” จินดารัตน์ตอบ

“หาลูกสะใภ้ !” ทศวรรษและเพ็ญรตีอุทานพร้อมกัน มองใบหน้าของผู้เป็นแม่ยิ้มออกมาอย่างมีแผน

“ใช่แล้ว !”

“เออ... แล้วคุณแม่คงไม่เอาพริตตี้มาเป็นลูกสะใภ้หรอกนะคะ” เพ็ญรตีถามอย่างกล้ากลัว ๆ

“ใครจะไปเอา ฉันจะไปดูว่าคุณหญิงคุณนายมาบ้างไหมจะได้ทาบทามได้” จินดารรัตน์พูด มองหน้าลูกสะใภ้พลางนึกถึงคิดในใจเงียบ ๆ

“อ้อ เพ็ญก็นึกว่าคุณแม่ ...”

“แต่ฉันว่าจะเป็นพริตตี้ก็ดีนะ” จินดารัตน์เผลอพูดความคิดของเธอออกมาอย่างพอใจ แต่คนเป็นลูกสะใภ้กลับร้องห้ามทันที

“ไม่ได้นะคะคุณแม่ ผู้หญิงพวกนั้นไม่คู่ควรกับตาภัทรค่ะ” น้ำเสียงดูแคลนของเพ็ญรตี ทำให้จินดารัตน์มองหน้าด้วยความไม่พอใจ

เธอต้องการที่ให้ลูกชายของเธอแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีพร้อมเท่านั้น !

“ถึงจะเป็นผู้ดีตระกูลสูงหรือจน ฉันก็ยินดีรับเป็นหลานสะใภ้ หากทำให้เจ้าภัทรยอมแต่งงานด้วย !”

เสียงตะโกนเรียกจากด้านล่างของผู้เป็นแม่ดังขึ้น หญิงสาวใบหน้าสวยที่หลับใหลอยู่บนเตียงขนาดกลางค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยความรำคาญ

จากเสียงรบกวน มือขวายกขึ้นบังแสงแดงที่ส่องผ่านม่านเข้าแยงตา ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมขยี้เส้นผมสีน้ำตาลไหม้อย่างงัวเวีย

เช้าอีกแล้วทำไมเวลานอนช่างสั้นแบบนี้นะ

“ยัยณินท์ทานข้าวได้แล้ว” เสียงผู้เป็นแม่ตะโกนดังจากข้างล่าง

“ค่า” จิรภาณินท์ตะโกนตอบ เธอขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางถอนหายใจออกมาพร้อมหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปที่ห้องน้ำ

เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำ สองเท้าเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะเลือกหยิบชุดเดรสสีดำ ออกมาเพื่อสวมใส่ เป็นวันที่น่าเบื่อสำหรับเธออีกวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่สุจริต ใช่ว่าเธออยากจะทำแต่เพราะได้เงินดี งานสมัยนี้หายากจะตายไป ยิ่งสำหรับเธอแล้วถึงแม้ว่าจบมาได้สองปีแต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำงานแบบนี้ต่อ ทั้งที่งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่เธอเลือกเรียนจบมาแม้แต่น้อย เพราะเธอเคยสมัครงานไปแล้วแต่ไม่มีการเรียกตัวเธอเข้างานทำรอแล้วรออีก ให้ทางบริษัทเรียกตัวเธอแต่กลับไม่มีวี่แววถึงสามเดือน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พ่ายรักพลิน
7.9
พลินต้องตื่นมาพบกับฝันร้ายเมื่อเธอเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบารมี ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นว่าที่พี่เขยของตนเอง เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เรื่องราวความผิดพลาดในอดีตเมื่อสี่ปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าบารมีกลับไม่ได้มองว่าเป็นเพียงเพราะความเมามาย เขากล่าวหาและดูหมิ่นเธออย่างรุนแรงว่าตั้งใจใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อเงินล้าน พลินต้องเผชิญหน้ากับความเกลียดชัง คำตราหน้าอันแสนร้ายกาจ และหยาดน้ำตาจากความเสียใจท่ามกลางความจริงอันโหดร้ายจากชายที่เธอเคยพลาดพลั้งให้ในค่ำคืนที่มืดมิด
ภาพปกนิยายเรื่อง บ้านสีรุ้ง
9.5
หฤหรรษ์ตัดสินใจกลับมายังบ้านสีรุ้งเพื่อฟื้นฟูไร่ชาอันเป็นความฝันของครอบครัว แม้ส่วนลึกจะยังศรัทธาในความรัก แต่บาดแผลจากอดีตก็ทำให้เธอเลือกที่จะปิดกั้นตัวเอง จนกระทั่งพฤกษ์ ชายหนุ่มผู้อบอุ่นได้ก้าวเข้ามาในชีวิตและค่อยๆ ทลายกำแพงหัวใจของเธอลง ทว่าเบื้องหลังความผูกพันที่ดูงดงามนี้ ทั้งสองต่างมีความลับดำมืดที่ต้องปกปิดเอาไว้ เมื่อเรื่องราวในอดีตและข้อผูกมัดของครอบครัวเริ่มกลับมาสร้างอุปสรรคครั้งใหญ่ พวกเขาจึงต้องเลือกว่าจะยอมรับความจริงร่วมกัน หรือจะยอมปล่อยให้ความรักครั้งนี้สูญสิ้นไป โดยมีอนาคตและความสุขของทุกคนรอบข้างเป็นเดิมพัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ใจแตก
9.1
ในห้องครัวอันเงียบสงบ น้ำอ้อยกลับต้องเผชิญกับสัมผัสอันเร่าร้อนจากเควินที่รุกล้ำจุดอ่อนไหวจนร่างกายของเธอสั่นสะท้าน แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกังวลและพยายามเอ่ยปากห้ามปรามเพราะกลัวว่าจะมีใครมาพบเห็นในพื้นที่เปิดเผยเช่นนี้ ทว่าร่างกายของเธอกลับทรยศต่อความคิดและตอบสนองต่อปรารถนาของเขาอย่างไม่อาจต้านทาน เควินเฝ้ามองปฏิกิริยาของหญิงสาวที่กำลังสูญเสียการควบคุมด้วยความพึงใจ เขารู้ดีว่าบัดนี้ตนเองสามารถครอบครองและบงการร่างกายของเธอได้อย่างเบ็ดเสร็จท่ามกลางความซ่านสยิวที่ยากจะหยุดยั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง พิษรักรุ่นพี่เลว
9.8
อชิรญาปรารถนาที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่และลบเลือนความเจ็บปวดในอดีต ทว่ารุ่นพี่หนุ่มผู้เห็นแก่ตัวและยึดมั่นในศักดิ์ศรีกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาตราหน้าว่าเธอเป็นสิทธิ์ขาดของเขาเพียงคนเดียวและกีดกันไม่ให้ชายใดเข้าใกล้ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อเธอเริ่มขุดคุ้ยและตั้งคำถามเกี่ยวกับพระแพง อดีตคนรักของเขา นำไปสู่การปะทะคารมและความขัดแย้งที่ยากจะประสาน ท่ามกลางบ่วงรักที่เต็มไปด้วยพิษร้ายซึ่งคอยกัดเซาะและทำลายล้างหัวใจของเธออย่างไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักกับดักอสูร
9.4
ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค ชายหนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีน้ำทะเลผู้รักสนุกและเห็นผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องระบายความใคร่ชั่วคราว ได้วางแผนการร้ายเพื่อล่อลวง ม่านไหม หญิงสาวชาวไทยให้มาติดบ่วงเสน่หา โดยตั้งใจจะเฉดหัวเธอทิ้งอย่างรวดเร็ว เขาจึงยื่นข้อเสนอสุดเสี่ยงด้วยการสัมผัสเพียงเรือนร่างภายนอกเป็นเวลา 20 นาที และสัญญาจะหยุดหากเธอปฏิเสธ ทว่าหญิงสาวกลับไม่รู้เลยว่ามันคือกับดักของอสูรร้าย เพราะเมื่อไฟราคะเริ่มปะทุขึ้นแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งมันได้ และในที่สุดเธอก็ต้องยอมศิโรราบพร้อมทั้งปล่อยให้หัวใจโดนแผดเผาอยู่ใต้กรงขังแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้กำหนดเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้รักชีคทมิฬ
8.9
ความรักอันลึกซึ้งที่องค์ชายเฟซานเคยมีให้แก่เมริสา หญิงสาวชาวไทยผู้เป็นยอดดวงใจ ต้องพังทลายลงกลายเป็นความเจ็บปวดจากการทรยศหักหลัง ทว่าเมื่อเวลาล่วงเลยไปครึ่งปี โชคชะตากลับพัดพาเธอย้อนคืนมาหาเขาอีกครั้ง ในยามที่ความรู้สึกรักได้แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นอันร้อนรุ่ม แม้หญิงสาวจะพยายามอธิบายความจริงเกี่ยวกับชายอื่นเพื่อขอความเห็นใจเพียงใด แต่เจ้าชายผู้ไร้หัวใจและแสนเย็นชาในวันนี้ กลับมองเธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือรองรับอารมณ์ใคร่เพื่อสะสางหนี้แค้นที่เคยเผาไหม้ในอดีต โดยไม่ไยดีต่อคำบอกรักหรือหยาดน้ำตาของเธออีกต่อไป