APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแรกชั่วนิรันดร์

รักแรกชั่วนิรันดร์

เมื่ออุบัติเหตุพรากชีวิตพิมพ์ชนกไปอย่างไม่มีวันกลับ เตชินท์จึงตกอยู่ในความแค้นและมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างฟ้าลดา หญิงสาวที่เป็นต้นเหตุของความสูญเสียครั้งนี้ให้ย่อยยับ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างเหลือเชื่อ เมื่อปาฏิหาริย์ดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างของฟ้าลดา ศัตรูตัวร้ายที่เขาเกลียดชังสุดหัวใจ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง และพยายามพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงภายใต้รูปร่างหน้าตาของคนที่เขาต้องการจองเวร ท่ามกลางอุปสรรคแสนสาหัสนี้ พิมพ์ชนกจะสามารถทลายกำแพงความเกลียดชังและทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งในร่างของศัตรูได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เตชินท์รอแม่ของเขาอย่างใจจดใจจ่อ อยู่ดีๆ นางปวีณาก็โทรมาบอกเขาว่าจะมาหาและจะอยู่บ้านสักระยะ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าแม่ของเขาคิดจะทำอะไร ร้อยวันพันปีนางปวีณาไม่เคยคิดที่จะมาอยู่กรุงเทพฯ แม้ว่าจะมีบ้านอยู่ที่นี่ก็ตาม เพราะส่วนใหญ่พ่อกับแม่ของเขาจะอยู่ที่กระบี่เสียมากกว่า ฉะนั้นการมาครั้งนี้ แม่ของเขาต้องมีเรื่องสำคัญเป็นแน่

เตชินท์ได้แต่ภาวนา อย่าให้เป็นเรื่องที่เขากำลังกลัวอยู่ในตอนนี้เลย ไม่นานเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น

“เข้ามา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แสร้งจดจ่ออยู่กับกองเอกสารที่อยู่ตรงหน้า ไม่ยอมเงยขึ้นมามองแขกที่เข้ามาในห้อง

“คุณเตชินท์ครับ คุณปวีณามาถึงแล้วครับ” เมฆาเลขาคนสนิทของเขาเอ่ยขึ้น

“สวัสดีครับคุณแม่” เขาเอ่ยทักทายผู้เป็นมารดา ตอนนี้ปวีณายืนหน้าบึ้งอยู่ตรงประตู

“งานคงจะยุ่งมากสินะ ถึงไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง แกคิดจะอยู่กรุงเทพฯ ไปตลอดเลยหรือไง”

“ทำไม่จะไม่กลับครับ ผมก็กลับทุกอาทิตย์”

“แกก็รู้ว่าแม่ไม่ได้หมายถึงบ้านที่กรุงเทพฯ”

“ถ้าแม่หมายถึงกระบี่ เดือนที่แล้วผมก็พึ่งจะกลับไปดูโรงแรมและก็รีสอร์ตที่นั่นนะครับ...ผมแค่ไม่ได้กลับเข้าบ้านเท่านั้นเอง”

“อุตส่าห์ไปถึงกระบี่ แล้วทำไมแกไม่แวะไปหาแม่ ถ้าผู้จัดการโรงแรมไม่บอกแม่ก็คงไม่รู้”

“ก็งานมันยุ่งนี่ครับแม่ พอทำงานเสร็จผมก็รีบบินกลับกรุงเทพฯ ทันทีเลย”

เดือนก่อนเตชินท์พาพิมพ์ชนกไปเที่ยวที่กระบี่ด้วย เขาจึงเลือกที่จะพักอยู่โรงแรม โดยกำชับผู้จัดการไว้ว่าห้ามบอกนางปวีณาเด็ดขาดว่าเขาพาพิมพ์ชนกมาด้วย เขารู้ดีว่านางปวีณาไม่ค่อยชอบเธอ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กลับบ้าน เพราะถ้าเขาพาพิมพ์ชนกเข้าบ้านมีหวังแม่เขาอาละวาดบ้านแตกแน่นอน

“แม่มากรุงเทพฯ คราวนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ” เตชินท์รีบถามในสิ่งที่เขาสงสัย

“มี! แม่จะไปบ้านคุณอาเอมอร และแม่ก็อยากให้แกไปด้วย”

“แม่ให้ผมไปด้วยทำไมครับ” เตชินท์ถามออกไปอย่างนั้น ทั้งที่

ความจริงแค่นางปวีณาเอ่ยชื่อเอมอร เขาก็รู้คำตอบอยู่แล้ว

“แกก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนะ...ว่าแกมีคู่หมั้นอยู่แล้ว แม่ว่ามันถึงเวลาที่แกต้องแต่งงานกับหนูฟ้าแล้วนะ”

“แม่ครับ...แม่ก็รู้ว่าผมรักพิมพ์”

“แกก็รู้...ว่าแกมีคู่หมั้นแล้ว แกยังไปคว้ายายเด็กนั่นมาทำเมียอีก”

“แต่ผมรักพิมพ์นะครับแม่...ไม่ได้รักฟ้า”

“แล้วยังไง แกจะให้ฝ่ายนั้นเขามาถอนหงอกฉันอย่างนั้นเหรอ”

เตชินท์กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เรื่องเดียวที่เขารู้สึกผิดกับพิมพ์ชนก คือการที่เขาปิดบังเธอเรื่องคู่หมั้น

เตชินท์และฟ้าลดาหมั้นกันตั้งแต่เด็ก แต่เขาไม่เคยรักฟ้าลดาเลย และก็ไม่ได้ติดต่อกับเธอมาหลายปีแล้ว อีกอย่างการหมั้นหมายก็เกิดขึ้นเพราะผู้ใหญ่ได้ตกปากรับคำกันเท่านั้น ไม่ได้มีพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการ เตชินท์จึงไม่คิดว่าแม่ของเขาจะจริงจังกับเรื่องนี้

“ตอนเย็นผมมีนัดแล้วครับ”

“นัดอะไรมันจะสำคัญไปกว่าแม่ แกอย่าบอกนะว่ากับยัยพิมพ์ชนกอะไรนั่น”

“...”

เตชินท์ได้แต่เงียบ วันนี้เป็นวันครบรอบ 5 ปีที่เขาและพิมพ์ชนกคบกัน เขาตั้งใจว่าจะพาเธอไปเลี้ยงฉลองกันสองต่อสองตามประสาคู่รัก

“โอเค! ถ้าแกเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นสำคัญกว่าแม่ก็ตามใจ”

พูดจบนางปวีณาก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินไปที่ประตู มองลูกชายอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าบ่งบอกถึงความโกรธและความน้อยใจ แต่ยังไม่ทันที่จะหญิงสูงวัยจะก้าวพ้นประตู เสียงของลูกชายสุดที่รักก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ผมไปก็ได้ครับ”

“แกแน่ใจนะ!” ปวีณารีบถามลูกชายทันทีเพื่อความแน่ใจ

“ครับ...คุณแม่ไปพักผ่อนที่บ้านให้สบายใจนะครับ ตอนเย็นเดี๋ยวผมพาไป”

เตชินท์ตัดสินใจไปกับนางปวีณาในที่สุด เขาอยากจะลองไปคุยกับฟ้าลดาดู บางทีเธออาจจะมีแฟนแล้วและก็ไม่อยากแต่งงานกับเขาก็เป็นได้

“ให้มันได้อย่างนี้สิลูกรักของแม่”

นางปวีณาสวมกอดลูกชายก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม นางอุตส่าห์หมั้นหมายฟ้าลดา ลูกสาวของเพื่อนที่เพียบพร้อมทั้งการศึกษาและชาติตระกูลไว้ให้ลูกชาย เรื่องอะไรจะยอมให้ลูกชายคนเดียวมาแต่งงานกับเด็กกำพร้าอย่างพิมพ์ชนก ถึงแม้ปวีณาจะรู้อยู่เต็มอกว่าพิมพ์ชนกเป็นคนดีก็ตาม แต่คนเป็นแม่ยังไงก็อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเสมอ

หลังจากแม่ของเขาออกจากห้องไปแล้วเตชินท์ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาพิมพ์ชนกทันที

“ว่าไงคะเต” พิมพ์ชนกกรอกเสียงมาตามสาย

“พิมพ์...คือว่าตอนเย็นผมจะต้องพาแม่คุณแม่ไปธุระ ผมคงพาพิมพ์ไปดินเนอร์ไม่ได้แล้วนะครับ ผมขัดคุณแม่ไม่ได้จริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เตพาคุณแม่ไปเถอะ นานๆ ทีท่านจะมากรุงเทพฯ”

“พิมพ์ไม่โกรธผมแน่นะ”

“แน่สิคะ! พิมพ์จะโกรธทำไม ก็เตไปกับคุณแม่นี่คะ ถ้าไปกับผู้หญิงคนอื่นก็ว่าไปอย่าง” เตชินท์ถึงกับสะอึกกับคำพูดของพิมพ์ชนก

“โอเคครับ...วันหลังเราค่อยไปฉลองกันนะ”

“ค่ะ”

“ผมรักพิมพ์นะ”

“พิมพ์ก็รักเตเหมือนกันค่ะ” พิมพ์ชนกพูดเสียงเบา ด้วยกลัวว่าเจ้านายจะได้ยิน เธอยิ้มพลางมองหน้าจอโทรศัพท์หลังจากกดวางสาย

“ยิ้มอะไรเหรอคะพี่พิมพ์” ฟ้าลดาเอ่ยถามเลขา

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณฟ้า” พิมพ์ชนกตอบเจ้านาย ปากบอกว่าไม่มีอะไรแต่แววตาเป็นประกาย

“ฟ้าไม่เชื่อหรอกค่ะ ต้องเป็นแฟนพี่พิมพ์โทรมาแน่เลยใช่ไหมคะ ยิ้มแก้มแทบฉีกเชียว” ฟ้าลดาเอ่ยแซวเลขา

พิมพ์ชนกได้แต่ยิ้มให้กับเจ้านาย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง

ฟ้าลดา รัตนไพศาล ลูกสาวคนเดียวของนายดนัย และนางเอมอร รัตนไพศาล เจ้าของบริษัท ดี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม

ฟ้าลดานับถือพิมพ์ชนกเหมือนพี่สาว เพราะพิมพ์ชนกเป็นคนสอนงานเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเข้ามาทำงานในบริษัท เดิมทีพิมพ์ชนกเป็นเลขาของนายดนัยผู้เป็นบิดา แต่เมื่อฟ้าลดาเข้ามาทำงาน พ่อของเธอก็ยกเลขาฝีมือดีให้

ฟ้าลดาพึ่งจะกลับมาจากเมืองนอกเธอจึงไม่ค่อยมีเพื่อน ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันทำให้เธอสนิทสนมกับพิมพ์ชนกอย่างรวดเร็ว ภายนอกฟ้าลดาอาจจะดูเป็นคุณหนูที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่ไม่ใช่กับพิมพ์ชนกเวลาที่อยู่กับพิมพ์ชนกเธอจะน่ารักเสมอ

พอถึงเวลานัดเตชินท์แวะไปรับมารดาที่บ้านก่อนจะไปที่บ้านของฟ้าลดา ตอนนี้เตชินท์กับนางปวีณา นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกของบ้านรัตนไพศาล

“สวัสดีครับคุณอา” เตชินท์กล่าวทักทายนางเอมอร

“สวัสดีจ้า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเต”

“ผมงานยุ่งครับคุณอา”

“แล้วหนูฟ้าไปไหนเหรอเอมอร” นางปวีณาเอ่ยถามถึงลูกสาวของเพื่อน

“ยัยฟ้ากำลังกลับมาจ้า ขานั้นเขาบ้างาน”

“เหมือนกันกับตาเตเลย ถ้าแต่งงานกันไปจะมีหลานให้เราอุ้มตอนไหนก็ไม่รู้”

“คุณแม่ครับ” เตชินท์รีบห้ามมารดา ปวีณาได้แต่มองลูกชายตาเขียว

“นั่นไง...ยัยฟ้ามาพอดี” เอมอรยิ้มให้กับบุตรสาวที่กำลังเดินมาที่ห้องรับแขก

“ฟ้ามานี่เร็วลูก คุณป้าปวีณากับพี่เตมารอหนูนานแล้วนะลูก”

“สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะพี่เต” ฟ้าลดาทักทายแขกทั้งสองด้วยท่าทางนอบน้อม

หลังจากที่ไม่ได้เจอเตชินท์มานานหลายปี ฟ้าลดาก็รู้สึกขอบคุณเอมอรที่ได้หมั้นหมายเตชินท์ไว้ให้เธอตั้งแต่ยังเด็ก ตัวจริงของเขาหล่อกว่าในรูปที่เธอเห็นตามหน้านิตยสารเสียอีก ฉะนั้นการแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับฟ้าลดา เพราะเธอรักเตชินท์มาตั้งแต่ยังเด็ก แต่เขาไม่เคยชายตามองเธอเลย เขาบอกฟ้าลดาเสมอว่ารักเธอเหมือนน้องสาว แต่ก่อนฟ้าลดาตามติดเขาแจ เธอไปไหนมาไหนกับเตชินท์ตลอด จนกระทั่งชายหนุ่มเข้ามหาวิทยาลัยส่วนเธอก็ไปเรียนเมืองนอก ทั้งสองคนจึงได้ขาดการติดต่อกัน

ปวีณากับเอมอรคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ไม่ได้สนใจท่าทางอึดอัดของเตชินท์เลยสักนิด

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ ปวีณาก็ให้ฟ้าลดาพาเตชินท์ออก ไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ด้านนอก ส่วนปวีณาและเอมอรก็คุยเรื่องการแต่งงานของทั้งสองคน

ฟ้าลดาเป็นฝ่ายชวนเตชินท์คุยเสียมากกว่า เธออยากให้เขาประทับใจและก็ยอมแต่งงานกับเธออย่างไม่มีข้อแม้ ฟ้าลดารู้ดีว่าเขาเป็นหนุ่มในฝันของผู้หญิงหลายๆ คน รวมทั้งเธอด้วย การที่เธอได้เขามาครอบครองผู้หญิงทุกคนจะต้องอิจฉาเธอเป็นแน่

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะพี่เต” ฟ้าลดาเอ่ยถามเตชินท์เพื่อทำลายความเงียบ

“เวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ พี่เจอฟ้าครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นตอนมัธยมปลาย” เตชินท์พูดพลางสายตาก็มองไปบนท้องฟ้า

“ต่อไปนี้เราคงต้องเจอกันบ่อยกว่านี้แล้วนะคะ เพราะผู้ใหญ่กำลังคุยเรื่องแต่งงานของเราแล้ว”

“มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอฟ้า เรายังไม่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันเลยนะ”

“เราหมั้นกันมาตั้งแต่เด็กแล้วนะคะ ฟ้าว่ามันก็ควรถึงเวลาแล้วนะ”

“มันก็แค่ผู้ใหญ่คุยกัน ตอนนี้เราโตพอที่จะเลือกทางเดินของตัวเองได้แล้วนะ”

“แล้วที่ผู้ใหญ่เลือกให้มันไม่ดีตรงไหน”

“ก็ตรงที่พี่ไม่...”

“ดูโน่นสิคะ! ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีดาวตก”

ฟ้าลดาพูดพลางชี้มือไปบนท้องฟ้า เธอรู้ดีว่าเตชินท์กำลังจะพูดอะไร และมันเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยินมากที่สุด แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีเตชินท์ก็ไม่เคยรักเธอเลย แต่มันตรงกันข้ามกับเธอ ยิ่งนับวันเธอยิ่งรักเขามากขึ้นทุกที การแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นเธอที่เป็นฝ่ายขอให้มารดาโทรไปเร่งรัดปวีณา

ฟ้าลดาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ แต่เพราะความรักที่เธอมีให้เตชินท์ ทำให้เธอดื้อดึงที่จะแต่งงานกับเขา แม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าเตชินท์ไม่เคยรักเธอ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักของจักรพรรดิ
9.8
เฉียวชูเยว่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสนับสนุนสามีจนได้ดิบได้ดีเป็นขุนนาง แต่เขากลับทรยศหักหลังนางอย่างเจ็บแสบเพราะความมักมากและละโมบในลาภยศ เพื่อรักษาเส้นทางอนาคตของสามีเอาไว้ นางจึงยอมฝืนใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อปรนนิบัติจักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ทว่าสิ่งที่นางได้รับตอบแทนจากสามีที่กำลังเสวยสุขกับหญิงอื่นกลับมีเพียงใบหย่าและการถูกตามล่าเอาชีวิต ในยามที่ไร้ทางออกและสิ้นหวังถึงขีดสุด จักรพรรดิองค์นั้นกลับก้าวเข้ามาช่วยเหลือพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางเคียงข้างพระองค์ แลกกับการปกป้องดูแลไม่ให้ใครรังแกนางได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ไนล์  รักนี้ชั่วนิรันดร์
9.7
ไม่ว่าคืนวันจะหมุนผ่านไปนานเท่าใด ความจงรักภักดีในใจของชายคนหนึ่งที่มีต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รักก็ไม่เคยจืดจาง แม้ว่าโชคชะตาจะลิขิตให้ความรักของทั้งสองต้องหลบซ่อนจากสายตาของโลกภายนอก แต่จิตวิญญาณของเขายังคงเพรียกหาและคอยติดตามเธอไปทุกชาติภพอย่างไม่เสื่อมคลาย สำหรับเขาแล้ว เธอคือรักแรกและรักเดียว เป็นดั่งจุดหมายเดียวในชีวิตที่เขาพร้อมจะเฝ้ารอเพื่อได้เคียงคู่กันตลอดไป หัวใจดวงนี้จะยังคงเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้นตั้งแต่อดีตกาลจวบจนชั่วนิรันดาล
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
จากจุดจบในโลกซอมบี้อันโหดร้าย ฉินหลิวซีได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กหญิงวัยเพียงห้าขวบผู้มีชีวิตแสนรันทด ท่ามกลางความขัดสนและแรงกดขี่อย่างไร้ความปรานีจากเครือญาติ เธอปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ และตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องคนในบ้านพร้อมกับเปลี่ยนชีวิตของตัวเองใหม่ ด้วยการตั้งเป้าหมายว่าจะใช้ทักษะความสามารถทั้งหมดที่มี นำพาครอบครัวก้าวผ่านความยากจนข้นแค้นและสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมั่นคงให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ถูกอัลฟ่าหักหลัง  ตื่นขึ้นเป็นลูน่า
8.1
เมื่อความรักอันลึกซึ้งถูกหักหลังในวันสำคัญ อัลฟ่าที่ฉันเคยภักดีกลับเลือกหญิงอื่นเพื่อหนทางสู่อำนาจ เขาทำลายชีวิตและป้ายความผิดให้ฉันอย่างไม่ใยดี ทั้งยังพยายามบีบบังคับให้ฉันยอมเป็นเพียงเมียเก็บ แต่ฉันเลือกที่จะไม่ยอมจำนนและหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นเป็นลูน่าผู้สง่างามเคียงคู่กับรักครั้งใหม่ที่จริงใจ ทว่าอดีตคู่แห่งโชคชะตากลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตามล่าและลักพาตัวฉันกลับคืนสู่กรงขังอันมืดมิดที่เขาเรียกว่าบ้านอีกครั้งใหม่ว่ามันคุกรุ่นที่เขาเรียกว่าบ้านอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยหญิงยอดฝีมือต้องจบชีวิตลงในระหว่างช่วยพลเมืองดีจากโจรผู้ร้าย แต่ดวงวิญญาณของเธอกลับไม่ได้ดับสูญ ทว่าได้ข้ามมิติมาสวมร่างของ หลินซูเหมย คุณหนูห้าขี้โรควัยสิบห้าปีแห่งตระกูลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบทำร้ายผลักตกสระน้ำ เมื่ออดีตนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างของเด็กสาวที่เคยถูกพี่สาวแท้ๆ และบ่าวไพร่รุมรังแกสารพัด เธอจึงตัดสินใจนำวิชาแม่ไม้มวยไทยจากชาติปางก่อนมาใช้ฝึกฝนร่างกายที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องคนที่เธอรักในโลกใบใหม่อย่างไม่เกรงกลัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าเป็นตัวแทนแห่งเหมยสวรรค์
8.8
โชคชะตาขีดเส้นให้หนิงเอ๋อ เซียนสาวผู้ต่ำต้อย ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งพระชายาของโอรสแห่งสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน ทว่าชีวิตในวังเมฆาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนางพบว่าหัวใจของสวามีกลับมีไว้ให้เพียงองค์หญิงแห่งเจ้าสมุทรผู้สูงศักดิ์เท่านั้น ท่ามกลางวังวนแห่งความรักที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรค หนิงเอ๋อต้องเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงเพื่อยืนหยัดในฐานะที่ได้รับมอบมา เซียนตัวเล็กๆ อย่างนางจะหาทางผ่านพ้นความเจ็บปวดและขวากหนามในความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร