APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สาบสาว

สาบสาว

หญิงสาวตกบ่วงเสน่ห์ดวงตาสีมรกตอันงดงามของหนุ่มต่างชาติร่างใหญ่ แม้จะเคยรู้สึกหวาดกลัวเขาในคืนก่อนหน้า ทว่าสัมผัสอันแสนอ่อนโยนจากชายหนุ่มกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ฝ่ายชายเอ่ยเย้าแหย่ถึงขนาดตัวของเขาที่ดูใหญ่โตเกินกว่าเตียงนอนของเธอ พร้อมทั้งทิ้งคำพูดชวนคิดลึกที่ทำให้หญิงสาวเขินอายจนต้องหันหน้าหนีด้วยความขัดเขิน ก่อนที่เขาจะเริ่มเปิดฉากบทรักครั้งใหม่ด้วยจุมพิตอันเร่าร้อนและโหยหา เพื่อเป็นการร่ำลาก่อนที่ตัวเขาจะต้องออกไปทำงาน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

อือ…

ริมฝีปากหนาครางพร่าอยู่ในรถเมื่อได้กลิ่นสาบของสาวพรหมจรรย์ลอยเข้ามาในรถเตะปลายจมูกของเขา วันนี้เป็นคืนสิบห้าค่ำ คืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนที่ครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างเขาต้องผสมพันธุ์กับสาวพรหมจรรย์ และนี่ก็ผ่านพระจันทร์เต็มดวงมาหลายครั้งแล้ว เขาก็ยังหาผู้หญิงพรหมจรรย์ไม่เจอเลยสักคน

“หยุดรถดอม” เสียงเข้มสั่งให้บอดี้การ์ดหยุดรถเมื่อกลิ่นสาบสาวรุนแรงขึ้นจนเพิ่มกำหนัดในกายแข็งแรงกลางหว่างขาของเขาให้ปวดร้าวเหยียดตัวคับแน่นกางเกง

“ครับคุณนิก” ดอมหยุดรถทันที

“กลิ่นพรหมจรรย์” เขาเอ่ยพึมพำและก็ดังพอที่จะทำให้ดอมได้ยิน

“ครับนาย” ดอมรู้ว่าเจ้านายนั้นเป็นลูกครึ่ง และตระกูลของดอมก็รับใช้ตระกูลเปอตีมาตั้งแต่สมัยปู่ของชายหนุ่มแล้วและก็รู้ความลับของตระกูลนี้เป็นอย่างดี

“ฉันจะออกล่าเหยื่อ นายกลับไปรอที่บ้านพักได้”

เขาพูดจบก็เปิดประตูรถก้าวลงไปทันที โดมินิก เปอตี วัย 36 ปี เจ้าของธุรกิจน้ำหอมรายใหญ่ของฝรั่งเศส และเป็นชายในฝันของสาวๆ หลายๆ คน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความหล่อร้ายนั้นมีความเหนือธรรมชาติซุกซ่อนอยู่

แล้วรถยนต์คันหรูก็แล่นไปทันทีเมื่อเจ้านายลงจากรถเรียบร้อยแล้ว ดอมมองในกระจกมองหลังเห็นเจ้านายหายตัวไวๆ ไปในความมืดในยามดึก การมาเมืองไทยครั้งนี้ เขาและเจ้านายหนุ่มลงทุนเปิดตลาดที่ประเทศไทย ดอมมองเจ้านายหายไปในความมืดก็กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเจ้าป่าอย่างโดมินิกออกล่า ซึ่งเขาไม่ได้เห็นนานแล้ว ปกติจะมีแต่เขาพาผู้หญิงมาสังเวยให้บนเตียง แต่หากเมื่อใดที่ได้กลิ่นสาบสาวพรหมจรรย์ เจ้านายของเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นวัยของการสืบพันธุ์

“หลับฝันดีนะลูกพ่อ” สง่าบอกฝันดีลูกสาวคนเดียวของตนเองเมื่อขึ้นมาส่งลูกสาวสุดที่รักเข้านอน

“ฝันดีเช่นกันค่ะพ่อหง่า”

น้ำเสียงหวานบอกฝันดีพ่อผู้ให้กำเนิดกลับเช่นกัน เอณิการ์ ผู้ดี หรือเอ วัย 19 ปี เด็กสาวอาศัยอยู่กับพ่อสองคน แม่ของเธอเพิ่งจะจากไปเมื่อปีที่แล้ว และเธอก็เป็นลูกสาวคนเดียวของนายสง่า เจ้าของร้านไอศกรีมในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่

เด็กสาวใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวนวลอมชมพูต้องแสงของพระจันทร์ในค่ำคืนนี้ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง หล่อนนั่งมองกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแย้มยิ้มกับกระจกโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองอยู่ในความมืด

ฮืม!

กลิ่นสาบพรหมจรรย์กระตุ้นให้โดมินิกคำรามพร่าและเฝ้ารอจังหวะจะจู่โจมดวงหน้าหวานของเจ้าของห้องนอนสีชมพูหวานที่เขามาเกาะขอบหน้าต่างเฝ้ามองอยู่

“พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ไปช่วยพ่อขายไอศกรีมดีกว่า”

เธอพึมพำกับตัวเองแล้วยื่นมือไปจิ้มกระจกบอกเงาตัวเองที่สะท้อนตรงหน้า เอณิการ์เรียนคณะศึกษาศาสตร์ วิชาภาษาไทย เด็กสาวฝันอยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เธอจึงเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย บวกกับนิสัยที่รักการอ่าน และตอนนี้เธอก็เรียนอยู่ปีหนึ่ง กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเยอะ แต่ก็ไม่ทำให้เหนื่อยกลับสนุกด้วยซ้ำที่ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย

ฮืม!

โดมินิกฮึ่มฮั่มอย่างอดทน สองมือกำแน่นเกาะขอบหน้าต่างห้องขนาดเล็กไว้อย่างใจเย็น แต่เหมือนว่าสัญชาตญาณสัตว์ในตัวของเขามันไม่ยอมเชื่อฟัง และทันทีที่ร่างเล็กอ้อนแอ้นลุกขึ้นปิดไฟเดินไปล้มตัวนอนบนเตียง เขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความมืด แม้จะมืดแต่ดวงตาของสัตว์อย่างเขาก็มองเห็นทุกอย่างชัดเจน

ตุ้บ!

เสียงเหมือนมีอะไรดังกระทบพื้นทำให้เอณิการ์เพ่งมองในความมืดด้วยความตกใจ เพราะอยู่ๆ ก็มีเสียงกระแทกดังขึ้นใกล้ๆ แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดในความมืดเมื่อมีอะไรสักอย่างปิดปากของเธอไว้

อือ!

คนที่ทนความกำหนัดของตัวเองไม่ไหวปลุกปล้ำร่างน้อยในความมืด กดร่างเล็กที่ดิ้นรนให้อยู่ใต้ร่าง เอามือหนาของตัวเองออกจากปากเล็กแล้วประกบปากหนาตัวเองบดจูบปิดเสียงร้องของคนตัวเล็กไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกนอกห้อง

“อือ...อ่า...”

เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดบี้ขยี้กันและสองมือใหญ่ก็รวบมือเล็กขึ้นตรึงไว้เหนือหัวเพียงมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมเต้าอวบอูมขนาดพอดีมือของตนเอง

“อ่า...หวาน”

โดมินิกผละปากร้อนรุ่มออกมาจากปากน้อยหวานละมุนที่บดขยี้จูบปลุกปล้ำมาไล้เลียริมฝีปากเล็กที่ตนบีบคางเล็กไว้เพื่อไม่ให้สาวน้อยใต้ร่างส่งเสียงร้องเรียกให้คนเข้ามาช่วย

“อือ...อื้อ” ร่างน้อยบิดดิ้นรนขัดขืนไปมาในความมืด และก็ตกใจกลัวกับไฟมุมมืดที่สะท้อนเข้ามาผ่านทางหน้าต่างของห้องกระทบกับดวงตาสีมรกตน่ากลัว

“อ่า...หอมเหลือเกิน กลิ่นเธอทำให้ฉันปวดร้าวสาวน้อย” ดวงตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าสวยสั่นกลัวตนเองในความมืด แต่เขากลับมองเห็นมันชัดเจน

“อือ...อื้อ”

เอณิการ์ได้แต่ดิ้นรนไปมาพูดไม่ได้ เพราะมีมือของเขาบีบคางเล็กของเธอไว้

“อ่า...คืนนี้เธอต้องสังเวยร่างให้ฉันสาวน้อย อืม...”

มือใหญ่ข้างที่รวบตรึงมือเล็กทั้งสองไว้เหนือหัวก็เคลื่อนมาลูบไล้ลำคอระหง แล้วโน้มหน้าไปซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดเบี่ยงหนีไปมา ยิ่งคนตัวเล็กดิ้น เขายิ่งปวดร้าวต้องการ กลิ่นกายของเธอช่างหอมเย้ายั่วไม่เหมือนผู้หญิงที่เคยผ่านมาของเขา

“อือ...หอมเหลือเกิน อ่า...”

ลากไล้ปลายลิ้นสากกับซอกคอระหงแล้วมาขบเม้มติ่งหูเล็ก แล้วเคลื่อนมาบดจูบปากน้อยที่เคยบดจูบควานกินความหวานก่อนหน้าอีกครั้ง ปากหนาที่บดขยี้กับปากเล็กดูดเม้มเรียวลิ้นน้อยของอีกฝ่ายแม้อีกฝ่ายจะถอยร่นลิ้นหนี แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของโดมินิก

มือใหญ่ปล่อยมือที่บีบล็อกคางเล็กแล้วเคลื่อนมาลูบไล้เรือนกายเล็กของอีกฝ่าย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาต้องร่วมรักกับเด็กตัวเท่านี้ แต่หล่อนหอมเย้ายั่วเหลือเกิน เขาปรารถนา และเด็กคนนี้นี่แหละที่จะเป็นคนขยายเผ่าพันธุ์ของเขา

“อ่า...อือ”

เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดขยี้กันและร่างเล็กก็ดิ้นไปมาใต้ร่างใหญ่โตไม่ยอมให้ความร่วมมือไปกับคนในความมืด แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งดิ้นยิ่งเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ของสัตว์ป่าในตัวของบุรุษเหนือร่าง

“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ฉันอยากได้เธอแม่หนูน้อย อ่า...กลิ่นสาวของหล่อนช่างหอมเหลือเกิน อืม...” เขาครางพร่าด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน เขามีแม่นมเป็นคนไทยจึงไม่แปลกที่จะพูดไทยได้ราวกับเป็นเจ้าของภาษา

“มะ...ไม่นะ คุณอย่าทำร้ายหนูเลย หนูกลัว คุณปีศาจ...” เมื่อปากเป็นอิสระ หล่อนก็อ้อนวอนขอร้องคนเหนือร่าง ยิ่งได้เห็นดวงตาสีมรกตทอประกายแสงก็ยิ่งกวาดกลัว

“ชูว์...เด็กน้อยของฉัน เธอถูกฉันเลือกแล้ว อีกอย่างกลิ่นตัวของหนูมันเชิญชวนฉันมาเองนะสาวน้อย” น้ำเสียงแหบพร่าเปล่งออกมาด้วยความยากลำบากแล้วนำมือใหญ่มาขยุ้มขยำสองเต้าเล็กกระเปาะพอดีมือของตนเองแล้วก็บีบเคล้นคลึงขยำเป็นจังหวะ

“อ่ะ...เจ็บ คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ อ่ะ...อือ” หล่อนดิ้นและจับมือใหญ่ที่ขยำหน้าอกของตนเอง ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อและบิดเบี้ยวไปมาด้วยความเจ็บกับสัมผัสที่ไม่คุ้นชิน

“อ่า...หนูไม่เจ็บหรอก สาวน้อยของฉัน เธอจะเสียวมากกว่า เชื่อฉันถ้าไม่อยากตาย”

เขาขู่เสียงเข้มในท้ายประโยค แล้วดวงตาของเขาก็ทอแสงอีกครั้งจนเอณิการ์ไม่กล้าพูดอะไรและดิ้นรนขัดขืนอีก สาวน้อยสั่นกลัวอยู่ใต้ร่างใหญ่โตของบุรุษในความมืด แต่ตาของเขาช่างน่ากลัว ยิ่งได้สบจ้องยิ่งทำให้หนาวสั่นไปทั่วร่างเล็ก

“ว่าง่ายๆ แบบนี้ฉันชอบ ฉันไม่ชอบคนที่ไม่เชื่อฟังฉัน” มือใหญ่ลูบแก้มนวลเนียนและเขาก็รู้ว่าตอนนี้ดวงตากลมโตของหล่อนกำลังมีน้ำเอ่อล้นออกมา

“อือ...คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ คุณ...”

“ฉันแค่สอนให้หนูรู้จักความสุขเท่านั้นสาวน้อย เชื่อฉัน”

น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเปล่งออกมาหลอกล่อเด็กสาวใต้ร่าง แล้วเขาก็ผละร่างขึ้นมานั่งคร่อมหญิงสาวแล้วปลดเปลื้องเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองออก และไม่นานท่อนบนของเขาก็เปลือยเปล่า

“คุณจะข่มขืนหนู” หล่อนถามเขาทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขากำลังจะทำอะไร

“อย่าใช้คำนั้นกับฉันเด็กน้อย เพราะฉันไม่เคยข่มขืนใคร และหนูก็จะสมยอมและชอบมัน เชื่อฉันเด็กน้อย” จับมือเล็กที่กำเกร็งแน่นข้างลำตัวมาทาบทับหน้าอกกำยำของตนเอง แล้วก็บังคับให้หล่อนคายมือที่กำแน่นออกมาลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของตน

“ไม่...คุณเป็นปีศาจ ตาของคุณน่ากลัว มันส่องแสง คุณไม่ใช่คนใช่ไหมคะ คุณ...”

“ชูว์...อย่าพูดแบบนั้น ฉันพิเศษกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป”

เมื่อเขาอ้าปากกว้าง เขี้ยวคมของเขาก็งอกยาวออกมา ถ้าหากว่าเปิดไฟหรือกลางวัน เด็กน้อยใต้ร่างคงกรี๊ดสลบไปแล้ว เขาอยากกัดซอกคอของหล่อนเพื่อตีตราจองไว้ และก็เร็วเท่าความคิด เขาโน้มตัวลงไปซุกซอกคอระหงแล้วกัดงับเขี้ยวแหลมๆ เข้ากับซอกคอหอมหวานของเด็กสาว

“อ่ะ...เจ็บ!”

หล่อนอ้าปากกว้างตาค้างในความมืด สองมือก็คว้าไหล่หนากำแน่นเมื่อถูกเขี้ยวแหลมของคนเหนือร่างฝากฝังเข้ามาในซอกคอของตนเอง แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกกัดและก็เป็นแผลลึกด้วย กลิ่นคาวเลือดของเอณิการ์คละคลุ้งไปทั่วห้อง

“อ่า...เลือดของเธอหวานมากสาวน้อย ต่อไปนี้หนูเป็นของฉัน หนูต้องตั้งท้องลูกของฉัน ฉันเลือกเธอเด็กน้อย” ไม่รู้อะไรทำให้โดมินิกตัดสินใจเลือกสาวน้อยใต้ร่างเป็นแม่ของลูก แต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาพูดและตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรและทำไมต้องเป็นเด็กสาวเอเชียร่างเล็กใต้ร่างคนนี้ด้วย

“หนูไม่เข้าใจ หนูต้องฝันแน่ๆ แต่ทำไมหนูเจ็บคอแบบนี้ หนูมีเลือดไหลด้วย” หล่อนปล่อยมือจากไหล่หนามากุมต้นคอที่รู้สึกเจ็บของตนเองก็รับรู้ได้ถึงความชื้นเหนียวของเลือดที่ซึมไหลออกมาจากแผลที่ซอกคอ

หึหึ...

“มันคงเป็นฝันที่เธอจะจำไปจนตายเลยแหละ เด็กน้อยของฉัน”

ความเจ็บปวดที่ซอกคอและดวงตาสีมรกตทอประกายแสงเรืองรองของคนเหนือร่างทำให้หล่อนไม่อาจเชื่อได้ว่ามันคือความจริง แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงว่าเธอฝัน เธอต้องฝันแน่ๆ เธอคงจะอ่านนิยายแฟนตาซีมากไปช่วงนี้

“หนูฝันแน่ๆ ”

หึหึ...

“ฝันก็ฝันสาวน้อย และตอนนี้ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาแล้ว กลิ่นสาบพรหมจรรย์ของหนูทำให้ฉันปวดเอ็นเนื้อกลางร่างมาก” เขาไล้ปลายลิ้นเลียเลือดสาวบริสุทธิ์ที่เปรอะเปื้อนตามขอบปากและเขี้ยวของตนเอง ก่อนจะเก็บเขี้ยวที่งอกออกมาให้กลับเป็นปกติ

“มันคือฝัน ยังไงก็คือฝัน”

หนูน้อยบอกตัวเองแล้วก็ไม่ได้สนใจจะดิ้นรนขัดขืนเหมือนตอนแรก และใจสาวดวงน้อยวัยกระเตาะก็เต้นแรงผิดจังหวะเมื่อถูกถอดเสื้อผ้าออกจนตอนนี้เหลือแต่ร่างเปลือยและมีร่างใหญ่โตของบุรุษในความมืดคร่อมทับเหนือร่างและเขาก็เปลือยเหมือนเธอ จากตอนแรกเขายังมีกางเกงติดกาย แต่ตอนนี้เขาถอดออกหมดแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้อะไรแข็งๆ ดุนดันเบียดสีกับหน้าท้องแบนราบของเธอ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เผลอหัวใจให้กับความรัก
9.5
เมื่อ ‘พิชายุทธ’ ชายหนุ่มเปี่ยมเสน่ห์ตัดสินใจเอ่ยปากท้าทาย ‘ใบข้าว’ หญิงสาวที่เพิ่งได้พบหน้าด้วยข้อเสนอสุดเย้ายวนอย่างการลองจูบ ภายใต้บรรยากาศรอบตัวที่เป็นใจและฤทธิ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กระตุ้นอารมณ์ ทั้งสองกลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดและ ความผูกพันอันน่าประหลาดราวกับเคยรู้จักกันมาเนิ่นนาน แม้ในใจของใบข้าวจะเต็มไปด้วยความสับสน แต่แรงดึงดูดจากดาราหนุ่มรูปงามผู้มีเสน่ห์ตรงใจก็ทำให้เธอไม่สามารถห้ามใจตัวเองจากสัมผัสอันแสนอ่อนโยนของเขาได้ และเมื่อเขาเอ่ยชวนเธอไปร่วมค่ำคืนพิเศษต่อที่ห้องนอนพร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะมอบความทรงจำอันน่าประทับใจที่สุดให้ บทสรุปของค่ำคืนแสนหวานนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์สาวน้อยยอดรัก
8.3
เมื่อวิกฤตการเงินบีบให้หญิงสาวต้องหาทางรอดด้วยการล่อลวงชายหนุ่มเพื่อผลประโยชน์เหมือนเคย ทว่าเป้าหมายใหม่อย่างเชียรกลับไม่ยอมตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย เขาไม่ได้โง่เขลาให้ใครมาปั่นหัวเล่น เมื่อรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอ ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายรุกคืบเข้าหาอย่างจริงจังเพื่อสั่งสอนเธอ แม้หญิงสาวจะพยายามปฏิเสธและหลบเลี่ยงความสัมพันธ์นี้เพียงใด แต่เขาก็ไม่สนใจ พร้อมจะแสดงความเป็นเจ้าของและมอบบทเรียนรักอันเร่าร้อนให้แก่เธอทุกที่ทุกเวลาตามใจปรารถนา
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลจำต้องร่วมทางไปถ่ายทำสารคดีในป่าลึกกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มสุดกวนผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ทว่าอุบัติภัยน้ำป่าหลากกลับทำให้ทั้งคู่หลงป่าและถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความใกล้ชิดและฤทธิ์ของเห็ดป่าที่กินเข้าไปโดยบังเอิญได้ชักนำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในคืนที่สติเลือนราง หลังจากรอดชีวิตกลับมาได้ รัชนิชลเลือกที่จะยื่นใบลาออกทันทีเพื่อปกปิดความลับเรื่องลูกในท้อง โดยที่ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เศษใจซาตาน
9.2
เมื่อความไว้ใจถูกทำลายลงด้วยคำโกหกของวาคิม ชายผู้เป็นที่รัก เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากเขาไปพร้อมหยาดน้ำตา โดยเก็บงำความลับเรื่องลูกในท้องไว้ไม่ให้เขารับรู้ เวลาผ่านไปหลายปี เธอกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยสร้างความเจ็บปวดด้วยหัวใจที่เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ความรักที่เคยมีให้ซาตานร้ายตนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา และในวันนี้เธอจะไม่ยอมรับเศษเสี้ยวความรักหรือความสงสารใดๆ ที่เขายัดเยียดให้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอสามารถยืนหยัดและดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงโดยไม่จำเป็นต้องมีเขาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง Flowers Of Love ศิลากานต์
9.6
ทิวลิป นักการตลาดสาวสุดมั่นผู้ปฏิเสธความรักและรักชีวิตโสดเป็นที่สุด กลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ ศิลากานต์ ชายหนุ่มหน้าหวานเจ้าของร้านดอกไม้ ผู้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์จากการดูแลแม่และพี่สาวอย่างใกล้ชิด เธอจึงเริ่มต้นภารกิจลับเพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของเขาว่าจะเป็นชายในฝันหรือแค่เพื่อนสาว ขณะเดียวกัน ศิลากานต์ที่รู้ตัวว่าถูกสบประมาทก็ไม่ยอมอยู่เฉย เขาเตรียมแผนการตอบโต้สุดหวานด้วยการเดินหน้าอ่อยและยั่วเย้าเธอทุกวิถีทาง เพื่อพิสูจน์ให้ทิวลิปได้เห็นและรู้ซึ้งว่า ชายแท้ที่คลั่งรักนั้นมีเสน่ห์ร้ายกาจมากแค่ไหน
ภาพปกนิยายเรื่อง วุ่นรักเมียจำเป็น
8.4
โชคชะตาเล่นตลกให้พราวพิไลต้องสวมบทบาทเป็นภรรยากำมะลอของหิรัญ พ่อเลี้ยงหนุ่มผู้แสนเย็นชาที่สูญเสียความทรงจำเพราะอุบัติเหตุหลังโดนคนรักทิ้ง เพื่อความอยู่รอดในแต่ละคืน เธอจึงต้องกุเรื่องหลอกลวงและแอบผสมยานอนหลับให้เขาอยู่เสมอ ในขณะเดียวกัน แดนชีวิตของแพรวพิลาสผู้เป็นพี่สาวก็เต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อต้องทำงานเป็นเลขาของธรัฐ น้องชายปากร้ายที่คอยตราหน้าและเหยียดหยามว่าเธอไร้ยางอาย สองพี่น้องจะหาทางออกอย่างไรกับบ่วงแห่งคำลวงและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากความใกล้ชิดที่เลี่ยงไม่ได้นี้