APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

โบนิตา หรือ ส้ม สาวออฟฟิศวัย 28 ปี หัวหน้าฝ่ายหาลูกค้าบริษัทโฆษณา ที่กำลังเครียดหนักกับคำทำนายของคุณยายที่ว่า เธอจะต้องหาสามีให้ได้ก่อนอายุ 29 มิฉะนั้นจะต้องอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต งานยุ่งจนหัวฟู เจอแต่ผู้ชายแก่มีเมียแล้วและเพื่อนเกย์ ทำให้เธอเริ่มหมดหวัง แต่แล้วในวันเกิดครบรอบ 28 ปี เธอได้พบกับเอมมาลิน เพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่กลับมาจากอังกฤษเพื่อแต่งงาน งานปาร์ตี้สละโสดจึงถูกจัดขึ้น ท่ามกลางความเมามาย โบนิตาเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำพลั้งมือกุมของสำคัญของหนุ่มหล่อปริศนาอย่างหิรัญ และเอ่ยปากขอร้องด้วยสายตาวิงวอน ให้เขาเป็นสามีของเธอคืนนี้!
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

หิรัญหน้าเครียด ฟังคำพูดแบบนี้แล้วขัดหูพิกล แต่ยังไม่ทันทำอะไร ก็มีชายคนหนึ่งในกลุ่มที่เป่ายิงฉุบชนะเดินเข้าไปหาทั้งสองสาว

“สวัสดีครับ ผมชอบคุณ” ผู้ชายคนนั้นพูดตรงๆ

ทั้งเอมมาลินและโบนิตาสบตากัน นึกขำ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้

“ขอเบอร์โทร.คุณได้ไหมครับ หรือว่าวันนี้คุณมายังไง ขากลับบ้านผมขออาสาไปส่งได้ไหมครับ” เขาจู่โจม

โบนิตายิ้มให้ ตอนนี้สองสาวคงจะกรึ่มๆ กันเต็มที่แล้ว เพราะไม่ใช่ขาดื่ม ใบหน้าออกแดงระเรื่อกันทั้งคู่

“ส้ม โบนิตาค่ะ”

“ไวท์ สันชัยครับ นี่นามบัตรของผม” เขาหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋า

โบนิตารับมันมาถือ ก่อนจะอ่าน ทั้งชื่อและตำแหน่ง วิศกรอยู่ที่รถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ นี่เพื่อนฉัน”

“เอมมี่ค่ะ” เอมมาลินยื่นมือไปจับตามธรรมเนียมฝรั่ง

“ผมชอบเพื่อนของคุณเอมมี่นะครับ พวกคุณพอจะเชื่อเรื่องรักแรกพบอะไรแบบนี้ไหมครับ”

ทั้งสองสาวยิ้ม และหัวเราะในความขี้เล่นของเขา

“จะรังเกียจไหมถ้าวันนี้คุณเอมมี่ต้องกลับคนเดียว แต่ผมจะขออาสาไปส่งคุณส้มที่บ้าน”

“ส้มอยู่คอนโดฯ ค่ะ” โบนิตาบอก

“ผมก็อยู่คอนโดฯ เหมือนกันครับ ผมเป็นคนเชียงใหม่ มาทำงานที่นี่”

“จริงหรือคะ เชียงใหม่น่าอยู่จะตาย”

“ใช่ๆ อยากไปเที่ยวจัง”

“มารักกับผมสิครับ ได้ไปเที่ยวเชียงใหม่บ่อยๆ แน่”

โบนิตาหัวเราะ

“คุณเป็นคนน่ารักอัธยาศัยดีแบบนี้ตลอดหรือคะ”

“ครับผม เอ่อ... เดี๋ยวผมขอกลับไปดื่มกับเพื่อนๆ อีกนิดนะครับ แต่อย่าลืม คืนนี้คุณส้มต้องกลับกับผม” เขาทิ้งทวน โปรยรอยยิ้มแบบหนุ่มหล่อหว่านเสน่ห์ให้กับโบนิตาสุดกำลัง

พอเขาเดินพ้นไป

“ขำว่ะแก” โบนิตาพูดขึ้นมาและหัวเราะ

“เฮ้ย แต่เขาก็ดูเหมือนจริงว่ะ คนไทยเดี๋ยวนี้เขาจู่โจมกันแบบนี้แล้วเหรอ”

“ยายเอมแกหันไปมองรอบๆ ดิ ในนี้มีแต่ผู้ชาย แล้วแกดูดิมีผู้หญิงมากี่โต๊ะ”

เอมมาลินหันไปมองรอบๆ ก็จริงอย่างที่โบนิตาบอก ในนี้แทบจะไม่มีผู้หญิงเลย

“เอ๊ะ... ผับของพวกเกย์เหรอ”

“หื้อ... คิดไปได้ ไม่ใช่หรอก ผู้หญิงมีน้อย ผู้ชายมีมาก สงสัยตาถั่วมาบอกว่าปิ๊งฉัน แทนที่จะเป็นแก”

“ก็เมื่อกี้แกไปส่งตาหวานให้เขาทำไม”

“ไหน ตาแบบไหนวะที่เรียกว่าตาหวาน แบบนี้เหรอ” เธอหลิ่วตาทำตาเล็กตาน้อย เอมมาลินหัวเราะร่วน

“อยากมีผัว” เธอกระซิบบอกเพื่อน

“อะไรนะ” เอมมาลินเอียงหูเข้าหาหัวเราะกิ๊กกั๊ก

“ดูสิ นามบัตรบอกว่าผู้ชายคนเมื่อกี้เขาเป็นวิศกร น้องจิมิของฉันยังไม่ได้ใช้ แกว่าถ้าฉันยอมไปกับเขาคืนนี้จะดีไหม แบบว่าทดลองดูก่อน แต่ถ้าไม่ใช่ก็เลิก”

“เฮ้ย...สมงสมองไปแล้ว ไม่ได้รักไม่ได้ชอบจะไปยอมมีอะไรด้วยทำไม” เอมมาลินจิ้มนิ้วไปที่หน้าของเพื่อน

“อ้าว... เมื่อกี้แกก็ยังลุ้นฉันอยู่เลย” โบนิตาทำหน้าจ๋อย

“สงสัยน้องจิมิของฉันไม่ต้องใช้ปูนโปกทับมันก็คงตันปิดสนิทแล้วมั้ง”

ฮา... สองสาวหัวเราะกันอย่างสนุก

“แหม ก๋ากั่นกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ” หิรัญส่ายหน้า ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน

ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด...

(“ฮัลโหล”)

“กายไหนแกบอกจะดูแลแฟนพี่ แกออกมาดูเร็ว เอมเมาอ้วกเต็มร้านแกไปหมดแล้ว”

(“เหรอครับ เดี๋ยวผมออกไป”)

หิรัญก้าวขายาวๆ ออกมาจากห้อง ตรงดิ่งไปที่โต๊ะของสองสาวทันที

ไกด์กำลังประคองคนรักอยู่ โดยที่มีโบนิตาคอยช่วยอยู่ข้างๆ มีพนักงานมาช่วยอีกสองคน

“เอายังไงดีคะ” โบนิตาถามพี่ไกด์

“พี่ว่าต้องพาเอมกลับบ้านแล้วละ สภาพแบบนี้ ดูไม่จืดเลย”

“ค่ะ” เธอหน้าจ๋อย ยิ้มแหยๆ มองหน้าการันต์แบบรู้ตัวว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้ เอมมาลินเป็นแบบนี้

“เมามากนะเนี่ย ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เอม เอม” เขาเรียกชื่อคนรัก

“ขอโทษนะคะพี่ไกด์ ไม่คิดว่าเอมจะคออ่อน ส้มขอโทษจริงๆ ค่ะ” เธอยกมือไหว้การันต์ปลกๆ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ใครว่าฉันเมา ฉันเมาที่ไหน หึ... เอิ้ก...” เอมมาลินยังส่งเสียงดังออกมาจากปาก หันไปจับหน้าพี่ไกด์แล้วยิ้ม

“ขอบคุณนะคะที่รักที่มารับเอมกลับบ้าน รักพี่ไกด์ที่สุดในโลกเลย” น้ำเสียงที่อ้อแอ้เต็มที

โบนิตาไม่รู้จะทำยังไงได้แต่โค้งตัวขอโทษพี่ไกด์และยกมือของตัวเองไปเกาอยู่ที่คอแบบเก้อๆ

“แล้วส้มจะกลับบ้านยังไง”

“โอ๊ย... ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไกด์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวส้มโบกแท็กซี่กลับเอง ไปจากตรงนี้นิดเดียว ใกล้มาก แต่ถ้าไม่มีแท็กซี่ ส้มยังเดินกลับเองไหวเลย ใกล้ๆ” เธอปดเขา ทั้งๆ ที่คอนโดฯ ของตัวเองไปจากนี่ไกลพอสมควร

“แกก็กลับกับฉันสิ” เอมมาลินห่วงเพื่อน

“เฮ้ย... ไปคนละทาง ขืนไปส่งก็เสียเวลาเปล่า แล้วสภาพแกตอนนี้ ฉันว่าเอมกลับบ้านกับพี่ไกด์เหอะ ไม่เป็นไร ฉันเอาตัวรอดได้” เธอรีบบอกเพื่อน พลางขยับมือเข้าไปช่วยไกด์จับเอมมาลินเอาไว้

“ให้ผมช่วยดีกว่าครับ” กายอาสาเข้ามา เขามองหน้าพี่ไกด์แล้วยิ้มให้ พี่ไกด์ไม่พูดอะไร

โบนิตาหันไปมองหน้า

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันช่วยเอง” เธอปัดมือของกายออกเพราะเป็นผู้ชายแปลกหน้า

และอีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบแบงก์ยี่สิบประมานสี่ห้าใบออกมายื่นให้

“ช่วยค่าทำความสะอาดร้านก็แล้วกันนะ” ตาก็ปรือมองไม่ออกแล้วว่าใครเป็นใคร ตาลายไปหมด แต่ก็พยายามจะครองสติของตัวเองให้ได้

ไกด์หันไปพยักหน้าให้น้องชาย

“ขอโทษนะที่ทำเลอะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ”

กายยังเดินออกมาส่งทั้งสามคนด้วย เขาดูจนการันต์พาเอมมาลินขึ้นรถ

“บ๊ายบายนะเอม แล้วฉันจะโทร.หา”

แม่สาวหน้าจืดยืนโบกมือลาเพื่อนรัก และตะโกนตามหลังเหมือนว่าเอมมาลินจะได้ยิน เธอมองรถของไกด์จนลับตา

โบนิตาทำท่าจะเมาออกมาแล้วตอนนี้

“เออะ...” เสียงเรอดังออกมาจากลำคอ ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ทำท่าจะอ้วกแต่ก็กลืนมันลงไป ยกมือของตัวเองขึ้นคลำหากระเป๋า แล้วก็เจอว่าตัวเองสะพายอยู่ แต่มันไพล่พาดไปอยู่ข้างหลัง

“แน่ะๆๆ แน่ นึกว่าหายไปไหน” เธอกำลังคุยกับกระเป๋าเหมือนมันมีชีวิต ก่อนจะทิ้งมันลงไปข้างตัวเหมือนเดิม

หิรัญยังคงยืนมองเธอไม่วางตา จะคอยดูซิ ว่าแม่ผู้หญิงคนนี้จะทำอะไร เขาได้แต่ยืนมองส่ายหน้าแล้วหัวเราะ

‘ยายรั่ว’

แทนที่โบนิตาจะเดินออกไปเรียกรถตามที่เธอบอกกับการันต์ แต่เธอกลับเดินเข้าไปในผับ

“อ้าว... ยายคนนี้ เมาแล้วไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง” หิรัญแทบถลาเดินตาม เพราะท่าเซตุปัดตุเป๋เอาตัวไม่รอดของหญิงสาว อีกอย่างเขากลัวเธอจะไปทำเลอะเทอะอยู่ข้างในเหมือนกับเอมมาลินอีก

หญิงสาวตรงไปที่ห้องน้ำ

“ทำไมปวดฉี่แบบนี้ จะราดแล้ว” เธอพึมๆ พำๆ อยู่คนเดียว เดินเข้าไปข้างในใช้มือผลักบานประตูเกือบทุกบาน

มันปิดมีคนอยู่ ยกมือขึ้นกุมไปที่หน้าท้องเพราะปวดชิ้งฉ่องหนักมาก

“โอ๊ย อะไรกันเนี่ย” เธอบ่น จนเดินไปถึงห้องสุดท้าย ยอมรับกับตัวเองเลยว่ามันปวดมากๆ

“ไม่ไหวแล้ว” ถ้าใครมาเห็นท่าเดินของเธอตอนนี้คงจะหัวเราะน่าดู

โบนิตารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่มันก็ไม่ทันการซะแล้ว เธอนั่งลงไปทั้งๆ ที่ไม่ได้ถอดกางเกงใน ทำหน้าแบบฟินสุดๆ ที่ได้ปลดปล่อยของเสียออกไป โบนิตาก็นั่งฉี่จนเสร็จ

“อึก...” โบนิตายกมือปิดปากตัวเอง

‘ตายห่า แม่เอ๊ย อะไรกันนี่ ทำไม...!!! ทำไงดี’ กางเกงในเปียกหมดแล้ว

“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะเริ่มทำความสะอาดโดยการถอดกางเกงในออกมาซัก

‘แหม...กระโปรงก็สั้น ลมมันจะเย็นไหมเนี่ย’ เธอคิด ค่อยๆ ปลดกลอนเปิดออกมาดู ดูซ้ายดูขวาโชคดีไม่มีคนอยู่ในนั้น

โบนิตาวิ่งปรู๊ดไปที่ซิงก์น้ำจัดการซักกางเกงในเปื้อนฉี่ของตัวเอง ไม่วายยังกดเอาสบู่ล้างมือออกมาเพื่อให้กลิ่นหอมและสะอาดยิ่งขึ้น

‘ไม่ทิ้งเหรอ’

‘ทิ้งได้ไง ตัวแค่นิดเดียว เกือบสามร้อย ทิ้งก็บ้าน่ะสิ เพิ่งได้มาใหม่ด้วย’

‘รีบๆ เข้าเดี๋ยวมีคนมา’

ขณะที่กำลังบิดกางเกงในให้แห้งนั้นก็มีคนเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา โบนิตาจึงรีบยัดกางเกงในที่เปียกหมาดๆ เข้าไปไว้ในกระเป๋าสะพาย

‘เอกสารที่จะเอาไปส่งให้กับบริษัทคนหล่อไม่เลอะหมดเหรอ’ เธอหมายถึงเจ้าของบริษัทที่เคยไปเจอครั้งหนึ่งหล่อสุดๆ

‘ไม่เป็นไร ค่อยไปปริ๊นต์ออกมาใหม่วันอาทิตย์’

เธอยืดอก พยายามยืนตรงๆ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ในหัวเริ่มตีรวน ทั้งเบียร์ ทั้งเหล้า ทั้งค็อกเทลปะปนกันอยู่ในท้อง แล้วพวกมันก็คงถูกส่งเข้าไปในเส้นเลือด

‘ฉันอยากจะบ้าตาย วันอาทิตย์วันหยุด ฉันต้องถ่อสังขารไปออฟฟิศอีกเหรอ ฉันอยากนอน’

‘เหอะน่า ยังไงก็คุ้ม เพื่อยายเอมเพื่อนรัก วันนี้ควรเป็นวันที่เรามีความสุขที่สุดในโลก’

‘ใช่ๆ ฉันมีความสุขที่สุด’ สองแขนสู่ขึ้นสูงทำหน้าตาว่ากำลังมีความสุข

‘ป่านนี้ เอมจะเป็นไงบ้างนะ’

โบนิตาเริ่มเดินหน้าออกจากผับ และก็คิดเป็นห่วงเพื่อน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อยากเป็นบอส
7.3
ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วกระดานสนทนาของมัธยมเซิ่งหัว สร้างความตกตะลึงให้ทุกคน เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าว รุ่นพี่นักเปียโนอัจฉริยะความภาคภูมิใจของสถาบัน ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เขาพลัดตกบันไดจนมือได้รับบาดเจ็บสาหัส มือคู่นี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเสียงดนตรี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำลายเส้นทางความฝันและอนาคตอันรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีไปตลอดกาล เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้ชีวิตนักเปียโนอาชีพกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวเพอร์เฟ็กต์ของประธาน
8.3
เพราะทนรับแรงกดดันจากคำพูดร้ายกาจไม่ไหว หญิงสาวจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกห่างจากวงสนทนาอันตึงเครียดนั้นด้วยความเร่งรีบ ทว่าความสับสนว้าวุ่นในจิตใจกลับส่งผลให้เธอขาดความระมัดระวัง จนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเมื่อร่างของเธอถลำไปชนเข้ากับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกประการ การเผชิญหน้าโดยบังเอิญท่ามกลางความวุ่นวายนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ จากคนที่พยายามหลบซ่อน เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ ซึ่งรายล้อมไปด้วยมาตรฐานอันสูงส่งและความกดดันของแวดวงธุรกิจระดับแนวหน้า สิ่งเหล่านี้จะพลิกผันโชคชะตาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ห้าปีแห่งความสงบสุขต้องสิ้นสุดลงเมื่อลูกน้อยถูกลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความหวาดผวา ชายหนุ่มบุคลิกแข็งกร้าวผู้เปี่ยมอำนาจได้ก้าวเข้ามาในโลกของเธอพร้อมความจริงที่น่าตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าตนคือบิดาผู้ให้กำเนิดเด็กน้อย ชายผู้นี้ยังเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดขององค์กรยักษ์ใหญ่ที่กุมชะตาพนักงานนับหมื่นคน การปรากฏตัวของเขาดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย ชีวิตที่เคยธรรมดาถูกพลิกผัน เธอจำต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสถานะใหม่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยากจะตั้งรับได้ทัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กฉลาดของประธาน
6.8
ท่ามกลางโลกธุรกิจอันทรงอำนาจ หญิงสาวต้องสวมบทเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย โดยตั้งเป้าจะซ่อนความจริงจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าโชคชะตากลับดึงเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานหนุ่ม การทำงานใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มหวั่นไหว ขณะที่เจ้านายเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติในตัวลูกน้อง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ไม่ให้พังทลายก่อนเวลาอันควร ตำนานรักที่ซ่อนเร้นภายใต้คำโกหกและการพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องมีเธอ
9.0
แม้ความตายจะตัดขาดวาสนาในชาตินี้ แต่ความรักที่เจ้าอี้เฟยมีต่อโจวเจียหลุนไม่เคยเลือนหาย เมื่อสวรรค์ไม่เป็นใจ หญิงสาวจึงปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา นางตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางที่ท้าทายฟ้าดิน ด้วยการละทิ้งตำแหน่งเซียนอันทรงเกียรติ เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนในพันธสัญญากับเทพแห่งกาลเวลา ขอเพียงได้หวนคืนสู่อดีตและกลับไปพบกับบุรุษผู้ครอบครองหัวใจอีกครั้ง การเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นคือปรารถนาที่จะเคียงข้างเขาตลอดไปในเส้นทางชีวิตใหม่ที่นางเป็นผู้ลิขิตด้วยตนเอง