APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

โบนิตา หรือ ส้ม วัย 28 ปี เธอกังวลมากกับคำทำนายของยายที่บอกเอาไว้ว่า โบนิตาต้องหาสามีให้ได้ก่อนอายุ 29 ปี ไม่อย่างนั้นเธอจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต ความคิดในหัวของเธอติดอยู่กับเรื่องนี้ ต้องรีบหาสามีให้ได้ แต่สาวออฟฟิตในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เป็นแค่เพียงหัวหน้าฝ่ายหาลูกค้า ที่วันๆ งานยุ่งหัวฟู เจอแต่กับผู้ชายแก่ๆ ที่มีเมียแล้ว และเพื่อนเกย์ เก้ง กระเทย เธอเริ่มถอดใจ เมื่อวันเกิดครบรอบ 28ปี เธอได้เจอกับเพื่อนรักอย่าง เอมมาลิน อีกครั้ง เอมมาลินสาวมั่นเพื่อนสนิทตอนมอปลายที่ย้ายตามแม่ไปอยู่ประเทศอังกฤษ กลับมาเพื่อพบโบนิตาเพื่อนที่รักที่สุด เอมมาลินกลับมาเพื่อแต่งงาน ปาร์ตี้ก่อนจะสละโสดกับคู่หมั้นหนุ่มจึงถูกจัดเพื่อรำลึกความหลังของเอมมาลินและโบนิตาจึงเกิดขึ้น เรื่องมันก็เริ่มวุ่นตั้งแต่วันนี้แหละค่ะ คำโปรย “สบู่เข้าตา” เธอตะโกนบอกเขา หิรัญเหมือนตื่นจากภวังค์แทบวิ่งเข้าไปหา “ไหนๆ ดูซิ” มือเธอที่ปะเปะไปทั่ว ทำให้ขวดแชมพูขวดสบู่ตกลงไปกองรวมกันอยู่ที่พื้น เขาเอื้อมไปหยิบฝักบัวแล้วยัดเข้าไปในมือ โบนิตารีบยกมันขึ้นล้างใบหน้า สะบัดผมที่เปียกน้ำแบบเบาๆ ‘โอย...’ หิรัญทำท่าเหมือนจะละลาย สายน้ำกระเด็นมากระทบกับผิวหน้าและตัวเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึก กลับจ้องมองใบหน้าของเธอที่ไร้เครื่องสำอางและสะอาดหมดจด ปากแดงระเรื่อเผยอหายใจ เธอขยับตัวทำท่าจะลื่นเพราะเหยียบขวดแชมพู “โอ๊ะ...” เธอส่งเสียงร้อง ร่างเซ ทิ้งฝักบัวในมือทิ้งลงไป ใช้มือป่ายปะจับอะไรหาที่ยึด หิรัญส่งแขนรับร่างของเธอเอาไว้ แต่ไม่ทัน ร่างเล็กๆ ร่วงลงไปกองข้างล่าง ในฝ่ามือของเธอยึดเอาท่อนเนื้อที่เริ่มแข็งตัวเพราะเจ้าของไม่ระวัง ผ้าเช็ดตัวของเขาหลุดลงไปแล้ว “นี่อะไร” คำถามที่ไม่น่าหลุดออกจากปากถามมาเลย ก็เห็นอยู่ว่าเป็นไอ้จ้อนของนายหิรัญเขา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของร่างที่ยังตะลึงไม่หาย ริมฝีปากเล็กๆ ขยับอ้า และส่งสายตาที่เว้าวอน เขาพูดอะไรไม่ออก กำลังตะลึง “นี่นายรู้ไหม ยายของฉันบอกกับฉันว่ายังไง” เธอคงเมาแล้วเพี้ยน ในมือยังกำความเป็นชายของหิรัญเอาไว้เต็มๆ แล้วยังลูบแบบอ่อนโยน โบนิตาสบตากับเขา หิรัญหายใจเข้าออกแรงๆ ได้แต่ส่ายหน้า ตกใจจนพูดไม่ได้ บอกเลยไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต “ยายบอกว่า ถ้าฉันยังไม่มีผัวก่อนอายุ 29 ฉันจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต” ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก... หัวใจของหิรัญเต้นแรง “นายเป็นผัวให้ฉันได้ไหมคืนนี้” ‘อุต๊ะ’ ชายหนุ่มทำตาโต ร้องอุทานอยู่ในใจ ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก... ริมฝีปากเล็กๆ นั้นค่อยอ้ากว้าง ก่อนจะชิดเข้ามาใกล้ “อื้อ...” เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของหญิงสาว “โอ้ว...” เสียงนี่คือหลุดมาจากปากของหิรัญ ‘OMG มันคือดีอ่ะ’ เขาหลับตาพริ้ม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“สวัสดีค่ะ โบนิตาพูดค่ะ”

(“ยายส้ม นี่ฉันเอง”) เสียงแปร๋นๆ ของเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้นมา โบนิตานั่งคิดอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นมาด้วยความดีใจ

“ว้าย...ยายเอม นั่นแกใช่ไหม แกจริงๆ หรือ”

(“อ้าว... ก็ใช่น่ะสิจ๊ะเพื่อนรัก รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะได้เบอร์ออฟฟิศของแกมาน่ะ ทำไมเลิกเล่นโซเชียลไปเฉยๆ เลย ไม่อัพเดตเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนรู้บ้าง รู้ไหมฉันคิดถึงแกใจแทบขาด”)

โบนิตายิ้มแห้งๆ เรื่องราวของเธอมันผ่านอะไรมาเยอะแยะ มากจนบางครั้งไม่อยากจะไปนึกถึงมัน

(“แม่แกเป็นยังไงบ้าง”) เอมมาลินถาม

“เสียแล้ว” คำตอบของเพื่อนช่างแสนเศร้าจนคนปลายสายรู้สึกผิด

(“ขอโทษนะส้ม ฉันเอ่อ... ฉันไม่รู้เลย ฉันไม่น่าจะถามแกเลยว่ะ”)

“บ้าน่าเอม... คิดอะไรเยอะแยะ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เรา ว่าแต่แกเหอะอยู่ที่มุมไหนของโลก รู้ไหมฉันคิดถึงแกมาก”

(“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯ”) น้ำเสียงทั้งดีใจและตื่นเต้น

“ว้าว... ว้าว งั้นฉันกับแกเราก็ต้องได้เจอกันน่ะสิ ใช่ไหมยายเอม”

(“แหงอ่ะดิ แน่นอนอยู่แล้วจ้า และตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าออฟฟิศแกแล้ว ยายส้ม...”)

เอมมาลินยืนโบกไม้โบกมือให้กับเพื่อน หน้าตาแช่มชื่นดีใจที่สุดในสามโลก

“หา! แกพูดเล่นหรือพูดจริงนี่”

เพื่อนสาวทำหน้าเหลอหลา โบนิตาดีใจใหญ่ รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองออกไปด้านนอกทะลุกระจกที่ห้อมล้อมทำเป็นห้องทำงานของเธอ เห็นเอมมาลินแต่งตัวสวยยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ที่หน้าห้อง

โบนิตาน้ำตาแทบไหล เธอรีบวางหูโทรศัพท์ลงตรงดิ่งไปที่ประตูห้องทำงานทันที ประตูบานนั้นถูกผลักออกไป เพื่อนสาวสองคนโผเข้ากอดกันกลมรัดแน่นเต็มอ้อมแขน

“แก” ทั้งสองคนน้ำตาไหล กอดกันด้วยความรักและคิดถึง

“ดีใจที่สุดเลยแก ที่ได้เจอแกอีก” โบนิตารีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเต็มหน่วย

“บ้า ร้องไห้ทำไม” เอมมาลินก็เสียงสั่น ผละตัวออกจากเพื่อนใบหน้าของเธอก็เปื้อนน้ำตาอยู่เหมือนกัน ทั้งสองคนต่างหัวเราะ

“ยังไงแกมาเที่ยวนี้ แกต้องอยู่กับฉันนานๆ นะ เข้ามาก่อนสิ ส้มใกล้จะเลิกงานแล้ว” โบนิตาชวนเพื่อน จับมือเอมมาลินเอาไว้แน่น

“พ่อแม่แกล่ะมาเที่ยวด้วยกันไหม”

“ฮึ... ฉันมาคนเดียว พ่อกับแม่สบายดีจ้ะ โดยเฉพาะแม่อ่ะนะ แม่สบายมาก แม่น่ะอ้วนจะเท่าป๊าแล้ว” น้ำเสียงปนหัวเราะ

“จริงหรือ”

“จริงสิ เฮ้อ... ส้มแกคงจะลำบากมากสินะ อยู่ตัวคนเดียว” เอมมาลินมองหน้าของเพื่อนด้วยความสงสาร

“เฮ้อ... ลำบากตัวไม่เท่าไหร่หรอก แต่หัวใจนี่สิลำบาก นั่งก่อนสิ... เดี๋ยวฉันหาน้ำให้แกกิน” สีหน้าเริ่มเซ็ง แต่ก็หันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก

“ไม่ต้องหรอกน่า แกก็มานั่งลงตรงนี้เลย ส้มเล่าให้ฉันฟังสิ เรื่องราวของแกเป็นยังไงบ้างตอนที่ฉันไม่ได้อยู่กับแก”

“จะฟังจริงๆ หรือเอม เรื่องมันยาวนะ” โบนิตาช้อนสายตาถาม

เอมมาลินหัวเราะ

“แกก็ยังขี้เล่นเหมือนเดิมนะ คิดถึงวันเก่าๆ เนอะ” แววตาของเอมมาลินเป็นประกาย

“จะให้เปลี่ยนได้ยังไงนิสัยของคน เคยเป็นยังไงก็ต้องเป็นยังงั้นแหละ เขาเรียกว่าสันดาน”

“พูดมากไป ไหนแกเล่ามาซิ เรื่องของแกเป็นยังไง ฉันอยากรู้” เพื่อนทำท่าตั้งตาฟัง

“หลังจากที่แม่ของฉันป่วยเป็นมะเร็งตาย ไอ้พ่อเลี้ยงฉันมันก็ต้องออกจากบ้านของเราไป ยายไม่ได้ออกปากไล่มันนะ แต่มันคงคิดได้เองมั้ง วันๆ ไม่ทำงานทำการ ก่อนจะหายหัวไป มันยังมีหน้าขโมยเอาทองที่ยายสะสมเอาไว้ไปด้วยอีกสี่บาท ยายก็ตรอมใจน่ะสิ ตอนนั้นฉันรู้สึกสงสารยายมาก ได้แต่ปลอบใจยาย ฉันก็บอกแกนะว่าจะหาเงินไปซื้อใหม่ให้ ยายก็ไม่รอกันเลย อยู่ไม่ถึงสองปี ก็มาตายตามแม่ไปอีกคน”

“เสียใจด้วยนะส้ม” เอมมาลินเห็นใจเพื่อนสาวจริงๆ

“ตอนนี้บ้านหลังนั้นฉันก็ขายแล้วนะ ได้เงินไม่กี่ตังค์หรอก ฉันก็เลยรวบรวมเงินเอามาซื้อคอนโดฯ อยู่นี่แหละ ตัวคนเดียวอ่ะแก เอาอะไรมากแกว่าไหม” โบนิตาสบตากับเพื่อน รู้ซึ้งเรื่องการใช้ชีวิตที่ลำบากตัวคนเดียวมาพอสมควร

“มิน่า เพื่อนๆ ไม่มีใครติดต่อแกได้สักคน”

“ก็มันเบื่อนี่นา ที่จะต้องมานั่งตอบคำถามของใครๆ พอดีฉันได้งานทำที่นี่ เลยย้ายออกมาจากตรงนั้นไม่ได้บอกใครเลยสักคน”

“แล้วแกก็เลิกเล่นโซเชียลไปด้วย”

“ก็มันไร้สาระนี่เอม มีแต่คนคุยกันเรื่องอะไรไม่รู้ เหมือนคนป่วย”

“ย่ะ แม่คุณ ที่จริงๆ เราเอาไว้ทำประโยชน์อย่างอื่นก็ได้อีกมากมาย”

“ฉันก็มีอยู่ ทำเอาไว้คุยแต่เรื่องงาน ว่าแต่แกเหอะ กลับมาเที่ยวนี้มาทำอะไร กี่ปีแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน”

“จะให้นับจริงๆ หรือ ก็ตั้งแต่จบมอหก ตอนนี้พวกเราอายุ 28 ปี ก็ 10 ปีแล้วมั้ง”

“โอ้โห แต่ทำไมแกไม่แก่วะยายเอม แกเป็นแวมไพร์หรือไง” เอมมาลินหัวเราะ

“ฉันกำลังจะแต่งงาน” หน้าตาที่สดใสสุดๆ ฉายออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉาบเต็มใบหน้า

“จริงดิ กับใคร”

“พี่เขาชื่อไกด์ การันต์ เกียรติรัตนโยธิน”

“โอ้โห แฟนแกรวยอ่ะ เจ้าของห้างฯ โคโคบัสเชียวนะตระกูลนี้”

“ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี่เองว่าพี่เขาเป็นลูกหลานของใคร ก็ตอนที่พี่ไกด์เขาไปเรียนที่นั่น เขาติดดินมากนะแก ทำงานพิเศษไปด้วย ฉันก็นึกว่าเขาก็เป็นคนธรรมดา ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้” เอมมาลินหัวเราะในความเปิ่นเป๋อของตัวเอง

“ก็สมกันแล้วละ พ่อของแกก็มีเงิน มันต่อยอดกันได้ ดีใจด้วยนะเอม พี่เขาคงรักแกมากจนขอแกแต่งงาน”

“ไหนส้มบอกว่าไม่รู้จักใคร ไม่ยุ่งกับใคร ทำไมถึงรู้จักพี่ไกด์ได้”

“โธ่เอ๊ยยายเอม มีสาวๆ ในเมืองไทยคนไหนที่ไม่รู้จักเขาบ้างล่ะแก ถ้าไม่รู้จักก็เชยเต็มทนแล้ว หล่อครบเครื่องแบบนั้น”

เอมมาลินยิ้มแก้มปริที่ได้ยินส้มชมว่าที่สามีเปาะ

“ว่าแต่แกจะมาอยู่ที่นี่นานไหม”

“เที่ยวนี้หรือ”

“อือ...” ส้มทำหน้ารอคอย

“สามเดือนหรือไม่ก็ตลอดไป”

คนที่ได้ยินแทบกระโดดตัวลอย จับมือของเอมมาลินเขย่าๆ

“ว้าย! ดีใจว่ะแก ต่อไปฉันก็ไม่เหงาแล้วสินะ ฉันจะมีเพื่อนแล้ว ดีใจที่สุด ขอบคุณนะคะฟ้าที่ประทานยายเอมเพื่อนรักของหนูให้กับหนูอีกครั้ง”

เอมมาลินหัวเราะในท่าทีตลกๆ ของเพื่อน

“ฉันก็จะอยู่เตรียมงานแต่งที่เมืองไทยเลย พ่อกับแม่ของพี่ไกด์ท่านบอกไม่ให้ฉันกลับไปที่โน่นอีกแล้ว”

“ดีที่สุด ฉันดีใจมากเลยรู้ไหม ดีใจกว่าถูกหวยอีก มะ...ยายเอม มาให้ฉันกอดหน่อย กอดให้หายคิดถึงกันไปเลย กอดแน่นๆ นะ” สองคนกอดกันกลม

“โอกาสหน้า ถ้าฉันเจอพี่ไกด์ของแก ฉันจะกอดให้กลมแบบนี้เหมือนกันเลย จะขอบคุณพี่ไกด์ดังๆ ที่พาแกกลับมาหาฉัน” ยังคงมีน้ำเสียงดีใจสุดๆ

“ฉันเล่าเรื่องแกให้พี่ไกด์ฟังหมดแล้ว ว่าเราสองคนรักกันยังไง”

“เหรอ อยากเจอพี่ไกด์ไวๆ จะได้ขอบคุณคำใหญ่ๆ”

เอมมาลินหัวเราะ จ้องมองหน้าของเพื่อน

“ไอ้ส้ม วันนี้วันอะไร” เอมมาลินช้อนสายตาถามเพื่อน

“ก็วันศุกร์ไง” ตอบโดยไม่ต้องคิด

“มันก็ถูกอ่ะนะ แต่ฉันให้โอกาสแกตอบใหม่ส้ม วันนี้วันอะไร” เอมมาลินส่ายหน้า มองเพื่อนแบบให้โบนิตาตอบคำถามอีกครั้ง

“แกยังไม่ลืมเหรอ” โบนิตาทำน้ำตาคลอ

“ใครจะลืมวันเกิดเพื่อนรักได้ล่ะคะ แกยังจำได้ไหม ตอนวันเกิดแกครั้งล่าสุด ที่เราสองคนแอบไปเที่ยวผับแล้วเมาแอ๋กลับบ้านแทบไม่ถูก สุดท้ายต้องโทร.ให้พี่ชายฉันไปรับ ฉันยังถูกแม่ตีด้วย ขาลายหมดเลย ฮา...”

เอมมาลินหัวเราะแบบมีความสุขเมื่อได้นึกถึงความหลัง

“ฉันก็ถูกยายฟาดเสียจนตูดบวมเลย นั่งแทบไม่ได้”

“แล้ววันนี้ล่ะ เราสองคนจะเอายังไง”

โบนิตามองหน้าเพื่อนทำใบหน้าแบบตื่นเต้นๆ

“ก็ไปเมากันอีกสิวะ ไม่เจอกันตั้งนาน เมาเอาแบบให้เต็มที่ไปเลย”

“เย้ๆ...” สองสาวคุยกันเสียงดังอย่างสนุกอยู่ในห้องทำงานของโบนิตา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานเถื่อนทมิฬ
8.0
ชีคชามิลตกหลุมรักอญู่ร่า หญิงสาวไทยซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวเขาอย่างหมดหัวใจ ฝั่งอญู่ร่าเองก็แอบมีใจให้พี่ชายของเพื่อนสนิทคนนี้มาตลอดเช่นกัน แต่ทว่าการกลับมาพบกันอีกครั้งกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อชีคหนุ่มยื่นข้อเสนอสุดช็อกเพื่อล้างหนี้สินทั้งหมดให้พ่อของเธอ โดยแลกกับการที่เธอต้องยอมตกเป็นนางบำเรอของเขานานสามเดือน ข้อเสนอที่เหยียดหยามเกียรติยศนี้สร้างความโกรธแค้นและหวาดระแวงให้หญิงสาวอย่างมาก จนเธอไม่อาจทำใจยอมรับความสัมพันธ์ที่มีเจตนาแอบแฝงในครั้งนี้ได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เมื่ออุบัติเหตุพรากชีวิตพิมพ์ชนกไปอย่างไม่มีวันกลับ เตชินท์จึงตกอยู่ในความแค้นและมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างฟ้าลดา หญิงสาวที่เป็นต้นเหตุของความสูญเสียครั้งนี้ให้ย่อยยับ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างเหลือเชื่อ เมื่อปาฏิหาริย์ดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างของฟ้าลดา ศัตรูตัวร้ายที่เขาเกลียดชังสุดหัวใจ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง และพยายามพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงภายใต้รูปร่างหน้าตาของคนที่เขาต้องการจองเวร ท่ามกลางอุปสรรคแสนสาหัสนี้ พิมพ์ชนกจะสามารถทลายกำแพงความเกลียดชังและทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งในร่างของศัตรูได้
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีฉันคืออาจารย์
9.3
พลอยไพลิน เด็กสาวในวัยสิบแปดปี ต้องเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อเธอจำเป็นต้องแต่งงานกับอัศวิน ชายหนุ่มอายุสามสิบสองปีด้วยเหตุผลทางครอบครัว แต่แล้วความจริงอันน่าตกใจก็เปิดเผยขึ้น เมื่อเธอพบว่าสามีป้ายแดงคนนี้แท้จริงแล้วคืออาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ การใช้ชีวิตคู่ที่ต้องปิดบังเป็นความลับควบคู่ไปกับสถานะศิษย์และอาจารย์ในรั้วมหาลัยจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางอุปสรรคและความสัมพันธ์ที่ต้องซ่อนเร้นจากสายตาคนรอบตัวตนจากสายตาคนภายนอก
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาสุดที่รัก นายน้อยฟู่ทุ่มเทสุดหัวใจ
9.6
มู่เชียนต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปพร้อมกับการจากไปของผู้เป็นพ่อ ทั้งยังถูกคนรักและน้องสาวร่วมมือกันทรยศอย่างเจ็บแสบ สามปีต่อมาเธอตัดสินใจกลับมาอีกครั้งเพื่อทวงคืนบ้านของตระกูล จนเป็นเหตุให้ได้พบกับฟู่จินเฉิง มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่เข้ามาพัวพันในชีวิต แม้การแต่งงานระหว่างเขาและเธอจะเป็นเพียงข้อตกลงบังหน้า แต่เขากลับเดินหน้ารุกจีบจนหัวใจของเธอเริ่มสั่นคลอน ยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าไร ฟู่จินเฉิงก็ยิ่งเผยความลับเรื่องลูกที่ซ่อนไว้ โดยมีเจ้าตัวน้อยคอยเชียร์เพราะอยากมีน้องชาย แผนการทวงแค้นครั้งนี้จึงแปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางความรักที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน
9.2
เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยที่มีใบหน้าเหมือนเขาอย่างกับแกะปรากฏตัวขึ้นพร้อมเรียกเขาว่าพ่อ คีริน ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มตามล่าความจริงจาก แสงดาว หญิงสาวที่เขาปักใจเชื่อว่ากุมความลับเรื่องชาติกำเนิดของลูกสาวเอาไว้ แม้เธอจะพยายามปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เขากลับใช้สิทธิ์ความเป็นพ่อเข้ามาก่อกวนหัวใจและคุกคามเธอด้วยความใกล้ชิดที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว การเผชิญหน้าครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการคาดคั้นเพื่อทวงคืนทั้งลูกสาวและผู้หญิงที่เขาตั้งใจจะครอบครองไว้ไม่ยอมปล่อยให้หายไปอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ห้ามหย่า
9.1
ชีวิตของเสิ่นเยวียนพังทลายในวันแต่งงานเมื่อถูกคู่หมั้นและน้องสาวแท้ๆ ทรยศหักหลัง จนต้องชดใช้โทษในคุกนานถึงสามปีอย่างแสนสาหัส หลังพ้นมลทินเธอยังถูกบีบคั้นให้เอาตัวเข้าแลกกับชายคราวพ่อเพื่อรักษาชีวิตของแม่ผู้มีพระคุณ ทว่าในวิกฤตนั้นเธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ชายผู้ทรงอิทธิพลและแสนเย็นชา แต่เขากลับเข้ามาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรคอยปกป้องอุ้มชูเธออย่างทะนุถนอม ด้วยแรงสนับสนุนจากเขา เสิ่นเยวียนจึงลุกขึ้นสู้เพื่อชำระแค้นแม่เลี้ยงใจร้ายและพวกคนลวงโลกที่เคยเหยียบย่ำเธอ พร้อมก้าวสู่ชีวิตใหม่ที่แข็งแกร่งและไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเธอได้อีก