APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

โบนิตา หรือ ส้ม สาวออฟฟิศวัย 28 ปี หัวหน้าฝ่ายหาลูกค้าบริษัทโฆษณา ที่กำลังเครียดหนักกับคำทำนายของคุณยายที่ว่า เธอจะต้องหาสามีให้ได้ก่อนอายุ 29 มิฉะนั้นจะต้องอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต งานยุ่งจนหัวฟู เจอแต่ผู้ชายแก่มีเมียแล้วและเพื่อนเกย์ ทำให้เธอเริ่มหมดหวัง แต่แล้วในวันเกิดครบรอบ 28 ปี เธอได้พบกับเอมมาลิน เพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่กลับมาจากอังกฤษเพื่อแต่งงาน งานปาร์ตี้สละโสดจึงถูกจัดขึ้น ท่ามกลางความเมามาย โบนิตาเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำพลั้งมือกุมของสำคัญของหนุ่มหล่อปริศนาอย่างหิรัญ และเอ่ยปากขอร้องด้วยสายตาวิงวอน ให้เขาเป็นสามีของเธอคืนนี้!
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“สวัสดีค่ะ โบนิตาพูดค่ะ”

(“ยายส้ม นี่ฉันเอง”) เสียงแปร๋นๆ ของเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้นมา โบนิตานั่งคิดอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นมาด้วยความดีใจ

“ว้าย...ยายเอม นั่นแกใช่ไหม แกจริงๆ หรือ”

(“อ้าว... ก็ใช่น่ะสิจ๊ะเพื่อนรัก รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะได้เบอร์ออฟฟิศของแกมาน่ะ ทำไมเลิกเล่นโซเชียลไปเฉยๆ เลย ไม่อัพเดตเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนรู้บ้าง รู้ไหมฉันคิดถึงแกใจแทบขาด”)

โบนิตายิ้มแห้งๆ เรื่องราวของเธอมันผ่านอะไรมาเยอะแยะ มากจนบางครั้งไม่อยากจะไปนึกถึงมัน

(“แม่แกเป็นยังไงบ้าง”) เอมมาลินถาม

“เสียแล้ว” คำตอบของเพื่อนช่างแสนเศร้าจนคนปลายสายรู้สึกผิด

(“ขอโทษนะส้ม ฉันเอ่อ... ฉันไม่รู้เลย ฉันไม่น่าจะถามแกเลยว่ะ”)

“บ้าน่าเอม... คิดอะไรเยอะแยะ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เรา ว่าแต่แกเหอะอยู่ที่มุมไหนของโลก รู้ไหมฉันคิดถึงแกมาก”

(“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯ”) น้ำเสียงทั้งดีใจและตื่นเต้น

“ว้าว... ว้าว งั้นฉันกับแกเราก็ต้องได้เจอกันน่ะสิ ใช่ไหมยายเอม”

(“แหงอ่ะดิ แน่นอนอยู่แล้วจ้า และตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าออฟฟิศแกแล้ว ยายส้ม...”)

เอมมาลินยืนโบกไม้โบกมือให้กับเพื่อน หน้าตาแช่มชื่นดีใจที่สุดในสามโลก

“หา! แกพูดเล่นหรือพูดจริงนี่”

เพื่อนสาวทำหน้าเหลอหลา โบนิตาดีใจใหญ่ รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองออกไปด้านนอกทะลุกระจกที่ห้อมล้อมทำเป็นห้องทำงานของเธอ เห็นเอมมาลินแต่งตัวสวยยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ที่หน้าห้อง

โบนิตาน้ำตาแทบไหล เธอรีบวางหูโทรศัพท์ลงตรงดิ่งไปที่ประตูห้องทำงานทันที ประตูบานนั้นถูกผลักออกไป เพื่อนสาวสองคนโผเข้ากอดกันกลมรัดแน่นเต็มอ้อมแขน

“แก” ทั้งสองคนน้ำตาไหล กอดกันด้วยความรักและคิดถึง

“ดีใจที่สุดเลยแก ที่ได้เจอแกอีก” โบนิตารีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเต็มหน่วย

“บ้า ร้องไห้ทำไม” เอมมาลินก็เสียงสั่น ผละตัวออกจากเพื่อนใบหน้าของเธอก็เปื้อนน้ำตาอยู่เหมือนกัน ทั้งสองคนต่างหัวเราะ

“ยังไงแกมาเที่ยวนี้ แกต้องอยู่กับฉันนานๆ นะ เข้ามาก่อนสิ ส้มใกล้จะเลิกงานแล้ว” โบนิตาชวนเพื่อน จับมือเอมมาลินเอาไว้แน่น

“พ่อแม่แกล่ะมาเที่ยวด้วยกันไหม”

“ฮึ... ฉันมาคนเดียว พ่อกับแม่สบายดีจ้ะ โดยเฉพาะแม่อ่ะนะ แม่สบายมาก แม่น่ะอ้วนจะเท่าป๊าแล้ว” น้ำเสียงปนหัวเราะ

“จริงหรือ”

“จริงสิ เฮ้อ... ส้มแกคงจะลำบากมากสินะ อยู่ตัวคนเดียว” เอมมาลินมองหน้าของเพื่อนด้วยความสงสาร

“เฮ้อ... ลำบากตัวไม่เท่าไหร่หรอก แต่หัวใจนี่สิลำบาก นั่งก่อนสิ... เดี๋ยวฉันหาน้ำให้แกกิน” สีหน้าเริ่มเซ็ง แต่ก็หันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก

“ไม่ต้องหรอกน่า แกก็มานั่งลงตรงนี้เลย ส้มเล่าให้ฉันฟังสิ เรื่องราวของแกเป็นยังไงบ้างตอนที่ฉันไม่ได้อยู่กับแก”

“จะฟังจริงๆ หรือเอม เรื่องมันยาวนะ” โบนิตาช้อนสายตาถาม

เอมมาลินหัวเราะ

“แกก็ยังขี้เล่นเหมือนเดิมนะ คิดถึงวันเก่าๆ เนอะ” แววตาของเอมมาลินเป็นประกาย

“จะให้เปลี่ยนได้ยังไงนิสัยของคน เคยเป็นยังไงก็ต้องเป็นยังงั้นแหละ เขาเรียกว่าสันดาน”

“พูดมากไป ไหนแกเล่ามาซิ เรื่องของแกเป็นยังไง ฉันอยากรู้” เพื่อนทำท่าตั้งตาฟัง

“หลังจากที่แม่ของฉันป่วยเป็นมะเร็งตาย ไอ้พ่อเลี้ยงฉันมันก็ต้องออกจากบ้านของเราไป ยายไม่ได้ออกปากไล่มันนะ แต่มันคงคิดได้เองมั้ง วันๆ ไม่ทำงานทำการ ก่อนจะหายหัวไป มันยังมีหน้าขโมยเอาทองที่ยายสะสมเอาไว้ไปด้วยอีกสี่บาท ยายก็ตรอมใจน่ะสิ ตอนนั้นฉันรู้สึกสงสารยายมาก ได้แต่ปลอบใจยาย ฉันก็บอกแกนะว่าจะหาเงินไปซื้อใหม่ให้ ยายก็ไม่รอกันเลย อยู่ไม่ถึงสองปี ก็มาตายตามแม่ไปอีกคน”

“เสียใจด้วยนะส้ม” เอมมาลินเห็นใจเพื่อนสาวจริงๆ

“ตอนนี้บ้านหลังนั้นฉันก็ขายแล้วนะ ได้เงินไม่กี่ตังค์หรอก ฉันก็เลยรวบรวมเงินเอามาซื้อคอนโดฯ อยู่นี่แหละ ตัวคนเดียวอ่ะแก เอาอะไรมากแกว่าไหม” โบนิตาสบตากับเพื่อน รู้ซึ้งเรื่องการใช้ชีวิตที่ลำบากตัวคนเดียวมาพอสมควร

“มิน่า เพื่อนๆ ไม่มีใครติดต่อแกได้สักคน”

“ก็มันเบื่อนี่นา ที่จะต้องมานั่งตอบคำถามของใครๆ พอดีฉันได้งานทำที่นี่ เลยย้ายออกมาจากตรงนั้นไม่ได้บอกใครเลยสักคน”

“แล้วแกก็เลิกเล่นโซเชียลไปด้วย”

“ก็มันไร้สาระนี่เอม มีแต่คนคุยกันเรื่องอะไรไม่รู้ เหมือนคนป่วย”

“ย่ะ แม่คุณ ที่จริงๆ เราเอาไว้ทำประโยชน์อย่างอื่นก็ได้อีกมากมาย”

“ฉันก็มีอยู่ ทำเอาไว้คุยแต่เรื่องงาน ว่าแต่แกเหอะ กลับมาเที่ยวนี้มาทำอะไร กี่ปีแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน”

“จะให้นับจริงๆ หรือ ก็ตั้งแต่จบมอหก ตอนนี้พวกเราอายุ 28 ปี ก็ 10 ปีแล้วมั้ง”

“โอ้โห แต่ทำไมแกไม่แก่วะยายเอม แกเป็นแวมไพร์หรือไง” เอมมาลินหัวเราะ

“ฉันกำลังจะแต่งงาน” หน้าตาที่สดใสสุดๆ ฉายออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉาบเต็มใบหน้า

“จริงดิ กับใคร”

“พี่เขาชื่อไกด์ การันต์ เกียรติรัตนโยธิน”

“โอ้โห แฟนแกรวยอ่ะ เจ้าของห้างฯ โคโคบัสเชียวนะตระกูลนี้”

“ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี่เองว่าพี่เขาเป็นลูกหลานของใคร ก็ตอนที่พี่ไกด์เขาไปเรียนที่นั่น เขาติดดินมากนะแก ทำงานพิเศษไปด้วย ฉันก็นึกว่าเขาก็เป็นคนธรรมดา ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้” เอมมาลินหัวเราะในความเปิ่นเป๋อของตัวเอง

“ก็สมกันแล้วละ พ่อของแกก็มีเงิน มันต่อยอดกันได้ ดีใจด้วยนะเอม พี่เขาคงรักแกมากจนขอแกแต่งงาน”

“ไหนส้มบอกว่าไม่รู้จักใคร ไม่ยุ่งกับใคร ทำไมถึงรู้จักพี่ไกด์ได้”

“โธ่เอ๊ยยายเอม มีสาวๆ ในเมืองไทยคนไหนที่ไม่รู้จักเขาบ้างล่ะแก ถ้าไม่รู้จักก็เชยเต็มทนแล้ว หล่อครบเครื่องแบบนั้น”

เอมมาลินยิ้มแก้มปริที่ได้ยินส้มชมว่าที่สามีเปาะ

“ว่าแต่แกจะมาอยู่ที่นี่นานไหม”

“เที่ยวนี้หรือ”

“อือ...” ส้มทำหน้ารอคอย

“สามเดือนหรือไม่ก็ตลอดไป”

คนที่ได้ยินแทบกระโดดตัวลอย จับมือของเอมมาลินเขย่าๆ

“ว้าย! ดีใจว่ะแก ต่อไปฉันก็ไม่เหงาแล้วสินะ ฉันจะมีเพื่อนแล้ว ดีใจที่สุด ขอบคุณนะคะฟ้าที่ประทานยายเอมเพื่อนรักของหนูให้กับหนูอีกครั้ง”

เอมมาลินหัวเราะในท่าทีตลกๆ ของเพื่อน

“ฉันก็จะอยู่เตรียมงานแต่งที่เมืองไทยเลย พ่อกับแม่ของพี่ไกด์ท่านบอกไม่ให้ฉันกลับไปที่โน่นอีกแล้ว”

“ดีที่สุด ฉันดีใจมากเลยรู้ไหม ดีใจกว่าถูกหวยอีก มะ...ยายเอม มาให้ฉันกอดหน่อย กอดให้หายคิดถึงกันไปเลย กอดแน่นๆ นะ” สองคนกอดกันกลม

“โอกาสหน้า ถ้าฉันเจอพี่ไกด์ของแก ฉันจะกอดให้กลมแบบนี้เหมือนกันเลย จะขอบคุณพี่ไกด์ดังๆ ที่พาแกกลับมาหาฉัน” ยังคงมีน้ำเสียงดีใจสุดๆ

“ฉันเล่าเรื่องแกให้พี่ไกด์ฟังหมดแล้ว ว่าเราสองคนรักกันยังไง”

“เหรอ อยากเจอพี่ไกด์ไวๆ จะได้ขอบคุณคำใหญ่ๆ”

เอมมาลินหัวเราะ จ้องมองหน้าของเพื่อน

“ไอ้ส้ม วันนี้วันอะไร” เอมมาลินช้อนสายตาถามเพื่อน

“ก็วันศุกร์ไง” ตอบโดยไม่ต้องคิด

“มันก็ถูกอ่ะนะ แต่ฉันให้โอกาสแกตอบใหม่ส้ม วันนี้วันอะไร” เอมมาลินส่ายหน้า มองเพื่อนแบบให้โบนิตาตอบคำถามอีกครั้ง

“แกยังไม่ลืมเหรอ” โบนิตาทำน้ำตาคลอ

“ใครจะลืมวันเกิดเพื่อนรักได้ล่ะคะ แกยังจำได้ไหม ตอนวันเกิดแกครั้งล่าสุด ที่เราสองคนแอบไปเที่ยวผับแล้วเมาแอ๋กลับบ้านแทบไม่ถูก สุดท้ายต้องโทร.ให้พี่ชายฉันไปรับ ฉันยังถูกแม่ตีด้วย ขาลายหมดเลย ฮา...”

เอมมาลินหัวเราะแบบมีความสุขเมื่อได้นึกถึงความหลัง

“ฉันก็ถูกยายฟาดเสียจนตูดบวมเลย นั่งแทบไม่ได้”

“แล้ววันนี้ล่ะ เราสองคนจะเอายังไง”

โบนิตามองหน้าเพื่อนทำใบหน้าแบบตื่นเต้นๆ

“ก็ไปเมากันอีกสิวะ ไม่เจอกันตั้งนาน เมาเอาแบบให้เต็มที่ไปเลย”

“เย้ๆ...” สองสาวคุยกันเสียงดังอย่างสนุกอยู่ในห้องทำงานของโบนิตา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อยากเป็นบอส
7.3
ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วกระดานสนทนาของมัธยมเซิ่งหัว สร้างความตกตะลึงให้ทุกคน เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าว รุ่นพี่นักเปียโนอัจฉริยะความภาคภูมิใจของสถาบัน ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เขาพลัดตกบันไดจนมือได้รับบาดเจ็บสาหัส มือคู่นี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเสียงดนตรี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำลายเส้นทางความฝันและอนาคตอันรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีไปตลอดกาล เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้ชีวิตนักเปียโนอาชีพกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวเพอร์เฟ็กต์ของประธาน
8.3
เพราะทนรับแรงกดดันจากคำพูดร้ายกาจไม่ไหว หญิงสาวจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกห่างจากวงสนทนาอันตึงเครียดนั้นด้วยความเร่งรีบ ทว่าความสับสนว้าวุ่นในจิตใจกลับส่งผลให้เธอขาดความระมัดระวัง จนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเมื่อร่างของเธอถลำไปชนเข้ากับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกประการ การเผชิญหน้าโดยบังเอิญท่ามกลางความวุ่นวายนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ จากคนที่พยายามหลบซ่อน เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ ซึ่งรายล้อมไปด้วยมาตรฐานอันสูงส่งและความกดดันของแวดวงธุรกิจระดับแนวหน้า สิ่งเหล่านี้จะพลิกผันโชคชะตาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ห้าปีแห่งความสงบสุขต้องสิ้นสุดลงเมื่อลูกน้อยถูกลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความหวาดผวา ชายหนุ่มบุคลิกแข็งกร้าวผู้เปี่ยมอำนาจได้ก้าวเข้ามาในโลกของเธอพร้อมความจริงที่น่าตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าตนคือบิดาผู้ให้กำเนิดเด็กน้อย ชายผู้นี้ยังเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดขององค์กรยักษ์ใหญ่ที่กุมชะตาพนักงานนับหมื่นคน การปรากฏตัวของเขาดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย ชีวิตที่เคยธรรมดาถูกพลิกผัน เธอจำต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสถานะใหม่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยากจะตั้งรับได้ทัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กฉลาดของประธาน
6.8
ท่ามกลางโลกธุรกิจอันทรงอำนาจ หญิงสาวต้องสวมบทเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย โดยตั้งเป้าจะซ่อนความจริงจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าโชคชะตากลับดึงเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานหนุ่ม การทำงานใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มหวั่นไหว ขณะที่เจ้านายเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติในตัวลูกน้อง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ไม่ให้พังทลายก่อนเวลาอันควร ตำนานรักที่ซ่อนเร้นภายใต้คำโกหกและการพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องมีเธอ
9.0
แม้ความตายจะตัดขาดวาสนาในชาตินี้ แต่ความรักที่เจ้าอี้เฟยมีต่อโจวเจียหลุนไม่เคยเลือนหาย เมื่อสวรรค์ไม่เป็นใจ หญิงสาวจึงปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา นางตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางที่ท้าทายฟ้าดิน ด้วยการละทิ้งตำแหน่งเซียนอันทรงเกียรติ เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนในพันธสัญญากับเทพแห่งกาลเวลา ขอเพียงได้หวนคืนสู่อดีตและกลับไปพบกับบุรุษผู้ครอบครองหัวใจอีกครั้ง การเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นคือปรารถนาที่จะเคียงข้างเขาตลอดไปในเส้นทางชีวิตใหม่ที่นางเป็นผู้ลิขิตด้วยตนเอง