APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจสามี

รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจสามี

ซีรีส์รวมเรื่องสั้นแนวรักร่วมสมัยที่จะพาทุกคนไปสำรวจแง่มุมความสัมพันธ์ต้องห้ามอันแสนซับซ้อนและท้าทายศีลธรรม พบกับเรื่องราวหลากหลายรูปแบบ ทั้งการทรยศหักหลังสามี ความสัมพันธ์ลับในฐานะเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ตลอดจนความสัมพันธ์อันเร่าร้อนแบบหลายคนที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ โดยแต่ละเหตุการณ์จะถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครที่แตกต่างกันออกไป พร้อมบทสรุปที่จบลงอย่างรวดเร็วและกระชับภายในตอนเดียวหรือสองตอนเท่านั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่โลกสีเทาเพื่อสัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจในมุมมืดของความรัก
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

พัชรีในวัยสามสิบต้นๆ เป็นคุณนายสาวสวยสง่า แต่งงานกับคุณภัทร สามีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เธอมีลูกชายหญิงสองคนกำลังน่ารัก น้องพีทเรียนอยู่ชั้นอนุบาลสาม ส่วนน้องพลอยอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ทุกวัน พัชรีจะขับรถเก๋งคันหรูไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมือง และไปรับพวกเขากลับในช่วงเย็น

ระหว่างรอเวลาเลิกเรียนของลูกๆ พัชรีมักจะลงจากรถมานั่งคุยกับโต้ง ยามหนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบห้าปีที่ประจำอยู่ที่ป้อมยามหน้าโรงเรียน โต้งเป็นหนุ่มบ้านนอกที่เข้ามาทำงานในเมือง เขาเป็นคนผิวขาวสะอาด รูปร่างสูงโปร่ง มีรอยยิ้มที่จริงใจ และนิสัยดีมีน้ำใจ พัชรีรู้สึกเอ็นดูในความใสซื่อและความคิดดีของเขา จึงมักจะอบซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ หรือเครื่องดื่มเย็นๆ มาฝากเขาอยู่เสมอ

ลูกๆ ของพัชรีก็ชอบโต้งมาก เพราะยามหนุ่มใจดี มักจะเล่นกับพวกเขา เล่านิทานให้ฟัง หรือช่วยดูแลพวกเขาในวันที่พัชรีมารับช้าเพราะติดธุระ วันไหนที่ฝนตกหนัก โต้งก็จะกางร่มพาเด็กๆ ไปหลบฝนในป้อมยาม คอยดูแลจนกว่าแม่จะมารับพวกเขา

วันนี้ เป็นอีกวันที่ฝนตกพรำๆ ตั้งแต่ช่วงบ่าย พัชรีรีบมาถึงโรงเรียนเพื่อรับลูกๆ ตามเวลา แต่ระหว่างเดินลงจากรถบนถนนที่เปียกลื่น เธอพลาดท่าลื่นน้ำจนหัวเข่าข้างขวาถลอกเป็นรอยแดง พัชรีนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ รีบลุกขึ้นปัดเนื้อตัว มองหาร่มที่อยู่ในรถ

โต้งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขารีบวิ่งกางร่มมาประคองพัชรีอย่างรวดเร็ว "คุณนายครับ เป็นอะไรมากไหมครับ?" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

"ไม่เป็นไรค่ะ แค่ลื่นนิดหน่อย" พัชรีตอบยิ้มแหยๆ พยายามซ่อนความเจ็บปวด

"ให้ผมพาคุณนายไปนั่งพักในป้อมยามก่อนนะครับ เดี๋ยวผมทำแผลให้" โต้งเสนอด้วยความเป็นห่วง

พัชรีลังเลเพียงเล็กน้อย แต่ความเจ็บที่หัวเข่าก็ทำให้เธอตัดสินใจพยักหน้า เธอเดินกระโผลกกระเผลกตามโต้งไปยังป้อมยามหลังเล็กที่ตั้งอยู่ริมรั้วโรงเรียน

ภายในป้อมยามมีเพียงเก้าอี้ไม้ตัวเก่าๆ หนึ่งตัว โต๊ะเล็กๆ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย โต้งเชื้อเชิญให้พัชรีนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสุภาพ

"เดี๋ยวผมไปเอายามาทำแผลให้นะครับคุณนาย" โต้งรีบเดินไปยังมุมหนึ่งของป้อมยาม หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา

พัชรีนั่งลงบนเก้าอี้ มองโต้งที่คุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างเกรงใจ เขาเปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบสำลีและขวดแอลกอฮอล์ออกมาอย่างชำนาญ

"เจ็บหน่อยนะครับคุณนาย" โต้งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดบาดแผลที่หัวเข่าของพัชรีอย่างเบามือ

พัชรีนิ่วหน้าเล็กน้อยกับความแสบร้อนของแอลกอฮอล์ โต้งเงยหน้ามองเธอด้วยความเป็นห่วง

"ทนหน่อยนะครับคุณนาย ใกล้เสร็จแล้ว" โต้งกล่าว ก่อนจะค่อยๆ ลูบไล้น่อง ขาขาวๆ ของพัชรีอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการปลอบโยนความเจ็บปวดของเธอ มือของเขาค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ สัมผัสกับเนื้อผ้ากระโปรงที่เริ่มเปิดขึ้นเล็กน้อย

โต้งยังคงคุกเข่าตรงหน้าพัชรี มือของเขาลูบไล้บริเวณน่องขาขาวๆ ของเธออย่างแผ่วเบา ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแล่นแปล๊บผ่านเนื้อผ้ากระโปรงบางๆ ทำให้พัชรีรู้สึกถึงความผิดปกติที่เพิ่มมากขึ้น

ภายนอกป้อมยาม สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังซู่ซ่า ลมพัดแรงหวีดหวิว ลอดช่องประตูไม้เก่าๆ เข้ามาปะทะร่างของพัชรีจนรู้สึกเย็นเยียบ เธอจามออกมาเบาๆ ด้วยความหนาว

"คุณนายหนาวไหมครับ?" โต้งเงยหน้าขึ้นมองพัชรีด้วยความเป็นห่วง ดวงตาคมของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างอ่อนโยน

พัชรีพยักหน้าเบาๆ "นิดหน่อยค่ะ"

โต้งค่อยๆ เลื่อนมือจากน่องขึ้นมาสัมผัสบริเวณเข่าที่ถลอกของพัชรีอย่างเบามือ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสบาดแผลอย่างระมัดระวัง ทำให้พัชรีรู้สึกถึงความเจ็บแปลบเล็กน้อย

"เจ็บมากไหมครับ?" โต้งถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

"ไม่เท่าไหร่ค่ะ" พัชรีตอบเสียงแผ่ว แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความตึงเปรี๊ยะบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น

โต้งยังคงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ มือของเขายังคงลูบไล้บริเวณขาของพัชรีอย่างแผ่วเบา แต่ค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นอย่างช้าๆ สัมผัสที่อบอุ่นจากฝ่ามือของเขาตัดกับความเย็นเยียบจากลมฝน ทำให้พัชรีรู้สึกถึงความขัดแย้งในความรู้สึก

มือของโต้งค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสกับเนื้อผ้ากระโปรงบริเวณต้นขาของพัชรี เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แก้ม หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

"คุณนายครับ..." โต้งกระซิบเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่ดวงตาของพัชรีอย่างสื่อความหมาย

พัชรีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ดวงตาของเธอลอกแลกไปมา มองโต้งสลับกับประตูที่เปิดแง้มอยู่

มือของโต้งยังคงลูบไล้บริเวณต้นขาของพัชรีอย่างแผ่วเบา แต่ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ขอบกระโปรงมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกวาบหวามที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นแปล๊บไปทั่วท้องน้อยของพัชรี

เปรี๊ยง! จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาอย่างรุนแรง แสงสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่เสียงคำรามกึกก้องจะดังสนั่น พัชรีสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ

โต้งรีบลุกตามด้วยท่าทางตกใจเช่นกัน เขามองหน้าพัชรีด้วยความกังวลและสำนึกผิด

"คุณนายครับ... ผมขอโทษครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจ..." โต้งพูดด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

พัชรีรีบก้าวถอยหลังเล็กน้อย หัวใจของเธอยังคงเต้นแรง เธอพยายามควบคุมลมหายใจและรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ... โต้ง... แค่ตกใจเสียงฟ้าน่ะค่ะ" พัชรีตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของยามหนุ่ม

"แต่ว่า..." โต้งยังคงมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

"อย่าให้ใครเห็นอีกนะคะ... โต้ง" พัชรีพูดเสียงต่ำ แต่หนักแน่น ก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตู

ในขณะนั้นเอง เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ก็ดังใกล้เข้ามา น้องพีทและน้องพลอยวิ่งกางร่มเข้ามาในป้อมยามด้วยรอยยิ้มสดใส

"แม่ขา! ทำไมแม่มานั่งอยู่ในนี้ล่ะคะ?" น้องพลอยถามด้วยความสงสัย

พัชรีรีบยิ้มให้ลูกๆ กางร่มออก แล้วจูงมือลูกๆ เดินขึ้นรถเก๋งคันหรูที่จอดรออยู่หน้าโรงเรียนอย่างรวดเร็ว... ทิ้งไว้เพียงโต้งที่ยืนมองตามหลังรถของเธอ

หลายวันต่อมา พัชรีบังเอิญเจอโต้งที่ตลาดสดใกล้บ้าน เธอมาซื้อของสดสำหรับทำอาหารเย็น และเห็นโต้งกำลังเลือกซื้อผักอยู่แผงข้างๆ ทั้งสองคนทักทายกันด้วยความดีใจ โต้งบอกว่าเขาเช่าห้องพักเล็กๆ อยู่คนเดียวหลังตลาด ไม่ไกลจากบ้านของพัชรีมากนัก พัชรีจึงขอแลกเบอร์กับโต้งไว้เผื่อจะฝากเขาซื้ออะไรที่ตลาดสดตอนเช้ามืด เพราะปกติเธอจะมาตอนรุ่งสางจึงทำให้ซื้อวัตถุดับสดๆบางอย่างไม่ทันคนอื่น

จากนั้น ชีวิตของพัชรีก็ดำเนินไปตามปกติ เธอวุ่นวายกับการดูแลลูกๆ และสามี แต่ความรู้สึกบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในป้อมยามวันฝนตก กลับยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอเป็นครั้งคราว รอยยิ้มอบอุ่นและแววตาห่วงใยของเด็กหนุ่มรุ่นน้องยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ เขาใสซื่อและดูแข็งแรง อาจดูไม่ทะนคนด้วยซ้ำแต่คนแบบนี้ยิ่งไม่มีพิษไม่มีภัย ไม่เคยคิดร้ายใครอย่างแน่นอน

กระทั่งคืนหนึ่ง คุณภัทรกลับมาจากเลี้ยงฉลองกับลูกค้าในสภาพที่เมามาย เขาเริ่มพูดจาเสียงดัง ชวนพัชรีทะเลาะเรื่องเก่าๆ ซ้ำซากตามประสาคนเมา ปกติเวลาสามีเมา พัชรีจะเงียบและอดทน แต่คืนนั้น ความเหนื่อยล้าและความอัดอั้นตันใจทำให้เธอเผลอเถียงสู้

"ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้ภัทร! ทำไมต้องขุดเรื่องเก่าๆ มาทะเลาะกันทุกที!" เสียงของพัชรีสั่นเครือด้วยความน้อยใจ

คุณภัทรไม่ฟังเสียง เธอเงื้อมือขึ้นตบหน้าพัชรีอย่างแรงจนร่างของเธอล้มเซไป รอยชาและร้อนผ่าวแล่นแปล๊บไปทั่วแก้ม พัชรีร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดทั้งกายและใจ เธอรีบลุกขึ้นคว้ากุญแจรถ ขับรถออกจากบ้านทั้งน้ำตานองหน้า

จุดหมายปลายทางของพัชรีคือหอพักเล็กๆ หลังตลาดที่โต้งเคยบอกไว้ เธอขับรถมาจอดหน้าหอพักด้วยใจที่สั่นเทา โทรหาโต้งก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเช่าเล็กๆ ที่มีแสงไฟลอดออกมา

โต้งเปิดประตูต้อนรับพัชรีด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพเธอ "คุณนายครับ! เกิดอะไรขึ้นครับ?" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

พัชรีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โต้งรีบคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างเป็นห่วง เอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาบนแก้มขาวๆ ของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขุ้นมายืนย่อตัว ก้มหน้าลงมาเลียกินหยดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มของคุณนายอย่างอ่อนโยน

"คุณนายครับ... บอกผมมาเถอะครับ เกิดอะไรขึ้น?" โต้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำ

พัชรีเงยหน้าสบตากับเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนแอและความว้าเหว่

"ฉัน... ฉันทะเลาะกับคุณภัทร..." พัชรีสะอื้นไห้

โต้งโอบกอดพัชรีอย่างเบามือ ปลอบโยนเธอด้วยคำพูดที่แสนอบอุ่น เขาเช็ดน้ำตาให้เธออีกครั้ง ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้

"คุณนายครับ... ผม... ผมชอบคุณนายนะครับ... ตั้งแต่แรกเจอ..." โต้งสารภาพรักด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

พัชรีนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มองหน้าโต้งด้วยความตกใจและความสับสน ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดไว้จะเริ่มปะทุขึ้นมา

โต้งค่อยๆ เอื้อมมือมาสัมผัสชายเสื้อของพัชรีอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เลิกขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียนบริเวณหน้าท้องของเธอ มือของเขาลูบไล้เบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาไซร้ลำคอของพัชรีอย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาสัมผัสกับผิวเนื้อของเธอ ทำให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นแปล๊บไปทั่วร่างกาย

โต้งค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากของพัชรี จูบเธออย่างแผ่วเบา มันเป็นจูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ อื้ม! อือ! ๆ คุณนายสาวเงยหน้าจูบตอบอย่างปลดปล่อย เอาสองมือกอดคล้องลำคอหนาและนั่งยืดอกแอ่น

โต้งค่อยๆ ช้อนร่างที่สั่นเทาของพัชรีขึ้นจากเก้าอี้อย่างเบามือ อุ้มเธอไปยังเตียงเหล็กสี่ฟุตเล็กๆ ที่ตั้งชิดผนังห้องเช่า เขาวางเธอนอนหงายแผ่หราอย่างทะนุถนอม แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดไฟเพดานส่องกระทบร่างอิ่มอวบซ่อนรูปที่ขาวโพลนของเธออย่างชัดเจน ดวงตาคมของโต้งจับจ้องไปที่เรือนร่างนั้นอย่างตาค้าง ราวกับต้องมนต์สะกด

เขาค่อยๆ ถอดเสื้อยืดตัวเก่าของตัวเองโยนลงพื้น เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรงตามประสาหนุ่มใช้แรง โต้งคลานขึ้นมาบนเตียงอย่างช้าๆ เข้าใกล้ร่างที่นอนสั่นเทาของพัชรี มือของเขาค่อยๆ จับเรียวขาสองข้างของเธอให้ถ่างอ้าออกอย่างเบามือ ก่อนที่ใบหน้าคมสันของเขาจะค่อยๆ โน้มต่ำลงไปยังหว่างขาที่ปิดสนิท

ริมฝีปากอุ่นชื้นของโต้งสัมผัสกับกลีบเนื้ออ่อนนุ่มของพัชรีอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของเขาจะค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ ความรู้สึกวาบหวามที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นแปล๊บไปทั่วท้องน้อยของพัชรี

"อร๊ะ! ๆ โอ๊ย!" พัชรีสะดุ้งเฮือก เผลอร้องครางเรียกชื่อยามหนุ่มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายของเธอนอนสัดส่ายเอวไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ สองมือของเธอคว้าจับเรือนผมรองทรงสั้นสีดำของโต้งไว้แน่น กดศีรษะของเขาให้แนบชิดกับหว่างขาของเธอมากยิ่งขึ้น บั้นท้ายของเธอแอ่นสู้ เคลื่อนไหวร่อนร่องสวาทบดเบียดใบหน้าของโต้งจนแดงช้ำคาหว่างขา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ร้อนรักราคีสวาท
8.8
จากความตั้งใจที่จะใช้ไฟปรารถนาแผดเผาทำลายและสร้างรอยมลทินให้แก่เธอ ชายหนุ่มกลับต้องเผชิญหน้ากับบ่วงราคีที่รัดตรึงตัวเองไว้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางกระแสความเร่าร้อนอันแสนยั่วยวนที่ไม่อาจต้านทานได้ จากผู้ควบคุมเกมที่หวังจะลงทัณฑ์หญิงสาว เขากลับดิ่งลึกสู่ความลุ่มหลงและติดกับดักเสน่หาที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทสรุปของความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเพลิงพิศวาสและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดใจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในท้ายที่สุดท้ายที่สุดอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
8.1
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด
9.4
ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา เปมิกาอุทิศตนเพื่อผลักดันเจษฎากรจากดาราไร้ชื่อเสียงจนก้าวสู่จุดสูงสุดในฐานะซูเปอร์สตาร์ ทว่าความซื่อสัตย์ของเธอกลับถูกทรยศอย่างเลือดเย็น เมื่อพบว่าเขาแอบลักลอบคบชู้กับดุจดาวมานานหลายปี มิหนำซ้ำเขายังทำร้ายร่างกายเธอจนพังยับเยินและเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียลูกในครรภ์ไปอย่างไม่มีวันกลับ ความรักที่เคยลึกซึ้งจึงมลายหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงความแค้นอันเยือกเย็น เปมิกาตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม โดยเริ่มวางแผนการทำลายชื่อเสียงและอนาคตในวงการของเขาให้ย่อยยับแบบเดียวกับที่เธอเคยเผชิญ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักอันบ้าระห่ำของเขา ชีวิตที่พังทลายของเธอ
8.6
กอหญ้าจำต้องสูญเสียช่วงเวลาสิบสองปีในชีวิตไปกับธาวิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้มีอำนาจล้นมือ หลังจากเธอถูกขายให้บ้านอัศวโภคินตั้งแต่วัยเพียงสิบหกปีเพื่อนำเงินไปรักษาแม่ จากจุดเริ่มต้นในฐานะเพื่อนเล่น เธอขยับขึ้นมาเป็นเลขาและคนรักของเขาในที่สุด ทว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างเจ็บปวด เมื่อเคนซี่ซึ่งเป็นรักแรกของธาวินได้หวนคืนมาอีกครั้ง เขาเลือกที่จะแต่งงานกับหญิงคนนั้นและเขี่ยกอหญ้าทิ้งอย่างไม่ใยดีด้วยการเสนอเงินก้อนโตให้ เงินเพียงไม่กี่ร้อยล้านบาทจึงกลายเป็นสิ่งชดเชยเวลาทั้งชีวิตที่เธอเคยทุ่มเทให้เขาแต่เพียงเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อรักเดินทางมาเจอกัน
9.0
เมื่อนักเขียนสาวผู้มีความเข้าใจในโรคซึมเศร้าอย่างลึกซึ้ง ได้พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่มีเสน่ห์ชวนมอง แต่ทว่านัยน์ตาคู่สวยของเขากลับสะท้อนความเจ็บปวดและความหม่นหมองอย่างปิดไม่มิด ความผิดปกติที่เธอสัมผัสได้กระตุ้นให้เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกของเขา เพื่อค้นหาความจริงและช่วยรักษาบาดแผลในใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรูปลักษณ์อันสมบูรณ์แบบนั้น การเดินทางครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าที่โอบล้อมชีวิตของเขาไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง เดิมพันรักจอมมาเฟีย
9.0
“ตำแหน่งพี่เลี้ยงไม่ค่อยเหมาะกับเธอสักเท่าไหร่ ลองมาอยู่ในตำแหน่งเมียของฉันไหมล่ะ รับรองว่าจะติดใจจนไม่อยากลงจากเตียง ............. ฟรานเซสโก้ เดอมาร์ชี มาเฟียหนุ่มกลัดมันรักอิสระ ไม่ชอบการผูกมัด ไม่คิดมีใจให้หญิงใด เขาคิดเสมอว่า “ผู้หญิงคือเครื่องบรรณาการทางเพศ” มีไว้เชยชม แต่ไม่ได้มีไว้รักใคร่ เมื่อเสร็จกิจทุกอย่างก็จบ แต่แล้วจู่ๆ ความรักก็หล่นโครม ใส่แบบไม่ทันตั้งตัว เขาจึงคิดอยาก “ผูกมัด” แม่หมัดหนักที่อัดใจเขาซะน่วม ด้วยการ “ไล่จูบ” ทุกครั้งที่เจอหน้า โดยไม่หวั่นกำปั้นหนักๆ เพราะ “เดิมพัน” ที่หวังจะได้นั้นมันคุ้มแสนคุ้ม ............. ไลลา นักมวยหมัดหนักต้องมารับหน้าที่ดูแล “ลูกชายมาเฟีย” ที่ร้ายทั้งพ่อทั้งลูก ปวดหัวกับลูกชายไม่พอ ยังต้องมา “ใจเต้นระทึก” กับคนเป็นพ่อ ที่อยู่ใกล้ครั้งใดต้อง “เปลืองตัว”เสมอ และโดยไม่รู้ตัวเขาก็ “ปราบ” เธอจนไม่เหลือคราบเก่งกาจ แล้วไลลาจะหนีรอดเงื้อมมือมาเฟียหนุ่มได้อย่างไร ในเมื่อเขา “กัดไม่ปล่อย” และเห็นเธอเป็นกวางน้อยแสนเชื่อง ที่อยากขย้ำกินใจแทบขาด