APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รวมประสบการณ์มีชู้

รวมประสบการณ์มีชู้

ซีรีส์เรื่องสั้นแนวรักร่วมสมัยที่เจาะลึกถึงความสัมพันธ์ลับและการทรยศหักหลังคู่ครอง นำเสนอเรื่องราวหลากมิติที่สะท้อนความปรารถนาอันเร่าร้อนและการต่อสู้กับจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ถ่ายทอดผ่านฉากรักที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอารมณ์ดราม่าเข้มข้น เพื่อพิสูจน์แรงดึงดูดที่ยากจะหักห้ามใจท่ามกลางความผิดบาปที่ต้องหลบซ่อนจากสายตาผู้คนในสังคมปัจจุบัน ชวนคุณมาร่วมสัมผัสแง่มุมความรักสีเทาอันท้าทายกรอบศีลธรรม ที่จะทำให้คุณได้พบกับเหตุการณ์เหนือความคาดหมายในทุกบทเรียนรักสุดร้อนที่ถูกร้อยเรียงอย่างดุเดือด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

หนูนาในวัยสามสิบสองปี เป็นที่จับตาของผู้คนเสมอ ด้วยรูปร่างระหงสมส่วน ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับกลีบซากุระยามต้องแสงอาทิตย์ เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าเรียวสวยได้รูป ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นฉายแววฉลาดเฉลียวและอ่อนโยน จมูกโด่งเล็กรับกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ยามเมื่อเธอแย้มยิ้ม จะปรากฏรอยบุ๋มเล็กๆ ที่แก้มทั้งสองข้าง สร้างเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างเป็นธรรมชาติ

วันนี้หนูนาสวมชุดสูทกระโปรงสีเทาอ่อน เนื้อผ้าเรียบลื่นเข้ารูปพอดีตัว เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวสะอาดตาถูกสอดไว้ด้านในอย่างประณีต กระโปรงทรงดินสอผ่าด้านหลังเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาสวยเมื่อยามก้าวเดิน รองเท้าส้นสูงสีดำขลับช่วยเสริมให้รูปร่างของเธอสง่างามยิ่งขึ้น เครื่องประดับมีเพียงต่างหูมุกเม็ดเล็กๆ และนาฬิกาข้อมือเรือนบางสีเงิน ดูเรียบง่ายแต่ก็บ่งบอกถึงรสนิยมที่ดี

ชีวิตภายนอกของหนูนากับภัทร สามีนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ ดูราวกับภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง รถยนต์ราคาแพง และการเข้าสังคมในวงแคบๆ ที่ดูดี แต่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกัน ความเงียบงันกลับเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างน่าอึดอัด ภัทรทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจจนแทบไม่มีเวลาให้หนูนา ความเอาใจใส่และความเสน่หาที่เคยมีในช่วงแรก กลับกลายเป็นความเคยชินและหน้าที่ ความโหยหาความรักและความเร่าร้อนในหัวใจของหนูนาจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่รอวันผลิบาน

ธนาคารสาขาที่หนูนาทำงานตั้งอยู่ในอาคารสูงใจกลางเมือง แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องโถง ทำให้บรรยากาศดูสว่างและพลุกพล่าน พนักงานต่างทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เสียงพูดคุยโทรศัพท์ เสียงพิมพ์เอกสาร และเสียงประกาศต่างๆ ดังคลอเคลียอยู่ตลอดเวลา รัฐ พนักงานรักษาความปลอดภัยหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีกรมท่าเข้ม ยืนตระหง่านอยู่บริเวณประตูทางเข้า รูปร่างสูงโปร่งของเขาอยู่ในชุดที่รีดเรียบ ใบหน้าคมสันดูเคร่งขรึม แต่แววตาที่ทอดมองผู้คนที่เดินเข้าออกกลับดูสุภาพและระมัดระวัง

รัฐมีอายุย่างเข้าสามสิบปี ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดรับกับโครงหน้าคมสัน ดวงตาเรียวคมสีดำสนิทมักจะซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น ไหล่กว้างและแผ่นหลังตรงของเขาบ่งบอกถึงความแข็งแรงและน่าเชื่อถือ หนูนาสังเกตว่ารัฐมักจะยืนประจำการอยู่บริเวณใกล้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่เธอต้องเดินผ่านอยู่เสมอ

ในวันที่วุ่นวาย หนูนาจะสังเกตเห็นรัฐคอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและพนักงานด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประตู การให้ข้อมูล หรือแม้แต่การช่วยเหลือยกของหนัก แววตาที่เขามองมายังเธอในบางครั้ง มันมีความแตกต่างจากสายตาของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ มันแฝงไปด้วยความชื่นชมอย่างเงียบๆ และความใส่ใจที่ทำให้หัวใจของหนูนาเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย

บ่ายวันหนึ่ง ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางวัน ทำให้ลูกค้าในธนาคารบางตา หนูนาต้องอยู่เคลียร์เอกสารสำคัญที่โต๊ะทำงานของเธอจนเย็นย่ำ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือเพียงแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์สีขาวสว่างจ้าในห้องทำงาน รัฐเป็นยามที่เข้าเวรดึกในคืนนั้น เดินตรวจตราความเรียบร้อยของธนาคารเป็นระยะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาดังแว่วมาในความเงียบ

เมื่อรัฐเดินผ่านโต๊ะทำงานของหนูนา เขาลดความเร็วในการเดินลงเล็กน้อย หันมาสบตาเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

"เลิกงานดึกนะครับคุณหนูนา ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขากระซิบแผ่วเบา ท่าทางสุภาพและเป็นห่วงเป็นใยนั้น ทำให้ความรู้สึกเหงาในใจของหนูนาจางหายไปเล็กน้อย

"ค่ะ ใกล้เสร็จแล้วค่ะคุณรัฐ ขอบคุณมากนะคะที่ยังอยู่" หนูนาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มหวาน ดวงตาของเธอสบกับดวงตาคมเข้มของรัฐนานกว่าปกติ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านระหว่างกัน

"ยินดีเสมอครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกผมได้เลยนะครับ" รัฐพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้หนูนาอยู่กับความเงียบสงัดอีกครั้ง แต่ความรู้สึกอบอุ่นที่เขาเพิ่งมอบให้ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเธอ หนูนาเหม่อมองไปยังแผ่นหลังกว้างของรัฐที่เดินห่างออกไป แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับเครื่องแบบสีกรมท่าของเขาเป็นเงาเข้มยาวบนพื้น ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของหนูนาเริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ... ความรู้สึกที่อันตรายและเย้ายวนใจ

แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ยังคงส่องสว่างจ้าในห้องทำงานของหนูนา นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงพิมพ์เอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว แต่ความคิดกลับล่องลอยไปยังร่างสูงสง่าของยามหนุ่มที่เดินตรวจตราอยู่ด้านนอก ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่รัฐมอบให้เมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำ ราวกับสัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับลึกซึ้ง

เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเอกสารกองสุดท้ายถูกจัดเก็บเข้าแฟ้ม หนูนาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก มองนาฬิกาข้อมือเรือนบาง บอกเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว เธอเก็บของบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย สะพายกระเป๋าถือหนังสีดำ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน

ห้องโถงธนาคารในยามดึกสงัดวังเวงกว่าที่คิด แสงไฟถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสลัวตามทางเดินและบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เสียงฝีเท้าของหนูนาดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ร่างสูงของรัฐยืนอยู่บริเวณประตูทางออกด้านหน้า มองตรงไปยังความมืดมิดภายนอก

เมื่อเห็นหนูนาเดินออกมา รัฐหันกลับมายิ้มให้เธออีกครั้ง รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาคมของเขาดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด

"เสร็จแล้วเหรอครับคุณหนูนา ให้ผมไปส่งที่รถไหมครับ?" รัฐเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

"ขอบคุณมากค่ะคุณรัฐ แต่รถจอดอยู่ในที่จอดรถของธนาคาร ไม่ไกลเท่าไหร่ค่ะ" หนูนาตอบกลับไป แต่ในใจกลับรู้สึกเสียดายที่ช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้เขาใกล้จะสิ้นสุดลง

"ถ้าอย่างนั้น... เดินทางปลอดภัยนะครับ" รัฐกล่าวลา

"ขอบคุณค่ะ คุณรัฐก็ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ" หนูนาตอบกลับไป ก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูทางออก แต่แล้วเธอก็ชะงักเท้า หันกลับมาหารัฐอีกครั้ง

"เอ่อ... คุณรัฐคะ คือว่าลิฟต์มันปิดให้บริการแล้วหรือเปล่าคะ?" หนูนาถามด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นไม่แน่ใจ

รัฐขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยความสุภาพ "ครับคุณหนูนา ลิฟต์ปิดให้บริการหลังสี่ทุ่มครับ ถ้าอย่างนั้นคุณหนูนาต้องใช้บันไดหนีไฟ..." เขาผายมือไปยังประตูสีเขียวทึบที่อยู่สุดทางเดิน

"อ๋อ... ค่ะ" หนูนาตอบรับเบาๆ แต่ในใจกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเดินไปยังประตูบันไดหนีไฟ เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้านใน ความมืดและกลิ่นอับชื้นปะทะเข้ามาเล็กน้อย แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟฉุกเฉินส่องสว่างเป็นระยะตามขั้นบันได

หนูนาค่อยๆ ก้าวเท้าลงบันไดทีละขั้น เสียงส้นสูงสีดำกระทบกับพื้นปูนดังเป็นจังหวะเงียบๆ ความเงียบและความเปลี่ยวทำให้เธอรู้สึกใจหวิวอย่างประหลาด

ขณะที่เธอกำลังจะเดินลงไปถึงชั้นล่าง เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นมาจากด้านหลัง หนูนาหันกลับไปด้วยความสงสัย แสงไฟสลัวๆ ทำให้เธอเห็นร่างสูงของรัฐกำลังก้าวลงบันไดตามมา

"คุณรัฐคะ มีอะไรรึเปล่าคะ?" หนูนาถามด้วยความแปลกใจ

รัฐเดินลงมาจนถึงขั้นเดียวกับเธอ ยืนประจันหน้ากันในแสงไฟสลัวๆ ดวงตาคมของเขาจ้องมองมาที่ดวงตาของหนูนาอย่างลึกซึ้ง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของหนูนาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

"ผม... ผมเป็นห่วงคุณหนูนาครับ บันไดหนีไฟมันค่อนข้างเปลี่ยว" รัฐกระซิบเสียงแหบพร่า น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากความสุภาพตามปกติเล็กน้อย

ความเงียบปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจถี่กระชั้นของพวกเขาที่ดังแข่งกัน หนูนาสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงระหว่างเธอกับรัฐ มันเป็นความรู้สึกที่อันตราย แต่ก็หอมหวานและเย้ายวนใจจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้

รัฐค่อยๆ เอื้อมมือมาสัมผัสแก้มเนียนของหนูนาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอบอุ่น ราวกับลูบไล้ความปรารถนาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของเธอให้ตื่นขึ้น

"คุณหนูนา..." รัฐเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอ

หนูนาหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกปรารถนาที่ท่วมท้นนำทางเธอ ริมฝีปากของรัฐแตะลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความหนักหน่วงและดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความปรารถนาที่เก็บกดไว้เนิ่นนาน

มือเรียวของหนูนาค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบคอของรัฐอย่างแนบแน่น ตอบรับจูบนั้นอย่างเต็มใจ ปล่อยให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจางหายไปในความมืดสลัวของบันไดหนีไฟ

ร่างของทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้น ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของหนูนา เธอไม่เคยรู้สึกถึงความปรารถนาที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน มันเป็นความตื่นเต้น หวาดเสียว และความต้องการที่ถาโถมเข้ามาอย่างที่ไม่เคยมีใครมอบให้เธอ

มือที่แข็งแรงของรัฐเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของหนูนาภายใต้เสื้อสูทเนื้อดี ก่อนจะเลื่อนลงมาสัมผัสสะโพกกลมกลึงของเธออย่างแผ่วเบา หนูนาครางออกมาเบาๆ ในลำคอ ปล่อยให้ความรู้สึกเสียวซ่านครอบงำทุกสิ่ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
9.4
เมื่อโชคชะตาลิขิตว่าเธอต้องเข้าพิธีวิวาห์ภายในเวลาหกเดือน คุณหนูแสนเพียบพร้อมจึงต้องงัดทุกกลเม็ดและแผนการมารวบหัวรวบหาง พ่อเลี้ยงน่านน้ำ ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและสุขุมลุ่มลึกให้ได้ เธอถึงกับยอมสร้างเรื่องโกหกว่าตัวเองไร้ที่พึ่งพิงเพื่อแฝงตัวเข้าไปใกล้ชิดในชีวิตของเขา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการได้เขามาเป็นสามีและพ่อของลูกตามคำทำนาย ท่ามกลางความป่วนชวนปวดหัวและความน่ารักปนแสบซนของเธอ แผนการตื๊อรักครั้งนี้จะสามารถทลายกำแพงหัวใจของพ่อเลี้ยงผู้เงียบขรึมให้กลายมาเป็นความรักสุดฟินได้สำเร็จหรือไม่ ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวความโรแมนติกที่มีชั้นเชิงใน เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง เผาเรือนรัก ของสี่คนรักจอมปลอมของฉัน
9.2
เอลิน่า ทายาทสาวตระกูลเศรษฐีผู้เคยมีทั้งคู่หมั้นและพี่ชายบุญธรรมรวมสี่คนคอยดูแล ทว่าชีวิตเธอต้องพังทลายเมื่อเดมอน ชายคนรักหักหลังไปหาเด็กฝึกงานอย่างลูน่า ซ้ำร้ายพวกเขายังร่วมมือกันวางแผนฆาตกรรมผ่านอุบัติเหตุเพื่อฮุบสมบัติ โดยที่คนรอบข้างต่างพากันเข้าข้างชู้รักและรุมตราหน้าว่าเธอเป็นคนผิด หลังรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด ความรักและความภักดีของเธอก็มลายสิ้น ในงานกาล่าใหญ่ที่คนทรยศหวังจะใช้คลิปวิดีโอส่วนตัวแฉเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ เอลิน่าจึงไม่ขอทนเป็นเหยื่ออีกต่อไป เธอเตรียมเปิดโปงความจริงด้วยหลักฐานลับเพื่อกระชากหน้ากากจอมปลอมและทำลายทุกคนให้ย่อยยับ
ภาพปกนิยายเรื่อง จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ
8.7
เมื่อ ‘มีนา’ ตกหลุมรัก ‘เจตต์’ ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ผู้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภัยให้เธอ ปฏิบัติการพิชิตใจสุดโต่งจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการขอแต่งงานแบบไม่ทันตั้งตัว แม้ในสายตาของเขา เธอจะเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไร้เดียงสาและไม่มีประสบการณ์ แต่คนอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ มีนาประกาศชัดว่าจะใช้เสน่ห์ทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เขาสยบอยู่แทบเท้า จากที่เคยประมาทและมองเธอเป็นแค่หมากระเป๋าตัวน้อย เจตต์อาจต้องรับมือกับแผนการอ่อยเต็มพิกัดที่พร้อมจะทำให้เขาตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น ร่วมลุ้นไปกับเกมรักที่เธอขอใช้หัวใจเป็นเดิมพันเพื่อครอบครองเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีพยายามต่อสู้สุดกำลังเพื่อพาตัวเองออกจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบไร้อาภรณ์ ทว่าความตระหนกตกใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างที่ไม่เคยพบเจอ เมื่อฝ่ามือแกร่งและเรียวปากอันร้อนแรงเริ่มล่วงล้ำสัมผัสไปทั่วเรือนร่าง ความทรมานจากความต้องการที่ปะทุขึ้นทำเอาเธอต้องสั่นสะท้านไปทั้งทรวง ยามที่ยอดอกถูกบดขยี้จนรู้สึกเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำ ร่างบางบิดเกร็งไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นเร้า จนในที่สุดมือที่เคยถูกพันธนาการไว้ก็ได้รับอิสระท่ามกลางเสียงสูดลมหายใจอันร้อนผ่าว
ภาพปกนิยายเรื่อง หวนรักบ่วงดวงใจ
8.5
เมื่อถูกมองเป็นแค่คู่นอนไร้ค่า ม่านไหมจึงหอบความช้ำหนีจากมหาเศรษฐีหนุ่มเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลี้ยงดูลูกน้อยในท้องจนเติบโตท่ามกลางความอบอุ่นทว่าเรียบง่าย แต่แล้วความสงบสุขกลับพังทลายลงเมื่อเขาก้าวเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง พร้อมนำพาอันตรายร้ายแรงที่เกือบพรากชีวิตลูกรักไป ม่านไหมจึงไม่ยอมอ่อนแออีกต่อไป เธอพร้อมลุกขึ้นสู้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องแก้วตาดวงใจ และตั้งมั่นว่าจะตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดขาด หากเขาไม่สามารถให้ความปลอดภัยแก่ครอบครัวเธอได้