
พ่อเพื่อนหนูขอจอง
ตอน 2
บทที่ 2
กลางดึกสงัด... เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบาคือสิ่งเดียวที่ดังอยู่ในห้องนอนแขก รินลดาพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้างเป็นรอบที่ร้อยของคืนนี้ เธอข่มตาหลับไม่ลงเลยสักนิด
สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวและประโยคกระซิบที่แสนคุกคามของ 'คิมหันต์' ยังคงดังก้องอยู่ในหัว *'ใส่เสื้อผ้าแบบนี้มานั่งขัดสมาธิต่อหน้าผู้ชาย มันไม่เรียบร้อย... หรือว่าจงใจอยากให้ฉันมอง?'*
"บ้าจริง..." หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ยกมือขึ้นกุมแก้มที่ยังคงร้อนผ่าวอยู่ไม่หาย เธอเป็นแค่เด็กในสายตาเขา เป็นเพื่อนของหลานสาวที่เขาคอยดุคอยเตือนมาตลอด แต่ทำไมแววตาของเขาตอนนั้นถึงได้ดู... หิวโหยและอันตรายขนาดนั้น
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้องทำให้เธออึดอัดจนต้องลุกขึ้นนั่ง รินลดาถอนหายใจยาว ตัดสินใจสะบัดผ้าห่มออกแล้วลุกจากเตียง เธอรู้สึกคอแห้งผาก บางทีการลงไปดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้วอาจจะช่วยดับความฟุ้งซ่านในใจได้บ้าง
เพนต์เฮาส์สองชั้นกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงไฟสลัวจากทางเดินที่เปิดทิ้งไว้ รินลดาเดินเท้าเปล่าลงบันไดอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนใคร เธอเดินตรงไปยังโซนห้องครัว รินน้ำเย็นจัดใส่แก้วแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
ขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นห้อง หูของเธอก็แว่วได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากทิศทางของห้องทำงานของคิมหันต์ ซึ่งอยู่สุดโถงทางเดินชั้นล่าง
"อ๊ะ... คุณคิม... เบาหน่อยค่ะ..."
เสียงครางหวานหูที่พยายามกดให้เบาลง ทว่าในความเงียบสงัดของยามวิกาล มันกลับชัดเจนเจนจนรินลดาเบิกตากว้าง สองขาก้าวไม่ออกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"เรียกชื่อฉัน... เรียกดังๆ เมธาวี" เสียงทุ้มต่ำที่เธอมักจะได้ยินแต่ความดุดันและเย็นชา บัดนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกเขากระซิบข้างหู ความอยากรู้อยากเห็นที่ผสมปนเปกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ผลักดันให้สองเท้าค่อยๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ นั้นอย่างเลื่อนลอย
ประตูไม้บานใหญ่ของห้องทำงานเปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะลอดผ่านช่องว่างออกมา รินลดาขยับเข้าไปใกล้จนชิดขอบบานประตู มือบางเกาะขอบกำแพงไว้แน่นขณะที่ดวงตาสั่นระริกแอบมองผ่านช่องแคบๆ นั้น
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก!
บนโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ที่มักจะเต็มไปด้วยแบบแปลนและโมเดล บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่เร่าร้อน 'เมธาวี' หญิงสาวสวยจัดที่มีสถานะเป็นคู่ควงของคิมหันต์ กำลังนอนเอนกายอยู่บนโต๊ะ ในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปกองอยู่ที่เอว เรือนร่างเย้ายวนบิดเร่าไปมาตามแรงอารมณ์
และคนที่กำลังยืนแทรกอยู่ระหว่างเรียวขาสวยงามคู่นั้น... คือผู้ชายที่รินลดาแอบรักมาตลอด
คิมหันต์อยู่ในสภาพที่เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมออกจนหมด เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวตามกรอบหน้าและลำคอแกร่ง ท่วงท่าการขยับสะโพกสอบเข้าหาหญิงสาวใต้ร่างนั้นช่างรุนแรง ดุดัน และไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น
"อ๊า! คุณคิม... เมย์เสียว... แรงอีกค่ะคุณคิม!" เมธาวีครางกระเส่า สองแขนเรียวเกี่ยวรัดลำคอหนาของคิมหันต์ไว้แน่น ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างสุขสม
"เธอชอบแบบนี้ไม่ใช่หรือไง..." คิมหันต์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจแบบที่รินลดาไม่เคยเห็นมาก่อน เขากระแทกกระทั้นกายเข้าใส่อย่างไม่ปรานี จนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ตามแรงขยับ
"อื้อออ... คุณคิมขา... เมย์รักคุณ... เมย์อยากเป็นตัวจริงของคุณแล้วนะคะ" เมธาวีพยายามใช้ช่วงเวลาแห่งความลุ่มหลงนี้เรียกร้องสิ่งที่เธอต้องการมาตลอด
แต่แทนที่คิมหันต์จะตอบรับ เขากลับหยุดชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีสดของเธอ "อย่าพูดเรื่องไร้สาระตอนที่ฉันกำลังเอาเธอ เมย์... หน้าที่ของเธอคือครางให้ฉันฟังก็พอ"
ความเย็นชาที่แฝงอยู่ในความเร่าร้อนนั้นช่างย้อนแย้ง ทว่ามันกลับกระตุ้นอารมณ์เบื้องล่างของคนที่แอบดูอยู่นอกประตูอย่างรุนแรง
รินลดายืนตัวแข็งทื่อ สองมือบีบเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ภาพความดิบเถื่อนของผู้ชายที่ดูเนี้ยบและเจ้าระเบียบมาตลอดทำลายกำแพงความถูกต้องในใจเธอจนป่นปี้ ลมหายใจของเธอหอบถี่ขึ้น ร่างกายร้อนผ่าวไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะความรู้สึกเปียกชื้นที่ก่อตัวขึ้นใจกลางความเป็นหญิง... เธอเกิดอารมณ์กับภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจควบคุมได้
"อ๊ะ... อ๊าาา! คุณคิม!" เสียงครางของเมธาวีดังขึ้นอีกระลอกเมื่อคิมหันต์เร่งจังหวะการถาโถมเข้าใส่
รินลดาหน้าแดงจัดจนแทบจะคั้นน้ำได้ เธอรู้สึกละอายใจอย่างรุนแรงที่ตัวเองดันมายืนดูเรื่องพรรค์นี้ แถมร่างกายยังทรยศด้วยการตอบสนองต่อภาพความแข็งแกร่งของคุณอาอย่างน่าไม่อาย เธอต้องออกไปจากตรงนี้... ต้องหนีไปให้พ้นก่อนที่เธอจะสติแตกไปมากกว่านี้!
หญิงสาวตัดสินใจก้าวถอยหลังอย่างเร่งรีบ ทว่าด้วยความลุกลี้ลุกลนและขาที่สั่นเทา ทำให้เธอเสียการทรงตัว เท้าข้างหนึ่งสะดุดเข้ากับขาตั้งโต๊ะวางแจกันเล็กๆ ประดับโถงทางเดิน
เคร้ง!!
แจกันใบสวยหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย เสียงแตกของเซรามิกดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณโถงทางเดินที่เงียบสงัด
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น
ภายในห้องทำงาน เสียงครางของเมธาวีหยุดชะงักลงทันที ท่วงท่าการร่วมรักที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดชะงักงัน
รินลดาทนดูต่อไม่ไหวจนถอยหลังไปชนแจกันเล็กๆ เกิดเสียงดัง คิมหันต์หยุดชะงักและหันขวับมาทางประตู!
คุณอาจจะชอบ





