APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชะตารักบุปผางาม

ชะตารักบุปผางาม

เมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาหมุนวน หญิงสาวคนหนึ่งได้รับโอกาสย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อลบล้างความผิดพลาดที่เคยก่อไว้ การผจญภัยครั้งใหม่นี้นำพาให้เธอได้พบกับชายหนุ่มจากเผ่าฮู่เหลียน ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนเถื่อนในสายตาคนรอบข้าง หากแต่มีเพียงเธอที่มองเห็นความดีงามในตัวตนที่แท้จริงของเขา ทว่าเส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามที่ประดังเข้ามา เธอกลับต้องเผชิญกับมรสุมหัวใจเมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ท่ามกลางความรักอันลึกซึ้งของบุรุษถึงสองคน สุดท้ายแล้วเธอจะยอมจำนนต่อลิขิตฟ้าดิน หรือจะเป็นผู้เลือกเส้นทางรักแท้ด้วยตัวเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

พวกเรายังไม่จบเรื่องในถ้ำ รั่วหลานมองคนหน้าตายที่ยังถามนางต่อ “เจ้าอยู่ตรงนั้นจะหายเย็นได้อย่างไร มานั่งที่เดิม”

สั่งนางแล้วนางจะเชื่อหรือไม่ ไม่...ไม่เด็ดขาด ในใจคิดเช่นนั้น แต่เขาหรือจะยอม มือหยาบดึงร่างนางไปนั่งบนตักอีกครั้ง จากนั้นก็โอบเอว เอนหน้าซบตรงซอกคอ

“กลิ่นกายเจ้าหอมมาก”

สวรรค์ ท่านล้อข้าเล่นใช่ไหม หากนางยอมให้เขาทำต่อ ไม่เท่ากับว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้... “หากท่านทำมากกว่านี้ข้าจะร้อง”

ดูสิ ใครจะแน่กว่ากัน คนขู่หันมองด้วยแววตาที่บอกว่านางเอาจริง

“ช่วย...” เพียงคำว่าช่วยเท่านั้น นางก็ถูกเขาปิดปากสนิท เสียงนางอู้อี้อยู่ในลำคอ เขากดนางไว้กับพื้นหิน นางพยายามยกขาถีบ

ไอ้คนบ้ากาม ไอ้โรคจิต นางจะหาคำไหนมาด่าดีนะ เพราะตอนนี้ เขากำลังได้ใจ ขณะที่นางพยายามดิ้นรน จนกระทั่ง ตูม!! นางกลิ้งตกน้ำ พอเงยหน้ามอง รอบ ๆ ถ้ำก็ไม่เหลือใครแล้ว

รั่วหลานว่ายน้ำขึ้นฝั่ง คนที่ตกลงมาด้วยยังตามนางมา

“ถ้าท่านเข้ามาข้าจะ...” ข้าจะทำอะไรดี นางหันมองซ้ายขวาเพื่อหาอาวุธมาขู่เขา ทว่าไม่ทันได้อะไรสักชิ้นก็ถูกคนตัวโตแบกขึ้นบ่า

“ท่านจะพาข้าไปไหน” ไม่ตอบ ไม่พูด จัดการยัดนางขึ้นรถม้าที่เขาซ่อนเอาไว้ จากนั้นก็ออกเดินทาง

รั่วหลานหันมองซ้ายขวาก็คว้าผ้าห่มมาห่มกาย คนที่คุมม้าอยู่ด้านหน้าใช้ผ้าขนสัตว์คลุมตัวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คนในรถม้าได้แต่คิดว่าตัวเองจะรอดจากมือหยาบนั้นได้สักกี่วันเชียว นี่แค่วันแรกนางก็ถูกเขาแตะเนื้อต้องตัวไปถึงไหนต่อไหน พอนึกถึงไอ้นุ่มนิ่ม ที่แข็งตัวก็พลันหน้าแดง

หรือสวรรค์จะเห็นว่าชาติที่แล้วนางรักษาเนื้อตัวอย่างดี ชาตินี้เลยส่งเขามาสอนนางให้ได้รู้จักรสพิศวาสโดยไม่ต้องร้องขอ แต่ไม่ต้องก็ได้ ข้าไม่ต้องการ หากอยากรู้คงทำไปตั้งแต่ชาติที่แล้ว ไม่รอให้ตายก่อนหรอก

แม้จะบ่นอย่างนั้น แต่คิดหรือว่าคนหื่นกามจะปล่อยนางไป เวลาผ่านไปจนถึงรุ่งเช้าจึงมาถึงเมืองชายแดนที่เป็นรอยต่อของสามแคว้น

รถม้าของเขาจอดเทียบหน้าร้านขายเครื่องหนังแห่งหนึ่ง เมื่อนางลงจากรถม้าก็ถูกพาไปยังห้องชั้นบนของร้าน ซึ่งมีห้องเล็ก ๆ พอจะใช้หลบซ่อนตัวได้

สิ่งแรกที่นางเห็นคืออาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่ต้องรอให้ใครชวน นางก็นั่งลงกินทันที “เจ้าไม่คิดระแวงว่าจะมียาพิษบ้างหรือไร”

นางส่ายหน้า “ไม่คิด มีก็ดี ถ้าตายไปแล้วสามารถกลับไปที่เดิมได้ ข้าก็ยินดี”

แค่ไม่กี่วันนางก็ตระหนักชัดว่าภพนี้โบราณของแท้ กินอยู่ ขับถ่ายตลอดจนอาบน้ำ ทุกอย่างล้วนไม่น่ารื่นรมย์ หากตายแล้วกลับไปได้จริงนางก็อยากกลับ ว่าแต่นางทำผิดอะไรถึงต้องมาตกระกำลำบากในภพโบราณแบบนี้กันนะ ชาติที่แล้วมดสักตัวนางยังไม่กล้าเหยียบด้วยซ้ำ

บ่นไปก็เท่านั้น ดูเหมือนนางจะไม่ตายง่าย ๆ เพราะในอาหารไม่มี ยาพิษ เมื่อกินอิ่มแล้วนางจึงมองหาที่นอนหลังจากต้องทนนั่งในรถม้ามาหลายชั่วยาม

คนลักพาตัวมององค์หญิงรั่วหลาน นางทำตัวเหมือนไม่ใช่ตัวประกัน “พี่เซียว ตอนนี้คนขององค์รัชทายาทเฟิงหวงกระจายกำลังอยู่เต็มเมือง พวกเราจะพานางออกไปอย่างไรดี”

เก้อเหวินเซียวหันมองสตรีที่ตอนนี้หลับสนิทไปแล้วหรือแกล้งหลับ ก็ไม่แน่ใจ แต่อย่างไรเรื่องนี้นางก็ต้องรับรู้เช่นกัน

“ออกจากเมืองตามกำหนดเดิม หากช้ากว่านี้นางอาจถูกพบตัวได้ อย่างไรก็ต้องอาศัยจังหวะที่พวกมันคิดว่าเราไม่กล้าผ่านด่าน ผ่านออกไปให้ได้โดยเร็ว”

คนรับคำสั่งพยักหน้าก่อนจะฟังสิ่งที่เก้อเหวินเซียวสั่งให้เตรียมเพิ่ม ไม่นานขบวนเจ้าสาวก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

รั่วหลานมองชุดแต่งงานก่อนมองคนตรงหน้า นางเพิ่งสลัดชุดแต่งงานแคว้นต้าเหลียวไป ตอนนี้ต้องมาสวมชุดแต่งงานของชนเผ่าทุ่งหญ้าแทน สวรรค์ นางได้ใส่ชุดเจ้าสาวถึงสองครั้งในเวลาไม่กี่วัน

“ถามจริง พวกท่านคิดว่าเขาจะไม่ตรวจสอบเจ้าสาวก่อนออกจากเมืองหรือ?”

นางไม่ได้ให้ความร่วมมือกับพวกเขานะ แต่กำลังสงสัยวิธีการหลบหนีของพวกเขาต่างหาก เก้อเหวินเซียวยิ้ม

“ถึงตรวจพวกเขาก็จะจำเจ้าไม่ได้”

หมายความว่าอย่างไร นางคิดได้แค่นั้นเพราะอีกครึ่งชั่วยามถัดมานางก็ได้เห็นตัวเองในอีกรูปโฉม คนในกระจกคือใคร? ไอ้ที่ว่าในอดีตมีการเปลี่ยนหน้าแปลงโฉมเป็นเรื่องจริง?

“ที่เหลือก็เพียงเจ้า องค์หญิง หากเจ้าปริปากหรือแสดงพิรุธออกมาเพียงนิด ข้าจะปาดคอเจ้าโดยไม่รั้งรอแน่นอน เพราะข้าจะไม่ยอมให้คนของข้าต้องมาเสี่ยงเพราะเจ้าอีก”

นางใช้ให้พวกเขาจับตัวนางมาที่ไหน พวกเขาหาเรื่องเองต่างหาก มาหาว่านางทำให้พวกเขาตาย วันนี้นางบ่นในใจไปกี่รอบแล้ว แต่ไม่กล้าให้คำพูดหลุดจากปากจริง ๆ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจะพาข้าไปที่ไหนก็เชิญ ในเมื่อนางเองก็ไม่มีจุดหมายเช่นกัน จะไปหาคู่หมั้น นางรู้จักเขาที่ไหน กลับแคว้นตัวเองก็ใช่จะรู้ว่าใครเป็นใคร สรุปว่าแล้วแต่คนตรงหน้าจะบัญชาแล้วกัน

ขบวนแต่งงานของชนเผ่าฮู่เหลียนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย มีเพียงม้านำขบวนตัวเดียวกับรถม้าและหีบสินสอดหนึ่งคันรถ

ขบวนเจ้าสาวเคลื่อนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงด่านตรวจออกนอกเมือง ทหารที่เฝ้าประตูเมืองรีบสั่งให้ขบวนเจ้าสาวหยุด

“ขอตรวจด้านใน”

“เรียนท่านทหาร ในเกี้ยวคือเจ้าสาวที่กำลังจะออกไปแต่งงานที่เผ่าของเรา”

ทหารมองไปยังรถม้า “อย่างไรก็ต้องตรวจ”

“ท่านทหาร ปกติแล้วชนเผ่าเราเองก็มีธรรมเนียมเช่นกัน อย่างเรื่องเจ้าสาว ต้องให้เจ้าบ่าวเป็นคนเปิดผ้าก่อน”

สีหน้าทหารมีความลังเล เจ้าบ่าวที่อยู่หน้าสุดจึงหยิบถุงเงินส่งให้เขา “ได้โปรดเห็นใจพวกเราด้วย”

เมื่อได้เงินน้ำหนักมาก ทหารยามก็พยักหน้า “อืม ไปได้”

เจ้าบ่าวตัวปลอมถอนหายใจ สั่งให้คนด้านหลังเคลื่อนขบวน แต่ขยับได้เพียงนิดก็มีเสียงดังไล่หลัง

“เดี๋ยว!!” เสียงห้ามตามมาด้วยม้าอีกหลายตัว เจ้าบ่าวตัวปลอมหันมองแล้วรีบเก็บความกังวล ตีสีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว

เสียงนั้นดังพอจะทำให้เจ้าสาวที่นั่งอยู่ด้านในได้ยิน นางก้มลงมองด้านล่างที่มีเก้อเหวินเซียวซ่อนตัวอยู่ใต้ที่นั่ง

ว่ากันตามตรง หากเขาเป็นคนไม่มีชื่อเสียงหรือไม่มีใครรู้จัก คงไม่ต้องมาหลบอยู่ใต้ก้นนางเช่นนี้ แสดงว่าบุรุษบ้ากามผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา

เสียงม้าเข้ามาใกล้รถม้าของนาง จากนั้นก็เหมือนมีคนลงจากม้า เสียงเท้าลงหนักใกล้เข้ามาก่อนจะใช้ดาบเปิดม่าน

นางยังคงนิ่งอยู่ในท่าเดิมเพราะเบื้องล่างมีมือคนบ้ากามจับขาเอาไว้คล้ายขู่นางว่าห้ามตุกติก ในเมื่อรู้ว่าเป็นใคร จะพานางไปไหนก็ไปเถอะ นางจะดิ้นรนแหกปากให้เหนื่อยทำไม

ปลายดาบเปิดผ้ามงคลของนางขึ้น นั่นจึงทำให้นางเห็นว่าคนตรงหน้าหน้าตาหล่อเหลาเอาการ

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”

เขาก็คือว่าที่สามีขององค์หญิงรั่วหลาน องค์ชายเฟิงหวง สมแล้วที่องค์หญิงปักใจรักอีกฝ่าย เพราะถ้าเป็นนางก็คงหลงเช่นกัน หรือนางจะไปกับเขาดี

ดูเหมือนคนด้านล่างจะล่วงรู้ถึงความคิดนาง เพราะนางรู้สึกถึงปลายมีดที่กดลงตรงข้อเท้า รั่วหลานเลยทำหน้านิ่ง ปล่อยให้องค์ชายเฟิงหวงมองหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

“ขออภัย ข้าคิดว่าเป็นคนที่ข้ารู้จัก”

‘ก็คนที่ท่านรู้จักดีนั่นแหละ แต่พวกเขาเปลี่ยนหน้าข้าจนท่านจำไม่ได้ต่างหากว่าที่สามี’ นางคิดอยู่ในใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ผ้าม่านปิดลงแล้วขบวนเจ้าสาวก็ถูกปล่อยออกไป

คนที่ซ่อนอยู่ใต้ที่นั่งเริ่มขยับ รั่วหลานจึงยกกระโปรงขึ้นให้เขาออกมา จะว่าไปตั้งแต่นางเจอเขา รู้สึกว่าบุรุษผู้นี้จะไม่ถนอมนางสักนิด คิดแต่จะเอาเปรียบตลอด

ดูอย่างตอนนี้สิ เมื่อเขาขึ้นมาได้ นางยังไม่ทันจะพูดอะไร เขาก็ดึงหนังปลอมออกอย่างรวดเร็ว “โอ๊ย” ไอ้บ้า รู้จักถนอมสตรีบ้างไหม นางจะบ้าตาย หนังหลุดหรือไม่นี่ นางยกมือลูบไปมา รู้สึกแสบร้อนไปหมด

“หนังมนุษย์ใส่ได้ แต่ไม่ควรเกินหนึ่งชั่วยาม ไม่อย่างนั้นจะเกิดผลเสีย”

หา!! ว่าอย่างไรนะ “หน้าข้าเป็นอย่างไรบ้าง” นางยื่นหน้าไปให้ เขาดูใกล้ ๆ คนที่ถูกสตรีโน้มเข้าหาตัวแข็ง กวาดตามองแล้วเอ่ยปาก “ก็เหมือนเดิม”

นั่นจึงทำให้นางโล่งใจ ยอมถอยออกห่างจากคนตัวโต

คนลักพาตัวได้แต่มองใบหน้าด้านข้างของนาง ไม่รู้ว่านางรู้ตัวหรือไม่ ไม่ว่านางจะเป็นใคร อยู่ในสภาพไหน กลิ่นกายของนางก็ไม่เคยเปลี่ยน กลิ่นนั้นหอมติดจมูกจนติดตรึงเข้าไปในใจ

ใครจะคิดว่าสถานที่ที่นางไปไม่ใช่ทุ่งหญ้าสีเขียว แต่เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ มองไม่เห็นแม้แต่ต้นไม้สักต้น การเดินทางใน 7 วันแรกยังพอทน แต่เมื่ออากาศร้อนขึ้นเรื่อย ๆ นางก็เริ่มบ่นไม่หยุด

“สิ่งที่พวกท่านทำอยู่เหมือนฆ่าข้าทั้งเป็น”

นี่พวกเขาจะเอานางไปตากแห้งจนตายใช่ไหม ไม่คิดเลยว่าฤดูร้อน ในทะเลทรายจะร้อนระอุเพียงนี้

“ข้าร้อน” ว่าแล้วก็ถอดเสื้อนอกออก ทำให้คนที่อยู่ด้านในกับนางหันมอง “สตรีไร้ยางอาย”

ว่านางไร้ยางอาย เขาก็เป็นบุรุษบ้ากามเช่นกัน เพราะมองนางไม่วางตา ว่าแต่ “เมื่อไรพวกเราจะถึง”

“อีก 7 วัน” นางต้องทรมานอย่างนี้อีก 7 วัน ตายแน่รั่วหลาน ตอนมาไม่ทรมาน แต่ตอนจะตายรอบสองทำไมทรมานเช่นนี้

เสียงเหมือนรถม้ากำลังจะแวะพัก เมื่อนางเปิดม่านออกก็พบว่าตอนนี้พวกเราอยู่ใกล้ต้นไม้ทะเลทราย

“ต่อจากนี้จะเข้าใกล้ทุ่งหญ้าแล้ว ความร้อนจะลดลง เจ้าควรใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย”

รั่วหลานก้มลงมองเชือกที่ปลดออกไปก่อนหน้าก็จับมาผูกดังเดิม แล้วลงจากรถม้า พวกเขากำลังตั้งกระโจมสำหรับพักแรมในคืนนี้

นางหาที่นั่งรอ ผู้ร่วมขบวนอีกหลายคนก่อไฟ และเริ่มเดินสำรวจเพื่อหาของป่ามาทำกินในคืนนี้

แม้นางจะบ่นเรื่องความร้อน หรือความเหนื่อย แต่ไม่เคยเรื่องมากเรื่องการกินอยู่ สิ่งนี้ทำให้เก้อเหวินเซียวค่อนข้างแปลกใจกับสตรีที่อยู่ในวังมานาน แต่กลับไม่เรื่องมากอย่างที่เขาเคยคิด

“คืนนี้พวกเราได้เนื้อกระต่าย” นางมองกระต่ายสีขาวตรงหน้าแล้วพยักหน้า ถ้าเป็นสตรีอื่นคงร้องไห้สงสาร แต่นางไม่ใช่ไง เพราะนางหิว เอาไว้ข้าจะทำบุญให้เจ้าเยอะ ๆ แล้วกัน ตอนนี้ขอเอาชีวิตรอดก่อน

ไม่นานเนื้อกระต่ายก็สุกหอม คนของเขาส่งมาให้ รั่วหลานหันมองคนอื่น ๆ กับเนื้อกระต่ายหนึ่งตัว จึงฉีกเพียงน่องแล้วส่งให้คนของเขาต่อ

“ข้ากินไม่เยอะ พวกท่านกินเถอะ” เนื้อมีเพียงนิดก็ควรแบ่งกัน พวกเขาให้นางก่อนก็เพราะนางมีประโยชน์ ส่วนนางแบ่งเนื้อให้พวกเขาก็เพราะพวกเขามีประโยชน์เช่นกัน หากไม่มีพวกเขา นางจะอยู่รอดในทะเลทรายได้อย่างไร

หลังจากกินน่องกระต่ายเสร็จ นางก็ลุกเข้าไปนอนในกระโจมปล่อยให้คนอื่น ๆ ทำหน้าที่เฝ้านางต่อไป ทุกคนหันมอง ในใจก็คิดว่าเชลยเช่นนางไม่ได้แย่อย่างที่คิด

เก้อเหวินเซียวนั่งอยู่ได้ครึ่งคืนก็ลุกเข้าไปในกระโจมที่นางนอน นั่งมองสตรีที่หลับเป็นตายโดยไม่กลัวว่าใครจะทำร้ายหรือคิดไม่ดีกับตน

เขามองกระโปรงที่ร่นขึ้นมาอยู่ตรงเข่า ว่ากันว่าสตรีต้าเหลียวมีเพียงสามีเท่านั้นที่จะได้เห็นเท้าของภรรยา แต่ของนางเขาเห็นมาเกือบทั้งตัวแล้ว ไม่เท่ากับว่านางเป็นภรรยาเขาไปครึ่งตัวแล้วหรือ

นี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาจับนางมาเป็นเชลย ไม่ได้เอามาทำเมีย ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกำลังจะออกจากกระโจมก็ยังไม่วายหันมาหานางอีกครั้ง แล้วก้มลงสูดกลิ่นกายจากซอกคอนาง

ขอสักนิดสักหน่อยก็ยังดี เขาคงเป็นคนบ้ากามอย่างที่นางว่าจริง ๆ นั่นแหละ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง มังกรขาว
8.9
วันที่สิบห้ามิถุนายนปีสองพันสิบ โลกก้าวสู่การตื่นขึ้นหนที่สาม มิติย่อยนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้ากับโลกหลัก นำพาสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์และมอบพลังควบคุมธาตุแก่มนุษย์ พร้อมด้วยหอคอยปริศนาที่ซ่อนขุมพลังมหาศาลจนเกิดสงครามแย่งชิง ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีอายุขัยนับพันปีกลับต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือคนสนิท ทว่าเขาได้โอกาสคืนชีพกลับมาสี่เดือนก่อนหายนะจะอุบัติ ด้วยภูมิปัญญาและทักษะที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน เขาตั้งมั่นจะลบความผิดพลาดในอดีต ยึดครองอำนาจจากหอคอย และสกัดกั้นโศกนาฏกรรมไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง หงส์พันปี
8.4
ชีวิตขององค์หญิงเฉินเสียนพังทลายเมื่อถูกใส่ความว่าโง่เขลา นางถูกขับออกจากจวนด้วยใบหน้าที่ยับเยินทั้งที่กำลังอุ้มท้อง ทว่าความเจ็บปวดได้หล่อหลอมนางขึ้นใหม่ ในวันที่อดีตสวามีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสกับอนุภรรยา นางหวนกลับมาปรากฏตัวท่ามกลางแขกเหรื่อเพื่อมอบบทเรียนครั้งใหญ่ หญิงที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอไร้ทางสู้ ได้ลงมือจัดการผู้ที่มาทีหลังด้วยความเฉียบขาดและรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง การทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้คือการประกาศสงครามที่จะสั่นสะเทือนทุกขั้วอำนาจที่เคยทำลายชีวิตนาง
ภาพปกนิยายเรื่อง นางเซี่ย
9.2
เพื่อเป็นเสาหลักแห่งจวนจงหย่งโหว เซี่ยฟางหวาวัยเจ็ดขวบยอมทิ้งความสบายไปฝึกวิชากับองครักษ์เงา แปดปีต่อมานางถล่มค่ายฝึกจนสิ้นซากแล้วลอบเข้าเมืองหลวง ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อเผชิญหน้ากับฉินเจิง อ๋องน้อยแห่งจวนอิงชินอ๋อง การพบกันเพียงชั่วครู่ร้อยรัดนางไว้จนไม่อาจคืนสู่ฐานะเดิมได้ สตรีผู้แตกฉานทั้งกลยุทธ์และศาสตร์การแพทย์ถูกบีบให้ต้องสวมรอยเป็นสาวใช้ใบ้ข้างกายเขา แม้นางจะเก่งกาจไร้ผู้ต้าน แต่เมื่อต้องรับมือกับอ๋องน้อยผู้นี้ นางกลับต้องเผชิญความมืดแปดด้านและไร้หนทางจะดิ้นหลุดไปได้
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือพวกกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ทั้งสามรีบพาชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาอพยพหนีไฟสงคราม บนเส้นทางสุดแสนลำบาก พวกเธอได้พบกับบิดาที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้ง ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้กลับมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและเด็ดขาดอย่างคาดไม่ถึง เมื่อถึงเมืองหลวงยังได้พบกับน้องชายฝาแฝดที่ภายนอกดูใสซื่อ ทว่าคนหนึ่งกลับซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอีกคนมีจิตใจเย็นชาไร้ความรู้สึก ท่ามกลางไฟสงครามและภยันตรายรอบด้าน ครอบครัวที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันต้องหันมาจับมือและผสานพลังอย่างแนบแน่น เพื่อฟันฝ่าวิกฤตและนำพาทุกคนให้รอดพ้นจากยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้ไปได้