APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มขี้เล่นสายเปย์กำลังไปได้สวยในความสัมพันธ์กับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ปิดกั้นตัวเองมาตลอด ทว่าในขณะที่ความรักของทั้งคู่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม อุปสรรคชิ้นโตกลับก้าวเข้ามาแทรกกลาง เมื่อความจริงอันเจ็บปวดถูกเปิดเผยว่าชายหนุ่มมีเจ้าของจับจองหัวใจอยู่ก่อนแล้ว มัทนาที่เคยใจอ่อนยอมเปิดใจให้กับความดีของเขาจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป เมื่อพบว่าสถานะของตนเองไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวอย่างที่เคยเข้าใจ ในเรื่องราวรักโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่แฝงไปด้วยความซับซ้อนของความรู้สึก
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 สงสัยก็ต้องถาม

หลายวันต่อมา

ช่วงเย็นของวันนี้ ทั้งสองก็ได้ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกันอีกครั้ง แต่คนในลิฟต์หมดตั้งแต่ชั้นสามแล้ว เหลืออีกหกชั้น ถึงมันจะใช้เวลาแค่สักครู่เดียว แต่สำหรับคนขี้กลัวอย่างมัทนา เธอรู้สึกนานมาก

เธอยืนก้มหน้าหันหลังให้เขา มือกำสายกระเป๋าที่เธอกำลังสะพายเอาไว้แน่น ท่าทางแปลกๆ จนอิทธิพลอดที่จะคิดในใจไม่ได้ว่า...สงสัยเธอคงจะปวดท้องเข้าห้องน้ำ...ทนเอาหน่อยแล้วกัน!

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก มัทนาก็รีบก้าวขาออกไป ขาเรียวสวยก้าวฉับๆด้วยความรวดเร็ว นั่นจึงทำให้อิทธิพลแอบนึกสงสาร...สงสัยจะอั้นมานานแล้ว

ส่วนเขาก็เดินตามไปปกติ เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตู แล้วจึงเดินเข้าไปด้านในห้องเขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากเอาไว้หลังห้อง บังเอิญเห็นคนที่รีบร้อนเดินเหมือนคนปวดท้องเมื่อสักครู่ ยืนบิดขี้เกียจท่าทางสบายใจอยู่หลังห้อง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นมันไม่มีพนังกั้นสามารถมองเห็นกันได้สบาย

อิทธิพลยืนมองเธออยู่อย่างนั้นอย่างนึกแปลกใจ...เธอไม่ได้ปวดท้อง! แต่แล้วก็เป็นจังหวะที่มัทนาบิดขี้เกียจเสร็จหันมาเจอเขาพอดี สายตาผสานกัน อิทธิพลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตารู้สึกสงสัย...ที่เดินเร็วๆขนาดนั้นอย่าบอกนะว่า...รังเกียจเขา!

ส่วนมัทนาหันมาสบตากับเขาได้แค่แว๊บเดียว เธอก็รีบหมุนตัวกลับเข้าห้องไปทันที ต่อให้เธอปวดฉี่ เข้าห้องน้ำแล้ว ยังไงก็ไม่เร็วขนาดนี้หรอก ยัยแว่นนั่นต้องกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างกับเขาอยู่แน่ๆ...อิทธิพลคิดในใจ

เขาจึงเลือกที่จะเดินไปเปิดประตูด้านหน้าห้องอ้าค้างเอาไว้ แล้วยืนรอเธออยู่อย่างนั้นเพราะเขาเคยสังเกตเห็นว่าเวลาเธอกลับมาที่ห้องเอากระเป๋ากับหนังสือเรียนเข้าไปเก็บแล้ว เธอจะลงไปหาอะไรกินที่ด้านล่างอีกครั้ง และแล้วก็เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้จริงๆด้วย

เสียงเปิดประตูห้องข้างๆดังขึ้น ในขณะที่มัทนากำลังเดินออกมาด้วยท่าทางสบายใจ ในแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว และไม่ทันได้ระวังตัว อยู่ๆก็มีมือปริศนายื่นเข้ามาคว้าข้อมือของเธอแล้วออกแรงดึง

“ว๊าย!!” เขาใช้เวลาแค่แว๊บเดียว เธอก็มายืนอยู่ในห้องของเขาแล้ว

“ปั้ง!” เสียงประตูปิดลง พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ยกขึ้นปิดปากเล็กๆของเธอเอาไว้

“อื้อ...” เธอพยายามส่งเสียงร้องแต่ฝ่ามือของเขาที่ปิดปากของเธอเอาไว้แน่น ทำให้เธอส่งเสียงออกมาไม่ได้

“มีเรื่องจะคุยด้วย จะปล่อยมือออกให้ แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โวยวาย” มัทนาพยักหน้างึกงักรับทราบ อิทธิพลจึงยอมปล่อยมือออกให้

“ไอ้โรคจิต!” เสียงด่าของเธอทำให้เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น แววตาดุจับจ้องไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแว่นสายตาสวมใส่อยู่

“บอกว่าอย่าโวยวายไง” ตอนนี้เขาจับหญิงสาวตรงหน้ายืนพิงอยู่ที่พนังห้องใกล้ๆกับประตู ชุดนักศึกษารัดรูปที่เธอยังไม่ได้ถอดออก ทำให้เห็นสัดส่วนของเธอได้อย่างชัดเจน จนเผลอแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“ปล่อยหนูออกไปนะ!” สายตามองต่ำ อย่างไม่คิดที่จะปกปิด กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าอวดเรียวขาขาวเนียน ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เขาใจสั่นได้นะ

"มองอะไร ไอ้บ้า!" ไหนๆเขาก็เป็นโรคจิตในสายตาของเธอไปแล้ว ขอมองอีกนิดๆหน่อยๆจะเป็นอะไรไป

"อ้าว...ใส่สั้นขนาดนี้ ไม่ได้อยากให้คนมองหรอกเหรอ"

"อี๋...ไอ้!..." เธอกำลังจะอ้าปากด่าอีกครั้ง แต่เขาเสียงดังขึ้นมาซะก่อน นั่นจึงทำให้คำด่าคำนั้นถูกกลืนลงคอไป

“หยุดด่าได้แล้ว! แค่อยากจะคุยด้วยเฉยๆ”

“ออกไปคุยกันข้างนอกก็ได้นี่” อิทธิพลดึงแว่นสายตาที่เธอสวมใส่อยู่ออก แล้วเอามาเสียบไว้ที่คอเสื้อของเขาแทน ด้วยท่าทางยียวนกวนๆ...ไม่ยอมออกไปคุยกันข้างนอก แล้วยังจะเอาแว่นสายตาของเธอไปอีก!

“นี่! เอาคืนมานะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าที่ไม่มีแว่นสายตาปิดบัง ยิ่งทำให้อิทธิพลถึงกลับตะลึงในความสวยของเธอ เขาแอบชื่นชมความสวยของเธอในใจ ใบหน้าขาวเนียน ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย

“บอกว่าอย่าโวยวายไง จะคุยกันตรงนี้ดีๆหรือจะไปนอนคุยกันบนเตียง” เขาสะบัดหน้าไปทางเตียงนอนที่อยู่มุมหนึ่งของห้อง คำพูดหยอกเย้าของเขา ยิ่งทำให้มัทนารู้สึกกลัวมากขึ้นไปอีกร้อยเท่าพันเท่า ริมฝีปากเล็กๆที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น นั่นจึงทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

“คุยเรื่องอะไรคะ เราไม่เคยรู้จักกัน”

“ชื่ออะไร” เขาถามเสียงห้วน

“นะ...หนูชื่อมายค่ะ” น้ำเสียงสั่นๆของเธอตอนนี้บ่งบอกว่าเธอกำลังกลัว

“มาย...เป็นอะไร” เขาหมายถึงเวลาตอนที่เธอเจอหน้าเขา เธอมักจะมีพฤติกรรมแปลกๆ

“เป็นอะไร...คืออะไรคะ” เธอไม่เข้าใจคำถามของเขา

“มองหน้าพี่สิ” ขนาดตอนนี้ พูดคุยกันธรรมดาเธอก็ยังก้มหน้าพูด อยู่ใกล้กันแค่นี้ สายตาสั้นก็จริงแต่ถึงอย่างไรก็น่าจะมองเห็น แต่เธอกลับหลบสายตาตลอดเวลา

“เวลาเราเจอหน้าพี่ เป็นอะไร” สิ่งที่เธอแสดงออกเวลาเจอหน้าเขาทุกครั้ง มันทำให้เขาหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“นะ...หนูแค่กลัว” เธอตอบเสียงเบา

“กลัว...กลัวพี่ทำไม” เขาจำได้ว่าเขาไม่เคยทำอะไรให้เธอไม่พอใจเลยนะ มีแต่เธอนั่นแหละที่ทำให้เขาไม่พอใจ เจอหน้ากันครั้งแรกเธอก็ด่าเขาว่า...แล้งน้ำใจ!

“คือ...หนู...ขอตัวนะคะ!” มัทนาพอจะเห็นจังหวะ เธอจึงผลักหน้าอกของเขาออกไปเต็มแรง จากนั้นจึงรีบเปิดประตูแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ที่จริงเขาจะดึงเธอเอาไว้เขาก็ทำได้แต่เขาไม่อยากทำ เขามองแว่นของเธอที่อยู่ตรงคอเสื้อของเขาแล้วเผลออมยิ้มออกมา

“ยังถามไม่รู้เรื่องเลย” เขาไม่ตาม เพราะยังไงเธอก็ต้องกลับมาเอาแว่นคืน ห้องของเธอก็อยู่นี่ เขาเดินกลับเข้าห้องไปท่าทางสบายใจ โดยเลือกที่จะเปิดประตูห้องทิ้งเอาไว้ พอมีคนเดินผ่านหน้าห้องเขาก็จะสามารถเห็นได้ทันที

ทางด้านมัทนา หลังจากที่เธอวิ่งออกมาโดยไม่มีแว่นสายตา แต่ดีที่ยังมีกระเป๋าสตางค์กับมือถืออยู่ในกระเป๋าสะพาย เธอหยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาเพื่อน แต่ไม่มีใครรับสายของเธอเลย เธอจึงเลือกสั่งข้าวกินก่อน สักครู่เพื่อนของเธอก็โทรย้อนกลับมา

“ไอ้มดช่วยกูด้วย!” หยิบมือถือกดรับสายแล้วรีบกรอกเสียงลงไปในสายเพื่อขอความช่วยเหลือทันที

“มึงเป็นอะไร”

“มึงมาหากูหน่อยได้มั้ย ไอ้โรคจิตคนนั้นมันเอาแว่นกูไป”

“ห๊ะ!! ตกลงเพื่อนข้างห้องที่มึงเล่าให้ฟังเป็นโรคจิตจริงๆเหรอวะ”

“กูมองไกลไม่เห็นเลย ยังไงก็ต้องเอาแว่นคืน”

“เดี๋ยวกูไปหา มึงอยู่ไหน”

“ร้านข้าวข้างล่าง”

“เค” แล้วสายสนทนาก็ถูกตัดไป ผ่านไปเกือบๆครึ่งชั่วโมงได้ มดก็เดินเข้ามาหามัทนาที่ร้านข้าว

“ไอ้มดทางนี้” มดเดินมานั่งลงข้างๆเพื่อน

“ไหนมึงเล่าให้กูฟังซิ เอาแบบละเอียดเลยนะ” มัทนาเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่แสนจะน่ากลัวสำหรับเธอให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด

“ไป! กูจะพามึงไปเอาแว่นคืน”

“เดี๋ยว! มึงไม่กลัวเหรอ”

“คนเยอะแยะ กล้องวงจรปิดก็มีมึงจะกลัวอะไรนักหนา อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึงนี่...ไป!” มดดึงมือมัทนาพาเดินขึ้นคอนโด ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเก้า ทั้งสองสาวยังคงสวมชุดนักศึกษาอยู่ พากันเดินไปเรื่อยๆ สายตาของทั้งสองจับจ้องไปที่ประตูหน้าห้อง922

“ไอ้แว่น...เขาน่าจะเปิดห้องรอมึงแน่ๆ”

“ไอ้มดกูกลัว...”

“มึงต้องเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่อง เพราะห้องมึงอยู่ติดกับห้องเขา หรือมึงจะย้ายห้องหนีอีก”

“เสียดายค่ามัดจำ”

“ก็เออไง...ไป!”

“ไอ้มด!” เสียงนี้ดังออกมาจากคนที่อยู่ด้านในห้อง...เขารู้จักเพื่อนของเธอ! ทันใดนั้นอิทธิพลก็ก้าวเขาเดินออกมาปรากฏตัว เขายืนกอดอกแผ่นหลังพิงอยู่กับประตูหน้าห้องท่าทางสบายใจ คอเสื้อของเขายังคงมีแว่นสายตาของมัทนาเสียบอยู่

“พี่อิท!” มัทนามองทั้งสองคนสลับกันไปมา...รู้จักกันด้วยเหรอ!

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาตัวน้อยของผม
6.9
ชีวิตของปาณีพังทลายเมื่อครอบครัวกดขี่และถูกเพื่อนสนิทกับคนรักหักหลัง ในช่วงที่สิ้นหวังเธอตัดสินใจแต่งงานกับธามนิธิ ชายรุ่นใหญ่ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นเพียงการหาที่หลบภัย แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตคู่ ความใกล้ชิดก็แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน ธามนิธิกลายเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งคอยปกป้องเธอจากเรื่องเลวร้าย ขณะเดียวกันความอ่อนโยนของปาณีก็ช่วยรักษารอยแผลในใจของเขา เปลี่ยนการแต่งงานที่ไร้หัวใจให้กลายเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของคนทั้งสองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
8.6
เพียงความเข้าใจผิด หญิงสาวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีใจอำมหิต ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยอคติจึงก้าวเข้ามาพร้อมคำประกาศกร้าวว่าจะทวงแค้น โดยบีบบังคับให้เธอชดใช้ด้วยชีวิต ความเกลียดชังจากการมองข้ามความจริงทำให้ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยรอยร้าว ในเมื่อเขาตัดสินไปแล้วว่าเธอคือนางร้าย ความขัดแย้งที่เกิดจากการด่วนสรุปเพียงภายนอกจะนำพาพวกเขาไปสู่จุดใด สองหัวใจที่มีแต่บาดแผลจะก้าวข้ามกำแพงความแค้นเพื่อค้นหาความจริงได้หรือไม่ หรือไฟพยาบาทจะแผดเผาทุกสิ่งจนพังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กฉลาดของประธาน
6.8
ท่ามกลางโลกธุรกิจอันทรงอำนาจ หญิงสาวต้องสวมบทเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย โดยตั้งเป้าจะซ่อนความจริงจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าโชคชะตากลับดึงเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานหนุ่ม การทำงานใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มหวั่นไหว ขณะที่เจ้านายเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติในตัวลูกน้อง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ไม่ให้พังทลายก่อนเวลาอันควร ตำนานรักที่ซ่อนเร้นภายใต้คำโกหกและการพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง The-Rtask_ider-สิงห์นักบิด-พิชิตใจ-นายหน้าหวาน
6.6
การจากไปของน้องชายทิ้งความว่างเปล่าไว้ในใจเมฆ จนกระทั่งเขาพบกับก๊อป เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนผู้ล่วงลับ เมฆจึงตั้งใจดูแลอีกฝ่ายในฐานะพี่ชายเพื่อเยียวยาบาดแผล ทว่าความสัมพันธ์ที่ควรจะงดงามกลับพังทลายเพราะความพลั้งเผลอตามอารมณ์ชั่ววูบ ความหวังดีแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังที่บาดลึก ท่ามกลางความสับสน เมฆต้องรับผลจากความผิดพลาดของตนเอง เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อประสานรอยร้าวและกอบกู้ความเชื่อใจ การโคจรมาเจอกันในจังหวะชีวิตที่แสนเจ็บปวดนี้คือบททดสอบสำคัญที่เขาต้องข้ามผ่าน
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ลูกข้ามภพสู่บ้านนา แยกบ้านปุ๊บ รวยปังทันที!
8.9
ทนรับใช้ครอบครัวสามีเยี่ยงทาสมานาน จ้าวอวี้เจินกลับถูกโกงเงินชดเชยที่ดิน เธอจึงทำตามคำแนะนำของหลินจือเซี่ย ลูกสาวผู้ข้ามภพมา เพื่อแยกตัวมาสร้างชีวิตใหม่ แม้เริ่มจากกระท่อมทรุดโทรม แต่ความเพียรก็พลิกฟื้นชะตาของพวกเธอให้ร่ำรวย มีบ้านหลังใหญ่และอาหารอุดมสมบูรณ์ ปล่อยให้บ้านเดิมต้องเผชิญความลำบาก เมื่อเวลาผ่านไป หลินจือเซี่ยเติบโตเป็นหญิงสาวรูปงาม สหายวัยเด็กที่เคยจากไปไกลได้เร่งรุดกลับมาทวงถามสัญญาหมั้นหมาย เขาไม่ยอมเสียเธอให้ใครและอ้อนวอนให้เธอรับรักอย่างจริงใจ