APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง แพ้รักน้องสาว

แพ้รักน้องสาว

เรื่องราวความสัมพันธ์สุดช้ำของหญิงสาวผู้มั่นคงในความรัก เธอเฝ้ามอบเศษเสี้ยวหัวใจและความซื่อสัตย์ทั้งหมดให้แก่ชายหนุ่มเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเฉยชาจากเขา ผู้ซึ่งเลือกจะละเลยและมองข้ามความรู้สึกอันแท้จริงของเธอไปอย่างไม่ไยดี ไม่ว่าวันเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน ค่าของความรักที่เธอทุ่มเทให้ก็ไม่เคยส่งไปถึงใจหรือดึงดูดสายตาของเขาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ท้ายที่สุดแล้ว ความผูกพันอันแสนเจ็บปวดนี้จึงกลายเป็นบ่วงโซ่แห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่พันธนาการคนแอบรักข้างเดียวให้ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานใจอย่างโดดเดี่ยว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“ไมค์ เดี๋ยวเจก็กลับมาแล้ว” แม่บ้านวัยสามสิบต้นๆ กระซิบบอกคนสวนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเพราะอีกฝ่ายกำลังเล้าโลมเธออย่างเอาเป็นเอาตาย

“ก็รีบๆ ทำสิครับคุณนายจะได้เสร็จไวๆ” ไมเคิลคนสวนสุดล่ำได้รับทิปแบบนี้ทุกครั้งเวลามาแต่งต้นไม้หรือตัดหญ้าให้บ้านหลังนี้ ถึงเธอจะไม่ใช่สาวรุ่นแต่ส่วนสัดก็ยังเต่งตึงหนั่นแน่นไปทุกส่วน ก็คนมีอันจะกินเขามีเวลาดูตัวเอง วันๆ ไม่ต้องทำงานทำการอะไรแค่อยู่บ้านไม่ก็ออกไปช้อปปิ้งแล้วก็กลับมารอรับลูกตอนบ่ายๆ

“ซี๊ด มะ ไมค์ อ๊า ไม่ไหวแล้ว” สุดาไม่อาจต้านทานอารมณ์ตัวเองได้เธอจึงลากพ่อหนุ่มให้มายืนแอบอยู่ตรงทางขึ้นชั้นสองขาเรียวยาวข้างนึงพาดไปบนราวบันได

“พั่บๆๆๆ” ไอ้หนุ่มคนสวนเสียบท่อนเอ็นอันโตเข้าไปจนสุดลำแล้วซอยกระหน่ำไม่นับครั้ง สองมือหนากร้านขยำขยี้ทรวงอกนิ่มหยุ่นคุณนายเจ้าของบ้านจนขึ้นรอยแดง เกมกามต้องห้ามดำเนินไปอย่างดุเดือดทั้งสองคนลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

“มามี๊” เด็กชายเจเดนเดินตามเสียงประหลาดมาเรื่อยๆ และก็พบว่ามารดาของตัวเองกำลังยืนหันหน้าเข้าหาคนสวน ทั้งคู่ส่งเสียงที่แปลไม่ออกว่ามันเจ็บปวดหรือกำลังจะพูดอะไรและร่างกายมีเหงื่อไหลโทรมตัว

“เจ” สุดารีบผลักคนสวนให้ห่างออกจากตัวแล้วถลกกระโปรงกลับลงไปส่วนคนสวนสุดล่ำก็เดินหนีออกหลังบ้านไปเลย

“มามี๊ทำอะไรครับ” เจเดนในวัยอนุบาลถามคุณแม่ด้วยความสงสัย

“เอ่อ มามี๊ปวดหัวจ้ะรู้สึกเหมือนตัวร้อนจะเป็นไข้ ไมค์เขาเลยช่วยดูให้”

“จริงด้วย มามี๊เหงื่อออกเต็มเลยผมไปหาผ้ามาให้นะครับ” เจเดนตัวน้อยวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วคว้าผ้าขนหนูนุ่มๆ วิ่งกลับมาหามารดาด้วยความร้อนใจ

“ดีขึ้นไหมครับมามี๊” เจเดนซับเหงื่อของมารดาแล้วถามด้วยความเป็นห่วง

“ดีขึ้นแล้วจ้ะ” สุดาตอบลูกชาย

“มามี๊ไปเอาของว่างมาให้นะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ มามี๊นั่งนะครับผมไปหยิบเองได้” และอีกครั้งที่เด็กชายเจเดนวิ่งกลับไปที่ครัว เขาปีนไปบนเก้าอี้เพื่อหยิบขนมปังกับถ้วยแยมบนโต๊ะแล้วถือกลับมาหามารดาด้วยความระมัดระวัง สองมือเล็กๆ ทาแยมรสส้มไปบนขนมปังเนื้อนิ่มแล้วบิเป็นชิ้นเล็กๆ ป้อนให้แม่ของเขาก่อน

“อร่อยไหมครับ”

“อร่อยจ้ะ” สุดาตอบแล้วหอมแก้มลูกชาย

“มามี๊ต้องไปหาหมอไหมครับ”

“ไม่ต้องหรอกจ้ะ เจป้อนขนมปังให้แม่อีกสามคำแม่ก็หายแล้ว”

“มามี๊หายแล้วเห็นไหมจ๊ะ” สุดายิ้มออกมาหลังจากกินขนมครบสามคำและลูกชายของเธอก็เลิกทำคิ้วขมวดในที่สุด

“เจขึ้นไปอาบน้ำนะครับแล้วเราลงมาช่วยทำมันบดกัน วันนี้ปาป๊าจะกลับมากินมื้อเย็นจ้ะ”

“เย้ๆ ดีใจที่สุดเลย” เจเดนวิ่งปรู๊ดขึ้นไปบนห้องของตัวเองแล้วสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวด้วยความรวดเร็ว

“ไมค์” สุดาอุทานด้วยความตกใจ ไมเคิลลากคุณนายคนสวยหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วทำภารกิจที่ค้างไว้

“อ๊ะ ซี๊ดดด ถ้าผัวฉันอึดได้ครึ่งของเธอก็ดี”

“งั้นก็ให้ผมมาทำสวนทุกวันสิครับคุณนาย พั่บๆๆๆ”

“บะ บ้า คนก็ผิดสังเกตพอดี โอ๊ววว”

“เสร็จพร้อมกันนะครับคุณนาย อู๊ววววว” สุดาและไมเคิลประกบปากจูบกันอย่างดูดดื่มเพื่อเก็บเสียงครวญครางเอาไว้ ไมเคิลใส่เสื้อผ้ากลับเข้าที่เดิมแล้วเดินผิวปากออกไปส่วนสุดาก็จับผมเผ้าและชุดกระโปรงให้เข้าที่เข้าทางเพื่อไปรับบทบาทแม่และเมียที่ดี

“มามี๊ค้าบ” เจเดนวิ่งตึงตังลงมาหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว

“นี่ครับ เจบดได้เลย” สุดายื่นถ้วยมันฝรั่งที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ลูกชาย เจเดนมีหน้าที่บดมันให้ละเอียดด้วยช้อนอันโตเพราะเธอไม่กล้าให้ลูกชายใช้มีดหรืออุปกรณ์ทำครัวอื่นๆ

“เมื่อยรึยังครับเจ” สุดาหันมาถาม เธอหมักเนื้อไว้แล้วเหลือก็แค่เอาไปย่างบนเตาเท่านั้น

“ยังครับมามี๊ มันยังไม่ละเอียดเลย”

“มามี๊ช่วยทำนะครับ” สุดาเอาช้อนมาอีกคันแล้วนั่งลงข้างๆ ลูกชาย ระหว่างที่ช่วยกันบดเธอก็คุยกับลูกไปด้วย

“จริงหรอจ๊ะ” ลูกชายของเธอกำลังเล่าถึงบทเรียนวันนี้ คุณครูเอ็มม่าพาออกไปที่สวนหลังโรงเรียนแล้วพาไปดูดักแด้

“จริงครับมามี๊ คุณครูเอ็มม่าบอกว่าหนอนพวกนั้นจะโตเป็นผีเสื้อแสนสวยผมเห็นผีเสื้อตอมดอกไม้เต็มเลยครับแต่ละตัวปีกสีไม่เหมือนกันด้วย บางตัวสีส้ม บางตัวสีฟ้า บางตัวมีตั้งหลายสีบนปีกเดียวกัน” เด็กชายตัวน้อยเล่าด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่ไปเห็นมาเมื่อบ่ายและมันทำให้หัวสมองของเจเดนลืมภาพของมารดากับคนสวนไปแทบจะทันที

“แล้วโตขึ้นเจอยากเป็นอะไรจ๊ะ”

“เป็นนักแมลงครับ” คำตอบของเด็กน้อยเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันสักวันและสุดาก็ไม่ได้กังวลใจด้วย เด็กๆ มีความคิดและจินตนาการอันกว้างไกลลูกสามารถเป็นได้ทุกอย่างที่เขาต้องการขอแค่สิ่งนั้นไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ

“คนที่ศึกษาด้านแมลงเขาเรียกว่านักกีฏวิทยาจ้ะ” สุดาแก้ไขคำให้ถูกต้อง

“นักกินวิดทะยาหรอครับ” เจเดนทวนคำด้วยความงุนงง ทำไมนักแมลงชื่อเรียกยากจัง

“ไม่ใช่จ้ะออกเสียงว่า กี-ตะ-วิด-ทะ-ยา” สุดาพูดช้าๆ ชัดๆ ให้ลูกชายฟังอีกครั้ง ต้องหัดกันอยู่หลายรอบกว่าเจเดนจะพูดถูก

“โอเคจ้ะ ละเอียดแล้ว” สุดานำมันฝรั่งเนื้อละเอียดผสมนมและเครื่องเทศอีกเล็กน้อยจากนั้นจึงนำเข้าเตาอบ สองแม่ลูกช่วยกันเตรียมมื้อเย็นด้วยความตั้งใจเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยปีเตอร์ก็กลับมาถึงบ้านพอดี

“ปาป๊า” เจเดนวิ่งไปหาบิดาแล้วชายหนุ่มหน้าตาเคร่งขรึมก็อุ้มเด็กชายตัวน้อยไปฟัด

“วันนี้มีอะไรกินบ้างเจค” ปีเตอร์ถามลูกชาย

“มีสเต๊กหมู สลัดแล้วก็มันบดที่ผมช่วยมามี๊ทำครับ”

“ว้าว มันบดต้องอร่อยที่สุดแน่ๆ”

“สเต๊กของมามี๊อร่อยที่สุดครับ ผมยังเด็กยังไม่มีสีมือ”

“ฝีมือจ้ะ” สุดาแก้ไขคำให้ถูกต้อง ถ้าเป็นสำนวนลูกชายของเธอมักจะใช้ผิดๆ ถูกๆ แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เธอพยายามให้ลูกพูดกับเธอด้วยภาษาไทยและสนทนากับบิดาด้วยภาษาอังกฤษและเยอรมัน

“เหนื่อยไหมคะ” สุดารับเสื้อสูทของสามีไปแขวนเข้าที่แล้วถามด้วยความห่วงใย

“นิดหน่อย วันนี้ประชุมเกือบทั้งวัน” ปีเตอร์ตอบภรรยาแล้วปลดกระดุมตรงข้อมือออก จากนั้นก็ขยับเนกไทให้มันคลายปมแล้วภรรยาผู้แสนดีก็เอาน้ำเย็นเจี๊ยบมาให้

“ปาป๊าเท่สุดๆ เลย” เจเดนชอบดูเวลาบิดาปลดกระดุมเสื้อและคลายเนกไท มันเป็นสิ่งที่เด็กแบบเขาคิดว่าเจ๋งและเท่ที่สุดในโลกเพราะมันคือท่าทางของผู้ชายที่เป็นผู้นำครอบครัว

“โตขึ้นเจคจะเท่กว่าปาป๊าอีก” ปีเตอร์ลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู

เจเดนเกิดในครอบครัวของคนมีอันจะกินและคนภายนอกต้องอิจฉาเด็กชายคนนี้แน่ๆ เพราะมีมารดาที่แสนจะเรียบร้อยงานบ้านงานเรือนก็เก่งไม่เป็นรองใครส่วนบิดาก็เป็นชายหนุ่มที่ขยันขันแข็งเอาการเอางานแต่ก็ไม่ลืมภรรยาและลูกชาย สามคนพ่อแม่ลูกจะต้องทานข้าวด้วยกันอย่างต่ำสัปดาห์ละสองครั้ง

แต่มันก็เป็นแค่ภาพลวงตาความเอาใจใส่จอมปลอมจากสุดาจะมีให้สามีเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าลูกชายเท่านั้นและปีเตอร์ก็ประพฤติแบบนั้นเช่นกัน สองสามีภรรยาทนอยู่กันไปเพราะไม่ต้องการให้ลูกชายต้องมีปมด้อยการฟ้องหย่าในประเทศนี้มันละเอียดอ่อนและซับซ้อนและคนที่จะได้รับผลเสียที่สุดก็คือเด็ก

ปีเตอร์ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์และเขารู้ดีว่าเด็กที่เข้าระบบบ้านอุปถัมภ์น่าสงสารขนาดไหนเขาไม่มีวันให้ลูกชายคนเดียวต้องตกอยู่ในสถานะนั้นแน่ๆ ส่วนสุดาก็หอบผ้ามาอยู่กับผู้ชายที่เธอยังรู้จักไม่ดีพอแต่ด้วยความคิดง่ายๆ ว่าการมีสามีฝรั่งจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นเธอจึงเดินทางมาค่อนโลกแล้วอยู่ในประเทศที่ไม่รู้จักใครเลยสักคนนอกจากสามีตัวเอง

แรกเริ่มความรักมันก็หวานชื่นดีแต่เมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ นิสัยเสียเล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละคนที่มันขัดตาก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นทุกทีจนในที่สุดทั้งปีเตอร์และสุดาก็เบื่อหน่ายกันไปเองแต่ก็เลิกกันไม่ได้เพราะมีลูกรั้งเอาไว้ ถึงทั้งคู่จะเอือมระอากันแค่ไหนแต่สิ่งเดียวที่เป็นจุดเชื่อมทุกอย่างเอาไว้ก็คือเจเดน

สุดาไม่อยากอยู่ที่นี่ ลอนดอนเมืองที่อึมทึมและห่างไกลบ้านเกิดแต่เธอก็ไปไหนไม่ได้เพราะเป็นห่วงลูกชายและที่สำคัญเธอไม่มีเงินไม่มีงานครั้นจะกลับเมืองไทยไปเริ่มต้นใหม่อยู่แบบอดมื้อกินมื้อเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่ใช่สิ่งที่คนฉลาดเลือกทำแน่ๆ เธอจึงทนอยู่กับสามีหน้านิ่งเพื่อความอยู่รอดและเริงรักกับผู้ชายเป็นกิจกรรมแก้เซ็ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากเรา
8.8
ปาณีจำยอมผูกพันธะวิวาห์กับชายที่ไม่ได้รักเพราะความจำเป็นด้านเงินทอง ชีวิตคู่ที่เริ่มจากผลประโยชน์นี้นำพาบททดสอบสาหัสมาให้ เมื่อสามีของเธอมีอายุห่างกันถึงสิบสองปี อีกทั้งร่างกายยังร่วงโรยและพิการอย่างเห็นได้ชัด การตัดสินใจนี้ผลักดันให้เธอต้องทนรับความกดดันมหาศาล หญิงสาวต้องปรับตัวเพื่อสวมบทบาทภรรยาภายใต้ความอึดอัดใจ เธอไม่อาจหนีชะตากรรมที่เลือกเองได้ จำต้องเผชิญหน้ากับความแตกต่างสุดขั้วและรับมือกับสารพัดปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในข้อจำกัดของความสัมพันธ์นี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแห่งรีไซเคิล
8.9
งานแถลงข่าวที่ควรเป็นจุดสูงสุดกลับกลายเป็นลานประหารของอันหน่วนชิง เมื่อชายคนหนึ่งจงใจแฉคลิปวิดีโออันน่าอัปยศของเธอต่อหน้าสื่ออย่างเลือดเย็น เป้าหมายของเขาคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน คลื่นความโกรธแค้นจากแฟนคลับและกระแสสังคมถาโถมเข้าใส่จนเธอไม่เหลือที่ยืน ความมืดมิดปกคลุมชีวิตจนถึงขั้นวิกฤต เมื่อไร้ทางหนี เธอจำต้องร่ำไห้ร้องขอความเห็นใจจากเขา หวังเพียงให้หยุดยั้งความทรมานและปล่อยเธอให้หลุดพ้นจากนรกแห่งการถูกตราหน้า ทว่าความหวังกลับถูกทำลายด้วยความเย็นชา เมื่อเขาตอกย้ำอย่างโหดร้ายว่าทางออกเดียวของเธอคือการไปตายเสีย
ภาพปกนิยายเรื่อง เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
8.1
ชีวิตของหญิงสาวต้องพังทลายเมื่อถูกขายให้มหาเศรษฐีจอมโอหัง เธอทนทุกข์ในห้องมืดถึงเจ็ดราตรีก่อนถูกทอดทิ้ง โชคชะตาพลิกผันเมื่อเธอตั้งครรภ์โดยไม่คาดฝันและหนีไปใช้ชีวิตตามลำพัง สี่ปีต่อมา เธอเป็นมารดาของเด็กชายตัวน้อยผู้แสนฉลาด ทว่าความสงบสุขจบลงเมื่อบรรดาชายผู้มั่งคั่งตามหาเธอจนพบและต่างประกาศตัวว่าเป็นบิดาของเด็ก ซ้ำร้ายมหาเศรษฐีตัวจริงได้ปรากฏตัวเพื่อทวงคืนทายาท นำไปสู่สงครามแย่งชิงสิทธิ์ดูแลบุตร เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยจุดหักมุมและอารมณ์อันลึกซึ้งจึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ครูสาวธรรมดาผู้มีความสามารถได้มีโอกาสใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาเนิ่นนาน ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งไว้เพียงความหวั่นไหวและข้อสงสัยว่าเขาจะจัดการความสัมพันธ์นี้อย่างไร จะยอมรับเธอเป็นคนรักหรือไม่ ในงานเลี้ยงสำคัญ เธอพยายามจนโดดเด่นเป็นที่จับตามอง ท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าพร้อมเคียงข้างเขาโดยไม่หวังทรัพย์สิน ทว่าความจริงใจกลับถูกตอบโต้ด้วยความเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามกลับมาว่าคนอย่างเธอคู่ควรกับตำแหน่งคนรักของเขาแล้วจริงๆ หรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักแห่งเม็ดทราย
7.5
เจ้าชายซารีฟร์แห่งอัลนูรีนหลงรักนาราภัทร สาวไทยผู้เปรียบดั่งดอกไม้งามกลางทะเลทราย ทว่าการพิชิตใจเธอนั้นยากยิ่ง เมื่อเธอสร้างกำแพงเย็นชาดุจน้ำแข็งเพื่อปิดกั้น อันเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเขาคือชายเห็นแก่ตัวที่พรากความบริสุทธิ์ไปยามไร้ทางสู้ ความแคลงใจนี้กลายเป็นรอยร้าวลึก แม้เขาจะทุ่มเทความรักเพื่อละลายใจเธอเพียงใด สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า จนเจ้าชายสุดทนและตัดพ้อว่า คนที่ไร้หัวใจอย่างแท้จริงไม่ใช่เขา แต่คือเธอผู้ปิดตายหัวใจและปฏิเสธรักแท้ที่เขามอบให้อย่างหมดใจต่างหาก