APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณอาเพื่อน

คุณอาเพื่อน

8.8 / 10.0
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยไฟปรารถนาอันร้อนแรงดึงดูดให้หญิงสาวก้าวลึกซึ้งลงไปในบ่วงเสน่หา ร่างกายที่ใกล้ชิดกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันทางใจโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว ทว่าในยามที่เธอเพิ่งเริ่มเรียนรู้ที่จะเปิดใจรัก ชายหนุ่มผู้แสนลึกลับกลับเป็นฝ่ายที่มอบหัวใจให้เธอไปเนิ่นนานแล้ว เขาตกหลุมรักเธออย่างลึกซึ้งตั้งแต่แรกพบสบตา จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซ่อนเร้นและความเสน่หาอันยากจะถอนตัวของสองคน

คุณอาเพื่อน ตอนที่ 1

Introduction

ประเทศอิตาลี

ค่ำคืนที่เงียบสงบถูกกลบด้วยเสียงเพลงคลอเบาๆ ภายในงานเลี้ยงสุดหรูที่จัดขึ้นภายในสถานทูตไทยในกรุงโรมประเทศอิตาลี งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีและยังเป็นการต้อนรับเขมมิกา คาเปซโน่อดีตนักแสดงชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นทูตสันถวไมตรีของประเทศไทยเต็มตัวหลังได้รับเลือกและได้แต่งงานกับซานเซสนักเขียนชื่อดังชาวอิตาลี ซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศเอธิโอเปียหลังเข้าร่วมโครงการโอบอุ้มรักเด็กด้อยโอกาสจนลุล้วงพร้อมกับลูกสาววัยสิบเก้าปีที่ลาเรียนมาร่วมงานตามคำเชิญจากสถานทูต

ความครื้นเครงภายในงานมีอย่างต่อเนื่องเมื่อชาวไทยด้วยกัน ซึ่งอยู่ต่างถิ่นได้มาพบปะพูดคุยกันในค่ำคืนนี้ ไม่เว้นแม้แต่เหล่านักธุรกิจที่ถูกเชิญมาในฐานะแขกวีไอพีต่างก็ร่วมสนุกไปกับงาน โดยเฉพาะได้พบปะกับนักธุรกิจที่ทำงานประเภทเดียวกันที่จับกลุ่มยืนสนทนากันอย่างสนุกปาก

อัฐพล พาณิชวิสุทธิ์รองประธานบริหารบริษัทส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ นักธุรกิจชาวไทยหล่อคมตามฉบับชายเอเชีย ทว่ามีผิวพรรณขาวราวกับว่าไม่เคยออกแดดท้าลม สูงโปร่งกำยำเข้าแบบฉบับชายในฝันของผู้หญิงไทย หากใครได้รู้จักและสนิทสนมกับเขาจะรู้ว่าครอบครัวของชายหนุ่มเลี้ยงลูกชายลูกสาวมาอย่างคุณชายคุณหนูแต่จิตใจกลับไม่เย่อหยิ่งเป็นกันเองและให้ความสำคัญกับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับสิ่งที่ควรได้รับจึงเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทุนให้กับโครงการต่างๆ ที่เขมมิกาเป็นตัวแทนประเทศไทย เขาจึงถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ซึ่งทำให้ทุกคนภายในงานต่างแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มมาปรากฏตัวในค่ำคืนงานเลี้ยงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้างานเลี้ยงต่างๆ ส่งคำเชิญไปหลายต่อหลายครั้งไม่เคยตอบรับ จึงถูกพูดถึงว่าเป็นคนเข้าถึงยากทั้งที่ไม่ได้มีนิสัยเย่อหยิ่ง แม้แต่หญิงรุ่นเล็กไปจนถึงหญิงรุ่นใหญ่ยังหลงในเสน่ห์ในความเอาอกเอาใจเก่ง ใส่ใจในทุกรายละเอียดหรือที่ใครคอยสมญานามให้ว่า...

ผู้ชายเหลือร้าย

จึงเป็นสาเหตุทำให้สาวๆ ในงานต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มเพียงผู้เดียวอย่างหลงใหลมัวเมาไปกับเขาที่อยู่ในชุดเสื้อกั๊กสูทสีดำตัดขาว เสริมให้ดูเป็นผู้ชายสมาร์ตอีโก้สูง โดยเฉพาะเสาวนี ลีหญิงสาวลูกครึ่งไทยจีนที่บังเอิญได้เข้าร่วมงานเลี้ยงเพราะได้รับอภิสิทธิ์จากนักธุรกิจหนุ่มที่จับมือทำงานร่วมกัน เธอสนใจในตัวอัฐพลอย่างเห็นได้ชัดจนหญิงสาวในงานต่างพากันยอมแพ้ไปตามๆ กันเมื่อเห็นว่ายังไงแล้วก็คงสู้หล่อนไม่ได้ เพราะหล่อนทั้งสวย ยั่วยวน เก่งและมีชื่อเสียงในด้านเป็นซัพพลายเออร์ให้กับนักธุรกิจชื่อดัง รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งมาแล้ว มีหรือที่ผู้ชายอย่างอัฐพลจะไม่สนใจในตัวหล่อน

ทว่า ตัวชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจหญิงสาวในงานที่จ้องจะจับเขากลับออกจากงานเลี้ยงยามเลิกรา แต่สายตาคมของเขากลับจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มสดใส ซึ่งทำให้หัวใจสั่นไหวในยามที่เขามองโดยไม่มีสาเหตุ

มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

รอยยิ้มหวานจับใจรับเข้ากับดวงตากลมโต จมูกนิดน่าบีบเสียให้หายมันเขี้ยว โดยเฉพาะเรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อไร้การแต่งแต้มน่าสัมผัส จุมพิตลงไปอย่างละมุนละไมแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในภายหลัง คงสร้างความหฤหรรษ์ให้ไม่น้อย…จะมากน้อยแค่ไหนเขาไม่รู้ เว้นแต่ได้สัมผัสกับริมฝีปากนั้นเสียก่อน

ตอนนี้กึ่งกลางกายของเขารู้สึกปวดหนึบขึ้นมาฉับพลันเพียงมองและจินตนาการ มือใหญ่ที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำเข้าหากันแน่น ขบกรามเบาๆ เพื่อข่มให้อารมณ์ในกายทุเลาลง แต่ทว่าระหว่างนั้นเพื่อนนักธุรกิจชาวอิตาลีก็พาหญิงสาวและแม่ของเธอเดินเข้ามาทักทายเสียนั่น การได้เห็นสาวเจ้าในระยะใกล้ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้ายิ่งกระจ่างชัดให้หัวใจเต้นแรง กึ่งกลางกายที่กำลังสงบลงปะทุขึ้นอีกครั้ง

เขาแทบคลั่ง!

“พี่เขมกับหนูนิด พี่สะใภ้และหลานสาวแท้ๆ ของผมครับ” อากูสโนแนะนำคนทั้งสองให้กับเหล่าเพื่อนนักธุรกิจด้วยกันได้รู้จักก่อนจะแนะนำเพื่อนๆ เป็นการกลับ “นี่คนไทยครับพี่เขม คุณอัฐพล คนนี้คุณแอนเดรียและคนนี้คริสตรันครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ส่วนคุณอัฐ พี่รู้จักแล้ว หนึ่งในผู้ร่วมทุนโครงการ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ อ้อ นิด ลูกรู้จักกับคุณอาเสียสิ เผื่อบังเอิญเจอคุณอาที่เมืองไทยจะได้จำกันได้”

เขมมิกายื่นมือไปทำความรู้จักกับเพื่อนอีกสองคนของน้องสามีที่ได้รับเชิญมาเป็นกรณีพิเศษจากสถานทูตก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้กับอัฐพลที่เพียงส่งยิ้มบางอย่างละมุนให้ ด้วยเพราะรู้จักกันอยู่ในระดับหนึ่ง ไม่วายดันหลังลูกสาวที่ยืนหลบก้าวมาข้างหน้าเพื่อทำความรู้จัก

ขนิษฐาส่งยิ้มกว้างตามมารยาทให้กับคุณอาทั้งสามอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก ค้อมศีรษะแสดงความยินดีที่ได้พบและได้รู้จักคนทั้งสามพร้อมน้ำเสียงใสเปล่งออกไป

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอา”

“ยินดีครับ...หนูนิด” อัฐพลเปล่งเสียงทุ้มต่ำพราวเสน่ห์อย่างที่ใครจับไม่ได้พลางพิศใบหน้าสวยหวานของหญิงสาววัยสิบเก้าปีตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าอย่างรักษามารยาท ก่อนจะละสายตากลับมามองคนเป็นแม่ก่อนกล่าวถาม “หนูนิดเรียนอยู่ที่ไทยเหรอครับคุณเขม”

“ใช่ค่ะ รู้สึกว่าจะเรียนอยู่ที่เดียวกับหลานสาวคุณอัฐด้วยนะคะ ตอนนี้ก็อยู่ปีสองแล้ว ถ้าเจอแกก็ฝากๆ ดูหน่อยนะคะ แกอยู่ที่นั้นคนเดียว” เขมมิกาหันกลับมาตอบคำถามอัฐพลหลังสนทนากับเพื่อนอีกคนของน้องสามีจบพอดี

“ได้ครับ ผมยินดี” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง แต่ภายในยกยิ้มพึงใจกับคำขอที่ไม่ได้จริงจังมากนัก

“ขอบคุณนะคะ ฝากเอ็นดูแกด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะคะ เพื่อนๆ ของฉันเรียกแล้ว จะได้พายายหนูไปทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ด้วย คนที่นี่ลูกจักแต่ลูกชายคนโต” ส่งยิ้มพลางโอบเอวลูกสาวเตรียมเดินออกจากกลุ่ม

“เชิญครับ” ชายหนุ่มทั้งกลุ่มพูดเป็นเสียงเดียวกันก่อนจะหันกลับมาจับกลุ่มสนทนากันต่ออย่างเพลิดเพลินเมื่อสองแม่ลูกที่ยังสาวยังสวยเดินจากไป

ทว่า สายตาของอัฐพลยังคงจับจ้องแต่หญิงสาววัยสิบเก้าปีที่อยู่ในชุดเดรสแขนกุดสีขาวลออตาคาดเอวด้วยผ้ายืดสีดำแบรนด์หรู สวมใส่รองเท้าส้นสูงสีครีมเข้ากับชุด ใบหน้าไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางใดๆ นอกจากครีมบำรุง คิ้วทรงสวยถูกแต่งให้เข้าทรงขึ้นมาเล็กน้อย เรียวปากอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีพีชอ่อน ปล่อยผมยาวสลวยติดกิ๊บเพชรเพียงตัวเดียวอยู่เหนือใบหูด้านซ้ายเท่านั้น

สายตาคมจับจ้องเพียงแต่หลานสาวของเพื่อนทุกการเคลื่อนไหว แม้มือที่ถือแก้วแชมเปญจะต้องยกชนกับเพื่อนและกรอกมันลงลำคอ สายตายังคงจับจ้องเธอเพื่อมองรอยยิ้มที่ส่งผลต่อหัวใจของเขาให้เต้นแรงไม่ยอมหยุดยามที่เธอยกยิ้มหรือหัวเราะอย่างสนุกใจในยามที่มีบทสนทนาอย่างสนุกสนานกับเหล่าเพื่อนพ้องของผู้เป็นแม่

เธอน่ารัก...

ประเทศไทย

มือใหญ่ของอัฐพลลากปลายนิ้วลงบนกรอบรูปสีขาวอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมมองรูปถ่ายหญิงสาวยืนหันหลังให้กับกล้องมีเพียงใบหน้าสวยหวานเปื้อนรอยยิ้มสดใสหันมาด้านข้างให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าที่อยู่ด้านในกรอบรูป

อัฐพลแทบคลั่งที่ต้องมานั่งคิดถึงหญิงสาวในรูป จินตนาการระบายความใคร่เพียงคนเดียวเพื่อปลดปล่อยความอึดอัดที่กึ่งกลางกายของตัวเองทุกครั้ง อดนึกเสียดายไม่ได้หากตนไม่ตัดสินใจแอบถ่ายรูปสาวเจ้าเก็บไว้ คงสร้างความหงุดหงิดใจให้กับตัวเองไม่น้อยกว่านี้เป็นแน่

สายตาคมละจากใบหน้าเสี้ยวด้านข้างของหญิงสาวในรูปหันไปมองที่หน้าประตูระเบียงห้องนอนที่เปิดแง่มไว้ เสียงเฮฮาสนุกสนานของหลานสาวอย่างเชอเอมดังลอดเข้ามาภายในห้องนอน ทว่าเรียกความสนใจเขาไม่ได้มากเท่าเสียงหวานใสของใครบางคนที่ดังตามเข้ามา แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าแต่เขายังจดจำได้ดีว่ามันเป็นน้ำเสียงของใครอย่างไม่คิดลืมเลือน ทั้งที่ผ่านมาสี่เดือนแล้วเขายังจำเสียงนั้นได้ดี

‘ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอา’

น้ำเสียงหวานและรอยยิ้มสดใสยังคงติดตรึงใจเขาอยู่เสมอ ทวงท่ายังประจักษ์อยู่ในสายตาคม ผิวพรรณขาวลออตาภายในชุดเดรสขับผิวน้อยๆ

ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานสีดำวัสดุเนื้อดีหลังโต๊ะทำงานภายในห้องนอน เดินลงบันไดบนชั้นลอยต่ำผ่านชั้นวางหนังสือสูงเกือบติดเพดานห้องกั้นกลางระหว่างโต๊ะทำงานและเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ ก้าวเดินตรงไปยังริมระเบียงห้องนอนก่อนยกมือใหญ่ขึ้นดันประตูกระจกให้เปิดกว้าง ก้าวออกไปยืนที่ระเบียงห้องล้วงมือลงภายในกระเป๋ากางเกง จ้องมองไปยังกลุ่มหญิงสาวที่กำลังสนทนากันอย่างสนุกสนาน ทั้งที่บนโต๊ะภายใต้หลังคาศาลายุโรปทรงแปดเหลี่ยมเต็มไปด้วยสมุดและกระดาษขนาดเอสี่ตั้งอยู่กลางสวนหลังบ้าน

ทว่า แม้ภายใต้ศาลายุโรปทรงแปดเหลี่ยมนั้นจะมีหญิงสาวหน้าตาสวยหวานไม่น้อยไปกว่าหลานสาวของตัวเอง แต่มีเพียงหนึ่งคนที่เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีกเมื่อได้เจอเธออีกครั้ง

“หนูนิด”

ปากบางเผยอขึ้นเปล่งเสียงเรียกชื่อเล่นหนึ่งในหญิงสาวทั้งห้าคนแผ่วเบา พลันเรียวปากยกยิ้ม สายคาคมพิศวงหน้าสาวเจ้าด้วยดวงตาหมาป่าที่เจอเหยื่อแสนอร่อยอยู่ตรงหน้าเตรียมทะยานตัวพุ่งตะครุบเหยื่อให้อยู่ในอุ้งมือโดยไวในเวลาอันเหมาะสมเพื่อไม่ให้เหยื่อหลุดจากกรงเล็บไปได้อีกแล้ว

อัฐพลมองวงหน้าหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนหมุนตัวก้าวเท้าเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนตรงไปยังประตูห้องเพื่อลงไปยังชั้นล่างทานมื้อกลางวันที่ห้องทานอาหาร เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มหญิงสาวที่ร้องโอดครวญด้วยความหิวดังลอยมาไกลๆ

“ยายเอม ฉันหิวแล้วอ่ะ พักเรื่องรายงานก่อนได้มั้ย พวกแกหิวกันหรือยัง” วาสนาวางปากกาในมือลงร้องขึ้นด้วยความหิวพลางมองไปหาคนอื่นเพื่อหาแรงหนุน

“ฉันก็หิวแล้วนะเอม” ขนิษฐาพูดขึ้นสั้นๆ พลางพยักหน้า

เพียงประโยคสั้นๆ ของเธอกลับทำให้ร่างสูงของอัฐพลไม่รั้งรอฟังคนอื่นอีกต่อไป เขาก้าวเดินหายเข้าไปด้านในโดยไม่มีใครรู้ว่าถูกคุณอาของเพื่อนมองลงมาที่พวกตนและหายกลับเข้าไปในห้องอย่างเงียบเฉียบ ทว่าไม่ใช่กับขนิษฐาที่เจ้าตัวรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองมาจึงหันไปยังทิศทางที่สัมผัสถึงความรู้สึกนั้นได้ แต่ก็พบเพียงแผ่นหลังกว้างของคนร่างสูงที่กำลังเดินหายกลับเข้าไปด้านใน ซึ่งเธอก็ไม่ทราบว่าเป็นห้องของใครก่อนจะรีบลุกพลางหาของหนักมาวางทับกระดาษเมื่อเชอเอมเอ่ยเร่งเรียกให้ตามเข้าไปด้านใน

เมื่อทั้งห้าสาวเดินเข้ามายังห้องทานอาหารก็พบกับชายร่างสูงนั่งอยู่หัวโต๊ะกำลังทานมื้อกลางวันอยู่เพียงคนเดียว ครั้งแรกที่ทั้งสามสาวเพื่อนของเชอเอมเห็นก็ต่างพากันยกยิ้มกรุ้มกริ่มมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูสมาร์ตแต่เย็นชา เว้นก็แต่ขนิษฐาที่รู้สึกคุ้นใบหน้าของเขาคล้ายเคยเจอที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออกแกมฉงนว่าคนตรงหน้าเป็นใคร หากจะเป็นพี่ชายก็คงไม่ใช่เพราะเพื่อนของตนไม่มีพี่ชายแท้ๆ ส่วนพ่อของเพื่อนก็ทำความรู้จักกันตั้งแต่ย่างกายเข้ามาที่นี่เมื่อเช้า

ดูยังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้ เขาเป็นใครกันนะ...

แต่ก่อนที่ขนิษฐาจะฉงนใคร่รู้หาคำตอบไปมากกว่านี้ เชอเอมก็ไขข้อข้องใจให้กับสาวๆ ทั้งสี่ด้วยการก้าวเดินไปหาชายร่างสูงที่เงย

ใบหน้าขึ้นมามองพลางวางช้อนลงก่อนจะวางมือลงบนบ่ากว้างทั้งสองก่อนเอ่ยปากแนะนำให้เพื่อนทั้งสี่รู้จักผู้เป็นอาของตนอย่างเต็มใจนำเสนอรายงานอย่างไรอย่างนั้น

“เห็นหนุ่มหล่อที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณอาของฉันเอง อาอัฐ...อัฐพลรองประธานบริษัทที่เป็นหนุ่มเนื้อหอมสุดๆ เลยล่ะ โดยเฉพาะสาวๆ นางแบบ”

“แนะนำอาให้เพื่อนรู้จักแบบนี้ อาก็ดูแย่ในสายตาเพื่อนของเอมน่ะสิ” อัฐพลพูดขึ้นเสียงทุ้มละมุนจนเพื่อนของเชอเอมทั้งสามสาวยืนส่งยิ้มกว้างอย่างหุบไม่มิดเมื่ออาของเพื่อนแกล้งเย้ากลับหลานสาวด้วยท่าทางอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับมามองที่เพื่อนของหลานสาวพร้อมรอยยิ้มอย่างที่ไม่มีใครรู้เลยว่ารอยยิ้มของเขาถูกส่งไปให้ขนิษฐาที่ยืนยิ้มให้เพื่อนทั้งสามอยู่ด้านหลัง

“หยุดยิ้มเลยนะคะอาอัฐ เพื่อนหนูมันจะหลงเสน่ห์เอาได้ มาๆ มานั่งกินข้าวไปพร้อมกับอาอัฐเลยแล้วกัน อาอัฐไม่ถือใช่มั้ยคะ” เชอเอมทำท่ายกมือขึ้นมาแบออกเพื่อปิดรอยยิ้มอยู่ระดับปากขอผู้เป็นอาแต่ไม่ได้ปิดแนบไว้อย่างรักษามารยาทระหว่างหลานกับอาพลางกวักมือเรียกเพื่อนให้เดินมานั่งลงประจำที่เพื่อทานมื้อกลางวัน ก่อนจะแกล้งย่นจมูกใส่เมื่ออัฐพลแกล้งเย้ากลับมาพลางให้คำตอบกลับไป หันไปพูดกับเพื่อนๆ ในท้ายประโยคด้วยรอยยิ้มนึกสนุกเมื่อได้เห็นเพื่อนๆ ตื่นเต้นที่ได้เจอกับอาของตน

“อาไม่ถือ จะถือก็ตรงที่เอมไม่แนะนำเพื่อนให้อาได้รู้จักเสียที”

“แบบนี้ก็ต้องแนะนำกันเองค่ะ สาวๆ เชิญแนะนำกันเองเลยนะจ๊ะ แต่ห้ามจีบนะ ฉันหวง”

“แหม...หนูชื่อว่านค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอา” วาสนาทำเสียงขึ้นจมูกใส่เชอเอมด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวเองเป็นคนแรกพลางเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเชอเอมซึ่งอยู่ข้างอัฐพลทางด้านขวา

“ส่วนหนูชื่อเจนนี่ค่ะ วันนี้ขอฝากท้องที่บ้านด้วยนะคะ” เจนจิราเป็นคนถัดไปก่อนจะเดินมานั่งลงข้างวาสนา

“น้ำหวานค่ะ” อังคนาแนะนำตัวสั้นๆ พลางเดินตามเจนจิรามานั่งลง

เมื่อเพื่อนทั้งสามแนะนำตัวจนครบและเดินไปนั่งกันเรียบร้อย ขนิษฐาจึงตัดสินใจเดินอ้อมท้ายโต๊ะอาหารมานั่งลงข้างเชอเอมก่อนจะแนะนำตัวเองออกไปไม่ให้เสียมารยาท เพราะอาของเพื่อนกำลังจ้องมาที่เธอด้วยรอยยิ้มอย่างรอคอยให้ตนพูดออกไป

“หนูนิดค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอา” ขนิษฐาส่งยิ้มบางอย่างมีมารยาทก่อนจะหลุบตาลงหลบสายตาคมของอาเพื่อนที่มองมายังตนด้วยความรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่ก็อดลอบมองไม่ได้ด้วยความคุ้นใบหน้าหล่อคมของคุณอาเพื่อน

“ยินดีที่ได้รู้จัก...หนูนิด”

อัฐพลส่งยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะดึงสายตากลับมาที่ขนิษฐาพลางเปรยเรียกชื่อเล่นหญิงสาวราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นัยน์ตาฉายแววลุ่มลึกอย่างที่คนมองก็ไม่เข้าใจ แต่ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นความแปลกที่เกิดขึ้นจากคำพูดของเขายกเว้นคนถูกเรียกชื่ออย่างสาวเจ้าที่หลุบตาลงอีกครั้งพลางเสมองไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันกลับมาสนใจจานอาหารที่เด็กในบ้านนำมาเสิร์ฟ จัดการทานมันลงท้องโดยไม่ร่วมวงสนทนากับเพื่อนๆ ที่เกิดคำถามมากมายส่งให้กับคุณอาของเพื่อน

ทว่า แม้ปากบางจะเปิดขึ้นตอบคำถามพลางยกยิ้มแต่สายตาคมคอยลอบมองใบหน้าด้านข้างของขนิษฐาที่ก้มหน้าก้มตาทานมื้อกลางวันอย่างไม่คิดเงยหน้าขึ้นมามองหรือร่วมวงกับเพื่อนๆ ของเธอ ถึงแม้จะมีบ้างที่สาวเจ้าหันมาตอบคำถามเชอเอมยามที่ถูกถามและทุกครั้งที่หันกลับมาตอบก็ต้องสบนัยน์ตาลุ่มลึกของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลันรอยยิ้มพราวเสน่ห์ก็ถูกส่งให้กับเธอทุกครั้ง

บังเอิญเสียจริง เธอไม่เพียงเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกับเชอเอมแต่ยังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันเสียนั่น

ชายหนุ่มนึกขันกับความบังเอิญในใจพลางมองหญิงสาวที่รีบหันหน้าหนีเมื่อสบสายตาเขาอีกครั้ง รอยยิ้มขันจึงปรากฏขึ้นจางๆ เมื่อเห็นสาวเจ้าแอบยกมือขึ้นมาตบเบาๆ ที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง

ใจเต้นหรือ...สาวน้อย

อ่านต่อ

สารบัญ คุณอาเพื่อน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไว้ด้วยสัญญาคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มและหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้ากับสถานะคู่หมั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกปัจจุบันกลับปลุกเร้าความรู้สึกอันร้อนแรงให้ปะทุขึ้นอย่างไม่คาดคิด พันธะผูกพันในอดีตที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงกำลังจะถูกทดสอบด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทั้งคู่จะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะจัดการกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้และก้าวผ่านพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาไว้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
โชคชะตาเล่นตลกเมื่อ 'โดมินิก' มาเฟียหนุ่มผู้เชื่อว่าตนไร้คนรัก ต้องพบว่าตนมีลูกสาววัย 7 ขวบชื่อ 'น้องเดียร์' ที่ 'กันตา' แม่ของเด็กปิดบังมาตลอด ความโกรธแค้นและแรงพิศวาสปะปนกันในใจ เขาตั้งใจจะได้ทั้งลูกและแม่กลับคืนมาโดยไม่มีวันยอมเสียใครไป ขณะที่กันตาพยายามปกป้องลูกจากอำนาจของเขา ทว่าโดมินิกไม่เพียงต้องการลูก เขาต้องการตัวเธอด้วย และพร้อมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา แม้เธอจะต่อต้านเพียงใด ความปรารถนาอันดิบเถื่อนของเขากลับยิ่งทวีความเร่าร้อนจนเธอไม่อาจหนีรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
คืนหนึ่งที่เธอเมามายจนหมดสติ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดต้องห้าม เมื่อลูกเลี้ยงหนุ่มกลับกลายเป็นฝ่ายตั้งคำถามกับเธอว่า "คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ" นับดาวตกใจแทบสิ้นสติเมื่อรู้ตัวว่าตนเองบุกเข้าห้องของทิวาและจู่โจมเขาโดยไม่รู้ตัว แต่ทิวากลับไม่放过เธอ เขาใช้ทุกจังหวะเพื่อยั่วยวน ยั่วเย้า ให้เธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ความมืดในห้องทำให้ทั้งสองมองเห็นเพียงดวงตาของกันและกัน แต่ระยะใกล้เกินไปที่จะหนีจากความรู้สึกนั้น ความสัมพันธ์แม่เลี้ยง-ลูกเลี้ยงที่บิดเบี้ยวกำลังจะพาพวกเขาลงสู่นรกที่ไม่อาจหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
ณาณีม แม่หม้ายป้ายแดงที่เพิ่งผ่านการหย่าร้าง ยังฝังใจกับอดีตจนตั้งกำแพงสูงไว้กับความรักครั้งใหม่ แต่ราฮีม หนุ่มหล่อผู้หลงรักเธออย่างหมดใจ ไม่ยอมแพ้ต่อความเย็นชา เขาตื้อ她不เลิก พยายามพิชิตหัวใจที่แข็งเป็นหินของเธอให้ได้ เมื่อความใกล้ชิดพาไปถึงจูบแรกในคืนที่ฝนโปรยปราย ความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมานานก็ปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ณาณีมจะกล้าลองเปิดใจอีกครั้งหรือไม่ เมื่อเพื่อนซี้ต่างบอกว่าเธอควรใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ท่ามกลางแรงดึงดูดที่ร้อนแรงเกินห้ามใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
เมื่อพลาธิปถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทอย่างไร้เยื่อใยด้วยความอคติในตระกูลของเขา ชายหนุ่มจึงเลือกใช้ปราณปริยาวดี น้องสาวต่างมารดาที่อดีตคนรักเกลียดชังมากที่สุดมาเป็นเจ้าสาว เพื่อหวังแก้แค้นและเย้ยหยันความเจ็บปวดคืนกลับไป ทว่าจากที่เคยตั้งแง่รังเกียจลูกเมียน้อยและมองเธอเป็นเพียงหมากในเกมทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า ความใกล้ชิดในชีวิตแต่งงานกลับสั่นคลอนหัวใจของเขาให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางกำแพงทิฐิที่พยายามปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริง พลาธิปต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะเดินหน้าสะสางบัญชีแค้นต่อไป หรือจะยอมเปิดใจยอมรับความรักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
ฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติก เผชิญเงื่อนไขเวลาห้าปีในการให้กำเนิดทายาทเพื่อรักษาฐานอำนาจในเมืองไลแคนโทรป ทว่าด้วยความรักในเสียงเพลง เขาจึงตัดสินใจจ้างปริ๊น มนุษย์ที่ข้ามมิติมาทำหน้าที่เป็นครูสอนร้องเพลง ความใกล้ชิดนำไปสู่ความผูกพันลึกซึ้ง แต่ความสัมพันธ์นี้กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถตั้งครรภ์ทายาทตามกฎเกณฑ์ได้ ท่ามกลางความกดดันจากศัตรูต่างเผ่าที่คอยหาโอกาสโจมตีเพื่อทำลายล้าง ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์