APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80

หญิงสาวโชคร้ายที่วิญญาณทะลุมิติเข้าไปในโลกนิยายยุค 80 และพบว่าตนเองต้องสวมบทบาทเป็นภรรยาของตัวร้ายสุดอันตรายผู้มีจุดจบอันแสนโหดร้ายรออยู่ตามบทประพันธ์ดั้งเดิม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ไหวพริบและกลยุทธ์ทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากสามีใจร้ายคนนี้ พร้อมทั้งต้องแบกรับหน้าที่เลี้ยงดูเอาใจใส่ลูกแฝดให้เติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย ชะตากรรมที่แสนรันทดและท้าทายในครั้งนี้ทำให้เธอทำได้เพียงตัดพ้อต่อโชคชะตาและสวรรค์ในความดวงตกที่ไม่มีใครเทียบยากจะหาใครเปรียบได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“ผมไม่ไป! ปล่อย! แม่ช่วยพวกเราด้วย แม่!”

เสียงของเด็กชายฝาแฝดวัยสามขวบร้องประสานหาคนเป็นแม่ลั่นอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลหลี่ แม้จะรู้ว่าต่อให้อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีทางช่วยเหลือปกป้องพวกเขา แต่เวลานี้พวกเขานึกถึงใครไม่ออกแล้วจริงๆ แขนเล็กของทั้งสองคนถูกหญิงแปลกหน้าสองคนฉุดกระชากไปคนละทิศละทาง โดยมีหม่าอิงหงผู้เป็นย่ายืนนับเงินหยวนด้วยสีหน้าพอใจ ไม่แม้แต่จะชายตามองหลานชายตัวน้อยทั้งสองคนที่ถูกผู้อื่นฉุดกระชากอย่างไร้ความปรานี

ก็แค่หลานนอกไส้ ที่พ่อมันตายแล้ว ส่วนแม่มันก็หนีตามชู้ เธอจะเลี้ยงดูให้ยากลำบากต่อไปทำไม สู้ขายเอาเงินมาซื้อผ้าใหม่ตอนสิ้นปีไม่ดีกว่าหรือ

“ปล่อย! ย่าช่วยพวกเราด้วยครับ อย่าขายพวกเราเลยพวกเราจะไม่ดื้อ จะเชื่อฟัง ย่าครับ!”

เด็กชายที่ตัวเล็กกว่าอีกคนร้องอ้อนวอนย่า ก่อนจะทิ้งตัวดิ้นรนต่อต้านสุดกำลัง ทว่าไม่เพียงหญิงแปลกหน้าที่ฉุดกระชากจะไม่สนใจเขา เธอยังง้างมือขึ้นฟาดลงมาที่เขาสุดแรง

เพี๊ยะ! ใบหน้าตอบแห้งของเด็กชายตัวน้อยพลันชาวาบ ริ้วแดงขึ้นเป็นแถบรอยนิ้วมือ ยังไม่ทันส่งเสียงร้องร่างกายก็ถูกทุบตีอย่างต่อเนื่องจนดวงตากลมแดงก่ำ หยาดน้ำตาไหลรินร้องโหออกมา

“อย่าทำร้ายอาชุนนะ!”

เด็กชายอีกคนร้องห้ามเสียงลั่นเมื่อเห็นน้องฝาแฝดของตนถูกทุบตี ริมฝีปากเล็กอ้าออกแล้วก้มลงกัดข้อมืออวบอ้วนที่จับเขาไว้จนหลุดจากพันธนาการ ก่อนจะวิ่งไปผลักคนที่ทุบตีน้องของเขาจนอีกฝ่ายล้มลง

“ไอ้เด็กสารเลว วันนี้ฉันจะตีพวกแกให้ตาย”

สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันกลมเมื่อเห็นหญิงแปลกหน้าสองคน ง้างมือเดินเข้ามาตบตีพวกเขาอย่างไม่ออมแรง หลี่หมิงกระชับวงแขนโอบน้องชายเอาไว้แน่น หลี่ชุนร่างกายไม่แข็งแรงย่อมไม่อาจทนความเจ็บปวดได้ไหว แต่ถึงอย่างนั้นหลี่หมิงก็เป็นแค่เด็กสามขวบถูกแรงหญิงวัยกลางคนทั้งทุบตีทั้งกระชาก สุดท้ายน้องชายก็หลุดออกไปจากอ้อมแขน

“อาชุน!”

“พี่ชาย... โอ๊ย!”

หลี่ชุนถูกฝ่ามือหยาบตีลงบนเนื้อตัวก็ร้องไห้โฮเสียงดังลั่น ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปร่างกายจนต้องงอตัวหลบเลี่ยง

“อย่าตีอาชุนนะ ปล่อย! อย่านะ อย่าตีอาชุน!”

หลี่หมิงร้องลั่น ทั้งดิ้นรนต่อต้าน ทั้งร้องขออ้อนวอน สายมองไปที่น้องชายด้วยความห่วงใยระคนคับแค้นใจ พยายามสุดกำลังเพื่อไปช่วยอีกฝ่าย โดยไม่สนใจแรงฝ่ามือที่ทุบตีบนตัวของเขา

“โอ๊ย!”

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของหญิงแปลกหน้าสองคนดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมกับแรงทุบตีพวกเขาที่หยุดลง หลี่หมิงที่หลุดจากการจับกุมรีบพุ่งตัวไปโอบกอดตรวจสอบอาการบาดเจ็บของน้องชาย

“อาชุนเจ็บตรงไหมบ้าง”

หลี่ชุนเม้มริมฝีปาก ยื่นแขนที่แดงช้ำให้พี่ชายดูทั้งน้ำตา ก่อนจะขยับงอตัวซุกอยู่ในอกของคนเป็นพี่ แต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตากลมใสก็พลันเบิกกว้าง เมื่อเห็นว่าบนศีรษะของคนที่ทำร้ายพวกเขาตอนนี้อาบไปด้วยเลือดจนดูน่ากลัว

“เฉินซิ่วลี่!”

หม่าอิงหงร้องอย่างตื่นตระหนก สะใภ้น่ารังเกียจผู้นี้ไม่ใช่ว่าหนีตามชายชู้ไปแล้วหรือไร เหตุใดจึงยังอยู่ตรงนี้ได้เล่า อย่างนี้แล้วเธอจะขายเจ้าภาระสองคนนี้ออกไปได้อย่างไรกัน

“ธะ... เธอกล้าตีคนเหรอ”

“พวกคุณกล้าตีลูกฉัน ทำไมฉันจะไม่กล้าตีคุณล่ะ”

เฉินซิ่วลี่ตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยของเธอไม่ว่ายากลำบากอย่างไรเฉินซิ่วลี่ก็ต้องปกป้องเด็กชายฝาแฝดคู่นี้เอาไว้ให้ได้ ดังนั้นตลอดทางจากริมแม่น้ำเธอจึงพยายามสุดชีวิตวิ่งตามความทรงจำเดิมของร่างกายกลับมาที่บ้านหลังนี้ จุดหมายก็คือ ขัดขวางหม่าอิงหงในการขายลูกชายฝาแฝดของเธอและหลี่อันเฉิง

“ฉันจะไปแจ้งคณะกรรมการหมู่บ้านของเธอ ว่าเธอทำร้ายคน”

“แจ้งก็แจ้งสิ เช่นนั้นก็ไปพร้อมกันในตอนนี้เลยดีหรือไม่”

เสียงตอบโต้ที่แข็งกร้าวมั่นคงทำให้หญิงสองคนเกิดความหวั่นเกรงอยู่ในใจ ไม่ใช่ว่าแม่ของเด็กแฝดคู่นี้ เป็นผู้หญิงฉาวโฉ่ที่ไม่เคยใส่ใจลูกๆ หรือไง เหตุใดตอนนี้จึงกลายเป็นแม่ไก่หวงไข่เช่นนี้เล่า

“ทำเป็นแสนดีปกป้องลูก หึ! เธอจะเอาเงินเพิ่มใช่หรือไม่”

แน่นอนว่าต้องเป็นเหตุผลนี้อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคนแบบเฉินซิ่วลี่จะกลายเป็นมารดาที่แสนดีในช่วงข้ามคืนได้อย่างไร

“พวกฉันจ่ายแล้ว จะไม่จ่ายเพิ่ม รีบส่งคนมาได้แล้ว”

“แม่ของพวกเขายังอยู่ตรงนี้ใครกล้าขายพวกเขากัน”

“เอ่อ...”

“หลี่หมิงกับหลี่ชุนเป็นลูกของฉันหากใครกล้าเอาตัวพวกเขาไปฉันจะแจ้งความ”

อย่างไรเสียเธอก็ตัวคนเดียว ถึงแม้อายุจะน้อยกว่าแต่หากหญิงสามคนนี้ร่วมมือกันคิดแย่งคนไปขายจริงๆ เฉินซิ่วลี่ก็คงสู้ไม่ไหวอย่างแน่นอน

เมื่อได้ยินคำว่าแจ้งความใบหน้าของหญิงต่างหมู่บ้านสองคนก็ซีดเผือดหม่าอิงหงรีบเก็บเงินหยวนในมือซ่อนไว้ด้านหลัง เตรียมขยับตัวหนี ทว่าไม่ได้คนจะยอมเสียเงินได้อย่างไร คนทั้งสองจึงเดินมาแย่งเงินคืนแล้วสบถด่าหม่าอิงหงอีกหลายประโยคที่คิดหลอกขายคน โชคดีที่วันนี้พวกเธอไม่ได้นำตัวเด็กไป ไม่อย่างนั้นหากแม่ของเด็กไปแจ้งความจับพวกเธอก็จะกลายเป็นอาชญากรลักพาตัวคนแล้ว

“เฉินซิ่วลี่! นังตัวดีแกกล้าต่อต้านฉันเหรอ ฉันเป็นแม่ของอาเฉิง เป็นย่าของเด็กสองคนนี้นะ”

“แต่ฉันไม่เคยได้ยินพี่เฉิงเรียกคุณว่าแม่เลยนะคะ แบบนี้แล้วคุณจะนับเป็นย่าของลูกฉันได้อย่างไร”

ไม่ผิด หลี่อันเฉิงนั้นตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยเรียกขานหม่าอิงหงว่าแม่เลยสักคำ ยิ่งไม่เคยแสดงท่าทีเคารพต่อเธอเลยแม้แต่น้อย เงินทองที่ส่งมาก็มอบให้เพียงเฉินซิ่วลี่ผู้เป็นภรรยาไม่ส่งให้มารดาเลี้ยงเช่นเธอเลยแม้แต่หยวนเดียว

“ฉันคิดว่าพวกเราควรอยู่กันแบบน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองจะดีกว่านะคะ หรือไม่พวกเราสองบ้านก็ไปสำนักทะเบียนทำเรื่องแยกบ้านกัน”

แยกบ้าน หากทำแบบนั้นหม่าอิงหงก็ไม่มีสิทธิในตัวเด็กแฝดคู่นี้น่ะสิ ภายหน้าจะขายพวกเขาได้อย่างไรกัน สุดท้ายเพื่อไม่ให้สิทธิความเป็นย่านี้หายไปหม่าอิงหงก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านของตนเองไป

เมื่อทุกอย่างสงบลงเฉินซิ่วลี่ก็เข้าไปประคองลูกชายที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นทั้งสองคนขึ้นมา เด็กชายทั้งสองแสดงอาการตื่นกลัวและหวาดระแวงเธออยู่ในที นี้คงเป็นเพราะก่อนหน้านี้เจ้าของร่างเดิมคงทำตัวร้ายกาจต่อเด็กชายทั้งสองไม่น้อยเช่นกัน

“อาหมิง อาชุนเข้าบ้านไปทำแผลกันก่อนเถอะ”

หลี่หมิงและหลี่ชุนเม้มริมฝีปากแน่น สายตามองท่าทีของคนเป็นแม่ที่เปลี่ยนแปลงไปแบบกะทันหันด้วยความไม่ไว้ใจ ทว่าเมื่อเทียบกับคนแปลกหน้าที่ทุบตีพวกเขาเมื่อครู่ หรือย่าที่ขายพวกเขาให้กับผู้อื่นด้วยสีหน้ายินดี เด็กชายทั้งสองย่อมเลือกที่จะเชื่อฟังแม่ที่เปลี่ยนไปของพวกเขามากกว่า

“ครับ”

แม้ตามนิยายหม่าอิงหงจะขายหลายชายนอกไส้สองคนออกไป แต่เจ้าของร่างเดิมก็ยังหวังว่าคนที่ซื้อลูกชายทั้งสองไปจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี ไม่ต้องยากลำบากเหมือนยามอยู่กับเธอจึงไม่คิดออกตามหารับตัวกลับมา แต่ดูจากท่าทีโหดร้ายที่คนเหล่านั้นลงมือต่อเด็กทั้งสองเมื่อครู่แล้วไม่อยากจะคิดเลยว่าหากวันนี้เธอกลับมาไม่ทันเด็กชายฝาแฝดคู่นี้จะมีชีวิตอย่างไรในอนาคต

.........................................

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สามีพันธนาการ (Series The Husband (สามี))
9.4
เพื่อดึงเรตติ้งส่งท้ายก่อนอำลาวงการ ‘ต้องรัก’ โปรดิวเซอร์สาวใจกล้าจึงตัดสินใจประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบด้วยการบุกจูบ ‘นายหัวปัณณ์’ กลางงานแถลงข่าวเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทว่านายหัวหนุ่มผู้เย็นชาและปิดตายเรื่องความรักกลับตลบหลังด้วยการใช้ทะเบียนสมรสผูกมัดเธอไว้ในชีวิตจริง จากวิวาห์ลวงโลกจึงแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์สุดเร่าร้อน เมื่อปัณณ์หวังจะสั่งสอนแม่ตัวดีด้วยบทเรียนแห่งความปรารถนา แต่ในเกมรักที่เขาคิดว่าเป็นผู้คุมกฎนี้ นายหัวหนุ่มกลับตกหลุมรักภรรยาตีทะเบียนคนนี้จนหมดหัวใจเสียเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ลุ้นรักน้องรหัส
7.8
จุดเริ่มต้นความรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตเกิดตกหลุมรักน้องรหัสสาวตั้งแต่แรกพบ ทว่าเรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อฝ่ายหญิงสาวมีท่าทีหวาดกลัวและคอยหลบหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา จนสร้างกำแพงระยะห่างขึ้นมาปิดกั้น เขาจึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อคิดค้นกลยุทธ์มาทลายความกลัวในใจเธอ และเปลี่ยนสถานะจากพี่รหัสให้กลายเป็นคนรู้ใจให้สำเร็จ มาร่วมลุ้นไปกับภารกิจตื๊อรักสุดกำลังของรุ่นพี่ ท่ามกลางการวิ่งหนีสุดชีวิตของน้องรหัสสาวตัวน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อย...มือสอง
9.5
ความรัญจวนใจที่ไม่เคยพบเจอถูกจุดประกายขึ้น เมื่อคิรากรส่งผ่านสัมผัสอันแสนอ่อนโยนทว่าแฝงด้วยความร้อนแรงผ่านปราการด่านสุดท้ายของขวัญจิรา จนทำให้เธอต้องสะกดกลั้นความเสียวซ่านเอาไว้ด้วยร่างกายที่สั่นเทา ยามที่ปลายนิ้วแกร่งเริ่มทวีความเร็วขึ้น เสียงหวานก็ไม่อาจเก็บงำความรู้สึกได้อีกต่อไป ชายหนุ่มเอ่ยถามความสมัครใจด้วยน้ำเสียงแหบพร่าในค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยไฟปรารถนา ซึ่งหญิงสาวทำได้เพียงหลับตาลงพร้อมพยักหน้ายอมรับด้วยความเสน่หา ก่อนที่เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายจะถูกปลดเปลื้องออกไปเพื่อเปิดฉากค่ำคืนแห่งรักอันลึกซึ้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง แสนชัง
7.9
จากความเอ็นดูในวัยเด็กแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดใจ เมื่อลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อยังคงคอยตามตอแยเขาไม่เลิกรา เด็กหญิงแสนดีในอดีตได้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนเอาแต่ใจและก้าวร้าวสร้างความรำคาญใจให้เขาอยู่เสมอ การต้องแต่งงานครองคู่กับผู้หญิงนิสัยร้ายกาจเช่นนี้จึงเปรียบเสมือนคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ในชีวิตที่เขาไม่เคยปรารถนา ชายหนุ่มจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตัดขาดและหลบหนีไปจากพันธนาการอันน่าชังที่เขาแสนเกลียดชังนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์นอกสมรส
8.5
เพราะเธอเป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ต้องการ แม่ย่าจึงทำทุกหนทางให้เธอออกไปจากชีวิตของเขา เธอต้องอุ้มท้องหนีไปอยู่ที่อื่น โดยที่สามีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ 7 ปีผ่านไป แก้วขวัญและภพธรได้มาพบเจอกันอีกครั้ง…เขามีความแค้นอัดแน่นเต็มอกเพราะคิดว่าเธอหนีตามชู้ไป ส่วนเธอก็ไม่ต้องการเจอเขาอีก การหวนมาพบกันใหม่ครั้งนี้ ทำให้เขาได้เจอเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ช่างพูดช่างคุยและมีหน้าตาเหมือนผู้เป็นย่าไม่มีผิด เขาอยากได้เธอมาอยู่ข้างกาย จึงใช้ทุกหนทางเพื่อให้เธอยอมจดทะเบียนสมรสด้วย ในขณะที่เธอเองก็ต้องเผชิญหน้ากับคนใจร้ายหลายคนโดยเฉพาะ...แม่ย่าของเธอเอง แต่ครั้งนี้เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้ใสซื่อและอ่อนแอยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป วันเวลา 7 ปีทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกปัญหา จากวิวาห์นอกสมรสในวันวาน...วันนี้เธอได้กลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ......... “ฉันอยากกิน...น้ำของคุณมากกว่าค่ะ” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ก่อนขมวดคิ้วฉับ “น้ำอะไรของเธอ” “น้ำ...” เธอละมือจากคอเสื้อของเขาแล้วไปจับที่เป้ากางเกงแทน “ตรงนี้ไง”