APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย

ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย

อุบัติเหตุจูบเพียงครั้งเดียวกลับทำลายชื่อเสียงของเขาจนป่นปี้ และเป็นข้ออ้างให้อีกคนเข้ามาปั่นป่วนชีวิต เขาถูกยัดเยียดสถานะคนรักอย่างไม่เต็มใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับงัดสารพัดกลเม็ด ทั้งคำหวานและข้อเสนอสุดอันตรายมาต้อนให้จนมุม แม้จะพยายามตีตัวออกห่างแค่ไหน คนเจ้าเล่ห์ก็ยังเดินหน้าสานต่อความใกล้ชิดไม่ยอมถอย สร้างความสับสนจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ท่ามกลางการรุกรานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เขาต้องหาทางรอดจากความสัมพันธ์นี้ ก่อนที่ชีวิตที่เหลือจะต้องฝากไว้ในกำมือของจอมบงการ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ตอนที่ 2 ความชอบส่วนตัวที่คาดไม่ถึง

นาราที่ทั้งคืนยังไม่กลับมา จรรย์ธรตื่นแต่เช้า ตั้งใจที่จะเข้าไปเช็คดูในห้องของเธอ

มองเห็นเตียงนอนที่ว่างเปล่า ยกหางคิ้วขึ้นเล็กน้อย ครั้งนี้ นังปีศาจจะได้รู้จักความตาย

เธอเดินลงไปชั้นล่าง หยิบหนังสือพิมพ์รายงานข่าวเช้าขึ้นมาดูอย่างอารมณ์ดี อยากจะรู้ว่านาราจะทำเรื่องอับอายขายหน้าอะไรไว้อีกบ้าง พาดหัวข่าวดังเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงโดดเด่น “คุณธีร์ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้มีอิทธิพล มีความชอบส่วนตัวที่คาดไม่ถึง?”

“คุณธีร์”

“ธีมนต์”

จรรย์ธรกรีดร้องเสียงดัง สายตาจับจ้องไปที่หนังสือพิมพ์ปรากฏภาพลึกลับของชายสองคนที่กำลังนอนกอดกัน แม้ว่าจะเซนเตอร์ใบหน้าคุณธีร์เอาไว้ แต่เธอก็ยังมองลักษณะและเรือนร่างธีมนต์ออก

เธอกำหนังสือพิมพ์แน่น ขมวดคิ้วเข้าหากัน จับจ้องไปยังรูปภาพนั้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าแผ่นหลังเกาะกุมหยดเหงื่อ คล้ายกับว่ามีแมลงมาเคลื่อนไหวไปมาที่กระดูกสันหลังของเธอ ทำไมคนที่อยู่ในห้องถึงได้เป็นธีมนต์?

ณ เวลานี้ นารา ที่ทำเรื่องดีดีเอาไว้เมื่อคืน เดินกรีดกราดกลับมา กวาดสายตามองไปเห็นจรรย์ธรที่ห้องรับแขก สีหน้าดูที่ขุ่นมัวน่าเกลียดยิ่งกว่ากินอะไรเข้าไปอีก จงใจเดินผ่านร่างของเธอ กระแอ่มเบาๆ เดินขึ้นชั้นสองไป จรรย์ธรได้ยินดังนั้น คว้าตัวเธอเอาไว้ ซักถามด้วยเสียงอันเฉียบขาด “นารา เมื่อคืนแกไปทำอะไรมา”

กล้าดียังไงพาผู้ชายของเธอไปทำอะไรทุเรศแบบนี้

สายตาอันแหลมคมของนารา ริมฝีปากสีแดงยกขึ้น ค่อยค่อยเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่เยาะเย้ย สะบัดมือเธอออก สวนกลับ “พี่สาวจิตใจดีของฉัน ฉันทำอะไร พี่ก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

จรรย์ธรจ้องมองเธอ โกรธจนตัวสั่น สายตาเยาะเย้ยของเธอ กระตุ้นความอ่อนไหวตามสัญชาตญาณ ยกมือขึ้นฟาดเต็มแรงเข้าที่ใบหน้ามีเสน่ห์ของนารา แต่นาราที่ไวกว่า ตบเข้าที่หน้าของจรรย์ธรอย่างจัง

“เพี้ยะ”

จรรย์ธรโดนตบกลับเข้าที่หน้ายกมือขึ้นจับที่ใบหน้าตัวเองด้วยความเจ็บปวด

ด่าออกมาอย่างแค้นเคือง “แก นังสารเลว กล้าตบฉันเหรอ แกมันก็แค่เด็กที่คุณพ่อฉันเก็บมาเลี้ยง คุณแม่ฉันเก็บมาจากถังขยะ!”

เทียบกับ นาราที่มีสีหน้านิ่งเฉย สายตาราวกับว่าโดนของเหลวที่มีพิษไหลซึมเข้าไปร่างกาย ดึกกระดาษทิชชู่ออกมา เช็ดมือด้วยความรังเกียจ ดวงตาที่เย็นชาจับจ้องมองเธอ ยิ้มอย่างทุกข์ร้อน “น่าเสียดาย ผู้ชายของเธอต้องการผู้หญิงที่เก็บมาจากถังขยะอย่างฉัน เธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนนี้พวกเราทำอะไรกัน ไม่น่าเชื่อว่า กลิ่นกายของคุณธีมนต์ช่างดีขนาดนี้ หน้าอกก็ทั้งแข็งทั้งเย้ายวน……”

“หุบปาก! แกมันหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการสั่งสอนแกเอง” จรรย์ธรพูดจบ จะยื่นมือออกไปจิกผมของเธอ แต่กลับถูกนารารวบมือเธอไว้ได้

เธอทำงานตั้งแต่เด็ก มีพละกำลังมากกว่า จรรย์ธรที่มีชีวิตสุขสบาย กินดีอยู่ดี

“โอ้ย เจ็บ!” นาราบีบกดเข้าที่ข้อมือของเธอ ฝ่ามือเริ่มชา ข้อมือเริ่มรู้เจ็บแสบ

นารามองด้วยสายตาที่เหี้ยมโหด ดึงเธอเข้าหาตัว ริมฝีปากแดงพูดกรอกไปที่หูของเธอ “จรรย์ธร ถ้าครั้งหน้าคิดจะกำจัดฉันละก็ใช้ สมองของเธอคิดหาวิธีที่ฉลาดหน่อย อย่าคิดทำอะไรที่ไร้เดียงสาแบบเด็กเด็ก ไม่งั้นล่ะก็……ฉันนี่แหละจะเป็นคนจัดการเธอเอง”

พูดจบ ริมฝีปากแดงก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ

“นังสารเลว โอ้ย…….” จรรย์ธรทนแรงกระตุ้นไม่ไหว ตะโกนร้องเสียงดัง อีกมือหนึ่งคิดจะตบนารา แต่กลับถูกเธอจับเอาไว้ได้ทัน

นารามองดูสีหน้าอันเจ็บปวดเธออย่างรู้สึกสบายใจ ใช้สองมือบีบอย่างแรงเข้าที่มือของเธอ จรรย์ธรเจ็บจนเริ่มเหงื่อซึมออกมาจากหน้าผาก

“คุณแม่ไม่น่าจะเก็บแกไว้ตั้งแต่แรก โอ้ย แขนฉัน จะหักแล้ว!”

นารายกคิ้วขึ้น “ใช่ 10 ปีก่อน แม่ของเธอน่าจะบีบคอฉันให้ฉันตายไปซะ แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนี้พวกเธอไม่มีโอกาสนั้นแล้ว…….”

“พวกเธอทำอะไรกัน? เสียงอันน่าเกรงขามดังลงมาจากทางบันได หยุดคำพูดของนาราเอาไว้

จรรย์ธรเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ลงมา ก็ร้องขอความช่วยเหลือทันที คุณพ่อคะ คุณแม่คะ นังผู้หญิงสารเลวคนนี้จะหักแขนของหนูค่ะ!”

การโต้เถียงของทั้งสองคนที่ชั้นล่างปลุกให้นิรุทธ์กับณัฐนิชตื่น พุ่งเข้าไปด้านหน้าผลักนาราออกไป ดึงลูกสาวมาไว้ด้านหลังตัวเอง หย่นคิ้วด้วยความโมโห “นารา เธอคิดจะทำอะไร จะตบตีกันเหรอ?”

ใบหน้าจรรย์ธรมีรอยแดงเล็กน้อย ดวงตามีน้ำตาคลอ กัดปากตัวเองอย่างเศร้าใจ รีบฟ้อง “คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ดูที่หน้าหนูสิ มันเป็นคนตบหนูค่ะ!”

นารายกมือกอดอกโดยไม่สนใจสายตาของหญิงชายชราทั้งสอง ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ ใช่ ฉันเป็นคนตบเธอเอง ใครใช้ให้เธอกวนประสาท!”

“นารา แกนี่มันยังไงกันนะ…….. ฉันสั่งให้เธอขอโทษจรรย์ธรเดี๋ยวนี้” นิรุทธ์เดินไปตรงหน้าดุด่าเสียงดัง

“ขอโทษเหรอ? เธอสมควรได้รับคำขอโทษเหรอ?!” นาราไม่แคร์คำพูดของเขา ค่อยค่อยเดินไปนั่งลงบนโซฟา

จรรย์ธรรีบร้อน กระทืบเท้า1ที หยิบหนังสือพิมพ์ข่าวเช้าของวันนี้ให้ณัฐนิชดู “คุณแม่คะ ดูข่าวนีสิคะ คุณธีร์ก็คือคุณธีมนต์ค่ะ มันเป็นกลอุบายของเธอหลอกล่อคุณธีมนต์ให้เสียภาพลักษณ์และต้องอับอายค่ะ”

ณัฐนิช มองไปที่พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ สายตาอันโหดเหี้ยมจ้องนารา มองใบหน้าเล็กที่ดูงดงามเหมือนกับZheng Rumeiในตอนนั้น ลึกในใจเธอเริ่มรู้สึกอิจฉา

วกกลับมาที่เรื่องเดิม ชี้ไปที่เธอ คิ้วขมวด “นาราเป็นเรื่องปกติที่เธอรังแกพี่สาว ฉันก็ทนแล้วนะ แต่นี่เธอกล้าที่จะเอาชนะธีมนต์ ยังมีอะไรที่เธอจะทำไม่ได้อีกบ้าง?”

ด้วยความเกลียดที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาของนารา ตอกกลับ “ฉันทำเรื่องแค่นี้ มันเทียบได้กับพวกคุณไหมล่ะ ไม่เข้าใจจริงๆว่าหลายปีที่ผ่านมาคนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างพวกคุณถึงมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ ไม่ช้าก็เร็ววิญญาณของแม่จะมาเอาชีวิตพวกคุณ เตรียมตัวรอไว้ได้เลย”

“หุบปาก” ดูเหมือนว่านาราจะพูดตอกย้ำซ้ำเติมความเจ็บปวดของพวกเขา นิรุทธ์ตอบโต้ เสียงคำราม “แกเลิกพูดเรื่องไร้สาระที่นี่ได้แล้ว”

“ทำไม กลัวเหรอ แม่ของฉันตายยังไง ชีวิตนี้ฉันไม่มีวันลืม” สีหน้าที่เย็นชา เม้มปากแน่น สายตาอันแหลมคม ดุดันกวาดมองไปที่ทั้งสาม เปรียบเทียบกับความผิดของนิรุทธ์แล้ว ณัฐนิชต่อว่าอย่างมีเหตุผล “เลี้ยงเธอมา เป็น10 ปี แต่กลับเลี้ยงคนเนรคุณ กินบนเรือน ขี้บนหลังคา

“ใช่ ฉันมันคนเนรคุณที่เป็นหนามทิ่มแทงพวกคุณ ถ้าพวกคุณไม่อยากเห็นหน้าฉัน ก็ส่งฉันไปอยู่ต่างประเทศสิ”ตระกูลยิ่งใหญ่หันมณีขังเธอไว้เหมือนอยู่ในกรง หากได้ออกไปจากที่แห่งนี้ เธอถึงจะมีความหวังใหม่

ดวงตาของณัฐนิชเปล่งประกายขึ้น เปลี่ยนท่าทีทันใด ยิ้ม “ได้ เธออยากไปอยู่ต่างประเทศ วันนี้ฉันจะติดต่อโรงเรียนที่อเมริกา พรุ่งนี้ให้เธอบินไปเรียนที่อเมริกาได้เลย”

จรรย์ธร ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจจับแขนแม่ของเธอไว้ “คุณแม่คะ”

ไหนคุณแม่เคยบอกเอาไว้ว่าจะจับตามองนังนี่ไว้ไม่ให้คลาดสายตา

นารากวาดสายตาเย็นชามองณัฐนิช ในใจเดาออกอยู่แล้วว่าณัฐนิชคิดจะทำอะไร แต่การได้ออกไปจากที่นี่ มันคือเป้าหมายที่แท้จริงของเธอ

ริมฝีปากแดงยก ลุกขึ้น จ้องตาณัฐนิช “ขอบคุณค่ะคุณป้า งั้นหนูขอตัวไปเก็บกระเป๋าก่อนนะคะ”

เธอหันตัวกลับ ยิ้มมุมปาก เดินขึ้นบันไดไป

สักวันหนึ่ง เธอจะกลับมา แก้แค้นแทนแม่ของเธอ ให้ครอบครัวนี้ชดใช้ให้สาสมที่ทำกับแม่ของเธอ

รอให้นาราเดินจากไป สีหน้าที่กังวลของจรรย์ธรถามขึ้น “คุณแม่คะ ทำไมถึงยอมตกลงให้มันไปต่างประเทศ”

“แกจะรีบร้อนทำไม นังตัวดีนั่นตอนนี้ฉันควบคุมมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เก็บมันไว้ต่อไป มันจะสร้างปัญหาไม่รู้จบ !”….ณัฐนิชกระพริบตา มือของเธอทำท่าลากยาวไปที่กลางลำคอ

ทั้งสองเข้าใจกัน นิรุทธ์ลึกๆในใจรู้ลึกสงสาร “คุณหญิงณัฐนิช ยังไงซะนาราก็เป็นลูกสาวของผม คุณทำอย่างนี้ไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ”?

ณัฐนิชหันกลับไปมองนิรุทธ์ สายตาเป็นไปด้วยความดุดัน “โหดร้าย ใครจะโหดเหี้ยมกว่ามัน ไม่กี่ปีมานี้ที่เกิดเรื่องในบ้านเราไม่เว้นวัน ทั้งท่อก๊าซรั่ว ไฟไหม้ รวมไปถึงปีที่แล้วที่จรรย์ธรล้มขาหัก คุณกล้าพูดไหมว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันไม่เกี่ยวกับมัน คุณดูข่าวนี่อีก ครั้งนี้ธีมนต์ ตกหลุมพรางของมัน หากยังเก็บเธอไว้ต่อไป ไม่นานเธอคงฆ่าพวกเราตายกันหมด แก้แค้นให้ผีแม่ของเธอที่ตายไป”

จรรย์ธรก็ช่วยพูดใส่ไฟอีกด้วยอีกแรง “คุณพ่อคะ คุณพ่อยอมให้มันตาย หรือจะให้พวกเราตายคะ?”

นิรุทธ์ได้ยินคำพูดพวกนี้ สีหน้านิ่ง สายตามืดมัว ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

นาราซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของชั้นสอง ได้ยินที่พวกเขาพูด ยกยิ้มมุมปากอยากเยือกเย็น หลังจากที่ส่งเธอไปอยู่อเมริกาแล้วค่อยกำจัดเธอทิ้งงั้นเหรอ กลัวว่าความสามารถของพวกเขายังคงไม่พอนะสิ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักยืนหยัดชั่วนิจนิรันดร์
6.7
ชีวิตสมรสพังทลายลงในพริบตา เมื่อข้อกล่าวหาจอมปลอมเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเพียงเศษขยะในสายตาของชายผู้เป็นที่รัก เขาลงมือบดขยี้ความผูกพันจนแหลกลาญอย่างเลือดเย็น ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือแผนการอำมหิตที่เขาหมายจะพรากลมหายใจของลูกแท้ๆ เพื่อปูทางไปสู่งานวิวาห์กับหญิงสาวที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นฝังลึก เมื่อพันธสัญญาถูกฉีกทิ้ง สตรีผู้สูญเสียทุกสิ่งจึงพร้อมลุกขึ้นทวงคืนความยุติธรรมให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้กับเธอและลูกน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตของคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องพังทลาย เมื่อธุรกิจตระกูลล้มละลาย ซ้ำยังถูกคนรักตีจากและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เผยลี่เชิน พี่ชายของอดีตแฟนหนุ่มได้ก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอเพื่อช่วยพยุงบริษัทไป๋ซื่อให้รอดพ้นวิกฤต เพื่อรักษาธุรกิจครอบครัว เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับเงื่อนไขและใช้ตนเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จากข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความใกล้ชิดได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อน กำแพงในหัวใจของทั้งสองค่อยๆ ทลายลง นำไปสู่ความรู้สึกอันลึกซึ้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอบคุณบาดแผลทั่วกายที่นายมอบให้
9.3
ชีวิตของหญิงสาวต้องพังทลายเมื่อถูกลุงของสามีย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างทารุณต่อหน้าต่อตาคนรักของเธอเอง เขาไม่ได้ทำเพียงเพราะตัณหาชั่ววูบ แต่จงใจผลักไสเธอให้ตกลงสู่ขุมนรกบนดิน ชายผู้นี้เชื่ออย่างบิดเบี้ยวว่าเธอคือหญิงแพศยา จึงตั้งตนเป็นผู้พิพากษามอบบทลงโทษเพื่อรีดเร้นความทรมานอย่างแสนสาหัส ร่องรอยความบอบช้ำที่ถูกกรีดลึกลงไปกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันรักษาหาย เธอต้องทนแบกรับข้อกล่าวหาและเปลวไฟแห่งความเกลียดชังที่พร้อมแผดเผาทุกลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาหยุดกับคุณแค่นั้น
8.7
ความรักที่มอบให้หมดใจกลับกลายเป็นคมมีดทำร้ายตัวเอง เมื่อชายที่เธอรักที่สุดลงมือกรีดหัวใจดวงนี้จนแหลกสลาย ยิ่งถลำลึกความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณ จนถึงจุดที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์อันขมขื่นและพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าในวินาทีที่เธอหันหลังให้เขา ชายหนุ่มกลับเพิ่งตระหนักถึงความผิดพลาดและพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความจริงใจ แต่มันสายเกินแก้ ความรู้สึกที่เคยมีถูกทำลายจนสิ้น เธอไร้ซึ่งเยื่อใยและประกาศกร้าวว่าหัวใจดวงนี้จะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นของเขาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง แฟนฉันเป็นทนาย
9.6
เมื่อเผลอมีใจให้คนรักของเพื่อนสนิท เธอจึงเลือกเดินจากไปอย่างเงียบงันเพื่อรักษามิตรภาพและหลีกหนีความผิดบาป ทว่าสี่ปีผ่านไป โชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องหวนกลับมาพบพวกเขาอีกครั้งในวันที่สถานการณ์รอบตัวแปรเปลี่ยน การเผชิญหน้าหนนี้ปลุกความทรงจำที่ถูกฝังลึกให้ฟื้นคืน พร้อมกับบททดสอบหัวใจที่ซับซ้อนและหนักหน่วงกว่าเดิม ท่ามกลางกำแพงแห่งศีลธรรม ความถูกต้อง และความผูกพันที่ยังคงเหนี่ยวรั้งเอาไว้ เธอต้องหาทางออกให้กับความรู้สึกที่สับสน ว่าจะยอมถอยหนีอีกครั้ง หรือกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความต้องการเบื้องลึกของหัวใจตัวเอง