APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย

ชีวิตที่เหลือขอฝากด้วย

อุบัติเหตุจูบเพียงครั้งเดียวกลับทำลายชื่อเสียงของเขาจนป่นปี้ และเป็นข้ออ้างให้อีกคนเข้ามาปั่นป่วนชีวิต เขาถูกยัดเยียดสถานะคนรักอย่างไม่เต็มใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับงัดสารพัดกลเม็ด ทั้งคำหวานและข้อเสนอสุดอันตรายมาต้อนให้จนมุม แม้จะพยายามตีตัวออกห่างแค่ไหน คนเจ้าเล่ห์ก็ยังเดินหน้าสานต่อความใกล้ชิดไม่ยอมถอย สร้างความสับสนจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ท่ามกลางการรุกรานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เขาต้องหาทางรอดจากความสัมพันธ์นี้ ก่อนที่ชีวิตที่เหลือจะต้องฝากไว้ในกำมือของจอมบงการ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ตอนที่ 2 ความชอบส่วนตัวที่คาดไม่ถึง

นาราที่ทั้งคืนยังไม่กลับมา จรรย์ธรตื่นแต่เช้า ตั้งใจที่จะเข้าไปเช็คดูในห้องของเธอ

มองเห็นเตียงนอนที่ว่างเปล่า ยกหางคิ้วขึ้นเล็กน้อย ครั้งนี้ นังปีศาจจะได้รู้จักความตาย

เธอเดินลงไปชั้นล่าง หยิบหนังสือพิมพ์รายงานข่าวเช้าขึ้นมาดูอย่างอารมณ์ดี อยากจะรู้ว่านาราจะทำเรื่องอับอายขายหน้าอะไรไว้อีกบ้าง พาดหัวข่าวดังเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงโดดเด่น “คุณธีร์ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้มีอิทธิพล มีความชอบส่วนตัวที่คาดไม่ถึง?”

“คุณธีร์”

“ธีมนต์”

จรรย์ธรกรีดร้องเสียงดัง สายตาจับจ้องไปที่หนังสือพิมพ์ปรากฏภาพลึกลับของชายสองคนที่กำลังนอนกอดกัน แม้ว่าจะเซนเตอร์ใบหน้าคุณธีร์เอาไว้ แต่เธอก็ยังมองลักษณะและเรือนร่างธีมนต์ออก

เธอกำหนังสือพิมพ์แน่น ขมวดคิ้วเข้าหากัน จับจ้องไปยังรูปภาพนั้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าแผ่นหลังเกาะกุมหยดเหงื่อ คล้ายกับว่ามีแมลงมาเคลื่อนไหวไปมาที่กระดูกสันหลังของเธอ ทำไมคนที่อยู่ในห้องถึงได้เป็นธีมนต์?

ณ เวลานี้ นารา ที่ทำเรื่องดีดีเอาไว้เมื่อคืน เดินกรีดกราดกลับมา กวาดสายตามองไปเห็นจรรย์ธรที่ห้องรับแขก สีหน้าดูที่ขุ่นมัวน่าเกลียดยิ่งกว่ากินอะไรเข้าไปอีก จงใจเดินผ่านร่างของเธอ กระแอ่มเบาๆ เดินขึ้นชั้นสองไป จรรย์ธรได้ยินดังนั้น คว้าตัวเธอเอาไว้ ซักถามด้วยเสียงอันเฉียบขาด “นารา เมื่อคืนแกไปทำอะไรมา”

กล้าดียังไงพาผู้ชายของเธอไปทำอะไรทุเรศแบบนี้

สายตาอันแหลมคมของนารา ริมฝีปากสีแดงยกขึ้น ค่อยค่อยเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่เยาะเย้ย สะบัดมือเธอออก สวนกลับ “พี่สาวจิตใจดีของฉัน ฉันทำอะไร พี่ก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

จรรย์ธรจ้องมองเธอ โกรธจนตัวสั่น สายตาเยาะเย้ยของเธอ กระตุ้นความอ่อนไหวตามสัญชาตญาณ ยกมือขึ้นฟาดเต็มแรงเข้าที่ใบหน้ามีเสน่ห์ของนารา แต่นาราที่ไวกว่า ตบเข้าที่หน้าของจรรย์ธรอย่างจัง

“เพี้ยะ”

จรรย์ธรโดนตบกลับเข้าที่หน้ายกมือขึ้นจับที่ใบหน้าตัวเองด้วยความเจ็บปวด

ด่าออกมาอย่างแค้นเคือง “แก นังสารเลว กล้าตบฉันเหรอ แกมันก็แค่เด็กที่คุณพ่อฉันเก็บมาเลี้ยง คุณแม่ฉันเก็บมาจากถังขยะ!”

เทียบกับ นาราที่มีสีหน้านิ่งเฉย สายตาราวกับว่าโดนของเหลวที่มีพิษไหลซึมเข้าไปร่างกาย ดึกกระดาษทิชชู่ออกมา เช็ดมือด้วยความรังเกียจ ดวงตาที่เย็นชาจับจ้องมองเธอ ยิ้มอย่างทุกข์ร้อน “น่าเสียดาย ผู้ชายของเธอต้องการผู้หญิงที่เก็บมาจากถังขยะอย่างฉัน เธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนนี้พวกเราทำอะไรกัน ไม่น่าเชื่อว่า กลิ่นกายของคุณธีมนต์ช่างดีขนาดนี้ หน้าอกก็ทั้งแข็งทั้งเย้ายวน……”

“หุบปาก! แกมันหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการสั่งสอนแกเอง” จรรย์ธรพูดจบ จะยื่นมือออกไปจิกผมของเธอ แต่กลับถูกนารารวบมือเธอไว้ได้

เธอทำงานตั้งแต่เด็ก มีพละกำลังมากกว่า จรรย์ธรที่มีชีวิตสุขสบาย กินดีอยู่ดี

“โอ้ย เจ็บ!” นาราบีบกดเข้าที่ข้อมือของเธอ ฝ่ามือเริ่มชา ข้อมือเริ่มรู้เจ็บแสบ

นารามองด้วยสายตาที่เหี้ยมโหด ดึงเธอเข้าหาตัว ริมฝีปากแดงพูดกรอกไปที่หูของเธอ “จรรย์ธร ถ้าครั้งหน้าคิดจะกำจัดฉันละก็ใช้ สมองของเธอคิดหาวิธีที่ฉลาดหน่อย อย่าคิดทำอะไรที่ไร้เดียงสาแบบเด็กเด็ก ไม่งั้นล่ะก็……ฉันนี่แหละจะเป็นคนจัดการเธอเอง”

พูดจบ ริมฝีปากแดงก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ

“นังสารเลว โอ้ย…….” จรรย์ธรทนแรงกระตุ้นไม่ไหว ตะโกนร้องเสียงดัง อีกมือหนึ่งคิดจะตบนารา แต่กลับถูกเธอจับเอาไว้ได้ทัน

นารามองดูสีหน้าอันเจ็บปวดเธออย่างรู้สึกสบายใจ ใช้สองมือบีบอย่างแรงเข้าที่มือของเธอ จรรย์ธรเจ็บจนเริ่มเหงื่อซึมออกมาจากหน้าผาก

“คุณแม่ไม่น่าจะเก็บแกไว้ตั้งแต่แรก โอ้ย แขนฉัน จะหักแล้ว!”

นารายกคิ้วขึ้น “ใช่ 10 ปีก่อน แม่ของเธอน่าจะบีบคอฉันให้ฉันตายไปซะ แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนี้พวกเธอไม่มีโอกาสนั้นแล้ว…….”

“พวกเธอทำอะไรกัน? เสียงอันน่าเกรงขามดังลงมาจากทางบันได หยุดคำพูดของนาราเอาไว้

จรรย์ธรเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ลงมา ก็ร้องขอความช่วยเหลือทันที คุณพ่อคะ คุณแม่คะ นังผู้หญิงสารเลวคนนี้จะหักแขนของหนูค่ะ!”

การโต้เถียงของทั้งสองคนที่ชั้นล่างปลุกให้นิรุทธ์กับณัฐนิชตื่น พุ่งเข้าไปด้านหน้าผลักนาราออกไป ดึงลูกสาวมาไว้ด้านหลังตัวเอง หย่นคิ้วด้วยความโมโห “นารา เธอคิดจะทำอะไร จะตบตีกันเหรอ?”

ใบหน้าจรรย์ธรมีรอยแดงเล็กน้อย ดวงตามีน้ำตาคลอ กัดปากตัวเองอย่างเศร้าใจ รีบฟ้อง “คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ดูที่หน้าหนูสิ มันเป็นคนตบหนูค่ะ!”

นารายกมือกอดอกโดยไม่สนใจสายตาของหญิงชายชราทั้งสอง ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ ใช่ ฉันเป็นคนตบเธอเอง ใครใช้ให้เธอกวนประสาท!”

“นารา แกนี่มันยังไงกันนะ…….. ฉันสั่งให้เธอขอโทษจรรย์ธรเดี๋ยวนี้” นิรุทธ์เดินไปตรงหน้าดุด่าเสียงดัง

“ขอโทษเหรอ? เธอสมควรได้รับคำขอโทษเหรอ?!” นาราไม่แคร์คำพูดของเขา ค่อยค่อยเดินไปนั่งลงบนโซฟา

จรรย์ธรรีบร้อน กระทืบเท้า1ที หยิบหนังสือพิมพ์ข่าวเช้าของวันนี้ให้ณัฐนิชดู “คุณแม่คะ ดูข่าวนีสิคะ คุณธีร์ก็คือคุณธีมนต์ค่ะ มันเป็นกลอุบายของเธอหลอกล่อคุณธีมนต์ให้เสียภาพลักษณ์และต้องอับอายค่ะ”

ณัฐนิช มองไปที่พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ สายตาอันโหดเหี้ยมจ้องนารา มองใบหน้าเล็กที่ดูงดงามเหมือนกับZheng Rumeiในตอนนั้น ลึกในใจเธอเริ่มรู้สึกอิจฉา

วกกลับมาที่เรื่องเดิม ชี้ไปที่เธอ คิ้วขมวด “นาราเป็นเรื่องปกติที่เธอรังแกพี่สาว ฉันก็ทนแล้วนะ แต่นี่เธอกล้าที่จะเอาชนะธีมนต์ ยังมีอะไรที่เธอจะทำไม่ได้อีกบ้าง?”

ด้วยความเกลียดที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาของนารา ตอกกลับ “ฉันทำเรื่องแค่นี้ มันเทียบได้กับพวกคุณไหมล่ะ ไม่เข้าใจจริงๆว่าหลายปีที่ผ่านมาคนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างพวกคุณถึงมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ ไม่ช้าก็เร็ววิญญาณของแม่จะมาเอาชีวิตพวกคุณ เตรียมตัวรอไว้ได้เลย”

“หุบปาก” ดูเหมือนว่านาราจะพูดตอกย้ำซ้ำเติมความเจ็บปวดของพวกเขา นิรุทธ์ตอบโต้ เสียงคำราม “แกเลิกพูดเรื่องไร้สาระที่นี่ได้แล้ว”

“ทำไม กลัวเหรอ แม่ของฉันตายยังไง ชีวิตนี้ฉันไม่มีวันลืม” สีหน้าที่เย็นชา เม้มปากแน่น สายตาอันแหลมคม ดุดันกวาดมองไปที่ทั้งสาม เปรียบเทียบกับความผิดของนิรุทธ์แล้ว ณัฐนิชต่อว่าอย่างมีเหตุผล “เลี้ยงเธอมา เป็น10 ปี แต่กลับเลี้ยงคนเนรคุณ กินบนเรือน ขี้บนหลังคา

“ใช่ ฉันมันคนเนรคุณที่เป็นหนามทิ่มแทงพวกคุณ ถ้าพวกคุณไม่อยากเห็นหน้าฉัน ก็ส่งฉันไปอยู่ต่างประเทศสิ”ตระกูลยิ่งใหญ่หันมณีขังเธอไว้เหมือนอยู่ในกรง หากได้ออกไปจากที่แห่งนี้ เธอถึงจะมีความหวังใหม่

ดวงตาของณัฐนิชเปล่งประกายขึ้น เปลี่ยนท่าทีทันใด ยิ้ม “ได้ เธออยากไปอยู่ต่างประเทศ วันนี้ฉันจะติดต่อโรงเรียนที่อเมริกา พรุ่งนี้ให้เธอบินไปเรียนที่อเมริกาได้เลย”

จรรย์ธร ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจจับแขนแม่ของเธอไว้ “คุณแม่คะ”

ไหนคุณแม่เคยบอกเอาไว้ว่าจะจับตามองนังนี่ไว้ไม่ให้คลาดสายตา

นารากวาดสายตาเย็นชามองณัฐนิช ในใจเดาออกอยู่แล้วว่าณัฐนิชคิดจะทำอะไร แต่การได้ออกไปจากที่นี่ มันคือเป้าหมายที่แท้จริงของเธอ

ริมฝีปากแดงยก ลุกขึ้น จ้องตาณัฐนิช “ขอบคุณค่ะคุณป้า งั้นหนูขอตัวไปเก็บกระเป๋าก่อนนะคะ”

เธอหันตัวกลับ ยิ้มมุมปาก เดินขึ้นบันไดไป

สักวันหนึ่ง เธอจะกลับมา แก้แค้นแทนแม่ของเธอ ให้ครอบครัวนี้ชดใช้ให้สาสมที่ทำกับแม่ของเธอ

รอให้นาราเดินจากไป สีหน้าที่กังวลของจรรย์ธรถามขึ้น “คุณแม่คะ ทำไมถึงยอมตกลงให้มันไปต่างประเทศ”

“แกจะรีบร้อนทำไม นังตัวดีนั่นตอนนี้ฉันควบคุมมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เก็บมันไว้ต่อไป มันจะสร้างปัญหาไม่รู้จบ !”….ณัฐนิชกระพริบตา มือของเธอทำท่าลากยาวไปที่กลางลำคอ

ทั้งสองเข้าใจกัน นิรุทธ์ลึกๆในใจรู้ลึกสงสาร “คุณหญิงณัฐนิช ยังไงซะนาราก็เป็นลูกสาวของผม คุณทำอย่างนี้ไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ”?

ณัฐนิชหันกลับไปมองนิรุทธ์ สายตาเป็นไปด้วยความดุดัน “โหดร้าย ใครจะโหดเหี้ยมกว่ามัน ไม่กี่ปีมานี้ที่เกิดเรื่องในบ้านเราไม่เว้นวัน ทั้งท่อก๊าซรั่ว ไฟไหม้ รวมไปถึงปีที่แล้วที่จรรย์ธรล้มขาหัก คุณกล้าพูดไหมว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันไม่เกี่ยวกับมัน คุณดูข่าวนี่อีก ครั้งนี้ธีมนต์ ตกหลุมพรางของมัน หากยังเก็บเธอไว้ต่อไป ไม่นานเธอคงฆ่าพวกเราตายกันหมด แก้แค้นให้ผีแม่ของเธอที่ตายไป”

จรรย์ธรก็ช่วยพูดใส่ไฟอีกด้วยอีกแรง “คุณพ่อคะ คุณพ่อยอมให้มันตาย หรือจะให้พวกเราตายคะ?”

นิรุทธ์ได้ยินคำพูดพวกนี้ สีหน้านิ่ง สายตามืดมัว ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

นาราซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของชั้นสอง ได้ยินที่พวกเขาพูด ยกยิ้มมุมปากอยากเยือกเย็น หลังจากที่ส่งเธอไปอยู่อเมริกาแล้วค่อยกำจัดเธอทิ้งงั้นเหรอ กลัวว่าความสามารถของพวกเขายังคงไม่พอนะสิ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักหัวใจทมิฬ
9.5
สิงโตยืนจังก้าน่ากลัวดักรอหญิงสาวอยู่ที่ข้างรั้วประตูบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าของเขาดูดุร้าย สายตาดวงเข้มแดงก่ำมันอาจลุกเป็นไฟเผาผลาญร่างอวบอั๋นนั่นได้ถ้าขืนเขามองนานๆ แค้นใจยิ่งนัก เธอกล้าดีอย่างไรไปหาและขอร้องให้น้ำผึ้งทำแบบนั้น ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นสันตามแนวคาง ยามได้เห็นใบหน้าระรื่นระริกระรี้ของเธอ “มารยา!!... เลว เห็นแก่ตัวที่สุด” เสียงเข้มเปล่งออกมาทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านหยุดชะงัก “พิ พี่...โต !!” พรพรรณสะดุ้งตกใจ เสียงสั่นๆ เปรยถามชายหนุ่ม เธอหมดสภาพไร้ความดีงามติดตัว ยามไปพบเจอน้ำผึ้ง นึกแล้วก็น่าใจหาย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจในสายตาของน้ำผึ้ง ทำเรื่องเลวร้ายแต่กลับมีหน้าไปขอร้องให้หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตสิงโต เสียงอันดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบห่อตัว ร่างบางสั่นเล็กน้อย “ใช่!! ฉันเอง” คนตัวโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ตาดวงเข้มดุดันจ้องมองเธอไม่วางตา รวมทั้งใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน “พิ...พี่โต มาหาพรมีอะไรหรือเปล่าคะ?” เปรยเสียงสั่นเอ่ยถามเขา กลัวสายตาของคนร่างโตเหลือเกิน แต่เธอก็ทำใจกล้า ทำเป็นไม่เกรงกลัว เธอต้องเข้มแข็ง “หึ หึ... มีหน้ามาถามฉันนะ ร้ายกาจที่สุด...” “พี่โตพูดเรื่องอะไรคะ?” “เธอรู้อยู่แก่ใจยังมีหน้ามาถามฉันนะ พรพรรณ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดดักหน้าของเธอไว้ ไม่ให้หญิงสาวเข้าบ้านไปได้ง่ายๆ “หลีกค่ะ… พรจะเข้าบ้าน” พรพรรณยกมือขึ้นผลักคนร่างหนาให้หลีกทางให้ แต่ก็ไม่ทำให้คนร่างโตขยับเขยื้อนเลย เขายังยืนจ้องหน้าของเธออยู่ “เธอนี่ร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ คงอยากได้มากสินะ ผัวน่ะ ถึงสั่นระริกๆ ไปสั่งคนนั่นคนนี้ให้เดินออกไปจากฉัน” สิงโตเปล่งเสียงกระซิบลอดออกมาตามไรฟัน เขาเอ่ยวาจาเหยียดหยัน มุมปากหนากระตุกยิ้มเยือกเย็น “พี่โต...มันจะมากไปแล้วนะ” พรพรรณเปล่งเสียงอันสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เธอแหงนใบหน้าอันขาวซีดมองคนตัวโต “เธอนี่จิตใจทำด้วยอะไร ?” “แล้วใครล่ะที่ทำให้พรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพี่โตเหรอ... คนเห็นแก่ตัว เลวที่สุด” พรพรรณเปรยเสียงไหวหวั่นกระซิบ “เธอนี่กล้านะ ถ้าฉันไม่เมาคงกินเธอไม่ลงแน่…” “แต่พรก็เป็นเมียพี่โตแล้ว เมียที่ท้องด้วย ลูกของพี่โตอยู่ในนี้ไง” พรพรรณแหงนมองคนที่ตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วก้มหน้าลงชี้นิ้วไปตรงท้องที่ยังโหนกนูน สื่อให้เขารับรู้ไว้ว่าสามเดือนแล้ว “เธอแน่ใจหรือว่าไอ้เด็กในท้องของเธอน่ะ มันเป็นลูกของฉัน” สิงโตเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “คนทุเรศ ถึงพรจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ พรก็ไม่ได้มั่วนะ หลีกไป…” มือบางยกขึ้นผลักคนร่างหนาที่ยังกักเธอไว้ “เธอกล้าดีอย่างไรไปขอร้องน้ำผึ้งแบบนั้น” สิงโตอยากจะหักคอคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกางออกคล้ายๆ จะจับลำคอระหงนั้นขย้ำบีบให้แหลกคามือ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก “พรทำไปเพราะลูก พรผิดด้วยเหรอคะ?” “ลูกของเธอคนเดียว ไอ้มารหัวขนในนั้นมันไม่ใช่ลูกฉัน” คนร่างสูงก้มมองหน้าท้องโตเล็กน้อย เปล่งออกมาด้วยความแค้น พร้อมทั้งกางมือออกทั้งสองข้างหวังจะบีบขย้ำลำคอระหงนั่น “เอาสิคะ... การที่พรไปขอร้องน้ำผึ้งมันทำให้พี่โตเป็นบ้าก็เอาสิคะ ฆ่าพรเลย บีบสิคะ บีบเลย... เลวที่สุด” เธอยืดขยับลำคอให้ชายหนุ่ม ท้าทายเขาตรงหน้า ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มนวลก็แหงนมองหน้าของคนเห็นแก่ตัว “เธออย่าท้าทายฉันนะพรพรรณ” สิงโตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “พรไม่ได้ท้า... บีบเลยค่ะ จะได้หายแค้นไง” หญิงสาวตัวสั่นเทา ยามได้เห็นแววตาเข้มส่องแสงประกายสีแดงก่ำพิโรธมายังเธอ “หึหึ!! เธอได้ตายสมใจแน่ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น มานี่!! นางมารร้าย” สิงโตเหลืออด เขากระชากร่างอวบอั๋นนั่นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกระทบอกแกร่ง “โอ๊ยย!!...พรเจ็บนะ คนบ้า” สาวร่างอวบพยายามดิ้นให้ออกจากการรัดกุมของชายหนุ่ม เธอแหงนใบหน้ามองเขา ส่วนชายหนุ่มก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน สองสายตาจ้องมองกัน “หยุดดิ้น!! และไปกับฉันเดี๋ยวนี้” สิงโตฉุดกระชากลากดึงหญิงสาวให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนใหญ่ “กรี๊ดดด!! ปล่อยพรนะ” พรพรรณทั้งรั้งทั้งทุบตีข้อมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือของเธอ “หยุดกรี๊ดสักที ถ้าเธอมีปากเสียงกับฉัน เธอได้ตายเป็นศพไม่สวยแน่” สิงโตเปลี่ยนจากการฉุดกระชาก เขาใช้แขนอันทรงพลังโอบกอดรอบช่วงอกอิ่ม กึ่งอุ้มกึ่งลากหญิงสาวพาเดินข้ามถนนใหญ่ มือใหญ่อีกข้างก็ประกบปิดเรียวปากของเธอไว้ ไม่ยอมให้เสียงกรี๊ดร้องของเธอเล็ดลอดออกมาให้ใครต่อใครได้ยิน
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงร้ายพันธนาการรักจิ้งจอกบรรพกาล
9.5
ความผูกพันระหว่างเราสองคนเป็นดังเส้นขนานที่ไม่มีวันโคจรมาพบกันได้ แม้ในยามหลับใหล ภาพของเขาก็ยังคงปรากฏเด่นชัดในความฝันไม่จางหาย กว่าตัวข้าจะตระหนักว่ารักเขามากมายเพียงใด ช่วงเวลาแห่งการสูญเสียและต้องแยกจากกันก็คืบคลานมาถึงเสียแล้ว ทั้งฐานะที่แตกต่างและอุปสรรคขวากหนามมากมายดั่งโซ่ตรวนที่กักขังข้าไว้ในความเจ็บปวดรวดร้าวอันไร้ขอบเขต ทว่าเขากลับเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้าเต็มใจยอมถูกพันธนาการไว้ในบ่วงรักนี้ตราบนานเท่านาน
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียตัวน้อย
9.5
ความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มาจากความต้องการที่สอดคล้องกัน หญิงสาวเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอชายหนุ่มแต่งงานเพราะประสงค์เพียงสถานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางด้านชายหนุ่มเองก็กำลังหาภรรยาจดทะเบียนสมรสเพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ เมื่อเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายตรงกัน ข้อตกลงการใช้ชีวิตคู่จึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าภายใต้สถานะสามีภรรยาที่ผูกมัดด้วยสัญญา ความใกล้ชิดกลับหล่อหลอมความรู้สึกที่ลึกซึ้ง บทพิสูจน์สำคัญคือพันธะทางนิตินัยนี้จะพัฒนาสู่ความรักแท้ของคู่ชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
ในวันที่ฉันพบตัวน้องสาวของสามีที่กำลังวิกฤตและเร่งพาไปโรงพยาบาล รถของฉันกลับเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรูคันหนึ่ง ทว่าคู่กรณีใจดำคนนั้นไม่เพียงไม่สนใจคนเจ็บ แต่ยังบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมรีดไถเงินล้าน โดยอ้างอย่างภาคภูมิใจว่ามีทายาทมหาเศรษฐีแห่งตระกูลฟูผู้เป็นสามีคอยหนุนหลังอยู่เสมอ คำโอ้อวดนั้นทำให้ฉันได้รู้ความจริงอันน่ารังเกียจว่าเธอคือชู้รักของสามีฉันเอง ซึ่งความสัมพันธ์ลับนี้ไม่เพียงแต่ทำลายความรู้สึกของฉัน แต่กำลังจะทำลายแผนการเกี่ยวดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้จนพังทลายลงไปด้วย
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่ายเกมสวาท
8.7
หลังถูกคนรักหักหลังจนใจสลาย เอลิซจึงเลือกประชดชีวิตด้วยความบ้าระห่ำด้วยการเอ่ยปากท้าทายชายแปลกหน้าคนหนึ่ง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขาคือเซฟ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและกุมบังเหียนธุรกิจมืด คำท้าทายเพียงครั้งเดียวในค่ำคืนนั้นกลับกลายเป็นพันธนาการร้ายที่ดึงรั้งเธอเข้าสู่เกมสวาทสุดอันตราย ท่ามกลางตัณหาและความรุนแรงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เกมเดิมพันครั้งนี้มีทั้งชีวิตและจิตใจเป็นสิ่งค้ำประกัน ซึ่งอาจเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล และสุดท้ายเอลิซอาจต้องเลือกระหว่างการเอาชีวิตรอดหรือยอมชดใช้ด้วยชีวิตของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง กลยุทธ์ลับเปลี่ยนคุณหนูตกอับเป็นเศรษฐีนี
9.1
จากอดีตผู้จัดการร้านเหล้าผู้ล่วงลับ สู่ร่างของเหอหลี่น่า คุณหนูตกอับที่เผชิญมรสุมชีวิต ทั้งครอบครัวถูกโกงและคู่หมั้นทรยศไปแต่งงานกับหญิงอื่น แม้โชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เธอฟื้นคืนชีพมาพบความลำบาก แต่เธอก็ตั้งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งให้จงได้ ทว่าท่ามกลางความทะเยอทะยานกลับมีจ้าวหวังหย่งเข้ามาพัวพัน แม้เขาจะยืนกรานขอรับผิดชอบและแต่งงานกับเธอหลังจากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่หญิงแกร่งอย่างเธอกลับปฏิเสธเสียงแข็งและเลือกที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง