APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กลลวงบ่วงบุพเพ

กลลวงบ่วงบุพเพ

เมื่อพฤกษ์เข้าใจผิดว่าเรณุกาจงใจใช้มารยาแสร้งทำเป็นเจ็บเพื่อเรียกร้องความสนใจและหวังให้เขาอุ้ม เค้าจึงผลักไสร่างบางอย่างไร้เยื่อใยราวกับเธอเป็นสิ่งน่ารังเกียจ จนทำให้หญิงสาวต้องได้รับบาดเจ็บซ้ำจากเศษไม้ทิ่มแทง แม้คำพูดอันแสนเย็นชาของเขาจะสร้างความเจ็บปวดให้เธอทั้งกายและใจ แต่เรณุกาก็เลือกที่จะฝืนลุกขึ้นเดินตามเขาไปเงียบๆ โดยไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือใดๆ ทางด้านพฤกษ์เองก็เริ่มหงุดหงิดที่เห็นเธอเดินช้าลงและพยายามทำตัวออกห่างจากเขาตลอดเวลา ท่าทีอันแข็งกร้าวและความเข้าใจผิดเหล่านี้กลายเป็นบ่วงที่ผูกมัดคนทั้งสองไว้ในวังวนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

“ไม่เป็นไร ชินแล้วกับปากมอมๆ ที่ดีเห่าให้คนเขารำคาญหู แต่เอาเข้าจริง ทำได้แค่แทะรองเท้าเล่น” พฤกษ์พูดกับนารีรัตน์ แต่ปรายสายตาไปมองกันต์ศักดิ์ นึกว่าเขาจะให้เล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวหรือไง เขาเพียงแค่รอเวลาเท่านั้นเอง

“มึง...ไอ้พฤกษ์!” กันต์ศักดิ์ลุกอย่างเร็วจนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มเก้กัง เพราะชายหนุ่มเป็นคนค่อนข้างขาว เมื่อโกรธขึ้นมาก็จะเห็นสีหน้าที่แดงระเรื่ออย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟโทสะ

“มึง! ไอ้ลูกชู้ มึงกล้าด่ากูเป็นหมาเหรอ” กันต์ศักดิ์ชี้หน้าใส่พี่ชาย

นารีรัตน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้อยู่แล้วว่ากันต์ศักดิ์พาลหาเรื่องจะต่อยปากตัวเองอยู่แล้ว พฤกษ์ก็ดันจุดชนวนให้มันเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ซิน่า

‘เล่นพูดจนกันต์ศักดิ์หน้าแดงอย่างกับกุ้งต้มแบบนี้ เดี๋ยวจะต้องมีเรื่องอีกแน่เลย เฮ้อ!’

“ใจเย็นๆ นะกันต์ พฤกษ์” ปฐมพรรีบห้ามน้องชายทั้งสองคนไม่ให้มีเรื่องทะเลาะต่อยตีกันภายในงานจนกลายเป็นข่าวอื้อฉาวชาวบ้านลือกันไม่รู้จักจบสิ้นไปอีกนาน

ศึกหน้านาง...พี่น้องต่อยตีแย่งชิงผู้หญิงคนเดียวกัน บ้าจริง!

ปฐมพรมองผู้หญิงที่ทำให้กันต์ศักดิ์หยุดหาเรื่องพฤกษ์ไปช่วงหนึ่งก่อนจะกลับมาหาเรื่องหนักขึ้น จนบางครั้งเธอตามไปห้ามทัพไม่ไหว ก็จำต้องปล่อยให้ทั้งคู่ต่อยตีกันจนพอใจ จากนั้นเธอก็หาหยูกยามารักษา

ถ้าทั้งคู่ยังเป็นเด็ก เธอจะลงโทษให้ไปยืนกลางแดง ปากงับไม้บรรทัด กางแขน ยกขาเหมือนกับที่ครูทำโทษเด็กที่ไม่สนใจเรียน แต่ตอนนี้แต่ละคนโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว...โตกว่าเธอเป็นสองเท่าด้วย แค่ผลักเบาๆ เธอก็กระเด็นหล่นจากเก้าอี้วิวแชร์ (เก้าอี้สำหรับคนพิการ) แล้ว เธอก็แก่ผู้หญิงพิการคนหนึ่ง จะไปสู้อะไรได้

นารีรัตน์วางบนมือพฤกษ์และบีบเบาๆ “พอเถอะค่ะพฤกษ์ เห็นไหม พี่พรเครียดมากแล้ว”

หากพฤกษ์กลับไม่สนใจ เขาคิดก่อกวนน้องชายอารมณ์ร้อนไม่เลิก ใบหน้าคมคร้ามที่วันนี้สะอาดสะอ้าน เพราะโกนหนวดโกนเคราเรียบร้อยมีรอยยิ้มเหมือนกำลังเยาะเย้ย ในดวงตาก็เต็มไปด้วยความรื่นเริง สองมือใหญ่สอดไขว้ไปวางด้านหลังศีรษะทุย เอนแผ่นหลังอิงพนักเก้าอี้ เท้าแข็งแกร่งยื่นล้ำไปด้านหน้า นั่งสองขาโยกไปมา

“เมื่อกี้กูว่ามึงเป็นหมาเหรอ...แต่กูจำได้ว่าไม่ได้พูดว่าออกไปสักคำ แต่ถ้ามึงจะคิดไปเองว่าเป็น กูก็ไม่ว่า”

“ไอ้พฤกษ์!” กันต์ศักดิ์จับคอเสื้อพฤกษ์เอาไว้ “มึงถอนคำพูดนะไอ้ลูกชู้” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน

“พฤกษ์...กันต์ ถ้าเราสองคนไม่หยุดพี่จะ...” ไม่คิดหรอกนะว่ามันจะได้ผล แต่ยังไงก็ลองดู ปฐมพรคว้าส้อมมาถือหันด้านปลายแหลมคมเข้าหาตัว

“พี่พร!” สองพี่น้องหนุ่มร้องเรียกพี่สาวด้วยความตกใจพร้อมๆ กัน

“ผมขอโทษครับพี่พร” เป็นพฤกษ์ที่ยอมถอย เขาลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอาหาร ด้วยรู้ดีว่าถ้ายังนั่งอยู่ตรงนั้นคงยังทะเลาะกับกันต์ศักดิ์ไม่เลิก เป็นต้นเหตุทำให้พี่สาวต้องเจ็บกายด้วย

“พฤกษ์คะ!” นารีรัตน์วิ่งตามพฤกษ์ไป แต่ต้องหยุดชะงักเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหงาเศร้าที่พุ่งตรงเข้าสู่หัวใจจนเธอถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อรู้ว่าพฤกษ์เจ็บปวดเพราะการกระทำของคนในครอบครัว

“ขอผมอยู่คนเดียวก่อนนะรัตน์” ชายหนุ่มบอกหญิงคนรักที่อยู่ใกล้พร้อมให้กำลังใจเขามาสองปีกว่าเกือบจะสามปีในอีกสามเดือนข้างหน้า เขารู้ว่านารีรัตน์เป็นห่วง แต่ตอนนี้เขาอยากจะอยู่ตามลำพังมากกว่า

“รัตน์อยู่ทางนี้ฝากช่วยดูแลพี่สาวผมด้วยนะ” ชายหนุ่มขอเสียงเบา ก่อนจะเดินไหล่ห่องุ้มด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้พี่สาวน้อยใจ จนคิดจะใช้ช้อนส้อมทำร้ายตัวเอง ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดซ้ำๆ ไปอีกกี่ครั้งมันถึงจะหยุด หรือเขาจะต้องออกจากไร่แห่งนี้ตามความต้องการของกันต์ศักดิ์จริงๆ

“ผมจะทำยังไงดีครับแม่” พฤกษ์ถามเสียงแผ่วเบา เมื่อเดินมาถึงต้นกัลป์พฤกษ์อันเป็นที่ฝังศพของมารดา ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าใต้ต้นแก้วซึ่งออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้น

เขาไม่เคยได้รู้ว่าอ้อมกอดของมารดานั้นอบอุ่นเพียงใด เพราะแม่เสียไปตั้งแต่เขายังเล็ก จะรับรู้ความรักก็จากคนเก่าคนแก่ที่เล่าให้ฟังยามที่เขาเปรยตัดพ้อต่อว่าที่แม่ทิ้งเขาไว้ในบ้านหลังใหญ่แต่ขาดความอบอุ่น ส่วนตัวเองก็หนีไปและตายอยู่กับชายชู้ แต่ก็มีคนที่ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะรู้ว่าแม่รักพ่อมาก แต่สำหรับพ่อ...เขาไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นรักแม่บ้างหรือเปล่า หรือเห็นแม่เป็นเพียงแค่ผู้หญิงใสซื่อที่หลอกฟันแล้วก็ปลูกบ้านไว้ให้หนึ่งหลังที่ท้ายไร่ ต้องการเมื่อไหร่ก็แวะเวียนมาหา

พฤกษ์เอนนอนราบกับพื้นหญ้า สอดขาไขว้กัน สอดมือซ้อนประสานกันไว้ที่ท้ายทอย มองพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ส่องสว่างแข่งกับดวงดาราที่กะพริบ ในหูก็มีคำพูดหลอกเด็กของคนที่เคยเลี้ยงดูดังแว่วมา

“หนูต้องเป็นคนดีนะพฤกษ์ จะต้องรักพี่รักน้อง คอยปกป้องดูแล อย่าให้ได้รับความเดือดร้อน แล้วแม่ที่คอยดูหนูอยู่บนสวรรค์จะได้ดีใจ แต่ถ้าหนูไม่ทำ แม่ก็จะร้องไห้นะลูก”

“เราจะรู้ได้ไงละฮะว่าแม่มองดูอยู่ ถ้าผมทำไม่ดีแล้วแม่จะรู้ได้ยังไง แม่รู้ได้ยังไงว่าผมมีน้อง แม่ตายก่อนไม่ใช่หรือฮะ”

“เพราะแม่คือดวงดาวอยู่บนฟ้าที่รู้ว่าหนูเหงา เศร้าและไม่มีความสุข แม่ถึงได้อยู่ดูแลตอนที่หนูหลับ เวลาหนูทำดีและมีความสุข แม่ก็จะยิ้มและส่องประกายระยิบระยับ แต่ถ้าหนูทำให้แม่เสียใจ น้ำตาของแม่ก็จะหล่นลงมาเป็นสายฝนไงลูก”

พฤกษ์อยากจะหัวเราะ ตอนเป็นเด็กเขาเชื่อนิทานพวกนี้เป็นตุเป็นตะ เวลาใครบอกว่าแม่ตายแล้วต้องตกนรก เพราะทำผิดกับพ่อ เขาก็จะเถียงจนปากสั่นตัวสั่น พาลหาเรื่องจนตัวเองเจ็บตัว เขาชกต่อยชนะเสมอแต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไม้เรียวที่พ่อใช้ลงโทษเป็นประจำ

กรามหนาขบกัดบดเบียดจนนูนเด่น ประกายในดวงตาแข็งกร้าว ฮึ! อยากรู้นัก พ่อรักเขาบ้างหรือเปล่า หรือเพียงทำตามหน้าที่ ดูแลส่งเสียไอ้ลูกที่ไม่อยากมีตามอัตภาพ

พฤกษ์สะบัดศีรษะไล่ความคิดที่ทำให้เขาเจ็บปวดออกไปจากสมองและหัวใจ จะไปคิดถึงคนที่ทำให้เขาเจ็บปวดทำไมกัน

พฤกษ์หันหน้าไปทางฝั่งที่มีร่างของผู้หญิงซึ่งใครจะว่าไม่ดีเพียงใดแต่เธอคนนี้ก็คือคนที่ให้กำเนิดเขามาและเป็นคนที่เขารักสุดชีวิต

“ขอบคุณนะครับแม่ที่อยู่เป็นเพื่อนผม”

ชายหนุ่มลุกขึ้น เมื่อมาที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะในหัวใจจะร้อนรุ่มแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรกับสายลมเย็นที่ผัดแผ่วพลิ้วหอบเอากลิ่นของแก้วมาแตะจมูก เหมือนจะช่วยปลอบโยนให้ไฟร้ายร้อนเผาไหม้หัวใจดับลง แม้จะไม่สนิทเพราะยังมีตะกอนหลงเหลืออยู่

ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตนแล้ว แต่คนเราก็วาดภาพจินตนาการถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการได้เสมอ เหมือนกับเขาในยามนี้ ที่รู้ว่าแม่ไม่มีตัวตน แต่ก็ยังคิดและเล่าเรื่องราวให้ฟังอยู่ดี อย่างน้อยการมาที่นี่ก็ทำให้เขาเหมือนได้อัดพลังเพื่อจะได้ลุกขึ้นสู้ชีวิตในวันพรุ่งนี้โดยไม่มีคำว่าท้อแท้และหวาดกลัวกับอุปสรรคและปัญหาที่เป็นเหมือนกับไม้ท่อนที่บางคนโยนใส่ลงมาทีละท่อนๆ พอได้กองใหญ่ ก็ราดด้วยน้ำมันและจุดไฟเผา

ดึกดื่นเลยเที่ยงคืนไปแล้วแต่พฤกษ์ก็ยังคงนั่งเงียบๆ อยู่ใกล้ๆ กับหลุมศพของมารดา จนคิดได้ว่า เขาไม่ควรนำเรื่องทุกข์ร้อนมารบกวนคนตายให้ต้องมาทุกข์ตรมด้วย จึงตัดสินใจที่จะกลับบ้านพัก แต่ก่อนนั้นเขาก็ยื่นมือไปจับป้ายชื่อของแม่อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน

“ผมไปก่อนนะครับแม่ แล้วจะมาเยี่ยมใหม่”

เหมือนกับคนที่อยู่ใต้ดินแห่งนั้นจะรับรู้ สายลมแผ่วพลิ้วผัดหอบเอากลิ่นดอกไม้มาไล้กายแกร่งเพื่อบอกลาเช่นกัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียหวานของประธาน
9.3
หญิงสาวตัดสินใจรับข้อเสนอสุดเสี่ยงด้วยการสวมรอยเป็นตัวแทนเข้าพิธีวิวาห์กับนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ เพื่อแลกกับการรักษาบ้านพักเด็กกำพร้าเอาไว้ การก้าวเข้ามาในฐานะภรรยาจอมปลอม ทำให้เธอต้องแบกรับความกดดันอย่างหนักหน่วง ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความหวาดระแวงว่าความลับจะถูกจับได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการหลอกลวงค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความผูกพันอันซับซ้อน ทว่าความลับไม่อาจปิดบังได้ตลอดไป เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ชายหนุ่มจะจัดการกับภรรยาตัวแทนคนนี้อย่างไร และความรักที่สร้างบนความลวงตาจะมีตอนจบเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง Daddy ท่านประธานเขาชอบหึง
7.0
ห้าปีก่อนชีวิตของเธอพังทลายเมื่อถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหญิงขายบริการในต่างแดน ซ้ำร้ายยังถูกคู่หมั้นสวมเขา เธอจึงตัดสินใจหนีหายไป ก่อนจะหวนคืนมาพร้อมลูกชายอัจฉริยะ เรื่องราวพลิกผันกลางงานแข่งขันเปียโน เมื่อเด็กน้อยประกาศผ่านสื่อตามหาพ่อ โดยระบุว่าบิดาต้องมีใบหน้าเหมือนตนเอง เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้เธออย่างมาก เพียงไม่กี่วันต่อมาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ปรากฏตัวเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ ทันทีที่เห็นชายผู้มีรูปหน้าถอดแบบมาจากลูกชาย ความเคียดแค้นก็ปะทุขึ้น เพราะเขาคือคนที่ข่มขืนเธอในอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอเสน่ห์หา
6.8
ท่ามกลางแรงกดดันในโรงพยาบาล ศัลยแพทย์สมองหนุ่มผู้เปี่ยมพรสวรรค์กำลังก้าวบนเส้นทางอาชีพที่รุ่งโรจน์ เขาอุทิศตนให้วิชาชีพอย่างมุ่งมั่น ทว่าชีวิตที่เคยมีแต่งานกลับพลิกผันเมื่อความรักก่อตัวขึ้นโดยไม่ทันระวัง ความสัมพันธ์นี้เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์และแรงดึงดูดที่ท้าทายสติสัมปชัญญะ เขาจำต้องยืนบนทางแยกอันยากลำบาก เพื่อรักษาสมดุลระหว่างหน้าที่ในฐานะแพทย์ผู้รักษาชีวิตกับเสียงเรียกร้องภายในจิตใจ ชายหนุ่มต้องดิ้นรนค้นหาความหมายที่แท้จริงของความรักไปพร้อมกับการรับผิดชอบหน้าที่อันยิ่งใหญ่
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
9.4
ฮวาเฉี่ยนเหมียน ผู้มีพลังมิติจากอนาคตสวมร่างแม่เลี้ยงใจทรามในต่างภพ เธอทิ้งนิสัยเกียจคร้านหันมาดูแลแม่สามีและลูกเลี้ยงทั้งสาม หญิงสาวใช้พรสวรรค์สร้างฐานะจากงานเกษตร เปิดร้านอาหาร และหมักสุราสมุนไพร พร้อมผลักดันให้เด็กๆ เรียนหนังสือและฝึกวิชาต่อสู้ ทว่าชีวิตอันสงบสุขต้องพังทลาย เมื่อบิดาปริศนาโผล่มาทวงสิทธิ์ในตัวเด็ก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอโกรธจัดจนขอหย่าขาด แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าชาตินี้ไม่มีการหย่าร้าง หากปรารถนาอิสระ หนทางเดียวที่มีคือการเป็นหญิงหม้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง โดนเท
8.5
โล่เฟยเอ๋อเพียงแค่ไปร่วมงานมงคลสมรสของพี่สาว แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเธอถูกบังคับให้สวมรอยเป็นเจ้าสาวเสียเอง เพื่อหลีกเลี่ยงพันธะที่ตนไม่ได้ก่อ หญิงสาวจึงตัดสินใจทิ้งงานวิวาห์ไว้เบื้องหลังและหลบหนีออกมา ในขณะเดียวกัน ซูซีมู่ ชายหนุ่มผู้หวงแหนอิสระและต่อต้านการถูกจัดแจงชีวิต ก็กำลังพยายามหลบหนีจากการแต่งงานเช่นกัน ชะตาชีวิตชักนำให้คนสองคนที่กำลังวิ่งหนีการคลุมถุงชนมาพบกันโดยบังเอิญท่ามกลางความโกลาหล การพบพานของคนที่ปฏิเสธการมีคู่ครองจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ได้อย่างไร