APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา

เพรงมายา

เมื่อมะปราง เด็กกำพร้าผู้มีท่าทางแปลกประหลาด ถูกญาติของชวินรับเป็นลูกบุญธรรม ชีวิตที่เคยสงบสุขของสิตางศุ์ก็เริ่มสั่นคลอน เธอเริ่มเห็นภาพหลอนน่าสยองขวัญและฝันถึงหญิงสาวปริศนาที่ถูกฆาตกรรมโดยเธอและชายที่หน้าตาเหมือนสามี ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจซื้อบ้านและที่ดินแปลกตาหลังหนึ่งเพื่อสร้างเรือนหอ แต่บ้านหลังนั้นกลับดึงดูดให้พวกเขาวนเวียนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร และความแค้นนั้นเริ่มต้นจากจุดใด สิตางศุ์ต้องค้นหาคำตอบก่อนที่วิญญาณร้ายจะพรากทุกสิ่งไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เกือบตีสองหลังงานฉลองในผับเล็กๆ เลิกรา รถเก่งสีขาววิ่งฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมา สองคนในรถนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงโดยไม่รู้เบื่อถึงความสุขความสนุกแล้วแถมท้ายด้วยการแสดงความเสียดายแทนคนที่ไม่ยอมไปด้วย

“แตงรู้ต้องอิจฉาแน่ๆ”

“ทำไงได้ละ กลายเป็นแม่ลูกติดไปแล้ว”

“ทำไมไม่เคยได้ยินใครพูดถึงหลานคนนี้ละ วิน”

“ญาติห่างๆ จ้ะ เรียกว่าห่างมากๆ ก็ได้ จะว่าไปแล้วผมกับแตงแทบจะไม่รู้จักครอบครัวของมะปรางเลย มาเห็นมะปรางก็ตอนที่รู้ว่าทั้งพ่อและแม่ถูกรถชนตายแล้วแตงไปงานศพแทนอาสุขกับอาบัว ญาติใกล้ชิดคนเดียวของมะปรางที่เหลืออยู่คือปู่ที่บวชเป็นพระ ท่านเป็นคนจัดการงานศพ ส่วนตัวมะปรางเองทีแรกท่านก็คิดจะลาสิขาบทมาดูแลจนกว่าจะโต แต่มีหลายเสียงคัดค้านเพราะความตั้งใจเดิมของท่านคือจะอยู่ในผ้าเหลืองไปตลอดชีวิต มีคนเสนอให้ญาตินำมะปรางไปอุปการะ” ชวินเล่าเนิบนาบ

“แตงก็เลยรับมาดูเสียเอง” สิตางศุ์ต่อให้ แล้วหัวเราะเบาๆ ชวินก็หัวเราะไปกับหล่อนด้วยเพราะมันเป็นเรื่องจริง และดูเหมือนแตงโมจะรักเอ็นดูมะปรางเอามากๆ ไม่อย่างนั้นมีหรือสาวโสดวัยทำงานเช่นหล่อนจะรับมะปรางเป็นลูกบุญธรรม พามาส่งเสียให้เรียนหนังสือและให้เรียกว่าแม่แตง ทั้งที่พ่อกับแม่ของหล่อนพยายามให้เลี้ยงในฐานะหลาน

“เดี๋ยวเข้าบ้านผมก่อนแล้วค่อยเดินกางร่มไปส่งมูนแล้วกันนะครับ” ชวินบอกเมื่อเลี้ยวเข้าซอย

“ว้าย!” สิตางศุ์ร้องเสียงหลงแล้วเอามือปิดหน้าอย่างตกใจ

“อะไรมูน” ชวินถามทันควันเมื่อจู่ๆ คู่หมั้นสาวร้องอย่างตกใจขึ้นมาตอนเขาเลี้ยวรถก่อนนำรถเข้าจอดข้างทางแล้วแตะมือที่หล่อนปิดหน้าอยู่ “เป็นอะไรครับ”

สิตางศุ์ลดมือลงแล้วมองไปหน้ารถ ก่อนกวาดตามองไปรอบๆ จนมาหยุดที่ดวงตาอาทรของชวินที่กำลังมองมา

“เอ่อ..” หล่อนอึกอักที่จะบอกว่า ร้องตกใจเพราะเห็นคนวิ่งผ่านหน้ารถอย่างกระชั้นชิดและคิดว่าชวินต้องชนร่างนั้นเป็นแน่ แต่หล่อนกลับไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกหรือการหยุดรถอย่างกะทันหันแต่อย่างใด รับรู้แต่รอยอุ่นจากมือที่แตะและเสียงถามอย่างอาทรของเขา หล่อนจึงเสบอกไปว่า “มูนเห็นนกหรืออะไรไม่รู้บินผ่านเลยตกใจค่ะ”

“โถ คิดว่าอะไร” มือใหญ่เลื่อนมาขยี้ผมอย่างเอ็นดู แล้วขยับไปนั่งตัวตรงบังคับให้รถออกตัวอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าคนนั่งข้างที่บอกออกมาแบบนั้น ใจกำลังเต้นแรงเพราะยังไม่คลายความตกใจ ไม่นานนักรถก็แล่นมาถึงหน้าบ้าน ชวินเปิดประตูลงมาพร้อมร่มแล้วเดินอ้อมไปรับสิตางศุ์เพื่อเดินไปส่งที่บ้าน

สิตางศุ์ลงมาจากรถแล้วอดที่จะมองเข้าไปในบ้านของชวินที่เปิดไฟสว่างอยู่ไม่ได้ ก่อนสะดุดตากับดวงตาแวววาวตรงระเบียงห้องชั้นสอง จนต้องกะพริบตาแล้วมองใหม่อีกครั้งเพราะคิดว่าดึกดื่นขนาดนี้แล้วซ้ำฝนก็ยังตกพรำๆ เด็กที่ไหนจะมายืนอยู่ตรงนั้น...เด็กหรือ สิตางศุ์ไม่เข้าใจทำไมตนเองถึงมั่นใจว่าเป็นเด็ก เพราะระดับของดวงตาที่เห็นหรือ แต่หลังกะพริบตามองให้ชัดอีกครั้งก็เห็นแต่ระเบียงชั้นสองที่ว่างเปล่า

“อะไรจ้ะ” ชวินถามเพราะเห็นว่าแฟนสาวมองไปที่ระเบียงชั้นสองตรงห้องนอนของเขาอย่างสนใจแต่หล่อนหันมาสบตาเขาแล้วส่ายหน้าช้าๆ

“แตงคงเปิดไฟทิ้งไว้ให้ก่อนกลับนะ เล่นเปิดเสียทั้งบ้านเลย สงสัยเดือนนี้ต้องไปเก็บค่าไฟจากมันแล้วละ” ชวินพูดกลั้วหัวเราะแล้วออกเดินโอบไหล่สิตางศุ์ไปพร้อมกันภายใต้ร่มกันฝนคันเดียวท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายไม่ขาดสาย

แตงโมกลับไปแล้วหรือนี่...ถ้าอย่างนั้นเราก็คงตาฝาดจริงๆ มะปรางไม่ได้มายืนอยู่ที่ระเบียงแน่ วันนี้ทำไมตาฝาดซ้ำซ้อน เมาแล้วละมูนเอ๊ย...

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

“ว้าย!” สิตางศุ์ถึงกับอุทานเมื่อถูกจู่โจมด้วยปลายจมูกเข้าที่แก้มนวลเนียนเมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน ก่อนย่นจมูกใส่ทำปากยื่นโอดครวญเสียงกระเง้ากระงอด

“นี่มันหน้าบ้านนะวิน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

“งั้นเข้าไปในบ้านก็ได้” สายตากรุ้มกริ่มหวานหวาม ยามมองคู่หมั้นสาว แสงสว่างจากไฟหน้าประตูบ้านส่องให้เห็นแก้มเปล่งปลั่งของหล่อน อาจเป็นผลพวงมาจากเหล้าที่ดื่มเข้าไปเล็กน้อยกับอาการขวยเขินที่ถูกเขาหอมแก้ม แต่มันกลับดึงดูดให้เขาอยากทำซ้ำและทำมากกว่าเดิม

“ทะลึ่ง! กลับไปได้แล้วค่ะ มูนจะเข้าบ้านละ” หล่อนยอมรับว่าหัวใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา แม้เป็นการจู่โจมที่นวลแก้มก็สร้างความวาบหวามให้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่แทนที่เขาจะกลับไปตามคำของหล่อน เขากลับดึงมือที่กำลังไขกุญแจบ้านไปกำไว้ รั้งเอวหล่อนมากอดกระชับแล้วซุกหน้าเข้ามาหมายจะจูบอีกครั้ง ทว่าสิตางศุ์หรือจะยอมง่ายๆ หล่อนบ่ายหน้าหนีแล้วทุบอกเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ

“วิน อย่าทำแบบนี้สิ”

“นิดเดียวนะ คืนนี้มูนน่ารักมากรู้ไหม” เขาพยายามจะจูบให้ได้อยู่ดีแม้สิตางศุ์จะเบี่ยงหนีพัลวัน สุดท้ายหล่อนก็พูดออกมาทำเอาเขาหยุดกึก

“อยากเห็นมูนน่ารักแค่คืนนี้คืนเดียวใช่ไหมคะ” หล่อนถามเสียงเรียบ หน้านิ่งทั้งที่ในใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนขัดเขินเลือดในกายหล่อนสูบฉีดแรงขึ้นคาดว่าใบหน้าที่เรื่อแดงเพราะส่าเหล้าจะแดงจัดขึ้น แต่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการทำหน้านิ่งเอาไว้ และก็ได้ผลจริงๆ เมื่อชวินละมือจากเอวหล่อนปล่อยตกลงข้างตัวเหมือนคนปลงกับชีวิต แล้วถอยห่างไปสองก้าวพร้อมทำหน้างอบ้าง

“ใจร้าย ผมเป็นคู่หมั้นนะ”

“ก็แค่คู่หมั้นนินา ยังไม่แต่งงานกันเสียหน่อย” หล่อนลอยหน้าลอยตาพูดอีกเมื่อเห็นว่าตนเองเป็นต่อ

“ไว้แต่งงานกันก่อนเถอะ มูนจะมาอ้างโน่นอ้างนี้ไม่ได้อีกแล้ว คอยดู” ชวินคาดโทษ

“ค่ะ จะคอยดู” หล่อนยักไหล่น่าเอ็นดูพร้อมยิ้มยั่วเย้ากับการถือไพ่เหนือกว่า สิตางศุ์รู้ดีว่าเขาจะไม่ฝืนใจหากหล่อนไม่ยินยอม แม้เป็นการแสดงความรักซึ่งถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับคู่รักสมัยนี้ แต่หล่อนเกรงใจพ่อกับแม่ ยิ่งท่านไว้ใจมากเท่าไหร่ การวางตัวของหล่อนต่อชวินยิ่งต้องให้เหมาะสมมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นคู่รักและหมั้นหมายกันแล้วก็ตามที

“ผมอยากแต่งงานเร็วๆ จัง แต่งกันพรุ่งนี้เลยดีไหม”

“บ๊องแล้ว” สิตางศุ์หัวเราะกิกกับคำพูดของแฟนหนุ่ม ก่อนจะพูดจริงจัง “เหนื่อยมาทั้งวันแล้วกลับไปนอนเถอะค่ะ”

“ครับ มูนรีบเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ” เขาบอก แล้วรอคู่หมั้นสาวไขกุญแจเพื่อเปิดประตูบ้าน แต่จะให้รอเฉยๆ เลิกราไปง่ายดายก็ใช่ที่ เขาหยับเข้ามาทีละนิดจนมายืนชิดโดยหล่อนไม่รู้ตัว เมื่อสิตางศุ์เปิดประตูแล้วหันมาจะบอกลา เขาก็ชิงจังหวะใช้มือประคองแก้มตรึงใบหน้าไม่ให้เบี่ยงหนีหรือหลบเลี่ยง แล้วลดใบหน้าตนเองใช้ริมฝีปากแนบไปบนริมฝีปากที่เผยออย่างตกใจกดแนบแน่นชั่วเวลาไม่นานก่อนถอนออก แล้วขยับมาจุมพิตหน้าโหนกนูนพร้อมกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วหมุนร่างหล่อนให้หันกลับดันร่างเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนเขาก็หับประตูตาม ทำสัญญาณให้หล่อนล็อกประตูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สิตางศุ์ได้แต่แยกเขี้ยวใส่ผ่านประตูต่างกระจก ก่อนจะล็อกแล้วหันหลังหนีรวดเร็วเหมือนเคืองขุ่นทว่ารอยยิ้มอย่างขัดเขินและพึงพอใจค่อยๆ คลี่ออกเมื่อเดินห่างออกมา

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยบาปสวาท
8.9
รอยแผลในวัยเด็กทำให้ ธรรวา ฝังใจเกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่ง และความแค้นนั้นลุกลามไปทั่วจน ดลยา ผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องพลอยตกเป็นเหยื่อ เธอถูกบังคับให้เป็น 'เบี้ยล่าง' ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคราะห์กรรมยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะผลพวงจากความสัมพันธ์บนข้อตกลง กลับก่อให้เกิดสายใยบางอย่างผูกมัด... เมื่อผู้ชายที่เคยขีดค่าหล่อนไว้เพียงคำว่า 'เกลียด' ต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกสองทาง ระหว่างเขี่ยเธอทิ้งไปด้วยความสะใจ หรือเก็บเธอไว้ข้างกายเพื่อรสเสน่หาระเรื่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง รวิกาญจน์เภตรา
9.4
ใต้ผืนน้ำอ่าวไทยมีซากเรือสำเภาทองโบราณจากยุคสุโขทัยจมดิ่งอยู่ สมบัติล้ำค่าดึงดูดเหล่านักล่าผู้โมหะบังตาให้ยอมเสี่ยงชีวิต ทว่าลึกลงไปใต้สมุทรกลับมีแรงพยาบาทของวิญญาณแค้นที่ถูกทรยศเข่นฆ่าอย่างทารุณกำลังรอคอยวันชำระสะสาง ท่ามกลางแรงอาฆาตนี้ยังมีชายผู้หนึ่งที่ยึดมั่นในคำสัญญาความรักที่มีต่อหญิงสาวเพียงคนเดียวอย่างไม่เสื่อมคลายทุกชาติภพ เมื่อวงล้อแห่งกรรมเวรหมุนกลับมาบรรจบอีกครั้ง เรื่องราวลี้ลับและอาถรรพ์แห่งท้องทะเลจึงปะทุขึ้นเพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ของการกระทำและการเฝ้ารออันเป็นเวลาแสนนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย
9.2
ชีวิตอันสงบสุขของเลอาต้องสั่นคลอนเมื่อเธอเจอหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งบันทึกเรื่องราวอนาคตว่าตัวเธอจะต้องจบชีวิตลง และแฟนหนุ่มคนสำคัญจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามคน เพื่อปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิงและเพื่อเอาชีวิตรอดจากโชคชะตาอันเลวร้าย เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทั้งหมด ท่ามกลางวิกฤตจากฆาตกรลึกลับที่คอยจ้องเอาชีวิตเธออยู่ตลอดเวลา เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางรักน้ำเน่านี้และรอดพ้นจากความตายได้หรือไม่ ในเมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนหนุ่มของเธออย่างไม่ยอมลดละ
ภาพปกนิยายเรื่อง Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
หลังเผชิญอุบัติเหตุประหลาด วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตัน ได้หลุดเข้าไปในมิติฝันร้ายสุดอันตราย ที่นั่นเขาได้รับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายเพื่อแลกกับการหาทางกลับสู่ร่างเดิม ทว่าอุปสรรคใหญ่หลวงคือพลังนั้นกลับมีเงื่อนไขห้ามใช้ทำร้ายใครเลย ขณะเดียวกันเขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายในสังคม โดยมีคู่ปรับคนแรกเป็นฆาตกรวิปริตที่ชอบดัดแปลงสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับจักรกล แจ็คไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อเอาชีวิตรอด เขาจะผ่านพ้นดินแดนสยองขวัญนี้ไปได้อย่างไรในเมื่อพลังที่มีไม่สามารถใช้โจมตีผู้ใดได้
ภาพปกนิยายเรื่อง เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรกนอกกฎหมาย ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเอาตัวเข้าแลกเป็นเหยื่อลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน แต่ทว่าแผนการกลับพังทลายเมื่อฉันถูกลักพาตัวด้วยการสวมถุงดำคลุมหัว และตื่นขึ้นมากลางโกดังค้ามนุษย์อันน่าสะพรึงกลัว ความจริงอันโหดร้ายเปิดเผยว่าคนร้ายที่ฉันตามจับเป็นแค่ตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังคอยเฝ้ามองความทรมานของฉันอย่างสนุกสนาน เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้สถานะตำรวจอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้ในยามที่มีดจ่อคอหอย เขากลับกระซิบด้วยความบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงก้าวลงสู่นรกที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ มันเป็นเรื่องที่เร้าใจและน่าตื่นเต้นที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
8.1
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้