APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เกสรดอกรัก

เกสรดอกรัก

เมื่อความรักก่อตัวขึ้นในใจของทัศกรอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนภูเขาสูงชันที่ยากจะไขว่คว้าก็พร้อมที่จะโอบอุ้มและทะนุถนอมหัวใจของชุลีพรไว้ตลอดกาล แม้หญิงสาวจะเจียมตัวว่าตนเองเป็นเพียงละอองเกสรดอกไม้เล็กๆ ที่ไม่ได้คิดจะแข่งขันหรือแย่งชิงกับใคร ทว่าด้วยอานุภาพแห่งความรักอันบริสุทธิ์และแสนอ่อนหวานนี้ กลับช่วยนำพาเกสรดอกรักดอกน้อยให้ลอยละลิ่วขึ้นไปจนสามารถเอาชนะและคว้าหัวใจของชายหนุ่มบนยอดเขาสูงเสียดฟ้ามาครองได้สำเร็จในท้าย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทนำ

ทัศกร กลีบเมฆ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด เขากำลังนั่งฟังพินัยกรรมที่ทนายความประจำตระกูลของผู้เป็นย่าอ่านอย่างตั้งใจ หลังจากที่จัดงานศพของท่านเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เนื้อความในพินัยกรรมในประโยคแรก เขาฟังอย่างสงบ แต่ช่วงท้ายนั้นทำให้เขาเริ่มตกใจ งุนงง หงุดหงิด และโมโห หันขวับไปมองหญิงสาวที่กำลังอุ้มลูกสาวของตัวเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกโกรธ

กานพลู ชุลีพร หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ เป็นเด็กในอุปการะของคุณหญิงช่อทิพย์ กลีบเมฆ ที่เพิ่งเสียชีวิต เธอเองก็ตกตะลึงกับพินัยกรรมที่ท่านเขียนเอาไว้ก่อนตาย

นอกจากนั้นยังมีญาติสนิทที่เป็นลูกหลานของท่านได้รับมรดกร่วมด้วย อาทิเช่น คุณชาลินี และอีกคนหนึ่งคือลูกชายของนาง เชาวน์ เพื่อนรุ่นพี่ที่เคยช่วยเหลือเขามาตลอด แถมยังเคยช่วยชีวิตเขาด้วย ทำไมเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเชาวน์จะกลายมาเป็นญาติสนิทฝั่งบิดาเช่นนี้

‘คุณทัศกร กลีบเมฆ ซึ่งเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของท่าน ได้รับมรดกทั้งหมดของท่าน นอกเหนือจากที่แบ่งให้นางชาลินีและนายเชาวน์ เทพพยัคฆ์ ทั้งบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เงินสดในธนาคาร เครื่องเพชร ฯลฯ แต่หลังจากจดทะเบียนกับนางสาว กานพลู ชุลีพร เด็กสาวในอุปการะของข้าพเจ้า และรับเธอเป็นภรรยา พร้อมกับลูกสาวคือ เด็กหญิงทัดดาว กลีบเมฆ ซึ่งเป็นเหลนของข้าพเจ้า หากไม่แล้ว ทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้า จะยกให้แก่เหลนของข้าพเจ้าเพียงคนเดียวคือเด็กหญิง ทัดดาว กลีบเมฆ’

เนื้อความในพินัยกรรมที่ทัศกรจับใจความได้ทำให้เขาโมโหอย่างหนัก มองสองแม่ลูกเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ชาลินีกับเชาวน์เองก็มองสบตากัน ต่างคนต่างความคิด ความไม่พอใจเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ชาลินีคิดว่าไม่น่าปล่อยให้ทัศกรรอดชีวิตมาถึงทุกวันนี้เลย

นี่มันเรื่องบ้าอะไร ในวันที่พินัยกรรมถูกเปิด หลานชายคนเดียวของคุณหญิงช่อทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งๆ ที่มันควรจะเหมือนพ่อของมัน ไม่สนใจไยดี อยู่ในป่าในดงที่ต่างจังหวัดของมันไป!!!

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคุณทนาย เหอะ!” ทัศกรทำเสียงเยาะในลำคอ มองสองแม่ลูกที่ทำท่าทีเหมือนกับว่าไม่รู้เรื่องราวมาก่อน โดยเฉพาะคนเป็นแม่ที่ทำหน้าใสซื่อไร้เดียงสาอย่างที่สุด

กานพลู เธอแสบมาก!!!

“ตามที่ผมได้อ่านให้คุณทัศกรฟังครับ คุณต้องรับภรรยาและลูกของคุณไปดูแล และจดทะเบียนสมรสกับกานพลูอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงจะได้รับมรดก และห้ามหย่าขาดจากเธอโดยเด็ดขาด จนกว่าหนูทัดดาวจะเรียนจบปริญญาตรีครับ”

“ฮ่าๆๆๆ” ทัศกรหัวเราะลั่น เขาเท้าสะเอวมองทนายสูงวัยดวงตาลุกวาบ ไอ้ทนายนี่ก็ไม่มีท่าทีตัณหากลับ แต่ก็ไม่แน่ โดนยายกานพลูหน้าซื่อใจคดนั่นยั่วยวนอาจจะช่วยกันเกลี่ยกล่อมเป่าหูย่าของเขา หรือปลอมพินัยกรรมใครจะไปรู้

“คุณกินยาผิดขวดหรือเปล่า หรือว่าสมองกลับ ผมยังไม่มีลูกมีเมีย คุณหญิงย่าเอาอะไรมาคิด ถึงได้ทำพินัยกรรมบ้าบอแบบนี้ขึ้นมา”

ทัศกรคิดว่าตัวเองไม่เคยมีลูกมีเมียแน่นอน ไม่ใช่สิ เขามั่นใจว่าตัวเองยังไม่มีลูกเมีย แล้วจู่ๆ จะโผล่มาได้ยังไง แถมเมียเขายังเป็นเด็กในอุปการะของคุณย่า ไปท้องกับใครก็ไม่รู้ ถ้าท้องกับเขาจริงคนเป็นย่ามิโวยวายให้เขารับผิดชอบแต่แรกหรือไง ทำไมถึงปล่อยเวลายืดเยื้อมาถึงตอนนี้ ถ้าไม่เพราะกานพลูมีแผนการอะไรสักอย่าง และแผนการนั้นก็คงจะเป็นพินัยกรรมฉบับนี้แน่ๆ

“ตอนที่ท่านให้ผมร่างพินัยกรรม คุณหญิงช่อทิพย์ มีสติสัมปชัญญะทุกอย่างครบถ้วนครับ”

“บ้าแล้ว บ้ากันไปหมดแล้ว ฉันกับยายกานพลูเด็กของคุณหญิงย่าไม่เคยมีอะไรกัน หล่อนท้องฉันรู้ ท้องกับผู้ชายสารเลวที่ไหน แล้วมายัดเยียดให้ฉัน เหอะ!” เขาทำเสียงในลำคอ เพราะเขามาเยี่ยมคนเป็นย่า และรู้มาโดยตลอดว่ากานพลูท้อง ก็ไม่เห็นว่าเธอจะมาเรียกร้องอะไร ย่าของเขาก็รู้ แถมเขายังหลวมตัวนึกสงสารรับทัดดาวเป็นบุตรบุญธรรมเสียอีกด้วย

คำว่า ‘ผู้ชายสารเลว’ ทำให้กานพลูสะดุ้งมองหน้าทัศกรตาปริบๆ เขากำลังด่าตัวเอง แต่ก็นะ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าทำเธอท้อง เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นในตอนนั้น กานพลูจมดิ่งเข้าไปสู่อดีตที่รู้สึกว่ามันเพิ่งผ่านพ้นมาไม่นานนี้เอง

ข่าวการเสียชีวิตของลูกชายคนทำให้คุณหญิงช่อทิพย์ กลีบเมฆ เสียใจอย่างที่สุด เป็นเพราะทิฐิของท่านโดยแท้ ถึงทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

ในอดีตท่านเหมือนแม่หลายๆ คนที่มีลูกชายคนเดียว มีหน้าตาฐานะทางสังคม เป็นธรรมดาที่อยากให้ลูกชายคนเดียวที่จะสืบสกุลต่อไป ได้ภรรยาที่ดีสมฐานะชาติตระกูล และมีการศึกษาที่ดี มีหน้ามีตาเป็นที่รู้จัก จะได้เกื้อหนุนกัน แต่ ทศพล ลูกชายคนเดียวของท่าน กลับไม่แต่งงานกับผู้หญิงเพียบพร้อมที่ท่านหาให้อย่างชาลินี ดันไปคว้าหญิงสาวชาวไร่บ้านนอกคอกนามาเป็นเมีย ท่านโกรธมากจึงตัดขาดความเป็นแม่ลูก ไม่ให้ทรัพย์สินเงินทองอะไรแม้แต่บาทเดียว เพราะคิดว่า ทศพลจะต้องซมซานกลับมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านหาให้ และทิ้งผู้หญิงไร้สกุลรุนชาติคนนั้น

แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากทศพลออกจากบ้านไปโดยไม่เอาอะไรไปสักอย่าง อีกฝ่ายก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย ท่านใจแข็งไม่ยอมไปง้องอนให้ลูกชายกลับมา เพราะพูดไล่ไปด้วยความโกรธเท่านั้น ว่าไม่ให้มาเหยียบบ้านหลังนี้ ถ้ายังไม่เลิกกับผู้หญิงคนนั้น คิดว่าคนเป็นลูกน่าจะสำนึกกลับมากราบกรานขออภัยบ้าง เมื่อลูกไม่กลับมา ท่านก็ไม่ง้อแต่เพราะบ้านหลังใหญ่ ฐานะร่ำรวยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ความเหงาก็มีมากมายเหลือเกิน เมื่อไร้ลูกหลาน คุณหญิงช่อทิพย์ จึงอุปการะเด็กสาวหน้าตาน่ารัก นามว่า กานพลู เอาไว้

ชาลินี หญิงสาวที่เพียบพร้อม เป็นลูกสาวของเพื่อนรัก คอยช่วยเหลือเป็นคนติดต่อกับทศพล แต่อีกฝ่ายก็ใจแข็งไม่ยอมกลับมา ท่านถือว่าตนเป็นแม่ เมื่อลูกอยากตัดเป็นตัดตาย ท่านก็ถือทิฐิไม่ยอมเหมือนกัน ไม่นานท่านก็ทาบทามชาลินีให้หลานชายของท่านอีกคน จนทั้งสองได้แต่งงานกัน

“คุณท่านคะ รถพร้อมแล้วค่ะ” น้ำเสียงของ กานพลู ชุลีพร เด็กสาววัยสิบเก้า ทำให้ท่านหลุดจากภวังค์ความคิดในอดีต เด็กสาวหน้าตาสะอาดหมดจด กิริยามารยาทเรียบร้อย ผิวพรรณผุดผ่อง เธอได้รับการศึกษาจนจบมัธยมปลายในโรงเรียนที่ดีที่สุด และกำลังจะได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คุณหญิงช่อทิพย์รักและเอ็นดูกานพลูมาก ท่านให้กานพลูได้รับการศึกษาเล่าเรียนทุกอย่างที่ดีพร้อมเพื่อมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลืองานของท่าน และกานพลูได้ช่วยผู้มีพระคุณทำงานตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าเป็นเลขาส่วนตัวที่ท่านไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง

“เรียบร้อยแล้วเหรอ ฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย คิดถึงอดีตน่ะ อดีตคือสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านพ้นไป และไม่สามารถหวนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก” ท่านพูดก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่

“คุณท่านอย่าคิดมากเลยนะคะ”

“ไม่ให้ฉันคิดมากได้ยังไง คนไม่เคยเจอกันเลย ไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยแม้แต่กอด แสดงความรักต่อกัน หลานชายฉันคงเกลียดฉัน ที่ใจดำกับพ่อของเขา ไม่แน่ ฉันอาจจะโดนไล่ออกมาจากงานก็เป็นได้”

คุณหญิงช่อทิพย์พูดอย่างเป็นกังวลใจ เวลาล่วงเลยผ่านมายี่สิบกว่าปี ท่านถือทิฐิคิดว่ายังแข็งแรง เงินทองมากมาย ไม่ต้องง้อหรือพึ่งใครก็ได้ แต่พอแก่ตัวไป ความเหงาก็บังเกิด อยากเห็นหน้าลูกหลาน อยากยกทรัพย์สินให้ทายาทของตัวเอง ไม่อยากยกให้คนนอก ท่านจึงให้คนออกไปสืบหาลูกชายคนเดียว และรับรู้ว่าอีกฝ่ายไปสร้างเนื้อสร้างตัวกับผู้หญิงที่ท่านรังเกียจ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ฐานะร่ำรวยไม่ได้ลำบากยากแค้นอย่างที่ท่านดูถูก

มณีนิลคือผู้หญิงที่ท่านรังเกียจ พยายามกีดกันลูกชายของตนไม่ให้คบหาด้วย แต่สุดท้ายแล้ว ผู้หญิงคนนี้กลับรักลูกชายของท่านจริง แม้ทศพลจะไปแต่ตัว อีกฝ่ายกลับไม่รังเกียจ ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างฐานะ แถมยังมีลูกชายที่หล่อเหลา เก่งกาจ ปกครองคนมากมายในไร่อันกว้างใหญ่ไพศาล

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เทวัญขวัญรัก
9.6
++++++++++++++++++++++++++++++++ เรื่องของเทวัญเจ้าของอู่หนุ่มผู้ดิบเถื่อน กับขวัญรักผู้จำใจมาเป็นเมียของเขา จากการซื้อมาเพื่อเงิน เพื่อบำบัดความใคร่ เรื่องระหว่างเธอกับเขาจะกลายเป็นรักแท้หรือไม่ ต้องลองอ่านกันค่ะ +++++++++++++++++++++ ขวัญรักเม้มปาก สะกดกลั้นน้ำตา ...บอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้ เธอตัดสินใจไปแล้ว แม้จะถูกเขาเหยียบย่ำ ดูถูกดูแคลนว่าเป็นผู้หญิงขายตัวขนาดไหนก็จะทนเพื่อครอบครัว ผู้ชายที่เธอเห็นเขาตัวโต สวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัว อวดความกว้างของไหล่บึกบึน คิ้วยาวดำพาดเฉียง ดวงตาดำลึก จมูกโด่ง แนวกรามแข็งแกร่ง ปากสีเข้ม เขาคือคนที่ขวัญรักเจอหน้าห้องน้ำนั่นเอง แต่ทว่าก็ไม่อาจหยุดอาการประหม่าจนตัวสั่นของเธอลงได้ “ชื่ออะไร...” หนุ่มเสื้อยืดดำถาม แต่ฟังแล้วดุเหลือเกินในความคิดของเธอ “ขะ...ขวัญรักค่ะ” เธอรู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอายุสามขวบ ยามที่ไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก และต้องแนะนำตัวต่อหน้าเพื่อนทุกคน “มีชื่อเล่นไหม” เทวัญมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อยากรู้...ผมที่ถักเปียของเธอหากคลายออกจะยาวขนาดไหน อยากสัมผัส...จะนุ่มละมุนมือหรือเปล่าหนอ “กะ...กวางค่ะ” เรียวคิ้วดำขมวดไปครู่ ก่อนคลายออก นึกชมว่าพ่อแม่ตั้งชื่อสมตัว ท่าทางเธอเหมือนลูกกวางจริง ๆ นั่นแหละ และเขาก็เป็นเสือหิวที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อเนื้อหวานไปง่าย ๆ “ต้องทดลองของสักหน่อยแล้ว ขอยืมห้องหน่อยมึง” เทวัญแค่บอกเล่า ไม่สนใจว่าเจ้าของจะอนุญาตหรือไม่ อย่างไรเสียคืนนี้เขาต้องได้เล่นสนุกกับของราคาแพงที่ซื้อมา “เดี๋ยวก่อนค่ะ ยื่นหมูยื่นแมว ขอเงินก่อน รับโอนนะคะ” ++++++++++++++++++++++++++++++++
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ในวันแต่งงานที่ควรจะมีความสุข ซ่งหยุนหยุนกลับต้องเผชิญหน้ากับความอับอายอย่างที่สุดเมื่อเจ้าบ่าวไม่ยอมปรากฏตัวในพิธี ด้วยความโกรธและต้องการประชดชะตาชีวิต เธอจึงตัดสินใจมอบค่ำคืนแรกอันแสนมีค่าให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอ ทว่าการกระทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบครั้งนั้นกลับเปลี่ยนผันชีวิตของเธอไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อชายหนุ่มปริศนาคนดังกล่าวไม่คิดจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปง่าย ๆ และเริ่มเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ
8.7
เมื่อ ‘มีนา’ ตกหลุมรัก ‘เจตต์’ ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ผู้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภัยให้เธอ ปฏิบัติการพิชิตใจสุดโต่งจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการขอแต่งงานแบบไม่ทันตั้งตัว แม้ในสายตาของเขา เธอจะเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไร้เดียงสาและไม่มีประสบการณ์ แต่คนอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ มีนาประกาศชัดว่าจะใช้เสน่ห์ทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เขาสยบอยู่แทบเท้า จากที่เคยประมาทและมองเธอเป็นแค่หมากระเป๋าตัวน้อย เจตต์อาจต้องรับมือกับแผนการอ่อยเต็มพิกัดที่พร้อมจะทำให้เขาตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น ร่วมลุ้นไปกับเกมรักที่เธอขอใช้หัวใจเป็นเดิมพันเพื่อครอบครองเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชาของเจมส์มีความรักที่เขาซ่อนไว้ให้หนูดีอย่างมิดชิด แม้เขาจะคอยย้ำว่าเธอเป็นแค่น้องสาว แต่ทุกการกระทำกลับค้านกับคำพูดนั้นอย่างชัดเจน ด้านหนูดีเองก็มอบทั้งหัวใจให้เขาเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ข้ามผ่านกำแพงน้ำแข็งเข้าไปรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงในใจของเขาได้เลย มาร่วมเอาใจช่วยความรักของทั้งคู่ในจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงที่ขวางกั้นนี้จะถูกพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เผยความในใจที่แท้จริงต่อกันได้สำเร็จเมื่อไหร่
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก
8.4
เขาเป็นคุณหมอหนุ่มที่หลงรักเด็กสาวข้างบ้านสุดหัวใจ +++ “อาหมอขา” เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักอุ่นๆ ของอาหมอผู้แสนใจดี “ขา...” เขื่อนรับคำเสียงหวานไม่ต่างกัน เขาหอมแก้มเด็กน้อยมาหยาฟอดใหญ่ “โตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของอาหมอค่ะ” “จริงเหรอครับ” เขื่อนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “จริงค่ะ” “สัญญาแล้วนะครับ อาจะถือว่านี่เป็นคำสัญญาของหยา” +++ “หยาหนาวค่ะอาหมอ” เธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขา “เดี๋ยวอาห่มผ้าให้” เขาบอกเสียงนุ่มอย่างเอ็นดู “ไม่ได้หนาวแบบนั้น อาหมอน่ะ...” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเสียงดังครับ ดึกแล้ว” เขาเกรงว่าข้างห้องจะได้ยิน “ทำเบาๆ ค่ะ อยากให้อาหมอกอดหยาแน่นๆ หยาหนาวจริงๆ นะ” เธอซุกตัวเข้าไปหาเขาดึงมากอดแนบอก “ถ้าหนาวขนาดนี้เดี๋ยวอาจะกอดแน่นๆ เลยนะครับ” “ก็กอดสิคะ หยารออาหมอกอดหยาทุกคืนเลยนะ นานๆ จะได้ออกนอกสถานที่สักที” เธอดึงมือของเขามาทาบที่ทรวงอกอวบอิ่ม มือของเขื่อนค่อยๆ ลูบไล้และเคล้นคลึง เธอครางแผ่วๆ กัดปากด้วยความเสียวสยิว “อย่าครางดังนะคนดี” เขากระซิบบอกเธอด้วยน้ำเสียงเอ็นดู จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงนั้นเบาๆ “ด้านในไม่มีด่านนะคะ” เธอกระซิบบอกเขา มือบอบางเลื่อนลูบลงไปยังเบื้องล่างของเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง เกมรักบรรณาการร้อน
9.1
“อย่ามาทำเป็นเล่นตัว ได้เวลาทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว” ไมก้าห์ตามไปนั่งคร่อมร่างบางที่ตอนนี้มือทั้งสองข้างของหญิงสาวถูกเขาตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวแล้ว “นะ…หน้าที่บ้าบออะไรจะมาทำกันตอนนี้ คุณต้องการกาแฟเพิ่ม ปล่อยฉันสิเดี๋ยวจะไปชงให้ค่ะ” ไออุ่นพยายามพูดคุยอย่างใจเย็น ทั้งที่มาอีหรอบนี้หรือจะต้องการดื่มกาแฟ “ไม่ได้จะกินกาแฟ” “งั้นคุณจะเอาอะไร นี่มันดึกแล้ว จะใช้อะไรฉันก็รอพรุ่งนี้เซ่!” เธอตะโกนสุดเสียงดิ้นสุดฤทธิ์แต่ก็ไม่สามารถหลุดออกจากการควบคุมของมือใหญ่ของไมก้าห์ได้ “หน้าที่กลางคืนก็ต้องทำกลางคืนสิ” ไม่พูดเปล่าไมก้าห์ยังก้มลงไปสูดกลิ่นสาวจากซอกคอหอมกรุ่นอย่างพอใจ แม้รูปร่างจะห่างไกลจากสเปกของเขาแต่กลิ่นเนื้อสาวนี้ถูกใจเขาอย่างประหลาด ดูท่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ดูจะถูกจริตเขามากกว่ากลิ่นฉุนๆ ของน้ำหอมยี่ห้อดัง “ไม่ ไม่ มันไม่ใช่แบบนี้” ไออุ่นที่ขนลุกซู่บอกเสียงสะอื้น แต่ไมก้าห์ไม่คิดจะสน ผู้หญิงที่ชอบทำตัวอ่อนประสบการณ์เรียกร้องความใจแบบนี้เขาเจอมาเยอะแล้ว ร้อยทั้งร้อยเครื่องร้อนเต็มที่พวกเธอเหล่านั้นก็กลายร่างเป็นแม่เสือสาวพราวสวาททั้งนั้น “แบบนี้แหละถูกต้องที่สุดแล้ว” ตอบเสียงอู้อี้ ก่อนจะลากไล้ปลายจมูกและริมฝีปากไปทั่วลำคอขาวผ่อง ก่อนจะไล้ขึ้นมายังแก้มใสที่…เปียกชื่นน้ำตา และนั่นทำให้ไมก้าห์ที่กำลังเมากับกลิ่นกายสาวถึงนิ่ง แล้วค่อยๆ ยันตัวขึ้น “อย่ามาเรียกร้องความสนใจด้วยน้ำตา” เขาคำรามอย่างไม่สบอารมณ์ ให้ตาย เขาเกลียดที่สุดคือน้ำตาของผู้หญิง “ก็คุณกำลังจะข่มขื่นฉัน ฉันต้องดีใจหรือไง” ตะคอกกลับเสียงสะอื้น “ข่มขื่นเหรอ พูดให้ถูกมันคือหน้าที่ของเธอต่างหาก”