APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ขย้ำรักเด็กเลี้ยง

ขย้ำรักเด็กเลี้ยง

9.0 / 10.0
จากผู้ปกครองและเด็กในปกครองที่เคยมีระยะห่าง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับแปรเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนด้วยกัน แม้ว่าบัวจะพยายามตัดใจและเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ แต่ฝ่ายชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยมือเธอไปง่ายๆ เขาประกาศจุดยืนอย่างจริงจังว่าในยุคสมัยที่ทุกคนเท่าเทียมกัน เธอไม่มีสิทธิ์จะทิ้งเขาไปดื้อๆ หลังจากที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันแล้ว ทำให้บัวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมเผชิญหน้ากับการถูกทวงถามความรับผิดชอบ ทั้งต่อร่างกายและหัวใจของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขย้ำรักเด็กเลี้ยง ตอนที่ 1

ควันสีดำลอยออกมาจากปล่องเล็กเหนือเมรุเผาศพ ทางด้านล่างมีเด็กสาวคนหนึ่งใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเธอกำลังมองควันไฟที่ลอยออกไปและไม่นานมันก็สลายไปกับอากาศเหมือนกับความรู้สึกของตนเองตอนนี้ที่มันกำลังแหลกสลาย ยายพิกุลได้จากเธอไปแล้วมันเป็นการจากที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

เด็กสาวอาศัยอยู่กับคุณยายมาตั้งแต่จำความได้ส่วนมารดาของเธอนั้นเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนเธอมีความสุขดีกับคุณยายในบ้านหลังเล็กๆ ยายของเธอมีอาชีพทำขนมหวานขายที่ตลาดในตัวอำเภอส่วนเธอก็ตื่นแต่เช้าช่วยคุณยายทำขนมก่อนจะไปเรียนหนังสือ

ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาคุณยายของเธอมีอาการป่วยเมื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลก็ได้รับข่าวร้ายว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกและอาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

ในตอนนั้นเธอแอบหวังว่าสิ่งที่คุณหมอบอกอาจจะเป็นแค่การพูดเพื่อให้เธอทำใจเพราะบางคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หลายปีแต่มันก็เป็นจริงอย่างที่คุณหมอบอก คุณยายของเธอป่วยอยู่ไม่ถึงหกเดือนก็จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ ตอนนี้บัวบงกชหรือบัวเด็กสาววัย 16 ปีกำลังรู้สึกเคว้งคว้างเป็นอย่างมากเธอไม่รู้ว่าอนาคตจากนี้จะเป็นยังไงต่อในเมื่อไม่มียายแล้ว

งานศพของคุณยายจัดอย่างเรียบง่ายมีพิธีสวดแค่สองคืนจากนั้นก็มีพิธีเผาศพโดยผู้ใหญ่บ้านและคนในหมู่บ้านต่างช่วยกันจัดพิธีศพให้

หลังจากพิธีเผาศพเสร็จแล้วชาวบ้านก็เดินทางกลับตอนนี้ในศาลาวัดมีเธอผู้ใหญ่บ้านและคุณป้าข้างบ้านและอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอกำลังนั่งปรึกษากับเธียรธวัชและชุติมาเลขาของเขาซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพเพื่อจะมารับตัวบัวบงกชไปอยู่ด้วย

ตอนที่ป่วยยายของเธอได้โทรศัพท์ไปขอร้องชายหนุ่มว่าถ้าหากเธอเป็นอะไรไปก็อยากจะให้เธียรธวัชเข้ามาช่วยดูแลหลานสาวแต่ชายหนุ่มไม่คิดว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันจะเร็วขนาดนี้

ตอนที่ยายพิกุลโทรศัพท์ไปเขาตอบตกลงคุณยายอย่างไม่ลังเลเพราะแต่ก่อนนั้นยายพิกุลเคยทำงานที่บ้านของเขาและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเมื่อมีอะไรที่จะพอตอบแทนท่านได้ชายหนุ่มก็ยินดีจะตอบแทน

ระหว่างที่คุณยายป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลชายหนุ่มก็มีโอกาสได้มาเยี่ยมอยู่หนึ่งครั้งและก็เคยเจอกับบัวบงกชมาแล้ว

เมื่อวันที่คุณยายพิกุลเสียชีวิตผู้ใหญ่บ้านจึงเปิดจดหมายที่ยายฝากไว้ตั้งแต่รู้ตัวว่าป่วยเมื่ออ่านแล้วก็โทรศัพท์ไปบอกเธียรธวัชตามคำสั่งเสียของยายพิกุลที่เขียนไว้

“ผู้ใหญ่คิดว่ายังไงล่ะคะ” อาจารย์ที่ปรึกษาของบัวบงกชถามผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักทั้งบัวบงกชและคุณยายพิกุลเป็นอย่างดี

“จากการที่อ่านจดหมายของคุณยายแล้วผมคิดว่ามันก็เป็นผลดีกับหนูบัวนะ เธอจะได้มีโอกาสร่ำเรียนเพราะถ้าหากอยู่ที่นี่ก็อยู่คนเดียว มันก็น่าเป็นห่วงอยู่มากบ้านของยายก็ไม่ได้แข็งแรงแน่นหนาอะไรอีกทั้งหนูบัวยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย”

“แต่บัวไม่อยากไปจากที่นี่นะคะผู้ใหญ่บัวขออยู่ที่นี่ได้ไหม”

“ถ้าหนูจะอยู่คนเดียวในบ้านหลังนั้นครูว่ามันค่อนข้างจะอันตรายนะ แถวนี้ก็ไม่มีหอพักให้นักเรียนอยู่ด้วยสิ” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดด้วยความเป็นห่วงลูกศิษย์

“ผมถามคุณหน่อยนะครับคุณเธียรถ้าคุณพาหนูบัวไปอยู่ที่กรุงเทพคุณจะให้เธออยู่ที่ไหน อยู่บ้านหลังเดียวกับคุณหรือเปล่า ขอโทษนะครับที่ผมต้องถามเพราะหนูบัวเป็นผู้หญิงและคุณก็เป็นผู้ชายถ้าต้องไปอยู่บ้านหลังเดียวกันผมก็เกรงว่ามันจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่”

“บ้านของผมไม่ได้มีผมอยู่คนเดียวหรอกครับยังมีน้องสาวของผมอยู่อีกด้วย แต่ผมคิดว่าถ้าบัวยอมเข้าไปเรียนที่กรุงเทพจริงๆ ผมอยากให้เธอเรียนที่โรงเรียนประจำนะครับ เพราะบ้านของผมมันค่อนข้างไกลจากโรงเรียนอีกอย่างการอยู่โรงเรียนประจำก็เธอจะทำให้เธอมีเพื่อนด้วย”

“ครูเห็นด้วยกับคุณนะการที่ให้บัวไปอยู่โรงเรียนประจำบัวจะได้มีเพื่อนใหม่ๆ และจะได้ไม่ต้องเหงา”

“แล้วบัวต้องอยู่ตลอดเลยเหรอคะ”

“ไม่หรอก ช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดก็กลับมาอยู่ที่บ้าน”

“ครูว่ามันก็ดีนะ วันธรรมดาหนูก็อยู่โรงเรียนกับเพื่อนๆ พอวันหยุดก็กลับมาใช้ชีวิตข้างนอกหวังว่าคุณเธียรคงมีเวลาไปรับเธอนะคะ”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับผมจะรับเธอกลับมาอยู่ที่บ้านตามที่โรงเรียนกำหนดครับ ตั้งแต่ที่คุณยายติดต่อไปผมก็ให้เลขาดูไว้หลายโรงเรียน แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้บัวเป็นคนตัดสินใจอีกทีว่าอยากจะเรียนที่โรงเรียนไหน”

“คุณเธียรคะบัวว่าโรงเรียนประจำค่าใช้จ่ายมันจะต้องแพงมากๆ แน่เลยบัวเรียนโรงเรียนวัดใกล้ๆ บ้านก็ได้นะคะ”

“ไม่ได้นะบัว คุณยายเธอสั่งเสียไว้ว่าอยากให้เธอได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดและฉันก็รับปากคุณยายเธอไว้แล้ว” เธียรธวัชไม่อยากเป็นคนผิดคำพูดที่ให้ไว้กับคุณยายพิกุลอีกอย่างเขาก็รู้สึกเอ็นดูบัวบงกชอยู่มาก

“ผมถามหน่อยนะครับคุณเธียรทำไมคุณถึงยอมจะรับบัวไปเป็นเด็กในปกครองครับทั้งๆ ที่คุณไม่ใช่ญาติของบัวเลย” ผู้ใหญ่บ้านถามเพราะเท่าที่รู้ยายพิกุลไม่เคยมีญาติที่ไหนญาติทางพ่อของบัวก็ไม่ได้ติดต่อกัน

“เพราะยายพิกุลเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กครับ พ่อกับแม่ผมทำงานยุ่งมากๆ ถ้าผมไม่มียายพิกุลช่วยเลี้ยงดูผมก็คงแย่เหมือนกัน พอตอนนี้ผมพอจะตอบแทนท่านได้ผมก็ยินดีจะทำครับ”

“แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะ ถ้าเรียนโรงเรียนเอกชนแบบนั้นค่าใช้จ่ายต้องแพงมากๆ เงินที่คุณยายได้จากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้านมันก็ไม่มากเท่าไหร่”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของบัว ส่วนเงินที่บัวได้จากคุณยายก็ให้บัวเก็บไว้ใช้เป็นการส่วนตัว”

“แต่บัวยังไปอยู่กับคุณตอนนี้ไม่ได้หรอกนะคะ มันยังไม่ปิดเทอมเลยนะคะ ถ้าบัวเข้าไปเรียนกลางเทอมแบบนี้คงเรียนไม่ทันเพื่อนค่ะ”

“ฉันจะให้เธอเรียนที่นี่จนจบเทอมจากนั้นเทอมสองก็ค่อยย้ายเข้าไปเรียนในกรุงเทพระหว่างนี้คงต้องฝากคุณครูกับผู้ใหญ่บ้านและคุณป้าช่วยดูแลบัวก่อนได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ ป้าจะคอยดูแลให้บ้านป้ากับบัวก็อยู่ติดๆ กัน” ป้าจวนที่เป็นเพื่อนบ้านของบัวบงกชรีบรับปาก

“แต่ถ้าบัวไม่อยากจะอยู่ที่บ้านหนูจะไปอยู่กับครูที่บ้านพักครูก็ได้นะ”

“ขอบคุณค่ะครูแต่บัวอยู่ได้ค่ะ”

“ถ้ามีอะไรหนูโทรหาครูได้ตลอดนะบัว”

“ขอบคุณค่ะครู”

อ่านต่อ

สารบัญ ขย้ำรักเด็กเลี้ยง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ลู่เหยี่ยนจืออย่างไร้ค่า แม้เขาจะนอกใจไปมีลูกกับคนรักเก่าเธอก็ยังทน แต่ในวันจดทะเบียนสมรส เขากลับทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้น ความเจ็บปวดสะสมทำให้เธอตัดสินใจหันหลังให้ความสัมพันธ์นี้อย่างเด็ดขาด และเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับชายคนอื่น ทว่าเมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอเป็นของคนอื่น เขากลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อตามตื้อขอโอกาสอย่างบ้าคลั่ง แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจหมดรักไปแล้วทำเพียงตอบกลับด้วยความรำคาญใจ และเตือนไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนที่มีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบู หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีที่ต้องเผชิญวิกฤตตกงานอย่างกะทันหัน ได้รับตั๋วขึ้นเรือสำราญสุดหรูมาแบบฟรี ๆ เธอหวังใช้ทริปนี้เพื่อพักกายใจ แต่โชคชะตากลับนำพาให้ได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยที่ลุ่มหลงในความงามสะดุดตาของเธอ เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจและครอบครองเธอให้ได้ ทว่าหลังจากที่เขาสมความปรารถนาและคิดจะทิ้งขว้างเธอไปอย่างไม่ใยดี อาเชอร์กลับพบว่าตัวเองติดอยู่ในบ่วงอารมณ์ที่ยากจะถอนตัว ความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะตัดใจปล่อยเธอไปได้
ภาพปกนิยายเรื่อง รอรักกลับมา
8.9
ตลอดเวลาสามปีของการแต่งงาน ซูป้านเซี่ยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลมู่หนานจืออย่างดีที่สุด แต่เธอกลับได้รับเพียงความเย็นชาตอบแทน และเมื่อหญิงคนรักเก่าของเขาหวนกลับมา จุดแตกหักก็มาถึงจนเธอเลือกที่จะขอหย่าขาด แม้เขาจะดูถูกว่าไม่นานเธอจะต้องซมซานกลับมาขอร้องเขา แต่ซูป้านเซี่ยกลับก้าวสู่อิสรภาพครั้งใหม่ในบาร์หรูพร้อมเปิดตัวชายคนใหม่เคียงข้างอย่างสง่างาม ปล่อยให้มู่หนานจือที่เคยทะนงตนต้องเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขาทุกอย่าง บัดนี้ไม่มีวันเหลียวหลังกลับมามองเขาอีกแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ยักษ์ครุฑี
8.0
กษัตริย์อสุรานามพระสุวรรณเมฆาได้เข้าช่วยเหลือครุฑีสาวตนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดใจยักษ์หนุ่มอย่างลึกซึ้ง ในขณะนั้นกองทหารครุฑาได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมบีบบังคับให้ส่งตัวนางกลับคืนไป แต่จอมราชันแห่งยักษ์กลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัวและพร้อมที่จะปกป้องนางอย่างสุดกำลัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามข้ามเผ่าพันธุ์อันนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจึงต้องยอมใช้มหิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่เข้าหักหาญกับศัตรูเพื่อปกป้องชีวิตของครุฑีในอ้อมแขนให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง แสงใต้เงา [ Chance Below Shadow ]
9.1
น้ำแข็งได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการสวมรอยเป็นหญิงสาวผู้ล่วงลับที่มีหน้าตาคล้ายเธออย่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้ง่ายดายเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับไมล์ ชายหนุ่มผู้ยังคงจมดิ่งอยู่กับความรักครั้งเก่าที่สูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาคอยทำร้ายจิตใจและมองเธอเป็นเพียงตัวแทนของอดีตคนรักเท่านั้น นอกจากนี้น้ำแข็งยังถูกบีบบังคับให้ต้องอาศัยอยู่ร่วมห้องกับเขาเพื่อตอบแทนพระคุณและสร้างความสบายใจให้กับมารดาของเธอ แม้ว่าหัวใจของเธอจะเริ่มสั่นคลอนไปกับเสน่ห์ของไมล์ตั้งแต่แรกพบ แต่ความไร้หัวใจที่เขาแสดงออกกลับกลายเป็นกำแพงสูงชัน ทำให้น้ำแข็งต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะยอมทนจมอยู่ใต้เงาของคนอื่นต่อไป หรือจะมีใครสักคนเข้ามาช่วยนำทางชีวิตของเธอให้ออกไปพบกับแสงสว่างที่แท้จริง
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์