APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เพียงรัก

เพียงรัก

จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อฝ่ายหนึ่งยอมทุ่มเทความรักและความภักดีให้หมดทั้งใจ แต่กลับได้รับเพียงความเฉยชาที่ไร้ค่าตอบแทน ขณะที่อีกฝ่ายมองความสัมพันธ์นี้เป็นแค่เรื่องของความใคร่และความปรารถนาทางกาย โดยไม่เคยคิดจะมอบความจริงใจหรือใส่ใจความรู้สึกของคนข้างกายเลยแม้แต่น้อย เมื่อหัวใจสองดวงก้าวเดินไปในทิศทางที่แตกต่างกันตั้งแต่แรกเริ่ม บทสรุปสุดท้ายของความรักที่เต็มไปด้วยรอยร้าวลึกครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร มีเพียงเขาทั้งคู่เท่านั้นที่จะเป็นผู้ค้นหาคำตอบใน เพียงรัก
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

"แม่ขา" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กวัย 3 ขวบ ร้องเรียกผู้เป็นแม่พร้อมกับวิ่งโผลเข้ากอดจนผู้เป็นแม่เกือบจะหงายหลัง เพราะเจ้าตัวน้อยเล่นทิ้งน้ำนักตัวทั้งหมดไปที่แม่ของตน

"ว่าไงคะคนเก่งของแม่ วันนี้ดื้อไหมคะ" ผู้เป็นแม่เอื่อยถามสาวน้อยแก้มซาลาเปาตรงหน้า พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้และหอมแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวตัวแสบไปหลายฟอด

"ไม่ดื้อเลยค่ะ มีแต่เพื่อนที่ดื้อ" เจ้าตัวแสบรีบโบ้ยความผิดให้เพื่อนทันที

"จริงเหรอคะ แม่เชื่อหนูได้แค่ไหนเนี่ย" ร่างบางเอ่ยถามลูกน้อยในอ้อมกอดของตน ใช่ว่าตนจะไม่รู้ฤทธิ์ของแม่สาวน้อยคนนี้

"จริงๆ คะ" เจ้าตัวยังคงยืนยันอย่างนักแน่นว่าตนเองนั้นไม่ได้ดื้อเลยซักนิด

"โอเค จริงก็จริง"

"แม่ขาหนูหิวแล้วอ่ะ" และหลังจากที่กลับมาจากโรงเรียนเจ้าต้วน้อยก็เป็นต้องหิวทุกที นี่แหละเด็กกำลังโต "งั้นเราเข้าบ้านไปหาคุณยายกันดีกว่า ป่ะ" ว่าจบ ร่างบางก็จูงมือลูกน้อยเข้าบ้าน เพื่อพาตัวแสบไปหาของกินทันที

"ยายจ๋า หนูหิวจังเลย" พอเดินเข้ามาในครัวเห็นคุณยายกำลังเอาขนมที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ก็สะบัดมือของตนออกจากมือของแม่ทันทีและวิ่งเข้าไปเกาะขาของคุณยายเพื่ออ้อนขอกินขนม

"พอดีเลย ยายเพิ่งอบขนมเสร็จ หนูไปนั่งรอยายที่โต็ะนะ เดี๋ยวยายเอาให้"

"รับทราบค่ะ" เด็กน้อยรับคำพร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะก่อนจะวิ่งไปนั้งรอตามที่คุณยายบอก

"เดินเอาก็ได้ลูก เดี๋ยวก็ล้มหรอก" ร่างบางว่าก่อนจะหันไปคุยกับแม่ของตน

"งั้นญาฝากเจ้าตัวเล็กด้วยนะแม่ เดี๋ยวเข้างานสาย" "ไปเถอะไม่ต้องห่วง" ว่าจบทั้งสองก็แยกย้าย ร่างบางเดินขึ้นชั้นบนเพื่อไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปทำงาน ส่วนแม่ของตนก็เอาขนมไปให้หลานสาวสุดที่รักกิน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ร่างบางก็เดินลงมาจากชั้นบนและเดินไปบอกลาลูกน้อยก่อนไปทำงาน

"แม่ไปทำงานแล้วนะคะ อย่าดื้อกับคุณยายนะรู้ไหม" ร่างบางยังไม่วายสั่งเจ้าตัวน้อยที่ยืนหน้ามุ้ยอยู่ข้างคุณยาย

"หนูไม่ดื้อซะหน่อย ไม่เชื่อแม่ถามยายดูเลย" เจ้าตัวทำแก้มพองลมเมื่อแม่พูดเหมือนตัวเองเป็นเด็กที่ดื้อมาก "จ้า ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ จุ๊บ" ร่างบางหอมแก้มลูกอีกครั้งก่อนจะหันไปพดูกับแม่ของตน

"ญาไปแล้วนะแม่"

"จ้า" ร่างบางทำงานหลางคืนอยู่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งแถวบ้าน ด้วยเหตุผลที่อยากอยู่ใกล้ลูก ถึงแม่ว่ารายได้จะไม่เยอะแยะอะไร แต่ก็พออยู่พอกิน และแน่นอนว่าการทำงานกลางคืนย่อมต้อมมีข้อเสียมากกว่าข้อดี ข้อแรกเลยก็คือ คนส่วนมากจะมองพวกเขาเป็นเด็กขาย ส่วนอีกข้อคือ ไม่สามารถเลี่ยงไม่ให้โดนลวนลามได้ แต่อย่างน้อยตนก็โชคดีที่มีเจ้านายดี มีเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก

"อ้าวญา ทำไมวันนี้มาเร็วจังล่ะ ไม่ได้ไปรับลูกเหรอ?" ก้อง เพื่อนสาวประเภทสองที่ทำงาาเป็นเด็กเสิร์ฟเอ่ยถามขึ้น

"ไม่ต้องแล้วล่ะ แม่เราให้ไป-กลับรถโรงเรียนเอาน่ะ แม่แกกลัวเราจะมาทำงานไม่ทัน" ร่างบางบอกก่อนจะขอตัวไปทำงานของตน เพราะเด็กเสิร์ฟแต่ล่ะคนมีหน้าที่ที่ต้องทำก่อนร้านจะเปิด นั่นก็คือทำความสะอาดโซนที่ตัวเองรับผิดชอบ ร่างบางใช้เวลาทำความสะอาดโซนของตัวเองไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมานั้งพัก ร้านเหล้าแห่งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไร แต่ก็มีสวัสดิการให้กับลูกจ้างเหมือนกับร้านใหญ่ๆ บางร้าน นั่นคือมีอาหารให้สองมื้อ มีวันหยุดอาทิตย์ละ 1 วัน เข้างานสายได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง เงินเดือนก็ได้ตามมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำ แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับคนที่จบแค่ ม.6 อย่างตน

"ญา ได้เวลากินข้าวแล้ว ป่ะ" เป็นก้องนั่นเองที่เดินมาตามร่างบางไปกินข้าว

"อืม" ร่างบางขานรับเบาๆ ก่อนจะลุกเดินตามเพื่อนสาวไป

"อื้อหือ วันนี้กระเพราไข่ดาวด้วย ของโปรดพี่เลย" เจน เพื่อนร่วมงานอีกคนเอ่ยขึ้น และเมื้อเหล่าพนักงานทั้งหมดกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็เข้าประจำโซนของตัวเองเพื่อรอบริการลูกค้าที่มาใช้บริการ และอย่างที่บอกว่าร้านนี้ไม่ใช่ร้านเหล่าที่ใหญ่อะไร จึงมีพนักงานไม่มาก มีผู้จักการร้าน 1 คน พีอาร์ 2 คน เด็กเสิร์ฟ 5 คน แม่ครัว 3 คน และคนรับรถอีก 2 คน และพวกเขาทั้งหมดคือเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของร่างบาง ยกเว้นผู้จัดการกับพีอาร์ดท่านั้นที่ไม่ใช่เพื่อนและตนไม่สนิทด้วย แต่คนที่ร่างบางสนิทด้วยที่สุดก็จะเป็นก้อง เจน และภูมิ นอกนั้นก็จะทักทายกันปกติ แน่นอนว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนรู้ว่าตนนั้นมีลูกแล้ว แต่ก็คิดว่าตนนั้นคงจะไปทำผู้หญิงท้องแล้วเลิกรากันไปจนต้องเอาลูกมาเลี้ยงเอง ซึ่งร่างบางก็ปล่อยเลยตามเลยไม่คิดจะอธิบายอะไร จะมีก็แต่คนที่สนิทกับตนจริงๆ จะรู้ว่าเด็กคนนั้นตนเป็นคนอุ้มท้องและคลอดออกมาเอง

"โอ้ยเหนื่อยจัง ทำไมวันนี้ลูกค้าถึงได้เยอะแบบนี้ ไปอดอยากปากแห้ง เสี้ยนเหล้ามาจากไหนกัน" เจนบ่นขึ้นหลังจากที่เก็บกวาดทำความสะอาดร้านเรียบร้อยแล้ว มือหนึ่งถือขวดน้ำอีกมือสางผมที่ยุ่งเหยิงของตน "แกจะบ่นทำไมคะนังชะนี ลูกค้าเยอะก็ดีแล้วไง" ก้องพูดอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะก็ทำให้เขาได้ทิปเยอะไปด้วย

"จริงของก้องมัน" ภูมิพูดเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย ขนาดตนที่เป็นแค่เด็กรับรถยังได้ทิปมาไม่น้อยเลย

"พวกแกมันไม่เข้าใจสุนทรียะของหญิงสาวผู้บอบบางอย่างฉัน" เจนโอดครวญออกมาเมื่อโดนเพื่อนๆ รุมบ่นให้ตร

"แกมันเทยถึกอีก้อง ส่วนแกเป็นผู้ชายไม่ได้เรื่องไอ่ภูมิ" "พาลนี่หว่า" ภูมิพูดด้วยสีหน้างงๆ ทำไม่แค่นี้ต้องว่ากันด้วยวะ

"นั่นดิ พาลเนาะภูมิเนาะ"

"พอได้แล้ว ไหนบอกว่าเหนื่อย พูดมากไม่เหนื่อยกันรึไง" ร่างบางพูดขึ้นหลังจากที่มองดูเพื่อนโต้เถียงกันไปมา

"นี่แก่ว่าฉันพูดมากเหรอญา" เจน ก้อง และภูมิพูดออกมาอย่างพร้อมเพียงเมื่อร่างบางพูดจบ

"เออ ชัดยัง"

"ชัด" ทั้งสามตอบเบาๆ

"นี่พวกเธอ เราจะไปถนนคนเดินไปด้วยกันไหม" เพื่อนร่วมงานคนนี้เป็นพีอาร์ของร้าน ความสวยจัดว่าอยู่ในระดับหน้าตาดีเลยทีเดียง

"ไม่เป็นไร เกรงใจ พวกเธอไปกันเถอะ" ก้องพูดปฏิเสธไปทันที

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก วันนี้เราได้ทิปเยอะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าว ไปเถอะนะ ไปด้วยกันหลาย ๆ คนสนุกดี"

"ไว้โอกาสหน้าดีกว่านะ วันนี้เรามีธุระแล้ว" ร่างบางรู้ว่าเพื่อนไม่ชอบพีอาร์ทั้งสองคนนี้ตนจึงพูดปฏิเสธไปเมื่อเห็นว่าทั้งก้องและเจนเริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว

"งั้นเหรอ น่าเสียดายจังไม่เป็นไรจ๊ะ ครั้งหน้าก็ได้เนาะ งั้นเราไปก่อนนะ บ๊ายบาย" หลังจากทีาพีอาร์ทั้งสองจากไป ก้องและเจนก็หันไปทำตาขวางใส่ร่างบางทันที "ญา แกไปพูดแบบนั้นกับมันทำไม เดี๋ยวครั้งหน้ามันก็มาชวนแกไปอีก" เจนเปิดบทสนทนาจึ้นก่อนที่ก้องจะรับช่วงต่อ

"นั่นสิ แกไม่รู้รึไงว่าสองคนนั้นมันสตอเบอรี่ญี่ปุ่นแค่ไหน"

"เราแค่บอกปัดไปแค่นั้นเอง" ร่างบางพูดขึ้นอย่างเหนื่อยๆ เมื่อเห็นเพื่อนทำท่าเหนื่อยอกเหนื่อยใจก้องและเจนก็ไม้ได้พูดอะไรต่อ

"หายเหนื่อยกันยัง" ภูมิถามขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ถ้าหายเหนื่อยแล้ว ก็กลับบ้านกัน"

"อื้อ ป่ะ" จากนั้นพวกเขาทั้งสี่ก็เดินกลับบ้านพร้อมกัน เนื่องจากบ้านของพวกเขาอยู่ในซอยเดียวกัน ใช้เวลาเดินไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านร่างบางก็ไมาได้นอนทันที เขาจะต้องช่วยแม่ทำกับข้าวไปขายที่ตลาด แรกๆ ก็ไม่ชินหรอก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มจะชินกับวิถีชีวิตแบบนี้ซะแล้ว

"ญาไปนอนได้แล้วลูก อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว" เมื่อเห็นว่าลูกนั่งหาวนางจึงบอกให้ลูกไปนอน เพราะเหลือเก็บกวาดอีกนิดหน่อยก็จะเสร็จแล้ว

"ไม่เป็นไรหรอกแม่ อีกนิดเดียวเอง" ร่างบางบอกแม่ก่อนจะเก็บกวาดเศษขยะใส่ที่โกยแล้วเอาไปทิ้ง

"อ่ะ เสร็จแล้ว"

"งั้นลูกก็ไปนอนได้แล้ว ทำงานมาเหนื่อยๆ ยังต้องมาช่วยแม่อีก"

"แค่นี้ไม่เหนื่อยเลยแม่ สบายมาก" ร่างบางทำท่าเบ่งกล้ามให้แม่ดูว่าตัวเองนั้นแข็งแรงขนาดไหน ทำแค่นี้สบายมาก

"จ้าเก่ง แม่ไปแล้วนะ" ร่างบางมองดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาตีห้ากว่าแล้วจึงยังไม่ไปนอน เตรียมของทำอาหารเช้าให้ลูกสาวตัวน้อยของตน เมื่อทำเสร็จก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ตัวแสบตื่นพอดี ร่างบางจักการอาบน้ำและป้อนข้าวให้ลูกสาวก่อนจะไปส่งที่หน้าบ้านเมื่อรถโรงเรียนมารับ

"หนูไปแล้วนะคะ จุ๊บ" เมื่อบอกลาแม่เสร็จก็วิ่งไปหาคุณครูที่รออยู่ทันที ก่อนรถจะออกตัวเจ้าตัวยังหันมาโบกมือให้ตนอีกด้วย

"บายจ๊ะ" เมื่อรถโรงเรียนเคลื่อนตัวออกไปร่างบางก็หันหลังเดินเข้าบ้านและตรงขึ้นชั้นบนทันที เมื่อเข้ามาถึงในห้องก็ล้มตัวลงนอนและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว อีกด้านหนึ่งที่ประตูรั้วหน้าบ้าน

"ถึงแม้ว่าเขาจะลำบากไปซักหน่อย แต่เขาก็ดูมีความสุขดีนะ ว่าไหม?" ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปถามชายที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง

"ผมคิดถึงญา" แต่ดูเหมือนว่าอีคนจะไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดเลย

"คิดถึงเหรอ แล้วเขาคิดถึงมึงแบบที่มึงคิดถึงเขารึเปล่า" น้ำเสียงที่เปร่งออกมาเต็มไปด้วยความเย้ยยั้นอย่างชัดเจน

"ผมรักญา" เป็นอีกครั้งที่ทำพูดของตนถูกเมิน

"หึ" เมื่ออีกคนไม่สนใจคำพูดของตน ตนก็ไม่มีอะไรจะพูด

"พี่เป็นพี่ผมป่ะเนี่ย" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงพูดถากถางตนอยู่จึงหันไปถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

"เพราะกูเป็นพี่มึงไงถึงได้พูดแบบนี้ มึงจำได้ไม่ว่ามึงทำอะไรกับญาเขาไว้บ้าง มึงจำได้ไหมวันที่เขาเดินจากมามึงพูดว่าไง แล้วทำไมทีตอนนี้บอกว่าคิดถึงเขา รักเขา" เขาพูดดึงสติอีกคนด้วยการพูดถึงอดีตที่คนคนนี้เคยทำไว้กับอีกคนที่เดินเข้าบ้านไปเมื่อครู่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์

"ผมรู้ว่าผมผิด ตอนนี้ผมถึงพยามแก้ไขมันอยู่นี่ไง" "เรื่องของมึงเถอะ กูไม่ขอยุ่ง" ตนพูดตัดบทอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

"พี่จะเอาญากับมาเป็นของพี่เหมือนเดิมให้ได้ ต่อให้ต้องแลกกับอะไรพี่ก็ยอม" พูดจบก็เดินตามอีกคนไปที่รถแล้วขับรถออกไปจากตรงนั้นทันที

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พิษรักแฟนเก่า
7.8
เมื่ออดีตคนรักที่เคยสร้างบาดแผลลึกในใจได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดและความแค้นที่เคยฝังลึกจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาใหม่ ชายหนุ่มผู้เคยทุ่มเทความรักทั้งหมดใจแต่กลับต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานที่ยากจะลืมเลือน ในเมื่อครั้งนี้เธอตัดสินใจก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาด้วยตัวเอง เขาจึงพร้อมที่จะมอบความชอกช้ำและบทเรียนอันแสนสาหัสกลับคืนไป เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับความเจ็บปวดรวดร้าวเจียนตายแบบเดียวกับที่เขาเคยพบเจอมาในอดีตอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์กลของคนรักเก่า
8.6
จากค่ำคืนในงานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ที่เปลี่ยนผันชีวิตไปตลอดกาล วลัญช์ถูกต้อนให้จนมุมจนต้องยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมจากพระพาย ชายหนุ่มสุดฮอตผู้แสนอันตรายของมหาวิทยาลัย เขาตั้งกฎเหล็กอันแสนเย็นชาว่าเธอต้องมาพบเขาทุกครั้งที่เขาต้องการ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือห้ามมีความรักและห้ามเรียกร้องสิ่งใดเด็ดขาด ซึ่งเป็นกฎที่ผู้หญิงทุกคนพร้อมสยบยอม ทว่าสำหรับวลัญช์ที่ไม่ได้คิดจะครอบครองหัวใจของเขามาตั้งแต่แรก เริ่มเกิดความเคลือบแคลงใจและตั้งคำถามว่า เหตุใดเธอจึงต้องยอมก้มหัวทำตามคำสั่งเผด็จการไร้เหตุผลของเขาด้วย
ภาพปกนิยายเรื่อง กริชเพียงขิม
9.0
เมื่อความต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นความรัก ภัคธีมาจึงต้องเผชิญกับการกีดกันจาก ศาสตรา ภูวเดชาธร เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเชียงใหม่ พี่ชายของชายคนรักที่ทำทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน แม้หญิงสาวจะพยายามหลบหนีจากเอื้อมมือของเขา แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชายใจร้ายคนนี้อย่างไม่มีทางเลือก ทว่าในระหว่างที่ความเกลียดชังและการต่อต้านดำเนินไป บ่วงเสน่หาที่เขาสร้างขึ้นกลับค่อยๆ ผูกมัดหัวใจของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อถึงวันที่เธอได้รับอิสรภาพกลับคืนมาตามต้องการ การหักห้ามใจไม่ให้รักเขาซ้ำยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณกู่ เลิกด่าผมได้แล้ว เมียผมเสียแล้ว
9.6
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา หร่วนชิงเซี่ยยอมทนกับความเย็นชาและพฤติกรรมนอกใจของกู้ชิงซูมาโดยตลอด แม้กระทั่งตอนที่เขาพาสาวอื่นเข้ามาในบ้าน เธอก็ยังเลือกที่จะให้อภัยเสมอ นั่นเป็นเพราะเขามีใบหน้าและดวงตาที่คล้ายคลึงกับชายในความทรงจำของเธออย่างมาก ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่ออุบัติเหตุร้ายแรงทำให้ใบหน้าของเขาต้องเสียโฉมและมีรอยแผลเป็นไปตลอดกาล เธอจึงเลือกที่จะทิ้งเขาไปอย่างไยดีอย่างกะทันหัน จนทำให้กู้ชิงซูต้องยอมคุกเข่าเพื่ออ้อนวอนขอเหตุผลเบื้องหลังการจากไปในครั้งนี้ ก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบแสนเจ็บปวดรวดร้าวกลับมาว่า ความผิดพลาดของเขานั้นได้ทำให้คนที่เธอรักอย่างสุดหัวใจต้องตายซ้ำเป็นครั้งที่สอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ตรารักลิขิตบาป
8.2
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนระหว่าง 'คนึงนิจ' และมหาเศรษฐีหนุ่มอย่าง 'เขตแดน' นำไปสู่การตั้งครรภ์ที่ไม่ได้คาดคิด ทว่าทารกในครรภ์กลับมาพร้อมกับพลังลี้ลับเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวพันกับอดีตชาติอันเป็นปริศนา แม้จะเต็มไปด้วยความกังวลใจในสถานะของตัวเอง แต่เขตแดนกลับคอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าเธอและลูกคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ความใกล้ชิดและหน้าที่ความรับผิดชอบค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักแท้ที่ผูกพันหัวใจของทั้งสองคนไว้ด้วยกันในชาตินี้ ท่ามกลางอุปสรรคจากเรื่องราวลึกลับในภพเก่าที่ตามมาบทพิสูจน์รักครั้งสำคัญ
ภาพปกนิยายเรื่อง กลลวงลูกพันล้าน ของสามีฉัน
9.5
ชีวิตแต่งงานสิบห้าปีกับทายาทหมื่นล้านต้องพังทลายลง เมื่อฉันยอมทิ้งฝันเรื่องการมีลูกเพราะคำสาปร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงในตระกูลของเขาตอนคลอดบุตร ทว่าเมื่อคุณปู่ใกล้สิ้นลมและต้องการคนสืบทอดมรดก สามีจึงจ้างหญิงอุ้มบุญที่มีหน้าตาเหมือนฉันตอนวัยรุ่นมาทำหน้าที่แทน โดยเขาอ้างว่าทำเพื่อปกป้องชีวิตฉัน แต่แท้จริงแล้วมันคือแผนลวง เมื่อเขาเริ่มทิ้งฉันไปหาเธอแทบทุกคืน อ้างว่าต้องดูแลสภาพจิตใจ จนละเลยวันสำคัญของเราไปจนหมดสิ้น