APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ข่มรักเมียแต่ง

ข่มรักเมียแต่ง

ชีวิตคู่ที่ควรจะเริ่มต้นด้วยความสุขกลับกลายเป็นฝันร้ายตั้งแต่คืนวันแต่งงาน เมื่อสามีที่ตีตราเป็นเจ้าของร่างกายเธอกลับไม่ได้มอบความรักให้เลยแม้แต่น้อย วันเวลาผ่านไปด้วยความทรมานจากการถูกเขาคอยจับผิดและสาดส่องถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ใยดี แม้เธอจะมีฐานะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เขากลับใช้ความระแวงเป็นกรงขังคอยทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี ตอกย้ำให้รู้ว่าเธอไม่มีวันหลุดพ้นจากความเกลียดชังนี้ได้เลย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทนำ

หนึ่งปีที่แล้ว

“ผมไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน นอกจากเมจิแฟนผม!” ชายหนุ่มโพล่งขึ้นเสียงดุดัน ใบหน้าอันหล่อเหลาฉายแววเกรี้ยวโกรธ นัยน์ตาคมกริบจ้องผู้เป็นพ่อตาเขม็ง

“แต่แกต้องแต่งกับลูกสาวของคุณทัศ เขามีพระคุณกับครอบครัวเรา!”

“หึ ๆ มีพระคุณ?” เจ้าของใบหน้าหล่อแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบออกมาอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้ากวนอารมณ์ ตามด้วยประโยคอันร้ายกาจ “แต่ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ จนต้องเอาลูกสาวมาเร่ขายเพื่อชดใช้แทนเนี่ยนะ ยัยเด็กนั่นก็คงระริกระรี้อยากแต่งงานกับผมจนตัวสั่น ถึงได้ยอมพ่อตัวเองเอาง่าย ๆ”

“หุบปากเน่า ๆ ของแกซะ! ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหนูมีนา ถ้าแกยังดื้อด้าน ทุกอย่างที่เป็นของแกหรือแม้กระทั่งผู้หญิงคนนั้น ฉันจะทำลายมันทิ้งให้หมด แกเองก็รู้จักนิสัยฉันดีนะ เพราะฉะนั้นก็คิดเอาเองว่าจะแต่งหรือไม่แต่ง!” ชายวัยกลางคนยื่นคำขาดด้วยถ้อยคำข่มขู่ และเมื่อจบประโยค จึงเดินหนีไปทันที ปล่อยให้ลูกชายได้ไตร่ตรองถามไถ่ตัวเอง

ฮัททสึกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นปูดนูนขึ้นมา พลางกัดกรามดังกรอด~ จนเห็นเป็นสันกรามเด่นชัด อารมณ์เดือดดาลภายในใจปะทุหนักกว่าเดิมเมื่อฟังประโยคของผู้เป็นพ่อ หัวใจแกร่งบีบรัดแน่นจวนปวดหนึบยามที่ต้องห่างเหินจากคนรัก หนำซ้ำยังถูกบังคับแต่งงานกับเด็กที่มีอายุเพียงสิบเจ็ดปี คราวนี้คงจนมุมแล้วจริง ๆ หากผู้เป็นพ่อไม่ใช้คนรักเข้ามาต่อรองก็อย่าหวังว่าตนจะยอม

วันแต่งงาน (ประเทศญี่ปุ่น)

“อึก~ฮืออ~” หญิงสาวในชุดแต่งงานชิโรมุคุสีขาว สวมกอดผู้เป็นแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนักในห้องรับรองบ้านของฝ่ายเจ้าบ่าว “นา...ไม่อยากแต่งงาน...อึก~”

“แม่ขอโทษนะลูกที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย“ ฝ่ามือหยาบของผู้เป็นแม่ลูบหลังปลอบประโลมลูกสาวด้วยหัวใจที่แทบแตกสลาย ยามเห็นหัวแก้วหัวแหวนต้องเจ็บปวดร้องไห้เพราะต้องฝืนใจ” ลูกสาวของแม่เก่งอยู่แล้วเนอะ แม่เชื่อว่าทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นนะลูกรัก“ สองมือประคองใบหน้าหวานที่เลอะเปรอะเปื้อนด้วยเม็ดน้ำตาขึ้นมา พลางใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน

แกร๊ก~

ขณะเดียวกันบานประตูก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างใหญ่ของชายวัยกลางคน “หยุดร้องได้แล้วยัยมีนา พิธีงานแต่งใกล้เริ่มแล้ว”

“ไม่ร้องแล้วนะลูก”

หญิงสาวพยักหน้าให้ผู้เป็นแม่อย่างเข้าใจ แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง จากนั้นเธอจึงเดินคล้องแขนผู้เป็นพ่อเข้ามาในพื้นที่แท่นบูชาหน้าบ้านฝ่ายชาย เพื่อทำตามขนบธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น ณ สถานที่ตรงนี้ ไม่มีแขกคนอื่นร่วมด้วย มีเพียงเหล่าลูกน้องที่ยืนเฝ้าตามจุดบริเวณบ้าน เพราะงานถูกจัดขึ้นเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น เนื่องจากเจ้าสาวยังอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ จึงยังไม่ต้องการจัดงานให้เอิกเกริก

“ไปรับน้องมานั่งสิ” เมื่อลูกชายยังนิ่งเฉยเอาแต่นั่งทำหน้าเคร่งขรึมไร้อารมณ์ ผู้เป็นพ่อจึงเดินเข้ามากระซิบสั่ง

ฮัททสึไม่ตอบแต่ดันตัวลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าเข้าหาเจ้าสาวด้วยท่าทางขึงขัง แววตาคมจ้องมองหญิงสาวตาเขม็ง พลางกัดฟันแน่นข่มอารมณ์จนเห็นสันกรามปูดนูนชัดเจน แม้ว่าเธอคนนั้นจะสวยน่ารักมากแค่ไหนก็ตาม แต่กลับไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มหลงใหลได้เลยแม้แต่น้อย

หมับ!

“อ๊ะ!” มือใหญ่กระชากต้นแขนเล็กออกจากท่อนแขนแกร่งของชายวัยกลางคนแล้วบีบรัดอย่างแรง จนหญิงสาวต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บแปลบราวกับกระดูกจะแตกหัก เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกในงานแต่ง ชายหนุ่มก็แสดงท่าทางป่าเถื่อน โดยไม่สนใจสายตาของใครหลายคู่ที่จ้องมองมา

ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวหนักกว่าเดิม เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันคู่นั้น จนเผลอลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอโดยอัตโนมัติ หนำซ้ำดวงตาสุกใสยังเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาจวนจะหลั่งไหลออกมาเต็มที

“เจ็บไหมลูก” ทัศเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่สามารถต่อว่าลูกชายของเจ้าหนี้ได้ แม้ภายในใจจะเจ็บแค้นแทนลูกสาวมากเพียงใดก็ตาม

มีนาไม่ได้ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นพ่อเท่านั้น

“แม่ง! ” ฮัททสึสบถถ้อยคำหยาบคายออกมาอย่างรำคาญ ทั้งที่มือใหญ่ยังบีบต้นแขนของหญิงสาวแน่น “ทำตัวน่าสงสารอยู่ได้ รำคาญสัส!”

“แกอย่ามาทำตัวต่ำทรามนะไอ้ฮัท!” คาทสึทนไม่ไหว รีบเร่งเข้ามาปรามลูกชายตัวดี

ฮัททสึดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วปล่อยมือออกจากต้นแขนหญิงสาว โดยไม่ตอบโต้ผู้เป็นพ่อ ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้าแท่นพิธีเช่นเดิม คาทสึจึงส่ายหัวเอือมระอา

“ขอโทษคุณทัศ คุณปรีดา แล้วก็หนูมีนาด้วยนะครับ”

“ฉันต้องขอโทษด้วยค่ะ เจ้าฮัทคงเครียดเรื่องงานน่ะค่ะ” จีน่าแก้ต่างให้ลูกชายต่อจากสามีด้วยความเกรงใจ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นลูกหนี้ก็ตาม แต่พวกเขาก็เคยช่วยชีวิตเธอและสามีเมื่อหลายปีก่อนครั้งไปคุมงามที่บริษัทประเทศไทย

“ผมเข้าใจครับ”

“หนูมีนาไม่เป็นอะไรนะลูก”

“ค่ะ” มีนาตอบรับอย่างสุภาพ ทั้งที่ภายในใจเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและสิ้นหวัง ไม่ทันได้ใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นก็ต้องมีสามีเป็นตัวเป็นตนตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี หนำซ้ำยังต้องมารับมือกับสามีที่ดูท่าทีเขาคงเกลียดและไม่ชอบเธอมากเช่นกัน ดูจากการกระทำรวมถึงวาจาเมื่อสักครู่

เวลาต่อมา...

เมื่อทำพิธีข้างต้นเสร็จเรียบร้อยจึงดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ที่ทั้งคู่ต้องสวมแหวนแต่งงานให้กัน

“ฮัททสึหยิบแหวนในกล่องใส่ให้น้องสิลูก” จีน่าบอกเจ้าลูกชาย เมื่อฮัททสึเอาแต่นั่งทำหน้าถมึงทึงบ่งบอกถึงความไม่เต็มใจอย่างเปิดเผย แต่ก็ยอมหยิบแหวนจากกล่องตามคำของผู้เป็นแม่

กึก!

มีนานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เมื่อถูกมือใหญ่กระชากมือเพื่อสวมแหวน หนำซ้ำยังบีบแน่นราวกับต้องการให้แหลกละเอียด เธอได้แต่ข่มอาการเหล่านั้นไว้แล้วเงยหน้าจ้องคนใจร้ายอย่างเกลียดชัง โดยที่อีกคนไม่แม้แต่จะชายตามองมาที่เธอ

“มีนาสวมแหวนให้พี่เลยลูก” ปรีดาบอกลูกสาว

มีนาหยิบแหวนและสวมให้ฮัททสึ ก่อนจะจิกเล็บลงหลังมือเพื่อเป็นการเอาคืน ทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นจ้องเขม็งส่งสายตาอำมหิตมาให้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เธอก็ไม่สนใจเลือกที่จะเบือนหน้าหนีแทน

หลังจากจบสิ้นพิธีตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น ทุกคนจึงเข้ามารวมตัวกันอยู่ในห้องอาหารเพื่อพูดคุยกันตามประสา

“ตามที่ตกลงกันไว้นะครับ เมื่อไหร่ที่หนูมีนาอายุครบสิบแปดปี ผมจะให้ทั้งสองย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังเดียวกันที่ประเทศไทย หลังจากที่เจ้าฮัทไปรับตำแหน่งประธานบริษัทที่นู่น” คาทสึย้ำข้อตกลงอีกครั้งกับครอบครัวอีกฝ่าย ซึ่งครอบครัวของพวกเขาต่างก็พูดภาษาไทยกันได้อย่างคล่องแคล่ว

ในขณะที่ลูกชายและลูกสะใภ้เอาแต่นั่งอยู่เงียบ ๆ ไม่มีใครหยิบจับอาหารตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งสีหน้าทั้งคู่อมทุกข์ไม่ต่างกัน

“ครับ คุณคาทสึ” ทัศตอบรับ

“ระหว่างนี้ผมจะให้เจ้าฮัททสึรับตำแหน่งรองประธานที่นี่หนึ่งปี รอจนกว่าหนูมีนาจะอายุครบสิบแปด ผมจะส่งตัวเจ้าลูกชายผมไปที่เมืองไทยทันทีครับ” คาทสึอธิบายต่อ

“สำหรับผมยังไงก็ได้ครับ ตามที่ตกลงกันไว้เลย”

“จีว่าเรามาทานข้าวกันดีกว่าค่ะ” ภรรยาของคาทสึเอ่ยขึ้นทุกคนจึงพยักหน้ารับ “ ฮัทลูก ตักอาหารให้น้องสิคะ”

ฮัททสึตักอาหารให้ภรรยาตัวเองที่นั่งอยู่ด้านข้างอย่างไม่เต็มใจ

มีนาระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ อย่างอ่อนจิตอ่อนใจ พยายามกล้ำกลืนฝืนทนยอมจำนนกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้เพื่อตัวเองและครอบครัว

#เวลาต่อมา...

หลังจากส่งบ่าวสาวเข้าหอตามธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศไทย ซึ่งต่อจากธรรมเนียมประเทศญี่ปุ่น จึงเหลือเพียงฮัททสึและมีนาอยู่ในห้องด้วยกันสองคน

“ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย”มีนาพึมพำถามตัวเองอยู่บนเตียงใหญ่ด้วยความกระวนกระวาย หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำจนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว ซึ่งฮัททสึหนีเข้าห้องน้ำตั้งแต่เข้ามาแล้ว

แกร๊ก~

ระหว่างนั้นบานประตูห้องน้ำก็เปิดออก พลันให้หญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดสะดุ้งตัวโหยงตกใจกับเสียง แล้วหันขวับมองด้านหลังโดยอัตโนมัติ ก็เจอกับร่างสูงของฮัททสึที่ยืนอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนส์สีดำ เซตผมหน้าม้าขึ้นอย่างหล่อเหลาเตรียมตัวออกไปเที่ยว ทั้งที่เป็นคืนเข้าหอของตัวเองแท้ ๆ

“มองทำไม!?” เจ้าของใบหน้าหล่อตะคอกถามอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้นสบเข้ากับนัยน์ตาคู่งามที่ฉายแววหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด

“เปล่าค่ะ”

ฟิ้ววว~

แหวนแต่งงานถูกชายหนุ่มโยนมากลางเตียงใหญ่”ฉันให้ เผื่อเธอจะได้เอาไปขายแลกเป็นเศษเงิน”

“ฉันไม่ได้ต้องการ!” มีนาอึ้งอยู่สักพักก่อนจะดันตัวลุกโต้เถียงอย่างไม่พอใจ ยามที่ถูกเขาพูดเชิงดูถูก

“แล้วแต่มึงดิ” ฮัททสึไหวไหล่ ก่อนจะเดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจท่าทางของหญิงสาว ทำเอามีนาถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ ในหัวอยากจะฟาดคนปากหมาหยาบคายด้วยรองเท้าแตะซะเต็มประดา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักหัวใจทมิฬ
9.5
สิงโตยืนจังก้าน่ากลัวดักรอหญิงสาวอยู่ที่ข้างรั้วประตูบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าของเขาดูดุร้าย สายตาดวงเข้มแดงก่ำมันอาจลุกเป็นไฟเผาผลาญร่างอวบอั๋นนั่นได้ถ้าขืนเขามองนานๆ แค้นใจยิ่งนัก เธอกล้าดีอย่างไรไปหาและขอร้องให้น้ำผึ้งทำแบบนั้น ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นสันตามแนวคาง ยามได้เห็นใบหน้าระรื่นระริกระรี้ของเธอ “มารยา!!... เลว เห็นแก่ตัวที่สุด” เสียงเข้มเปล่งออกมาทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านหยุดชะงัก “พิ พี่...โต !!” พรพรรณสะดุ้งตกใจ เสียงสั่นๆ เปรยถามชายหนุ่ม เธอหมดสภาพไร้ความดีงามติดตัว ยามไปพบเจอน้ำผึ้ง นึกแล้วก็น่าใจหาย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจในสายตาของน้ำผึ้ง ทำเรื่องเลวร้ายแต่กลับมีหน้าไปขอร้องให้หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตสิงโต เสียงอันดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบห่อตัว ร่างบางสั่นเล็กน้อย “ใช่!! ฉันเอง” คนตัวโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ตาดวงเข้มดุดันจ้องมองเธอไม่วางตา รวมทั้งใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน “พิ...พี่โต มาหาพรมีอะไรหรือเปล่าคะ?” เปรยเสียงสั่นเอ่ยถามเขา กลัวสายตาของคนร่างโตเหลือเกิน แต่เธอก็ทำใจกล้า ทำเป็นไม่เกรงกลัว เธอต้องเข้มแข็ง “หึ หึ... มีหน้ามาถามฉันนะ ร้ายกาจที่สุด...” “พี่โตพูดเรื่องอะไรคะ?” “เธอรู้อยู่แก่ใจยังมีหน้ามาถามฉันนะ พรพรรณ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดดักหน้าของเธอไว้ ไม่ให้หญิงสาวเข้าบ้านไปได้ง่ายๆ “หลีกค่ะ… พรจะเข้าบ้าน” พรพรรณยกมือขึ้นผลักคนร่างหนาให้หลีกทางให้ แต่ก็ไม่ทำให้คนร่างโตขยับเขยื้อนเลย เขายังยืนจ้องหน้าของเธออยู่ “เธอนี่ร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ คงอยากได้มากสินะ ผัวน่ะ ถึงสั่นระริกๆ ไปสั่งคนนั่นคนนี้ให้เดินออกไปจากฉัน” สิงโตเปล่งเสียงกระซิบลอดออกมาตามไรฟัน เขาเอ่ยวาจาเหยียดหยัน มุมปากหนากระตุกยิ้มเยือกเย็น “พี่โต...มันจะมากไปแล้วนะ” พรพรรณเปล่งเสียงอันสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เธอแหงนใบหน้าอันขาวซีดมองคนตัวโต “เธอนี่จิตใจทำด้วยอะไร ?” “แล้วใครล่ะที่ทำให้พรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพี่โตเหรอ... คนเห็นแก่ตัว เลวที่สุด” พรพรรณเปรยเสียงไหวหวั่นกระซิบ “เธอนี่กล้านะ ถ้าฉันไม่เมาคงกินเธอไม่ลงแน่…” “แต่พรก็เป็นเมียพี่โตแล้ว เมียที่ท้องด้วย ลูกของพี่โตอยู่ในนี้ไง” พรพรรณแหงนมองคนที่ตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วก้มหน้าลงชี้นิ้วไปตรงท้องที่ยังโหนกนูน สื่อให้เขารับรู้ไว้ว่าสามเดือนแล้ว “เธอแน่ใจหรือว่าไอ้เด็กในท้องของเธอน่ะ มันเป็นลูกของฉัน” สิงโตเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “คนทุเรศ ถึงพรจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ พรก็ไม่ได้มั่วนะ หลีกไป…” มือบางยกขึ้นผลักคนร่างหนาที่ยังกักเธอไว้ “เธอกล้าดีอย่างไรไปขอร้องน้ำผึ้งแบบนั้น” สิงโตอยากจะหักคอคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกางออกคล้ายๆ จะจับลำคอระหงนั้นขย้ำบีบให้แหลกคามือ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก “พรทำไปเพราะลูก พรผิดด้วยเหรอคะ?” “ลูกของเธอคนเดียว ไอ้มารหัวขนในนั้นมันไม่ใช่ลูกฉัน” คนร่างสูงก้มมองหน้าท้องโตเล็กน้อย เปล่งออกมาด้วยความแค้น พร้อมทั้งกางมือออกทั้งสองข้างหวังจะบีบขย้ำลำคอระหงนั่น “เอาสิคะ... การที่พรไปขอร้องน้ำผึ้งมันทำให้พี่โตเป็นบ้าก็เอาสิคะ ฆ่าพรเลย บีบสิคะ บีบเลย... เลวที่สุด” เธอยืดขยับลำคอให้ชายหนุ่ม ท้าทายเขาตรงหน้า ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มนวลก็แหงนมองหน้าของคนเห็นแก่ตัว “เธออย่าท้าทายฉันนะพรพรรณ” สิงโตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “พรไม่ได้ท้า... บีบเลยค่ะ จะได้หายแค้นไง” หญิงสาวตัวสั่นเทา ยามได้เห็นแววตาเข้มส่องแสงประกายสีแดงก่ำพิโรธมายังเธอ “หึหึ!! เธอได้ตายสมใจแน่ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น มานี่!! นางมารร้าย” สิงโตเหลืออด เขากระชากร่างอวบอั๋นนั่นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกระทบอกแกร่ง “โอ๊ยย!!...พรเจ็บนะ คนบ้า” สาวร่างอวบพยายามดิ้นให้ออกจากการรัดกุมของชายหนุ่ม เธอแหงนใบหน้ามองเขา ส่วนชายหนุ่มก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน สองสายตาจ้องมองกัน “หยุดดิ้น!! และไปกับฉันเดี๋ยวนี้” สิงโตฉุดกระชากลากดึงหญิงสาวให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนใหญ่ “กรี๊ดดด!! ปล่อยพรนะ” พรพรรณทั้งรั้งทั้งทุบตีข้อมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือของเธอ “หยุดกรี๊ดสักที ถ้าเธอมีปากเสียงกับฉัน เธอได้ตายเป็นศพไม่สวยแน่” สิงโตเปลี่ยนจากการฉุดกระชาก เขาใช้แขนอันทรงพลังโอบกอดรอบช่วงอกอิ่ม กึ่งอุ้มกึ่งลากหญิงสาวพาเดินข้ามถนนใหญ่ มือใหญ่อีกข้างก็ประกบปิดเรียวปากของเธอไว้ ไม่ยอมให้เสียงกรี๊ดร้องของเธอเล็ดลอดออกมาให้ใครต่อใครได้ยิน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทเงาเสน่หา
9.1
เมื่อศักดิ์ศรีและความสาวของเดือนอ้ายถูกตีราคาเป็นเพียงเงินห้าแสนบาท เธอจึงจำต้องยอมลดตัวลงไปเป็นทาสสวาทเพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่จักรพัฒน์ แม้ว่าเธอจะยอมอุทิศทั้งร่างกายและจิตใจให้แก่ชายผู้กุมชีวิตด้วยความหวังว่าสักวันจะได้รักแท้กลับคืนมา แต่ในความเป็นจริงเธอกลับเป็นได้เพียงแค่นางบำเรอที่ไร้ค่าในสายตาของเขา เพราะสำหรับจักรพัฒน์แล้ว เดือนอ้ายเป็นเพียงแค่เงาสะท้อนของแพรพราวซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะพยายามทุ่มเททำความดีเพื่อเขามากเท่าไร เธอก็ไม่มีวันที่จะเข้าไปแทนที่คนรักตัวจริงในใจของเขาได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
9.4
เมื่อโชคชะตาลิขิตว่าเธอต้องเข้าพิธีวิวาห์ภายในเวลาหกเดือน คุณหนูแสนเพียบพร้อมจึงต้องงัดทุกกลเม็ดและแผนการมารวบหัวรวบหาง พ่อเลี้ยงน่านน้ำ ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและสุขุมลุ่มลึกให้ได้ เธอถึงกับยอมสร้างเรื่องโกหกว่าตัวเองไร้ที่พึ่งพิงเพื่อแฝงตัวเข้าไปใกล้ชิดในชีวิตของเขา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการได้เขามาเป็นสามีและพ่อของลูกตามคำทำนาย ท่ามกลางความป่วนชวนปวดหัวและความน่ารักปนแสบซนของเธอ แผนการตื๊อรักครั้งนี้จะสามารถทลายกำแพงหัวใจของพ่อเลี้ยงผู้เงียบขรึมให้กลายมาเป็นความรักสุดฟินได้สำเร็จหรือไม่ ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวความโรแมนติกที่มีชั้นเชิงใน เล่ห์ลวงใจนายพ่อเลี้ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่กัด
7.8
ความผิดพลาดในหนหลังเคยทำให้บาสเตียนต้องสูญเสียผู้หญิงที่รักไป การกลับมาในครั้งนี้เขาจึงพกพาความบ้าคลั่งมาเต็มเปี่ยม พร้อมลั่นวาจาว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการกักขังหรือพันธนาการเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยรูปแบบใด เขาก็ยินดีทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ครอบครองเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าฝ่ายหญิงสาวจะพยายามต่อต้านและพ่นคำด่าทอใส่เขาท่ามกลางสัมผัสอันร้อนแรงที่ชายหนุ่มยัดเยียดให้ ทว่าร่างกายของเธอกลับทรยศต่อความรู้สึกภายในใจอย่างสิ้นเชิง ด้วยการตอบสนองต่อจุมพิตและรสสวาทอันหิวกระหายนั้นอย่างไม่อาจขัดขืนได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
8.3
เมื่อ เจนิส พยายามหลบหน้าเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ แต่ ริว รุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้แสนดุดันกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เขาตามมาทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอย่างเกรี้ยวกราด แม้หญิงสาวจะพยายามต่อต้านและปฏิเสธเขาอย่างสุดกำลัง ทว่ายิ่งเธอขัดขืนและด่าทอเขามากเท่าไร ริวกลับยิ่งใช้กำลังบังคับและพันธนาการเธอไว้ด้วยสัมผัสที่เอาแต่ใจเพื่อย้ำเตือนถึงเรื่องราวในอดีต ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น ชายหนุ่มประกาศกร้าวอย่างเย้ยหยันว่าในค่ำคืนนี้เธอไม่มีวันหนีรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้อย่าง
ภาพปกนิยายเรื่อง Promise of love ปฏิญญารัก  (ปฏิญญา-เออเนส/เซนส์-น้ำฟ้า)
8.1
เรื่องราวความรักสองรูปแบบที่ต้องเผชิญอุปสรรคต่างกัน ปฏิญญาเด็กสาวแสนซื่อต้องรับมือกับเออเนส ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเอาแต่ใจตัวเอง เขามองว่าเธอเป็นแค่คนอาศัยในบ้านที่พร้อมจะละทิ้งไปได้ทุกเมื่อเมื่อหมดประโยชน์ นำไปสู่บททดสอบทางความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ขณะเดียวกัน เซนส์เด็กกำพร้าที่ได้รับโอกาสเข้ามาเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลใหญ่ ได้พบรักกับน้ำฟ้าหญิงสาวไทยในต่างแดน เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา ทั้งคู่ต้องร่วมกันต่อสู้กับคำดูถูกและความขัดแย้งรอบตัว เพื่อปกป้องคำสัญญาแห่งรักแท้นี้ไว้ให้มั่นคงตลอดไป