APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หยั่งรากฝากรัก

หยั่งรากฝากรัก

ในอดีต จิรายุเคยผลักไสไล่ส่งดรีมอย่างไม่ใยดีจนเธอต้องจากไป ทว่าเมื่อเธอกลับมาอีกครั้งในฐานะคนใหม่ที่ไร้ความรู้สึกรักให้เขา เขากลับเป็นฝ่ายร้อนรนและต้องการทวงคืนหัวใจของเธอ แต่หนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม เพราะรอบตัวเธอรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบ แถมเธอยังคอยหลบหน้าเขาตลอดเวลา ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือพ่อแม่ของเขาที่เคยสนับสนุน กลับเปลี่ยนท่าทีมาขัดขวางเต็มประตู พร้อมประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ที่จะคู่กับดรีมยกเว้นลูกชายตัวเอง จิรายุจะสามารถฟื้นฟูความรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้งหรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

คนถูกถามปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างกรุกระจกใส ใต้ต้นไม้ร่มรื่นนั่นมีคู่รักกำลังมอบของขวัญและดอกกุหลาบให้แก่กันเนื่องในวันแห่งความรักอย่างหวานชื่น

เหมือนเช่นครั้งหนึ่งในอดีต เขาเคยได้รับจากใครคนหนึ่งในวันแห่งความรัก แต่ทว่าเขากลับทำทุกอย่างพังลงด้วยความอวดดีอย่างโง่งม จนทำให้ใครคนนั้นหายหน้าไปจากชีวิตจนถึงวันนี้

ป่านนี้ยัยนั่นจะเป็นอย่างไรบ้างนะ เวลาผ่านไปนับสิบปีแล้ว เธอคงโตเป็นสาวอายุพอๆ กับผู้หญิงที่เพิ่งตะโกนบอกเลิกใส่หน้าเขาไปเมื่อครู่ล่ะมั้ง แต่เธอคงลืมเขาไปแล้ว หรือไม่ก็คงมีคนรักที่ไม่งี่เง่าเหมือนเขา คนที่รักเธอมากและไม่ใช่คนใจร้ายอย่างพี่ชายข้างบ้านคนนี้

“เป็นอะไรไปวะ นิ่งไปเลย คิดถึงใครอยู่ หรือว่าคิดถึงสาวคนไหน หืม...นี่อย่าบอกนะว่าแกแอบมีเมียซุกไว้”

“ไอ้เวรนัฐ แกไม่มีการมีงานทำหรือไงถึงมานั่งเซ้าซี้ฉันอยู่ได้”

“ไม่มีโว้ย แต่วันนี้ฉันมีนัดกับสาว”

“สาวที่ไหนอีกล่ะ” ถามไปแกนๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร

“สาวคนนี้แกก็รู้จักนะ รู้จักมานานแล้วด้วย” นัฐ หรือนัฐพล แกล้งยั่วให้อีกฝ่ายใคร่รู้ “แถมยังเคยสารภาพรักเขาในวันวาเลนไทน์ จำได้ไหม”

“อืม งั้นแกก็รีบไปเหอะ ฉันจะได้ทำงานต่อซักที หนวกหู”

“เฮ้ย ไม่อยากรู้หน่อยเหรอว่าใคร” คนอยากบอกเอะอะขัดใจ

“ไม่อยาก”

“ไอ้...ไอ้เพื่อนบ้า คอยดูนะฉันจะฟ้องยัยน้ำให้หมดว่าแกใจร้ายแค่ไหน”

“ยัยน้ำ?”

“ก็น้องสาวฉันไงวะ แกจำไม่ได้เหรอ คนที่แกเอาคุกกี้วาเลนไทน์ไปให้เขาเมื่อตอนมอห้าไงวะ”

ภาพสาวน้อยนางรำคนงามแห่งชมรมนาฏศิลป์ของโรงเรียนมัธยมที่เขาเคยเรียนผุดขึ้นในความทรงจำ

“อ๋อ...”

“ไอ้เวรเอ๊ย ริอ่านจะมาเป็นน้องเขยฉันแต่ดันลืมน้องสาวฉันเนี่ยนะ ทีฉันยังไม่เคยลืมน้องสาวแกเลย”

จิรายุสะดุดลมหายใจตัวเอง ดวงตาคมกริบวูบไหว

“พูดแล้วก็คิดถึงตอนเด็กๆ เนอะ ที่เราสี่คน ฉันแกยัยน้ำแล้วก็น้องดรีมอยู่ด้วยกัน ผ่านไปตั้งสิบปีแล้ว แกว่าน้องเขาจะมีแฟนหรือยังวะ”

เพล้ง!

คนพูดชะงักทันพลัน พลางหันไปมองแก้วกาแฟที่ตกสู่พื้นแตกกระจายด้วยฝีมือเพื่อนรัก แวบหนึ่งเขาเหมือนจะเห็นรอยบางอย่างในดวงตาคมจัดคู่นั้น มันทั้งดุกร้าวและปวดร้าวลึก

“เป็นอะไรไปวะ”

“เปล่า ไม่มีอะไร ฉันเพิ่งนึกได้ว่าต้องรีบกลับบ้านแล้ว อ้อ แก้วนั่นฉันฝากนายตามแม่บ้านมาจัดการทีละกัน ขอตัวก่อนนะ”

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิวะไอ้จิม อะไรของมันวะ พิลึกคนจริง พูดไม่ทันจบเลย”

คนถูกบ่นเดินดุ่มๆ ไม่สนใจ หากในสมองเขากำลังครุ่นคิดถึงใครบางคนที่เขาควรลืมไปนานแล้วพร้อมกับความสัมพันธ์ที่แตกกระจายเหมือนแก้วกาแฟที่เขาเพิ่งทำมันแตกไปเมื่อครู่

แต่ทว่ายังลืมไม่ได้สักที หรือไม่ก็คงเป็นเขาที่ไม่ยอมลืม...เธอ!

“แง้...”

เสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อยทำให้เด็กชายวัยสามย่างสี่ขวบแอบชะเง้อหน้ามองเจ้าวัตถุที่กำลังผลิตเสียงแสบแก้วหูนั่นอย่างสนใจ ความเป็นลูกคนเดียวทำให้ไม่เคยเห็นหรือคลุกคลีกับเด็กทารกแรกเกิดที่ไหน สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าจึงทั้งน่าพิศวงและชวนให้อยากรู้อยากเห็น

“เข้ามาดูน้องใกล้ๆ สิจ๊ะตาจิม”

เด็กชายจิรายุ ปรีดากุล หรือจิม หันไปมองเจ้าของเสียงอบอุ่นที่เอ่ยพลางกวักมือเรียกตนเข้าไปหาเจ้าลำโพงตัวน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดู

“ไปสิลูก กลัวอะไร น้องออกจะน่ารัก” เด็กชายหันไปมองหน้ามารดาที่เดินตามเขาเข้ามาแถมยังรุนหลัง ทำให้เขาจำต้องเดินไปที่เปลเด็กอ่อน

“นี่ไงจ๊ะ น้องดรีม น้องสาวคนใหม่ของลูก น่ารักไหม”

ทารกแรกเกิดตัวแดงแจ๋ผิวยับย่นยังไม่เข้าที่ทำให้เด็กชายมองนิ่งและประเมินในใจว่าเด็กตรงหน้าห่างไกลจากคำว่าน่ารักไปไกลมาก เขาไม่ชอบเสียงดัง แต่เด็กน้อยนี่กลับแหกปากเสียจนน่ากลัวว่าเส้นเสียงจะพังก่อนโตเหลือเกิน แต่พวงแก้มยุ้ยๆ กับดวงตาที่กลมใสแจ๋วนั่นก็ชวนให้น่าจับต้องไม่น้อยแฮะ

ราวกับได้ยินความในใจ จู่ๆ ทารกน้อยก็หยุดร้องไห้ พลางจ้องมองมาที่พี่ชายคนใหม่ตาแป๋ว ปากสีแดงอมชมพูน่ารัก โค้งขึ้นนิดๆ ราวกับทักทาย

“ต๊าย! ดูสิ พอตาจิมเข้ามา เจ้าตัวเล็กของเราก็หยุดร้องเลย แถมส่งยิ้มหวานให้เสียด้วย” มารดาของเด็กชายเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“ไงจ๊ะ หนูดรีม ชอบพี่จิมของเราใช่ไหม หืม...”

คุณต้องตาผู้เป็นมารดาของเด็กทารกน้อยถึงกับส่ายหน้าในความมโนเป็นตุเป็นตะของเพื่อนรัก แต่ก็ไม่ได้ขัดคออะไร

“ดูสิต้องตา ดูลูกสาวเธอ ยิ้มรับเสียด้วย ถ้าชอบพี่เขา งั้นพอโตขึ้นป้าจะให้หนูเป็นเจ้าสาวของพี่จิมดีไหมลูก”

มือที่กำลังเอื้อมไปที่แก้มใสๆ มีอันหดชะงัก เงยหน้ามองมารดาที่เอาแต่ยิ้มแป้นอย่างงุนงง

“เจ้าสาว! เจ้าสาวคืออะไรครับ” ดวงตาที่ฉายรอยเฉลียวฉลาดจ้องหน้าบุพการีเขม็ง

“เจ้าสาวก็คือผู้หญิงที่ลูกจะแต่งงาน แล้วก็อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตน่ะสิลูก เหมือนพ่อกับแม่ แล้วก็น้าต้องตากับน้าภานุไงล่ะจ๊ะ”

คนฟังทำหน้าเบ้ พลางหันไปมองคนตาแป๋ว ที่ส่งยิ้มเล็กๆ ให้อย่างผูกมิตร

“เจ้าสาว” เด็กชายชี้ไปที่เปล “น้องคนนี้เหรอครับแม่”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ไปละนะ ผัวค่ะ
8.1
จิ่งเหยียนต้องเผชิญกับมรสุมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ทว่าเขาไม่ได้ยืนหยัดอย่างเดียวดาย เมื่อเพื่อนรักก้าวเข้ามาเป็นที่พึ่งพิงทางใจ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ตนเองคือโลกทั้งใบของชายหนุ่ม แม้อุปสรรคข้างหน้าจะหนักหนาสาหัสเพียงใด หญิงสาวก็ฝืนยิ้มและยืนกรานที่จะไม่ทอดทิ้งเขา เธอให้คำมั่นว่าจะขอแบ่งปันความเจ็บปวด เคียงข้างในทุกการต่อสู้ และไม่ยอมให้เขาต้องทนทุกข์เพียงลำพังอีกต่อไป สายใยความผูกพันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่จะนำพาทั้งสองให้ก้าวข้ามบททดสอบอันแสนโหดร้ายนี้ไปพร้อมกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่! ปลดล็อกมิติหยกวิเศษก่อนแต่งแทน
9.3
ซูอวิ๋นหว่านย้อนเวลากลับมาก่อนวันวิวาห์พร้อมค้นพบมิติวิเศษในจี้หยก ทว่าซูซวงซวงน้องสาวก็หวนคืนมาเช่นกัน ชาติก่อนซูอวิ๋นหว่านแต่งกับบัณฑิตจนได้เป็นฮูหยินตราตั้ง ส่วนน้องสาวต้องลำบากกับนายพรานพิการ ซูซวงซวงจึงสลับตัวเจ้าบ่าวเพื่อแย่งชิงชีวิตที่สุขสบาย โดยไม่รู้ว่าวาสนาไม่อาจขโมยกันได้ แม้ต้องแต่งกับชายพิการ ซูอวิ๋นหว่านก็ใช้มิติวิเศษพลิกชะตาจนร่ำรวยและมีความรักที่งดงาม ขณะที่คนคิดแย่งของผู้อื่นกลับต้องเผชิญความทุกข์ระทมที่สาหัสยิ่งกว่าเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความรู้สึกอันสับสนต่อสวีเชิง โดยย้ำชัดว่าเขาไม่เคยสนใจสตรีเพศและไม่นึกพิศวาสเรื่องบนเตียง ทว่าความผิดพลาดที่เมืองตุนซึ่งเกิดจากความเมามาย กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกที่มอบความเจ็บปวดรวดร้าวให้เขายิ่งกว่ารอยแผลใด คำสารภาพที่มาพร้อมหยาดน้ำตานี้ ทำให้สวีเชิงทำได้เพียงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ใจของสวีเชิงจะอัดแน่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหาคำตอบ แต่เขาก็เลือกรับฟังความจริงนั้นเงียบๆ พร้อมตระหนักว่าความผูกพันนี้ถลำลึกเกินกว่าจะหันหลังกลับได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ใจนายมีฉัน
9.5
วันฉลองครบรอบแต่งงานปีแรกของถางซินพังทลายลงเมื่อเธอพบว่าสามีแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังทำให้เธอตระหนักว่าความซื่อสัตย์ของเขาอาจเป็นเพียงคำลวงมาเนิ่นนาน ความเชื่อใจถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี แต่แทนที่จะยอมรับชะตากรรมด้วยน้ำตา ถางซินกลับเลือกเส้นทางแห่งการเอาคืนอย่างสาสม ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายกล้าเหยียบย่ำคำสาบานและเริ่มคบชู้ก่อน เธอก็ประกาศจุดยืนเด็ดขาดว่าจะหาผู้ชายคนใหม่มาเป็นกิ๊กเพื่อตอบแทนการกระทำของเขาเช่นกัน และเขาจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปริปากต่อว่าเธอ