APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)

รุจาภาไม่มีทางเลือกจำต้องยอมก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่ไร้ซึ่งความรักกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักของตนเอง เธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ร้ายของพยัคฆ์แห่งไร่กันตา แม้ว่ารุจาภาจะดื้อรั้นและปากร้ายเพียงใด ชายหนุ่มก็พร้อมจะปราบพยศและสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้สำนึกในฐานะทาส การเผชิญหน้าระหว่างพยัคฆ์ร้ายสุดป่าเถื่อนกับหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใครจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความเสน่หาและความแค้นที่พร้อมแผดเผาหัวใจของทั้งสองคน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงกระพรวนที่ดังขึ้นที่หน้าประตูร้านกาแฟที่จัดร้านได้อย่างมีสไตล์ของตัวเองดังขึ้น ทำให้คนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์สำหรับรับออร์เดอร์และทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นว่าคนที่เพิ่งเดินพ้นประตูร้านที่เป็นกระจกสำหรับผลักเข้าออกนั้น ไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่คิด แต่กลับเป็นเพื่อนรักที่มีสีหน้าอมทุกข์เป็นที่สุดต่างหาก

“ทำไมหน้าบูดอย่างกับตูดลิงมาเชียววันนี้?” คนที่เห็นใบหน้าเป็นทุกข์ของเพื่อนร้องถาม ด้วยคำพูดที่ประดิษฐ์ประดอยขึ้นให้กวนอวัยวะเบื้องล่างเสียเหลือเกิน ก็แหม...คนอย่างเธอพูดดีๆ กับเขาเป็นเสียที่ไหน แต่ละคำถ้าไม่ออกมาแล้วกวนอารมณ์น่ะ คงไม่ใช่คำพูดของรุจาภา วรลักษณ์หรอกน่า ถึงแม้ว่าปากจะเสียแค่ไหน แต่เธอก็เป็นห่วงเพื่อนด้วยความจริงใจเสมอนะ

“จ้า...ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาแกหน่อยน่ะ” แพรพิลาศ อุทธนันท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ไม่ได้ค้อนกลับอย่างที่เคยทำยามที่โดนเพื่อนรักกวนบาทา และนั่นทำให้รุจาภาต้องขมวดคิ้วอย่างกังวลมากขึ้น ลงว่าแพรพิลาศผู้ร่าเริงเป็นนิจได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้แล้ว เรื่องที่เธอกำลังเครียดอยู่คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

“เอ่อ...ถ้างั้นแกรอฉันแป๊บนึงนะ ขอเก็บร้านก่อน” รุจาภาบอกด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะกังวลมากขึ้น เมื่อหน้าตาสะสวยเจริญตาของแพรพิลาศบัดนี้เต็มไปด้วยความหม่นหมองจากเรื่องทุกข์ที่สุมอยู่ในใจ แพรพิลาศพยักหน้ารับ ก่อนเดินเลี่ยงออกไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในสุดของร้านกาแฟแห่งนี้

รุจาภาช่วยลูกจ้างอีกสองคนเก็บร้านเมื่อเวลาเย็นย่ำมากแล้ว และเป็นเวลาปกติที่ร้านจะปิดทำการ เธอและแพรพิลาศต่างก็เป็นเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยกัน ทั้งสองร่วมหุ้นกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียนอยู่ ถ้านับตามอายุร้านตอนนี้...ร้านนี้ก็อายุเกือบๆ จะสามปีแล้วล่ะ เพราะรุจาภาและแพรพิลาศเปิดร้านนี้ตั้งแต่ทั้งสองคนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2

“เอาล่ะ...แกมีเรื่องทุกข์ใจอะไร ไหนลองเล่ามาให้ฉันฟังซิ” รุจาภาถามหลังจากเก็บร้านและลูกจ้างอีกสองคนกลับบ้านไปแล้ว ร่างบางทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเพื่อนรัก

“เฮ้อ...” แพรพิลาศถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตก ก่อนเปิดปากเล่าเรื่องทุกอย่างที่เก็บเงียบไว้มาเกือบปีแล้ว “แกก็รู้ใช่ไหมว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่ชายของแก”

“อืม แล้วไง?” รุจาภาถามต่อ ทว่าความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในสมอง ก็ทำให้เธอต้องจ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง “หรือว่าแกไม่อยากแต่งงานกับพี่ชายฉันแล้ว?”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” แพรพิลาศปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ก็เพราะฉันรักพี่จอม และฉันก็มั่นใจว่าอยากแต่งงานกับเขามากนี่แหละ ฉันเลยต้องมานั่งเครียดอยู่อย่างนี้?”

“อ้าว? ทำไมต้องเครียดล่ะ?” รุจาภาชักจะงงกับเพื่อนรักเข้าไปทุกที “ในเมื่อพี่ชายฉันก็รักและก็รอคอยที่จะแต่งงานกับเธอมาตลอดเก้าปี”

“คือ...ถ้าฉันเล่าอะไรให้แกฟัง แกสัญญากับฉันก่อนได้ไหมว่าจะไม่โกรธ?” แพรพิลาศถามด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรง ว่ารุจาภาจะโกรธเธอจนไม่ยอมมองหน้า หากว่าเธอเล่าเรื่องบางอย่างให้เพื่อนรักฟัง

“ลองเล่ามาก่อนแล้วกัน”

“ไม่! แกสัญญาก่อนสิ” แพรพิลาศไม่ยอมเสียเหลี่ยมเพื่อนรักง่ายๆ หรอก รู้ดีว่าที่รุจาภาตอบอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้คำตอบมามัดตัวตัวเองทีหลัง

“เออๆ!” รุจาภาตอบรับอย่างเสียไม่ได้ แม้จะไม่อยากจะสัญญาอะไรกับใครหน้าไหนก็ตาม แต่ก็อยากรู้เรื่องที่ทำให้เพื่อนรักทุกข์ใจมากกว่า “เล่ามาได้ยัง?”

“คือ...แกก็คงรู้มาตลอดใช่ไหมว่าฉันกับพี่ชายแกคบกันมาเกือบเก้าปีแล้ว?” คำถามของแพรพิลาศทำให้รุจาภาส่งสายตาประหนึ่งว่า จะมัวถามวกไปวนมาให้มันยืดเยื้อทำไม รีบๆ เข้าเรื่องเลยจะไม่ได้ดีกว่าหรือ? “และฉันก็รู้ตัวมาโดยตลอดว่าฉันต้องแต่งงานกับพี่จอมอย่างแน่นอน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความจริงฉันรู้อนาคตของตัวเองมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว เพราะพ่อแม่ของฉันและแกเกริ่นๆ เรื่องนี้กับฉันและพี่จอมมานาน...”

“แล้ว?” รุจาภายังไม่คิดว่ามันมีเรื่องอะไรที่น่าทุกข์ใจตรงไหน ในเมื่อแพรพิลาศก็รู้ตัวมาก่อนตั้งสี่ปีแล้วว่าต้องแต่งงานกับรณกร พี่ชายที่แสนดีหาใครเปรียบไม่ได้ของเธอ

“ก็...คนเรานะ พอคบกันไปนานๆ ความรักแบบลุ่มหลงมันก็จืดจางไป เหลือไว้เพียงความผูกพันที่เป็นความรักขั้นที่ลึกซึ้งกว่านั้น” แพรพิลาศพยายามจะอธิบายในสิ่งที่เธอรู้สึกให้เพื่อนรักฟัง มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งนักกับเรื่องของหัวใจ และมันเข้าใจยาก...หากว่าไม่ลองมาประสบด้วยตัวเอง ก็คงจะไม่มีใครเข้าใจได้ แต่ว่าตอนนี้...เธอหวังเพียงว่ารุจาภาจะยอมเข้าใจในความรู้สึกของเธอ แม้เพียงสักนิดก็ยังดี “แล้วฉัน...ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฉันยังอยากจะแต่งงานกับพี่จอมอยู่อีกหรือเปล่า? ยังอยากจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตร่วมกับพี่จอมอยู่อีกไหม? ฉันอยากรู้ว่าพี่จอมจะเป็นคนที่ใช่สำหรับฉันเหมือนที่คบกันตอนแรกๆ หรือเปล่า? ฉันก็เลย...ลองคุยกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามา...จีบ...ฉัน”

“นี่แก...แกนอกใจพี่ชายฉันอย่างนั้นเหรอ!!?” รุจาภาโมโหแทบบ้าเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักนอกใจพี่ชายที่แสนดีของเธอ เธอไม่แปลกใจหรอกที่แพรพิลาศจะมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาขายขนมจีบ ก็แหม...แพรพิลาศออกจะสวยระดับดาวมหาวิทยาลัยขนาดนี้ พี่ชายของเธอไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรถึงได้แพรพิลาศเป็นแฟน แต่ที่ไม่คาดคิดเลยก็คือเพื่อนของเธอจะนอกใจรณกร ทั้งๆ ที่พี่ชายของเธอนั้นออกจะเป็นพี่ชายที่แสนดีเพียบพร้อมอย่างที่หาในตัวผู้ชายคนอื่นได้ยากนัก ทั้งเป็นสุภาพบุรุษ เข้าใจผู้หญิง อดทนทุกอย่างเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว และที่สำคัญ...พี่ชายของเธอรักแพรพิลาศมากอย่างที่ไม่มีทางที่จะชายตาแลผู้หญิงคนไหนแน่ๆ ในชีวิตนี้ แต่เพื่อนของเธอทำอย่างนี้กับรณกรเนี่ยนะ!?

“ไหนแกบอกว่าจะไม่โกรธฉันไง?” แพรพิลาศรีบทวงสัญญา เมื่อเห็นรุจาภากำลังจะออกโรงเต้นงิ้วเข้าไปทุกที ใบหน้าสวยถมึงทึงด้วยความโมโหแทนพี่ชาย

“แกนอกใจพี่ชายฉันนะ! จะไม่ให้ฉันโกรธได้ไง?” รุจาภาตะคอกถามเพื่อนรักอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ของแพรพิลาศซีดลงและเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมรออยู่แล้ว

“ฉันรู้...” แพรพิลาศเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิด เธอกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ก่อนรีบอธิบายต่อ ลำพังแค่เธอรู้สึกผิดเองก็แย่พออยู่แล้ว นี่เพื่อนรักยังทำท่าจะโกรธเธอจนถึงขั้นเลิกคบอีกต่างหาก “แต่ว่า...ตอนนี้ฉันก็รู้ตัวแล้วว่าฉันยังรักพี่จอมอยู่ ยังอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อีกตลอดชีวิตกับพี่จอม ยังอยากจะแก่ไปพร้อมๆ กับพี่จอม พี่จอมคือผู้ชายที่ใช่และดีที่สุดสำหรับฉัน แกรู้ไหมว่าที่ผ่านมาตลอดหนึ่งปีที่ฉันลองคุยกับผู้ชายคนอื่น ลองเฟลิร์ตกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาน่ะ ไม่เคยมีคนไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาดีไปกว่าพี่จอมเลยสักนิด พี่จอมคือคนที่ดีพร้อมที่สุดในสายตาของฉัน ฉันมักจะเอาเขาเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับพี่จอมเสมอ แล้วก็พบกับข้อเสียของพวกเขามากมายจนต้องเลิกคบไป ในเวลานานสุดก็สามอาทิตย์”

“นี่...นี่แก...นอกใจพี่ชายฉันมาตั้งปีเชียวเหรอ?” รุจาภายังคงถามด้วยสีหน้าขึงขัง แหม...พี่ชายเธอโดนเพื่อนรักของเธอหักหลังนะ! ไม่โมโหแทนก็บ้าแล้ว! แต่อย่างไรก็เถอะ...แพรพิลาศเป็นเพื่อนเธอที่คบกันมานาน นานกว่าที่แพรพิลาศจะคบกับพี่ชายเธอด้วยซ้ำ แล้วเมื่อเพื่อนทำผิดและก็ได้รู้สึกผิดแล้ว เธอจะไม่ให้อภัยเลยมันก็ดูจะใจจืดใจดำไปหน่อยกระมัง คนเรามันย่อมผิดพลาดกันได้ไม่ใช่หรือ? แล้วเมื่อพลาดทุกคนก็ย่อมหวังที่จะได้มีโอกาสแก้ตัวนี่นา อย่างไรเสียตอนนี้แพรพิลาศก็รู้แล้ว ว่ารักรณกรมากที่สุด เธอก็ควรจะเลิกโกรธและให้โอกาสเพื่อนรักอีกสักครั้งไม่ใช่หรือ? “ช่างเถอะๆ ยังไงแกก็รู้ตัวแล้วว่าทำผิด แล้วก็รู้แล้วว่าแกรักพี่ชายฉันที่สุด ฉันจะไม่โกรธแกก็ได้”

“ขอบใจนะจ้า แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย” คราวนี้แพรพิลาศเริ่มจะยิ้มออกบ้างแล้ว เมื่อเพื่อนรักไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอย่างที่กังวลเอาไว้ แต่เมื่อนึกถึงปัญหาใหญ่อีกปัญหาที่เป็นผลพวงมาจากการไม่แน่ใจของเธอเอง แพรพิลาศก็ต้องมีสีหน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ปัญหามันไม่จบที่เท่านั้นน่ะสิ”

“อ้าว...ทำไมล่ะ?”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักหัวใจทมิฬ
9.5
สิงโตยืนจังก้าน่ากลัวดักรอหญิงสาวอยู่ที่ข้างรั้วประตูบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าของเขาดูดุร้าย สายตาดวงเข้มแดงก่ำมันอาจลุกเป็นไฟเผาผลาญร่างอวบอั๋นนั่นได้ถ้าขืนเขามองนานๆ แค้นใจยิ่งนัก เธอกล้าดีอย่างไรไปหาและขอร้องให้น้ำผึ้งทำแบบนั้น ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นสันตามแนวคาง ยามได้เห็นใบหน้าระรื่นระริกระรี้ของเธอ “มารยา!!... เลว เห็นแก่ตัวที่สุด” เสียงเข้มเปล่งออกมาทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านหยุดชะงัก “พิ พี่...โต !!” พรพรรณสะดุ้งตกใจ เสียงสั่นๆ เปรยถามชายหนุ่ม เธอหมดสภาพไร้ความดีงามติดตัว ยามไปพบเจอน้ำผึ้ง นึกแล้วก็น่าใจหาย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจในสายตาของน้ำผึ้ง ทำเรื่องเลวร้ายแต่กลับมีหน้าไปขอร้องให้หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตสิงโต เสียงอันดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบห่อตัว ร่างบางสั่นเล็กน้อย “ใช่!! ฉันเอง” คนตัวโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ตาดวงเข้มดุดันจ้องมองเธอไม่วางตา รวมทั้งใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน “พิ...พี่โต มาหาพรมีอะไรหรือเปล่าคะ?” เปรยเสียงสั่นเอ่ยถามเขา กลัวสายตาของคนร่างโตเหลือเกิน แต่เธอก็ทำใจกล้า ทำเป็นไม่เกรงกลัว เธอต้องเข้มแข็ง “หึ หึ... มีหน้ามาถามฉันนะ ร้ายกาจที่สุด...” “พี่โตพูดเรื่องอะไรคะ?” “เธอรู้อยู่แก่ใจยังมีหน้ามาถามฉันนะ พรพรรณ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดดักหน้าของเธอไว้ ไม่ให้หญิงสาวเข้าบ้านไปได้ง่ายๆ “หลีกค่ะ… พรจะเข้าบ้าน” พรพรรณยกมือขึ้นผลักคนร่างหนาให้หลีกทางให้ แต่ก็ไม่ทำให้คนร่างโตขยับเขยื้อนเลย เขายังยืนจ้องหน้าของเธออยู่ “เธอนี่ร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ คงอยากได้มากสินะ ผัวน่ะ ถึงสั่นระริกๆ ไปสั่งคนนั่นคนนี้ให้เดินออกไปจากฉัน” สิงโตเปล่งเสียงกระซิบลอดออกมาตามไรฟัน เขาเอ่ยวาจาเหยียดหยัน มุมปากหนากระตุกยิ้มเยือกเย็น “พี่โต...มันจะมากไปแล้วนะ” พรพรรณเปล่งเสียงอันสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เธอแหงนใบหน้าอันขาวซีดมองคนตัวโต “เธอนี่จิตใจทำด้วยอะไร ?” “แล้วใครล่ะที่ทำให้พรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพี่โตเหรอ... คนเห็นแก่ตัว เลวที่สุด” พรพรรณเปรยเสียงไหวหวั่นกระซิบ “เธอนี่กล้านะ ถ้าฉันไม่เมาคงกินเธอไม่ลงแน่…” “แต่พรก็เป็นเมียพี่โตแล้ว เมียที่ท้องด้วย ลูกของพี่โตอยู่ในนี้ไง” พรพรรณแหงนมองคนที่ตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วก้มหน้าลงชี้นิ้วไปตรงท้องที่ยังโหนกนูน สื่อให้เขารับรู้ไว้ว่าสามเดือนแล้ว “เธอแน่ใจหรือว่าไอ้เด็กในท้องของเธอน่ะ มันเป็นลูกของฉัน” สิงโตเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “คนทุเรศ ถึงพรจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ พรก็ไม่ได้มั่วนะ หลีกไป…” มือบางยกขึ้นผลักคนร่างหนาที่ยังกักเธอไว้ “เธอกล้าดีอย่างไรไปขอร้องน้ำผึ้งแบบนั้น” สิงโตอยากจะหักคอคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกางออกคล้ายๆ จะจับลำคอระหงนั้นขย้ำบีบให้แหลกคามือ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก “พรทำไปเพราะลูก พรผิดด้วยเหรอคะ?” “ลูกของเธอคนเดียว ไอ้มารหัวขนในนั้นมันไม่ใช่ลูกฉัน” คนร่างสูงก้มมองหน้าท้องโตเล็กน้อย เปล่งออกมาด้วยความแค้น พร้อมทั้งกางมือออกทั้งสองข้างหวังจะบีบขย้ำลำคอระหงนั่น “เอาสิคะ... การที่พรไปขอร้องน้ำผึ้งมันทำให้พี่โตเป็นบ้าก็เอาสิคะ ฆ่าพรเลย บีบสิคะ บีบเลย... เลวที่สุด” เธอยืดขยับลำคอให้ชายหนุ่ม ท้าทายเขาตรงหน้า ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มนวลก็แหงนมองหน้าของคนเห็นแก่ตัว “เธออย่าท้าทายฉันนะพรพรรณ” สิงโตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “พรไม่ได้ท้า... บีบเลยค่ะ จะได้หายแค้นไง” หญิงสาวตัวสั่นเทา ยามได้เห็นแววตาเข้มส่องแสงประกายสีแดงก่ำพิโรธมายังเธอ “หึหึ!! เธอได้ตายสมใจแน่ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น มานี่!! นางมารร้าย” สิงโตเหลืออด เขากระชากร่างอวบอั๋นนั่นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกระทบอกแกร่ง “โอ๊ยย!!...พรเจ็บนะ คนบ้า” สาวร่างอวบพยายามดิ้นให้ออกจากการรัดกุมของชายหนุ่ม เธอแหงนใบหน้ามองเขา ส่วนชายหนุ่มก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน สองสายตาจ้องมองกัน “หยุดดิ้น!! และไปกับฉันเดี๋ยวนี้” สิงโตฉุดกระชากลากดึงหญิงสาวให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนใหญ่ “กรี๊ดดด!! ปล่อยพรนะ” พรพรรณทั้งรั้งทั้งทุบตีข้อมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือของเธอ “หยุดกรี๊ดสักที ถ้าเธอมีปากเสียงกับฉัน เธอได้ตายเป็นศพไม่สวยแน่” สิงโตเปลี่ยนจากการฉุดกระชาก เขาใช้แขนอันทรงพลังโอบกอดรอบช่วงอกอิ่ม กึ่งอุ้มกึ่งลากหญิงสาวพาเดินข้ามถนนใหญ่ มือใหญ่อีกข้างก็ประกบปิดเรียวปากของเธอไว้ ไม่ยอมให้เสียงกรี๊ดร้องของเธอเล็ดลอดออกมาให้ใครต่อใครได้ยิน
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
9.3
ราเฟเอล มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากอิตาลี เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อจัดการเรื่องอัฐิของมารดาพร้อมวางแผนขยายเครือข่ายธุรกิจฟอกเงิน ขณะเดียวกัน กีณริน หญิงสาวที่ต้องการเจรจาเรื่องที่ดินของลุงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงบริการเพื่อเข้าหาเขา ทว่าเธอกลับต้องตกใจเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ใช่ชายแก่ แต่เป็นมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความเชื่อในรักแท้ แม้ราเฟเอลจะพยายามควบคุมเกมความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เป็นเพียงเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ แต่สุดท้ายเขากลับเป็นฝ่ายตกหลุมรักและติดบ่วงหัวใจตัวเองอย่างไม่อาจถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจเจ้าสาวจอมเกเร
8.7
เพื่อปกป้องงานแต่งงานของน้องสาวให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด อีวาน บันตี ดารุจ พี่ชายผู้แสนดีจึงตัดสินใจลงมือทำเรื่องสุดเสี่ยงด้วยการลักพาตัวดาวประดับ ลูกสาวจอมแสบของฝ่ายเจ้าบ่าวไปกักขังไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเข้ามาทำลายพิธีสำคัญ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อตัวประกันสาวจอมพยศไม่ได้สิ้นฤทธิ์ลงง่ายๆ จนนำไปสู่ความวุ่นวายที่เหนือการควบคุม และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดอลหม่านระหว่างผู้ลักพาตัวกับตัวประกันสาว มาร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวความรักฉบับโรมานซ์ที่แสนตื่นเต้นและเร่าร้อนจากปลายปากกาของคุณธิดาได้ในเล่า
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
8.7
เรื่องราวรักสุดดำมืดและเร่าร้อนของค่ำคืนที่แสนอันตราย เมื่อคุณหนูผู้ไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ถูกล่อลวงเข้าสู่โลกแห่งโลกีย์อย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอต้องเผชิญหน้ากับรสสวาทอันดุดันรุนแรงและรสนิยมแบบซาดิสม์จากการร่วมรักแบบสามคน โดยฝีมือการชักนำของคนสวนและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่จ้องจะทำลายความอ่อนต่อโลกของเธอ ทุกสัมผัสทางกายกลายเป็นบทเรียนสวาทครั้งสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล พร้อมทั้งดึงรั้งเธอให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของวังวนตัณหาอันแสนเร่าร้อนจนยากจะถอนตัวขึ้นมาได้อีก
ภาพปกนิยายเรื่อง Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากเด็กหญิงที่เคยวิ่งเล่นเคียงข้าง ‘อินทัช’ ในอดีต วันนี้ ‘จันทร์เจ้าขา’ ได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งพร้อมกับความรู้สึกในใจที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความผูกพันในฐานะอาหลานที่เคยมีกลับกลายเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว เธอไม่ปรารถนาจะหยุดอยู่เพียงแค่สถานะเด็กน้อยในสายตาของเขาอีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงเต็มตัว ไม่ว่าจะต้องใช้เสน่ห์หรือความเย้ายวนรูปแบบใด เพื่อเปลี่ยนมุมมองของชายหนุ่มและก้าวข้ามขอบเขตความสัมพันธ์เดิม ๆ สู่การเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กุมหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่ผ่านมา โจวเป่ยจิ้งมองว่าหลูเฉียนหนิงเป็นเพียงผู้ช่วยสาวที่ยอมขายตัวเพื่อหาเงินมารักษาแม่ของเธอ แต่แล้วความอดทนของเธอก็หมดลงเมื่อเธอขอหย่าพร้อมตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีหญิงอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อความจริงเปิดเผยว่าเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนสมรสกับเขาเมื่อหกปีก่อน จากประธานหนุ่มผู้แสนหยิ่งยโสจึงต้องกลายมาเป็นคนคลั่งรักที่ยอมสละทรัพย์สินทุกอย่างเพื่อตามง้อภรรยา แม้ในอดีตเธอจะถูกผู้คนดูแคลนว่าต่ำต้อย แต่ในปัจจุบันเธอกลับกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำให้เขาตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นอีกไม่ไหว