APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน

โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน

หญิงสาวไร้ความทรงจำผู้ประคองชีวิตด้วยข้อความบนโพสต์อิท ต้องเผชิญมรสุมครั้งใหญ่เมื่อพศิน แฟนเก่าที่เธอเคยทิ้งไปเมื่อเจ็ดปีก่อนย้อนกลับมาแก้แค้น เขาและคู่หมั้นวางแผนใช้เธอเป็นเครื่องมือในรายการเรียลลิตี้เพื่อแฉความผิดในอดีตที่เธอจำไม่ได้ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิธีชำระบาปอันทารุณ ซ้ำร้ายพี่ชายที่เข้ามาช่วยเหลือยังต้องติดร่างแหไปด้วย ท่ามกลางสายตาเคียดแค้นของพศิน เธอจึงต้องหาคำตอบให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นในอดีตที่สูญหายไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

กุลธิดา (กุล) POV:

เขาปัดมือออกจากการจับคางของฉันอย่างรุนแรงจนศีรษะของฉันกระแทกกับพนักเก้าอี้อีกครั้ง ความเจ็บแล่นแปล๊บไปทั่วศีรษะ แต่ฉันกลับรู้สึกชาชินกับมันแล้ว

เขาหันหลังให้ฉัน เดินไปที่ผนังบ้านที่เต็มไปด้วยโพสต์อิทสีเหลืองสดใสที่ฉันใช้เป็นเครื่องนำทางในชีวิตประจำวัน

โพสต์อิทเหล่านั้นคือโลกทั้งใบของฉัน คือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงฉันเข้ากับความเป็นจริงในแต่ละวัน

เขามองโพสต์อิทพวกนั้นด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม จากนั้นก็เตะปลายเท้าใส่ผนังเบาๆ ราวกับจะทดสอบอะไรบางอย่าง

"นี่มันอะไรกัน?" เขาถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "สมุดบันทึกของคนบ้าหรือไง?"

ก่อนที่ฉันจะได้ตอบอะไร เขาก็เริ่มดึงโพสต์อิทออกทีละแผ่น ทีละแผ่น ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

"กินข้าวเช้า... แปรงฟัน... รดน้ำต้นไม้... ไปซื้อของที่ตลาด..." เขาอ่านออกเสียงแต่ละโพสต์อิทด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "เธอคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ กุลธิดา? นี่มันละครบทใหม่ที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจอีกแล้วใช่ไหม?"

แต่ละแผ่นที่ถูกกระชากออกจากผนังเหมือนหัวใจของฉันที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โพสต์อิทเหล่านั้นไม่ใช่แค่กระดาษโน้ต แต่มันคือลมหายใจ คือความทรงจำที่เหลืออยู่ของฉัน

ฉันพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ขาของฉันกลับอ่อนแรงทรุดลงไปกองกับพื้น ฉันพยายามคลานเข้าไปหาเขา กวาดมือไปบนพื้นเพื่อเก็บชิ้นส่วนความทรงจำที่แตกสลายเหล่านั้น

"อย่านะ... อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" ฉันพูดเสียงแผ่ว น้ำตาไหลอาบแก้ม

เขาจ้องมองมาที่ฉันที่กำลังคลานอยู่บนพื้นด้วยแววตาเย็นชา ไร้ความรู้สึกใดๆ

โพสต์อิทแผ่นหนึ่งหล่นลงตรงหน้าเขา เขายกเท้าขึ้นเหยียบมันอย่างจงใจ แล้วก้มลงเก็บมันขึ้นมา

"สุขสันต์วันเกิดนะชิน... รักเธอเสมอ..." เขาอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เขาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่โพสต์อิทแผ่นนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาที่ฉัน

"นี่เธอยังเก็บมันไว้อีกเหรอ?" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนเย้ยหยัน "เก็บเอาไว้เพื่ออะไร เพื่อเตือนใจตัวเองว่าเธอเคยโง่ขนาดไหนที่รักฉัน หรือเก็บไว้เพื่อหลอกตัวเองว่าฉันยังสำคัญกับเธออยู่?"

ก่อนที่ฉันจะได้ตอบอะไร เขาฉีกโพสต์อิทแผ่นนั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และปล่อยให้มันร่วงหล่นลงมาบนศีรษะของฉัน

เศษกระดาษสีเหลืองปลิวว่อนลงมาคลุมตัวฉัน เหมือนหิมะที่ปกคลุมร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ฉันพยายามเอื้อมมือออกไปจับมัน แต่ก็ทำได้เพียงจับอากาศที่ว่างเปล่า

ศุภลักษณ์เดินเข้ามาหาพศิน เธอจับแขนเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

"พอเถอะค่ะชิน อย่าไปทะเลาะกับคนบ้าแบบนี้เลย ดูสภาพเธอสิคะ น่าสมเพชจะตายไป" เธอหันไปมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "เธอคงอยากให้เราสนใจมากสินะ ถึงได้ทำตัวเป็นคนสติไม่ดีแบบนี้"

"ชินคะ ลักษณ์มีเรื่องจะคุยด้วยนะคะ เรื่องรายการเรียลลิตี้ของเราไงคะ ที่เราจะกลับมาถ่ายทำที่บ้านเกิดคุณน่ะ" เธอพูดต่อ พยายามเปลี่ยนเรื่อง

"คุณอยากสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะศิลปินที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดใช่ไหมคะ? เราใช้เธอเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ได้นะคะ"

คำพูดของศุภลักษณ์ทำให้พศินหันมามองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคิด เขามองฉันอีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

"ก็ดีเหมือนกัน" พศินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันจะใช้เธอเป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของฉัน"

เขาก้มลงมาหาฉันที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น แล้วตบหน้าฉันเบาๆ

"เธออยากเป็นดาวใช่ไหม กุลธิดา? ฉันจะทำให้เธอเป็นดาวเอง แต่เป็นดาวที่ไม่มีใครอยากจดจำ!"

ฉันมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังจะทำ ฉันแค่รู้สึกหนาวสั่นไปทั่วทั้งร่างกาย

วันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า โพสต์อิทบนผนังหายไปหมดแล้ว ฉันไม่รู้ว่าวันนี้ฉันควรจะทำอะไร ฉันเดินเข้าไปในครัว หยิบขนมปังออกมาจากตู้เย็น กินมันทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่านี่คืออาหารเช้าหรือไม่

ทันใดนั้น เสียงเตะประตูดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ประตูไม้เก่าๆ ของฉันกระเด็นหลุดออกจากวงกบ ฉันสะดุ้งเฮือก หันไปมองที่ประตูด้วยความตกใจ

พศินเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับทีมงานกล้องวงใหญ่ พวกเขารุมกันเข้ามาในบ้านของฉันราวกับฝูงผึ้ง

ศุภลักษณ์เดินเข้ามาโอบแขนพศิน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดี แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเจ้าเล่ห์

ผู้กำกับเดินเข้ามาหาฉัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความเย็นชาที่แฝงอยู่

"สวัสดีครับ คุณกุลธิดา" ผู้กำกับพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง "ผมเป็นผู้กำกับรายการ 'คืนถิ่น... คืนใจ' ครับ"

"รายการนี้เป็นรายการเรียลลิตี้ที่เราตั้งใจจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของเรา และเราก็อยากจะช่วยคนที่กำลังลำบากในชุมชนนี้ด้วยครับ"

"เราได้ยินมาว่าคุณกำลังมีชีวิตที่ยากลำบาก เราเลยอยากจะบันทึกเรื่องราวของคุณเพื่อขอรับบริจาคจากสังคมครับ"

ฉันมองหน้าพวกเขาแต่ละคน สลับกับมองกล้องที่จ่อมาที่ฉัน ความสับสนตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง

พวกเขาจะช่วยฉันทำไม? ฉันจำไม่ได้เลยว่าพวกเขาเป็นใคร หรือรู้จักฉันได้อย่างไร

ฉันรู้สึกอึดอัดกับสายตามากมายที่จ้องมองมาที่ฉัน ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน

"เธอเป็นใคร?" ฉันถามออกไป เสียงของฉันแหบพร่า

ผู้กำกับชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

"คุณกุลธิดาครับ คุณจำพวกเราไม่ได้จริงๆ เหรอครับ?"

ฉันมองไปที่พศินที่ยืนอยู่ข้างๆ ศุภลักษณ์

"ฉันจำไม่ได้ว่าคุณเป็นใคร" ฉันตอบอย่างซื่อตรง

สีหน้าของพศินเปลี่ยนเป็นถมึงทึง ศุภลักษณ์รีบจับแขนเขาไว้แล้วยิ้มแหยๆ ให้กล้อง

"ชินคะ อย่าถือสาเธอเลยนะคะ เธอคงความจำไม่ค่อยดีเท่าไหร่" ศุภลักษณ์พูดกับพศินด้วยน้ำเสียงที่แสนจะอ่อนหวาน

เธอหันมามองหน้าฉันอีกครั้งแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววประหลาด

"กุลธิดา เราจะช่วยเธอนะ" เธอพูด "เราจะทำให้ชีวิตของเธอกลับมาดีเหมือนเดิม"

ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉัน

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกคุกคาม แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลย

"ตอนนี้เธอแค่ต้องเชื่อใจพวกเรานะกุลธิดา" ศุภลักษณ์พูดขึ้นอีกครั้ง "เราจะช่วยเธอเอง"

ฉันมองไปที่พศิน เขายืนจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ฉันอ่านไม่ออก

"เธอจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับฉัน กุลธิดา"

น้ำเสียงของพศินดังขึ้นในหัวของฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก

ฉันรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น และไม่รู้ว่าฉันจะต้องเจออะไรต่อไป

ฉันรู้สึกเหมือนตกอยู่ในกับดัก ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเธอกำลังให้ท่าจือ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของสามี แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความตั้งใจและไม่มีเจตนายั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยแววตาเกลียดชังและตัดสินทันทีว่าเธอเป็นสตรีไร้ยางอายที่กล้าสวมเขาให้หลานชายของตน ด้วยความโกรธจัด จือข่มขู่ว่าจะเรียกซิงมาเป็นพยานเห็นความอัปยศนี้ เพื่อเปิดโปงสะใภ้จอมปลอมให้ทุกคนได้รับรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านประธานซาตานของฉัน
7.6
หญิงสาวรู้สึกประหม่าเมื่อพลัดหลงในคฤหาสน์โอ่อ่ากว่าครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางแสงไฟจากห้องนอนใหญ่ เธอรู้ดีว่าหากไม่มีคนช่วยนำทาง คงต้องจำใจนอนค้างด้านนอก วิกฤตนี้ชวนให้หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน การหลงทางเคยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอให้กำเนิดลูกชาย แต่ปัจจุบันเด็กน้อยผู้ฉลาดเฉลียวเกินวัยกำลังก่อเรื่องใหญ่ เขาตัดสินใจใช้รายการถ่ายทอดสดเป็นสื่อกลางประกาศตามหาพ่ออย่างเป็นทางการ เป้าหมายของเด็กชายตัวแสบคือการชักนำผู้เป็นพ่อให้กลับมาเติมเต็มความอบอุ่นและฟื้นฟูครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าชายของฉัน
7.7
แม้แคว้นใหญ่จะมั่งคั่ง แต่ชาวบ้านในหุบเขาต้าชานกลับต้องเผชิญความหิวโหยและภัยป่า เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ครอบครัวของกู้หรูเฟิงก็ตกอยู่ในจุดวิกฤต ชายหนุ่มผู้สง่างามแต่ร่างกายอ่อนแอและมีแผลเป็น ต้องอาศัยการวาดภาพหาเงินประทังชีพ ทว่าเขากลับถูกภรรยาด่าทออย่างเกรี้ยวกราดเพราะทำไร่ไถนาไม่ได้ เขาจำต้องก้มหน้าทนรับความเจ็บปวดทั้งกายและใจจากการถูกเหยียดหยาม โดยที่ไม่เคยล่วงรู้เลยว่า ความขัดแย้งอันแสนรันทดทั้งหมดนี้ กำลังถูกจับตาดูอย่างเงียบๆ โดยหลิ่วเจิน ดวงวิญญาณสาวที่เร้นกายอยู่ในเงามืด
ภาพปกนิยายเรื่อง เคยรักคุณที่สุด
7.8
ชีวิตของคุณเจี่ยนต้องพบมรสุมครั้งใหญ่เมื่อถูกสังคมใส่ร้ายอย่างรุนแรง เธอถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงหน้าเงินที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพราะไปรักชายที่อายุมากกว่า ข้อกล่าวหานี้สร้างความเข้าใจผิดและผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง โลกทั้งใบพังครืน เธอต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวจนได้เรียนรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการหันกลับมารักตัวเอง ท่ามกลางอคติที่ถาโถม หญิงสาวต้องรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับคำลวง การต่อสู้ทวงคืนความบริสุทธิ์และกอบกู้ศักดิ์ศรีจึงเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายจนสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกเขยคุณชายฉี
7.5
การเป็นลูกเขยแต่งเข้าทำให้เขาต้องทนกับสายตาดูถูกและคำวิจารณ์อันเจ็บปวด สังคมมองว่าเขาเป็นเพียงคนไร้ความสามารถที่ต้องเกาะครอบครัวภรรยากิน ทว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์ต่ำต้อยที่เขายอมอดกลั้นนั้น กลับซ่อนเร้นความจริงที่จะสั่นสะเทือนผู้คนรอบข้าง เพราะแท้จริงแล้วเขาคือทายาทสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้ความอดทนได้สิ้นสุดลงแล้ว ฐานะอันยิ่งใหญ่ที่ปกปิดมานานกำลังจะถูกเปิดเผย เพื่อให้คนที่เคยเหยียบย่ำเขาต้องตกตะลึงและยอมสยบต่ออำนาจที่แท้จริง