APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พลาดรักยากูซ่า

พลาดรักยากูซ่า

การยื่นมือเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มแปลกหน้าในวันนั้น เปลี่ยนชีวิตของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งไปตลอดกาล เมื่อเขาคนนั้นคือนายน้อยผู้ทรงอิทธิพลแห่งแก๊งยากูซ่า ความเมตตาในอดีตได้กลายเป็นโซ่ตรวนผูกมัดให้เธอต้องก้าวเข้าสู่โลกมืดอันแสนอันตรายที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจและการนองเลือดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดุเดือดและพร้อมจะพรากชีวิตได้ทุกวินาที เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่และบททดสอบหัวใจครั้งสำคัญในเส้นทางสายมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

"งั้นพวกมึงก็เดินตามห่างๆ อย่าให้ใครรู้ว่าพวกมึงตามกูมา มันจะเป็นจุดสนใจให้พวกมันมากกว่าเดิม"

"ได้ครับ"

"..........." ริวละสายตาจากมือขวาคนสนิทล้วงบุหรี่ในกระเป๋าขึ้นมาจุดสูบปล่อยควันขาวฟุ้งไปในอากาศ

ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปืนจากเอวลูกน้องที่ยืนประจำจุดมาเหน็บไปที่เอวของตัวเอง ดึงเสื้อเชิ้ตสีดำมาปิดบังอำพลางตรงไปยังประตูทางด้านหลังของเพนท์เฮ้าส์ โดยที่ลูกน้องที่ยืนอยู่ประจำจุดต่างก้มหัวเคารพผู้เป็นนาย

ฟุโดที่เห็นเจ้านายหนุ่มเดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์ไปเมื่อครู่ เขาก็สั่งลูกน้องจำนวนหนึ่งรวมถึงตัวเขาเองเดินตามออกไป พร้อมกับทิ้งระยะห่างจากริวพอสมควร

ฟู่...

ปากหนาพ่นควันบุหรี่ออกจากปากและจมูกก่อนที่จะโยนมวนบุหรี่ลงพื้น แล้วใช้รองเท้าแบรนด์ดังที่ใส่เหยียบมวนบุหรี่ ขณะที่เขามาหยุดยืนอยู่ข้างถนนตรงกับทางม้าลาย

ดวงตาคมกริบจ้องไปยังตึกร้างขนาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามผ่านแว่นตากันแดดสีดำ

ที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่จะมาดูสาวๆอย่างที่แม่แนะนำหรือตามที่ฟุโดเข้าใจ

แต่เพราะเมื่อคืนตอนที่เขานั่งรถกำลังจะเข้าเพนท์เฮ้าส์ สายตาของเขามันเหลือบไปเห็นตึกร้างขนาดใหญ่ ที่อยู่ตรงหน้าเขาณ.ตอนนี้

แค่เห็นแว่บเดียวหัวธุรกิจอย่างเขาก็รู้แล้วว่าจะทำกิจการอะไร และธุรกิจนั้นก็คือฟิตเนส นอกจากจะเป็นธุรกิจที่หารายได้ให้ครอบครัวของเขาได้แล้ว ยังเป็นธุรกิจที่เอาไว้บังหน้าธุรกิจสีเทาที่ครอบครัวของเขากำลังทำอยู่

ริวมองตึกร้าง5คูหาตรงหน้าอย่างพิจารณา เขากำลังจินตนาการวาดแบบคร่าวๆไว้ในหัว แต่แล้วจินตนาการของเขาก็ต้องหลุดลอยออกไป เมื่อมีเสียงหัวเราะของใครบางคนแทรกเข้ามาในจินตนาการ

ริวหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะปรายตามองหาเจ้าของเสียง

"ฮ่าๆ จับให้ได้ก่อนเถอะค่อยมาพูด" แอลพูดขึ้นขณะที่เธอวิ่งเลยไปเกินครึ่งของหน้าตึกร้าง

ส่วนเด็กสาวอย่างมะลิเพิ่งจะวิ่งเลยจากมุมตึกมาได้เพียงนิด

"แฮ่กๆ จับได้อยู่แล้วย่ะ คอยดูเถอะ" เด็กสาวตะโกนตามหลังเพื่อนไป

แต่ขณะที่วิ่งอยู่นั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ใส่แว่นดำยืนอยู่ตรงทางม้าลาย และนั่นก็มีคำถามผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันทีคนตาบอดงั้นเหรอ

ริวชะงักนิ่งเมื่อเห็นเด็กสาวตัวเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มวิ่งออกมาจากทางข้างตึก

เขาคิดในใจทำไมเด็กผมเปียคนนี้ไม่ทำให้เขาหงุดหงิดเหมือนกับคนแรก

ดวงตาคมกริบไล่สายตาตามเด็กสาวผมเปียคนนั้น ด้วยความรู้สึกแปลกๆอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน จนกระทั่งเด็กคนนั้นวิ่งไปตามถนนเลี้ยวไปทางซ้ายหายไปตรงมุมตึก

ริวก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ท่ามกลางสายตาของฟุโดและลูกน้องที่แอบซุ่มดูแบบห่างๆ

มะลิวิ่งตามแอลที่วิ่งนำหน้าเธอมา ก่อนที่เพื่อนสนิทจะเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง มาตามถนนด้านข้างของตึก

เธอเข้าไปจับแขนแอลทันทีเมื่อเห็นเพื่อนยืนอยู่กับที่ ด้วยอาการเหนื่อยหอบไม่ต่างจากเธอ

"จับได้แล้วยัยเพื่อนบ้า เอาของฉันคืนมานะ"

แอลยื่นอมยิ้มคืนให้กับมะลิซึ่งมะลิก็หยิบมันเข้าปากในทันที ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เพราะเพื่อนคืนอมยิ้มเธอง่ายกว่าทุกครั้ง

"แม่ฉันโทรมาให้ไปซื้อของให้ก่อนกลับบ้าน สงสัยคงต้องแยกกันตรงนี้แล้วล่ะ"

"โอเคงั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ กลับบ้านดีๆล่ะ" มะลิบอกกับเพื่อนไป

บ้านของเธอกับแอลอยู่ห่างกันพอสมควร ทั้งสองจะแยกย้ายกันแถวๆตึกร้าง บ้านแอลต้องเดินตรงไปส่วนเธอต้องข้ามถนนไปอีกฝั่ง

"แกก็เหมือนกันรีบไปรับน้องมิกซ์ได้แล้ว บ๊ายบาย...พรุ่งนี้เจอกัน"

แอลแยกตัวไปอีกทางซึ่งมะลิก็กำลังจะข้ามถนนไปอีกฝั่ง แต่ใจหนึ่งก็ยังติดใจอยู่กับผู้ชายคนนั้น

"ป่านนี้จะข้ามถนนได้หรือยังนะ แถวนี้ก็ไม่ค่อยมีคนด้วย แถมแดดก็ยังร้อนอีกด้วย"

ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะฝังใจไปแล้วว่าผู้ชายใส่แว่นดำคนนั้นจะเป็นผู้พิการทางสายตา

ถ้าเขามองเห็นจะไปยืนกลางแดดร้อนๆอยู่ทำไม

"จะกลับไปดูดีไหมนะ? แต่เธอต้องกลับไปรับมิกซ์นะมะลิ" เด็กสาวยังคงถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ เธอเป็นคนขี้สงสาร

ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นผู้พิการทางสายตาข้ามถนนด้วยตัวเอง ทั้งที่เป็นทางม้าลายแต่กลับโดนรถเฉี่ยวจนเจ็บสาหัส ภาพนั้นมันติดตาของเธอมาจนถึงทุกวันนี้

"แต่เขาไม่มีไม้เท้านะมะลิ ช่างเถอะไปดูหน่อยก็แล้วกัน"

เด็กสาวถกเถียงกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหมุนตัวเดินย้อนกลับไปตรงทางที่เธอเพิ่งจะเดินมา แต่เมื่อพ้นมุมตึกก็เห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม

"ยังอยู่ที่เดิมจริงๆด้วย" เธอพูดพร้อมกลับรีบสาวเท้าเดินไปยืนอยู่ตรงทางม้าลาย แสดงว่าเขาคงมองไม่เห็นจริงๆ

ลิ้นเรียวเล็กในโพรงปากตวัดเลียอมยิ้มก้อนกลมๆ จนมันมีขนาดเล็กลงเกือบครึ่ง มองซ้ายขวาเตรียมหาทางข้าม

ริวมองเด็กสาวที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆอย่างสงสัย เมื่อเธอกลับมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา

แต่ไม่นานเขาก็เห็นเธอมองซ้ายมองขวา ดูเหมือนว่าจะข้ามถนนตรงมาทางเขา หลังจากที่รถบนถนนเริ่มน้อยลง

เด็กสาวข้ามมาได้ครึ่งทางตอนนี้เธอยืนอยู่บนเกาะกลางถนนรอที่จะข้ามมาอีกช่วง

ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา แล้วบ่นพึมพำในใจ คงมองไม่เห็นจริงสินะ น่าเสียดายหล่อซะด้วย

ริวมองเด็กสาวฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกประหม่าไม่ใช่เขาไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิง

แต่เพราะเคยเข้าใกล้อยู่หลายครั้งชนิดที่เนื้อแนบเนื้อก็เคยมีมาแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกแปลกๆแบบนี้เลยสักครั้ง

เมื่อรถเริ่มน้อยลงจนพอที่จะข้ามมาอีกฝั่งหนึ่งได้ มะลิก้าวเท้าลงจากเกาะกลางถนน เดินตามทางม้าลายอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มอย่างริว คนที่เธอคิดว่าเขามองไม่เห็น

เมื่อได้มายืนประจันหน้ากับเขาแล้ว เธอจึงรู้ว่าคนตรงหน้านั้นตัวสูงกว่าเธอมาก ความสูงของเธออาจจะแค่อกเขาเท่านั้น

และนอกจากเขาจะตัวสูงแล้วเขายังมีกลิ่นกายที่หอมมาก ไม่รู้ว่าใช้น้ำหอมอะไรถึงได้หอมขนาดนี้ เธอแอบสูดเข้าไปเต็มปอดอยู่หลายครั้ง

มะลิขยับเท้าเข้าไปหาคนตรงหน้าอีกนิด ส่วนริวก็อยู่นิ่งไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ที่เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนก็เพราะว่าเขากำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด หลังจากที่เผลอสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มแบบใกล้ๆ ผ่านแว่นดำตั้งแต่เธอมายืนอยู่ตรงหน้า

คนตัวเล็กอยากพิสูจน์อะไรบางอย่างเธอชูแขนขึ้นจนสุด โบกมือไปมาตรงหน้าของคนตัวสูง ก่อนที่จะตัดสินใจเอามือลง

การกระทำของมะลิทำให้ฟุโดและลูกน้องที่ซุ่มอยู่ถึงกับจะเข้ามาจู่โจม แต่ก็รับรู้ถึงสัญญาณมือที่ริวส่งให้พวกเขาเลยต้องสังเกตการณ์อยู่กับที่

เมื่อคิดแล้วว่าคนตรงหน้านั้นมองไม่เห็นเด็กสาวจึงบ่นพึมพำออกมา

"น่าสงสาร มองไม่เห็นจริงๆด้วย ร้อนแย่เลยทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้"

เมื่อได้ฟังคำของเด็กสาวนายน้อยตระกูลใหญ่ถึงกับแทบจะหลุดขำกับความไร้เดียงสาของเด็กสาว

นี่คนตรงหน้าคิดว่าเขาตาบอดหรอกเหรอ ในเมื่อเธอคิดว่าเขาตาบอดเขาก็จะยอมเป็นคนตาบอดให้เธอแล้วกัน

"คุณคะ...คุณ ทำไมมายืนตรงนี้คนเดียวล่ะคะ แล้วนี่จะไปไหนจะไปฝั่งนู้นหรือเปล่า?" เสียงหวานถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มแต่ริวกับเงียบจนมะลิถึงกับถอนหายใจ

"หรือว่าเสียงรถจะดังจนเขาไม่ได้ยิน" มะลิคิดในใจก่อนที่จะตัดสินใจยื่นมือไปคว้าที่ต้นแขนของริว แต่แล้วอีกฝ่ายกลับสะดุ้ง มะลิจึงรีบปล่อยมือออกเธอคิดว่าเขาตกใจหรืออาจจะกลัว

"ไม่ต้องกลัวนะคะหนูมาดีไม่คิดจะทำร้ายคุณค่ะ" เสียงหวานถูกเปล่งออกมาอีกครั้ง

ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายแต่อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าเรียบเฉย จนเธอคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้ยินด้วยหรือเปล่า

"คุณคะ...ได้ยินหนูหรือเปล่า?" มะลิยิงคำถามใส่คนตรงหน้าอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้อีกฝ่ายตอบรับเธอโดยการพยักหน้า แค่นี้ก็ทำให้เธอยิ้มได้ อย่างน้อยเขาก็ได้ยินที่เธอพูด

"..........." ริวมองต่ำไปที่เด็กสาวตรงหน้าเธอกำลังยิ้มอย่างสดใส ฟันเรียงสวยกัดแท่งพลาสติกสีขาวที่ด้านใน เขาคิดว่าน่าจะเป็นอมยิ้ม

เพียงแค่เขาพยักหน้าเธอต้องยิ้มกระชากใจเขาขนาดนี้เลยเหรอ

ก่อนหน้านี้ที่เขาสะดุ้งตอนเธอจับแขนมันเป็นปฏิกิริยาของร่างกาย เขากำลังรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รักยืนหยัดชั่วนิจนิรันดร์
6.7
ชีวิตสมรสพังทลายลงในพริบตา เมื่อข้อกล่าวหาจอมปลอมเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเพียงเศษขยะในสายตาของชายผู้เป็นที่รัก เขาลงมือบดขยี้ความผูกพันจนแหลกลาญอย่างเลือดเย็น ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือแผนการอำมหิตที่เขาหมายจะพรากลมหายใจของลูกแท้ๆ เพื่อปูทางไปสู่งานวิวาห์กับหญิงสาวที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นฝังลึก เมื่อพันธสัญญาถูกฉีกทิ้ง สตรีผู้สูญเสียทุกสิ่งจึงพร้อมลุกขึ้นทวงคืนความยุติธรรมให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้กับเธอและลูกน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ยินดีที่ได้พบคุณในชาตินี้
8.8
ชีวิตคู่ที่ควรเปี่ยมสุขกลับกลายเป็นขุมนรก เมื่อสามีปฏิบัติต่อเธอราวกับสิ่งของไร้ราคา เขาเชิดชูเพียงหญิงที่ตนหลงรัก ขณะที่ภรรยาต้องทนรับการเหยียดหยาม ความโหดร้ายทวีรุนแรงขึ้นเมื่อเธอถูกบีบคั้นให้พรากจากลูกในครรภ์ถึงสามครา ทุกครั้งที่ผู้หญิงของเขาพบเจอกับความเดือดร้อน เธอจะถูกโยนความผิดและตกเป็นเป้าระบายโทสะเสมอ การต้องรับโทษทัณฑ์ในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ ผนวกกับการถูกทำลายความหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้สลักรอยบอบช้ำลึกลงในจิตวิญญาณ จนกลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่อาจเยียวยาได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักลับของเรา
9.0
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ณ เมืองหยุนเฉิงทำให้เฉียวเมียนเมียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเหมาเยซือ บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุด ค่ำคืนนั้นนำมาซึ่งข้อตกลงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ การก้าวขึ้นเป็นนายหญิงตระกูลเหมาบันดาลให้เธอเพียบพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคาร ทว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญกลับเป็นความห่วงใยที่รุนแรงเกินต้านทาน แม้แต่ตอนที่เธอป่วยและดื้อดึงไม่ยอมทานยา เขายังคงตระกองกอดเธอไว้อย่างหวงแหนและคอยตะล่อมให้เธอรักษาสุขภาพ พันธสัญญาครั้งนี้จึงอบอวลไปด้วยความใส่ใจอันแสนหวาน
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจของปฐพี
7.8
สตรีผู้เคยอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะมารดาแห่งแคว้นเคียงข้างโอรสสวรรค์ ได้พบกับปาฏิหาริย์ที่พลิกชะตากรรม เมื่อนางย้อนเวลากลับมาในช่วงห้าปีก่อนหน้า โอกาสครั้งที่สองนี้นำมาซึ่งอิสระในการกำหนดเส้นทางชีวิตใหม่ นางไม่ต้องเดินตามรอยเท้าเดิมอีกต่อไป ท่ามกลางทางเลือกที่เปิดกว้าง นางเริ่มทบทวนถึงบทบาทที่แท้จริงของตนเองในชาตินี้ ว่าชีวิตควรดำเนินไปในทิศทางใด การตัดสินใจครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นตัวกำหนดอนาคตและเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์หัวใจของนางไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกเขยคุณชายฉี
7.5
การเป็นลูกเขยแต่งเข้าทำให้เขาต้องทนกับสายตาดูถูกและคำวิจารณ์อันเจ็บปวด สังคมมองว่าเขาเป็นเพียงคนไร้ความสามารถที่ต้องเกาะครอบครัวภรรยากิน ทว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์ต่ำต้อยที่เขายอมอดกลั้นนั้น กลับซ่อนเร้นความจริงที่จะสั่นสะเทือนผู้คนรอบข้าง เพราะแท้จริงแล้วเขาคือทายาทสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้ความอดทนได้สิ้นสุดลงแล้ว ฐานะอันยิ่งใหญ่ที่ปกปิดมานานกำลังจะถูกเปิดเผย เพื่อให้คนที่เคยเหยียบย่ำเขาต้องตกตะลึงและยอมสยบต่ออำนาจที่แท้จริง