APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หลงกลรักมาเฟีย (สิมิลัน-วิลเซอร์)

หลงกลรักมาเฟีย (สิมิลัน-วิลเซอร์)

ชีวิตในวัย 22 ปีของ ‘สิมิลัน’ ต้องพังครืนลงเมื่อสูญเสียบิดาอันเป็นที่รัก ซ้ำยังโดนแม่แท้ๆ ทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือบ้านอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย แต่เธอกลับต้องสูญเสียมันไปให้กับตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างทริปเปิลวิลล์ ทางรอดเดียวของเธอคือการบากหน้าไปเจรจากับเจ้าหนี้ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘วิลเซอร์’ มาเฟียหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้เป็นแฝดคนกลางที่แสนเย็นชาและเด็ดขาด นอกจากเขาจะปฏิเสธข้อเสนออย่างไม่ใยดีแล้ว เขายังตราหน้าและเข้าใจผิดว่าเธอตั้งใจจะใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อล้างหนี้สิน สิมิลันจึงต้องติดกับดักและตกอยู่ภายใต้อำนาจของมาเฟียไร้หัวใจคนนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

นอกจากเงินที่พ่อเอาใส่บัญชีเอาไว้ให้ฉันทุกเดือนแล้ว ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังเมื่อมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันชีวิตมาดักพบที่มหาวิทยาลัยพร้อมกับแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อ และพ่อแอบทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้ให้ฉันในวงเงินหนึ่งล้านบาท โดยในกรมธรรม์ประกันชีวิตของพ่อระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นฉันเพียงคนเดียวและยังสั่งห้ามเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ไม่ให้บอกกับแม่ของฉันอย่างเด็ดขาด

ก่อนหน้านั้นฉันเคยแปลกใจนะ ว่าทำไมพ่อถึงไม่เคยบอกแม่เรื่องเงินที่แอบโอนไว้ให้ฉัน หรือแม้กระทั่งบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งบนเกาะสิมิลันที่พ่อได้ซื้อไว้และโอนเป็นชื่อของฉันแล้ว ท่านก็ย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ให้ฉันบอกแม่อย่างเด็ดขาด และพ่อก็แอบพาฉันไปที่บ้านหลังนั้นทุกปี โดยอ้างกับแม่ว่าที่บริษัทจัดทัวร์ท่องเที่ยวปีละครั้ง ทานจึงพาฉันไปด้วย ซึ่งแม่ก็ไม่ได้สนใจไต่ถามอะไร

สรุปว่าเดือนนั้นฉันต้องเอาเงินเก็บที่พ่อโอนเข้าบัญชีไว้ให้ทุกเดือนเพื่อเอาไว้เป็นทุนเรียนต่อมาจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในบ้านทุกอย่าง โดยที่แม่ไม่ได้สนใจไต่ถามเลยสักนิดว่าฉันเอาเงินที่ไหนมาจ่าย โดยแต่ละสัปดาห์ท่านก็แบมือขอเงินค่าใช้จ่ายกินอยู่ในบ้านเหมือนตอนที่พ่ออยู่ทุกประการ โดยที่วัน ๆ ท่านก็ไม่คิดจะทำงานอะไร คงอยู่บ้านเฉย ๆ แบบนั้นเหมือนเดิม ซึ่งถ้าเป็นตอนที่พ่ออยู่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก เพราะสามีดูแลภรรยาและลูก ก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่พอพ่อมาเสียไปแบบนี้ถ้าเราจะอยู่รอดให้ได้ก็ควรจะช่วยเหลือกัน แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อแม่เขาไม่คิดแบบนั้น แล้วลูกอย่างฉันจะไปว่าอะไรท่านได้

"มินเดี๋ยววันนี้ฉันกลับก่อนนะ จะรีบเตรียมตัวไปทำงานน่ะ" ฉันบอกกับมินตราเพื่อนสนิทคนเดียวของฉันที่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งมินตราเป็นลูกคนมีเงิน ต้นตระกูลของเธอเป็นผู้ดีเก่า แต่ตัวเธอเองกลับไม่ถือตัวเลย ฉันตึงคบกับมินตราได้แบบสบายใจ

"วันนี้ไปทำงานที่ไหนเนี่ย เลิกดึกอีกหรือเปล่า ถ้าดึกมากก็มานอนที่คอนโดฉันนะ โทรมาก็ได้ เดี๋ยวไปรับ" มินตราแสดงความเป็นห่วงและเอื้ออาทรกับฉันเหมือนเคย

"น่าจะไม่เกินสามทุ่มนะ แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันกลับไปนอนบ้านได้ เพราะฉันห่วงแม่ด้วย ไม่อยากทิ้งแม่ไว้คนเดียว" มินตราพยักหน้าเข้าใจ

"งั้นถ้าแกกลับถึงบ้านแล้วไลน์บอกฉันด้วยแล้วกัน" ฉันพยักหน้าให้ยัยมิน แล้วรีบเก็บข้าวของ เรียกรถแท็กซี่ไปที่ห้างหรูใจกลางเมืองเพื่อทำงานทันที งานของฉันเป็นงานพริตตี้ MC โดยฉันจะเลือกรับเฉพาะที่ไม่มีผลกระทบกับสภาพความเป็นนักศึกษาของตัวเองและไม่กระทบกับการเรียน ตอนนี้ฉันอยู่ปีสองแล้ว ยังไงฉันก็จะอดทนสู้ไปก่อน ฉันยังมีเงินที่พ่อฝากไว้ให้แยกกันกับบัญชีที่ฝากไว้เป็นค่าเล่าเรียน ก็เลยทำให้ยังพอที่จะเลือกรับงานได้ แต่ฉันประเมินสถานการณ์ในบ้านแล้วเรื่องรายจ่ายยังเป็นปัญหาหลัก เพราะแม่เองก็ไม่มีทีท่าว่าจะช่วยเหลืออะไร ฉันก็เลยต้องรีบออกมาทำงานหาเงินเติมเข้าบัญชีไว้แต่เนิ่น ๆ น่าจะดีกว่า

สองปีต่อมา

"งานวันนี้เพอร์เฟกต์มากเลยค่ะน้องเก้า ลูกค้าพอใจมากเลย นี่ค่าตัวค่ะแล้วก็มีที่เจ้าของโชว์รูมให้ทิปพิเศษมาด้วยนะ"

"ขอบคุณพี่แจงมากเลยค่ะ" ฉันยกมือไหว้พี่แจง คนที่ติดต่อให้ฉันมาทำงานวันนี้แล้วยื่นมือไปรับซองที่อยู่ในมือของเธอ โดยสัมผัสแรกก็รู้แล้วว่าเงินในซองมันหนาขนาดไหน

"บริษัททริปเปิลวิลล์มีกิจการเยอะแยะมากมายเลยค่ะ มีทั้งโชว์รูมรถหลายที่ กิจการนำเข้ารถหรู รวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์แล้วก็สถานบันเทิงด้วย ถ้ามีงานที่ไม่กระทบกับการเรียนของหนู พี่จะรีบติดต่อน้องเก้าไปนะคะ"

"ขอบคุณพี่แจงที่กรุณานะคะ เก้ายินดีรับใช้ค่ะ" ฉันกล่าวขอบคุณพี่แจงอีกครั้ง จะว่าไปฉันก็โชคดีที่พี่แจงเอ็นดูฉันมาก ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมาถ้ามีงานอะไรที่ฉันทำได้ พี่แจงจะติดต่อมาตลอด และที่สำคัญเค่าตอบแทนสูงเสียด้วย ฉันเดินเข้าไปด้านในเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวกลับบ้าน เพราะตอนนี้ชุดพริตตี้ที่ใส่อยู่ถึงมันไม่ได้โป๊มากมายแต่มันก็คับแล้วก็สั้นอยู่ดี

ฉันเดินลัดเลาะไปยังด้านหลังของงานซึ่งตอนนี้คนเริ่มทยอยกลับกันไปบ้างแล้ว ในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น หางตาฉันก็มองไปเห็นกลุ่มคนเดินอยู่ห่างๆ ในกลุ่มนั้นเป็นผู้ชายล้วนๆ รูปร่างสูงใหญ่ ดูแล้วเป็นชาวต่างชาติแน่นอน ในกลุ่มที่เดินอยู่นั้นมีอยู่ราว ๆ ห้าหกคน แต่ฉันสะดุดตาอยู่ที่ผู้ชายที่เดินนำหน้าเป็นคนแรก เพราะคนอื่น ๆ ที่เหลือเดินตามหลังเขาทั้งหมด

ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นแล้วถึงกับถามตัวเองว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายที่หล่อได้ขนาดนี้เลยเหรอ เขาสวมชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้ม ทรงผมสีบรอนซ์ถูกเซ็ทอย่างดี เรียกว่าเสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะมากชนิดที่หาที่ติไม่เจอ โครงหน้าหล่อเหลา มีเคราขึ้นจาง ๆ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยัก ผิวขาวสะอาด น่าเสียดายที่ฉันเห็นเขาแค่เพียงเสี้ยวด้านข้าง แต่ด้านข้างยังหล่อขนาดนี้ ถ้าได้เห็นหน้าตรงแบบชัด ๆ ฉันคงขาสั่นจนไปไม่เป็นแน่ ๆ

กว่าฉันจะนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้านก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มทั้งร้อนทั้งเหนื่อย แต่ฉันชินเสียแล้วแหละ เพราะตั้งแต่พ่อเสียไปฉันก็ต้องทำงานไปเรียนไปแบบนี้มาตลอดสองปี จนตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปีสี่ อีกเทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้ว ถ้าหางานดีๆ ทำได้ ก็คงจะเหนื่อยน้อยกว่านี้

ฉันไขกุญแจเข้าบ้านแล้วล็อคประตูรั้วเรียบร้อย เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน และเอื้อมมือจับลูกบิดประตูปรากฏว่าล็อคจากด้านใน แสดงว่าแม่คงนอนแล้ว ฉันจึงไขกุญแจเข้าไป เมื่อเข้าไปยังห้องนอนแล้วฉันก็รีบไลน์บอกมินตราทันทีเพราะไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง

หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วฉันรู้สึกหิวน้ำขึ้นมา จึงเดินลงไปข้างล่างเพื่อดื่มน้ำ และหยิบขวดน้ำขึ้นมาขวดหนึ่งเพื่อเอาขึ้นไปดื่มข้างบนตอนดึก แต่เมื่อฉันหันหลังกลับไปก็ต้องตกใจจนตัวชาตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะฉันเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุน่าจะมากกว่าฉันราว ๆ สามสี่ปี เขากำลังเดินลงมาจากบันไดด้านบนแล้วตรงมายังฉัน

อ๊ะ... หรือว่าเขาเป็นขโมย

"กรี๊ดดดดดด ช่วยด้วยค่ะ" ฉันหวีดร้องลั่นรีบวิ่งไปยังลิ้นชักที่เก็บมีดแล้วหยิบมีดปลายแหลมขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว แต่ยังไม่ทันที่จะทำอะไรฉันก็เห็นแม่เดินตามผู้ชายคนนั้นลงมาเสียก่อน ฉันอ้าปากค้าง ตอนนี้ยอมรับว่าช็อคมากกว่าเดิมเสียอีก

"ร้องเสียงดังโวยวายอะไรยัยเก้า" แม่เอ่ยถามฉัน ส่วนผู้ชายคนนั้นหยุดยืนรอแม่พร้อมกับเอื้อมมือไปกอดเอวของแม่ฉัน ชัดเลย คราวนี้ชัดเจน จนแทบไม่ต้องอธิบายอะไร

"วางมีดลงก่อนยัยเก้า นี่ติณ แฟนใหม่ของฉันเอง" แม่พูดกับฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนฉันถึงกับอ้าปากค้าง มีดหลุดออกจากมือทันที ใช่ค่ะ...ฉันช็อคไปเลย นี่แม่มีแฟนใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน และที่สำคัญคือพามาอยู่ในบ้านโดยไม่ปรึกษาฉันเลยสักคำเลยเหรอ

Write Talk: น้องเก้าต้องผจญชีวิตเพียงลำพัง น่าสงสารจัง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ชาติใหม่ไม่โง่รัก! ผัวเลว เมียน้อย ลูกมันเลี้ยงเองสิ
7.5
อดีตชาติอวิ๋นชูเสียสละทุกสิ่งเพื่อตระกูลเซี่ยและฟูมฟักบุตรของอนุภรรยา แต่นางกลับถูกลูกเลี้ยงหักหลังจนตัวตายและครอบครัวพินาศ เมื่อสวรรค์ให้นางย้อนเวลากลับมาในวัยยี่สิบปี หญิงสาวสาบานจะบดขยี้ทุกคนที่ทำร้ายนาง ลูกคนโตจะหมดสิทธิ์ในเส้นทางขุนนาง คนรองจะถูกเขี่ยทิ้งจากกองทัพ ส่วนบุตรสาวต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นางจะไม่เหลือความเมตตาให้อีก ทว่าระหว่างแผนล้างแค้นกำลังเดินหน้า กลับมีเด็กสองคนโผล่มาเรียกนางว่ามารดา พร้อมชายหนุ่มนามฉู่อี๋ที่เข้ามาทวงถามให้นางร่วมรับผิดชอบดูแลเด็กน้อยที่เขาเลี้ยงดูมาถึงสี่ปี
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งเกลียดยิ่งรัก...ขันทีของฉัน
7.7
ภายใต้วังหลวงที่รัดกุมด้วยระเบียบ ความรู้สึกต้องห้ามได้กำเนิดขึ้น สตรีผู้หนึ่งไม่อาจห้ามใจไม่ให้หลงใหลในบุรุษซึ่งเบื้องหน้าเป็นเพียงขันทีไร้เกียรติ แม้เริ่มต้นด้วยความชิงชัง ทว่าความผูกพันกลับหยั่งรากลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น นางรู้ดีว่ารักครั้งนี้คือการฝ่าฝืนจารีตอย่างร้ายแรงและไม่มีวันเป็นจริง แต่โชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเบื้องหลังฐานะนั้นมีความลับซุกซ่อนอยู่ ปริศนาที่ถูกปกปิดอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนชีวิต และเปลี่ยนบทสรุปของรักนี้ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาไร้เสียงแบกหัวใจของผม
8.1
หยินเหลียงเช็งต้องทำเด็กหลอดแก้วเป็นครั้งที่สาม ซึ่งนำเธอไปสู่ช่วงเวลาอันทุกข์ทรมาน เธอต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเห็นใจ ท่าทีเย็นชาจากแพทย์บีบบังคับให้ต้องกล้ำกลืนความอับอายทางสรีระ สิ่งที่สร้างความปวดร้าวที่สุดไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นขั้นตอนเตรียมตัวที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาอันแสนทารุณ ซึ่งกลายเป็นบททดสอบที่กัดกินจิตใจอย่างรุนแรง เรื่องราวนี้ถ่ายทอดบาดแผลและความพยายามของหญิงสาวที่จำต้องแบกรับความเจ็บปวดทางกายและอารมณ์ไว้เพียงลำพัง ขณะที่กาลเวลายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไร้สุ้มเสียง