APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)

บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)

ปารวีถูกบิดาบังคับให้แต่งงานกับญาตาวี ซึ่งเป็นบุตรสาวของหญิงสาวผู้เคยทำลายครอบครัวและสร้างความเจ็บปวดให้แม่ของเขาในอดีต ชายหนุ่มจึงใช้การแต่งงานครั้งนี้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้น โดยล่อลวงเธอให้เข้ามาติดกับดัก แม้ญาตาวีจะพยายามหลบหนีจากท่าทีที่แสนเย็นชาและอารมณ์ร้ายของเขาเพียงใด สุดท้ายเธอกลับต้องตกเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความแค้นและการทำร้ายจิตใจที่ปารวีมอบให้ ความใกล้ชิดในชีวิตคู่กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่เริ่มสั่นคลอนหัวใจของคนทั้งสองโดยไม่ทันทีละคนโดยไม่ทันที
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ปัณณวัฒน์จากเมืองไทยไปด้วยดวงใจที่แห้งแล้งอย่างคนไร้รัก เขาไม่สามารถจะมอบรักของเขาให้ผู้หญิงคนใดได้อีกแม้แต่คนที่เขาแต่งงานด้วย เพราะความรักของเขามอบให้เกร็ดแก้วไปจนหมดแล้ว ปัณณวัฒน์ใช้ชีวิตในฐานะนักธุรกิจผู้มากความสามารถ เขาประสบความสำเร็จเรื่องงานเป็นอย่างมาก และได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากไทยมาอยู่ที่สิงคโปร์แทน แต่ก็ไม่คิดจะล้มเลิกบริษัทฯที่ไทยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวของผู้หญิงที่เขามอบรักให้หมดดวงใจอีกเลย แต่รู้ว่าพ่อแม่เขาก็คงไม่อยู่เฉย คงต้องหาทางจัดการกับเกร็ดแก้วเป็นแน่ และเขาไม่รู้ว่าจะช่วยเธอย่างไร ไม่รู้จริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่กับภรรยาจนมีลูกชายด้วยกันคนหนึ่ง และรู้ว่าจิ่งฟางจะมอบรักให้เขาจนหมดหัวใจจนถึงลมหายใจสุดท้ายของเธอ แต่เขาก็มิอาจรักตอบเธอได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เขารู้ว่าเธอเจ็บปวดแต่ก็สู้เก็บมันเอาไว้ เขาสงสารเธอ แต่ก็ไม่อาจบังคับใจตัวเองให้เปลี่ยนความรักแบบพี่น้องที่มีต่อเธอเป็นอย่างอื่นที่มากกว่านั้นได้เลย

“หนูเป็นลูกของเกร็ดแก้วเหรอ?” ชายสูงวัยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ด้วยไม่คิดว่าแม่กับลูกจะเหมือนกันขนาดนี้ เหมือนกันทุกอย่าง เว้นแต่นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลสนิมนั้นเพียงอย่างเดียว เพราะคนรักของเขามีนัยน์ตาสีดำน่าหลงใหล แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็รู้สึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ายิ่งนัก เหมือนกับว่าเขารู้จักเธอมานานแสนนานแล้ว “หนูชื่ออะไรจ้ะ?”

“หนูชื่อยิ้มค่ะ”

“เอ่อ...ลุงชื่อวัฒน์เป็นเพื่อนของแม่หนูน่ะ ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว หนูจะพาลุงไปพบแม่ของหนูหน่อยได้ไหม?”

ปัณณวัฒน์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จนปารวีนึกอิจฉาผู้หญิงตรงหน้า เพราะพ่อของเขาไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้กับเขาแม้สักครั้ง แต่คนถูกถามกลับมีสีหน้าหม่นลงถนัดตา จนคนถามอดตกใจไม่ได้ว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือไม่ ทำไมรอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ถึงหายไปจากใบหน้าหวาน

“ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ แม่...แม่ตายไปแล้ว”

น้ำเสียงเศร้าสร้อยด้วยความคิดถึงบุคคลอันเป็นที่รักตอบกลับไป ทำให้คนถามถึงกับชะงัก เป็นไปได้อย่างไร เกร็ดแก้วตายได้อย่างไร? ตายเมื่อไหร่? ทำไมสวรรค์ถึงโหดร้ายกับเขาเช่นนี้ พรากคนที่รักไปจากเขาแล้วยังไม่พอ เมื่อเขามีโอกาสเพื่อมาขอพบเธอสักครั้ง เธอกลับจากเขาไปแล้ว…จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“งั้นหรือ?” ชายสูงวัยถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดจนผู้ที่มาด้วยอีกคนหนึ่งรู้สึกแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าพ่อของเขาจะมีท่าทีเจ็บปวดได้ปานนี้ ทั้งๆ ที่ตอนแม่เขาตายพ่อของเขากลับไม่เคยแสดงความเจ็บปวดเช่นนี้ออกมาให้เห็นเลย แม่ของผู้หญิงตรงหน้าคงมีความสำคัญกับพ่อของเขามากสินะ “แล้วหนูอยู่กับใคร?”

“หนูอยู่กับคุณป้าน่ะค่ะ” ญาตาวีตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อยปรับความรู้สึกได้บ้างแล้ว “เอ่อ...ถ้าคุณลุงไม่รังเกียจจะไปพักดื่มน้ำที่บ้านของหนูก่อนไหมคะ?”

“ก็ดีนะ นำไปเลยสิ” ปัณณวัฒน์ตอบรับโดยไม่ได้หันไปขอความคิดเห็นจากบุตรชายแม้แต่น้อย ก่อนเดินไปเคียงคู่กับหญิงสาวร่างบางซึ่งเป็นลูกสาวของหญิงคนรัก โดยปล่อยให้ลูกชายเดินตามหลังอย่างไม่สนใจ “หนูอายุเท่าไหร่แล้ว?” ถึงจะไม่มีคำลงท้าย แต่น้ำเสียงของชายสูงวัยก็อ่อนโยนจนหญิงสาวพลอยรู้สึกอบอุ่นไปด้วย

“22 ค่ะ”

“งั้นก็เรียนจบปริญญาตรีแล้วน่ะสิ”

“ค่ะ”

“แล้วทำงานอะไรเหรอ?”

“ยังไม่ได้ทำงานหรอกค่ะ เพราะต้องคอยมาช่วยป้าดูแลสวน”

“จบอะไรมาล่ะ?”

“อ๋อ! จบมนุษยศาสตร์ฯ ภาษาอังกฤษค่ะ”

“ไปทำงานกับลุงไหม?”

“คะ?” คำอุทานนี้บ่งบอกว่าผู้ฟังได้ยินชัดเจนว่าอีกฝ่ายถามว่าอย่างไร แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยแน่ใจในสิ่งที่ได้ยินสักเท่าไหร่นัก “คุณลุงว่าอะไรนะคะ?”

“ลุงถามว่า ไปทำงานที่บริษัทของลุงไหม?”

“เอ่อ...หนูขอถามป้าดูก่อนดีกว่านะคะ” ญาตาวีเลี่ยงตอบอย่างชาญฉลาด “ถึงแล้วค่ะ นี่บ้านของหนู”

ญาตาวีพาสองหนุ่มต่างวัยเดินมาหยุดอยู่ที่บ้านไม้ยกถุนสูงหลังกะทัดรัด ซึ่งล้อมรอบไปด้วยต้นมะม่วงที่ให้ความรมรื่นเย็นสบายจนไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศหลังหนึ่ง ปารวีรู้สึกแปลกใจอย่างไม่เคยเห็นบ้านอย่างนี้มาก่อน มันดูโบราณ จนน่ากลัวว่าหากขึ้นไปอยู่บนนั้นสักสิบคน บ้านหลังนี้คงพังคงมาเป็นแน่ ญาตาวีพาผู้มาเยือนทั้งสองนั่งบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะม่วงต้นหนึ่งซึ่งปลูกอยู่หน้าบ้าน

“คุณลุงกับ เอ่อ...”

ญาตาวีไม่รู้ว่าจะเรียกอีกคนที่มาด้วยกับปัณณวัฒน์ด้วยสรรพนามอย่างไรดี จึงหยุดไปด้วยความสงสัย ผู้ชายอีกคนดูภูมิฐานไม่แพ้ปัณณวัฒน์ เพียงแต่รัศมีที่เปล่งออกมาจากตัวเขาไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอเท่าใดนัก ไหนจะแววตาที่อยู่ใต้แว่นดำนั้นอีก ถึงแม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นแววตาของเขา แต่ก็แน่ใจว่าคนมองดูเธอด้วยสายตาที่เป็นศัตรู

“ลูกชายลุงเองล่ะ ชื่อปรานต์”

ปัณณวัฒน์รีบแนะนำบุตรชายของตนให้ญาตาวีรู้จัก แล้วพลันความคิดบางอย่างก็วิ่งเข้ามาในหัว แต่เขายังบอกใครไม่ได้ตอนนี้ว่าความคิดนั้นคืออะไร ญาตาวีพยักหน้ารับรู้ ก่อนยกมือไหว้ทักทาย แต่อีกฝ่ายกลับยังนั่งนิ่งจนหญิงสาวรู้สึกฉุนกึก

“ค่ะ! ถ้าอย่างนั้น คุณลุงกับคุณปรานต์นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูไปเรียกป้าลีก่อน” พูดจบร่างบางก็หมุนตัวตรงไปยังหลังบ้าน พร้อมส่งเสียงเรียกผู้เป็นป้าซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่เหลืออยู่ “ป้าลี ป้าลีจ๊ะ อยู่ที่ไหน?”

ญาตาวีส่งเสียงเรียกหามาลีญาติผู้ใหญ่ซึ่งเหลืออยู่เพียงคนเดียวในขณะนี้ และมีลูกชายรุ่นราวคราวเดียวกับเธอคนหนึ่ง

“ป้าอยู่นี่ มีอะไรหรือยิ้ม?”

หญิงสาวอายุราวห้าสิบส่งเสียงตอบหลานสาวผู้น่ารัก ในขณะที่เคลื่อนกายออกมาให้คนเรียกได้เห็น

“ป้าลีไปไหนมาจ๊ะ?”

“อ๋อ! ป้าไปดูมะม่วงมาน่ะ กำลังแก่ได้ที่ ป้าว่าพรุ่งนี้จะเก็บขายเสียหน่อย” มาลีตอบคำถามหลานรักด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ก่อนจะนึกถึงธุระที่หลานสาวร้องเรียกหา “เออ...ว่าแต่ร้องเรียกป้าเนี่ยมีธุระอะไรเหรอ?”

“มีแขกมาหาน่ะจ้ะ”

มาลีพยักหน้ารับรู้ ก่อนทำหน้าคล้ายเป็นเชิงบอกให้ญาตาวีเดินนำตนไปพบผู้มาเยือนที่หลานสาวพูดถึงเมื่อครู่ อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าแขกคนดังกล่าวคือใคร?

“คุณวัฒน์!”

มาลีอุทานชื่อแขกผู้มาเยือนเสียงแผ่ว แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามแต่ความหล่อเหลาบนใบหน้าของปัณณวัฒน์ก็ไม่ได้ลดลงไปเสียเท่าไหร่ แล้วทำไมนางจะจำไม่ได้ว่าผู้ชายอายุห้าสิบกว่าๆ คนนี้คือคนที่น้องสาวเธอรักจนหมดหัวใจ และก็เป็นคนที่ทำให้ทั้งเธอและน้องสาวซึ่งเหลือกันอยู่เพียงสองคนในขณะนั้นต้องระหกระเหินย้ายบ้านจากกรุงเทพฯมาลี้ภัยจากครอบครัวของเขาอยู่ไกลถึงที่นี่ แต่นั่นนางก็ไม่ได้โทษเขาแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าที่เขายอมเลิกกับน้องสาวนางและยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ก็เพื่อปกป้องน้องสาวของนางและตัวนางเอง หากแต่มาลีกลับรู้สึกสงสารและเห็นใจผู้ชายคนนี้เหลือเกินที่ต้องทนอยู่กับคนที่ตนไม่ได้รัก

“เอ่อ! สวัสดีมาลี” ปัณณวัฒน์เอ่ยทักทายด้วยไม่รู้ว่าจะพูดประการใดดี “สบายดีเหรอ?”

“ค่ะ” คนตอบยังดูเหมือนอยู่ในห้วงของความคาดไม่ถึงว่าจะได้พบเขา “แล้วคุณวัฒน์ล่ะค่ะ?”

“ก็...ดีเท่าที่จะดีได้” คำตอบดูเหมือนจะสื่อให้คนถามรู้ว่าที่ตอบว่าดีนั้น ความจริงแล้วไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก “เอ่อ! นี่ปรานต์ ลูกชายผมเอง”

ปัณณวัฒน์แนะนำลูกชายให้รู้จักกับพี่สาวของคนที่ตนรัก แต่ผู้ที่ถูกแนะนำกลับมองผ่านแว่นดำยี่ห้อหรูมายังหญิงสาววัยห้าสิบนิ่ง โดยไม่ยอมทำความเคารพแต่อย่างใด ทำให้เจ้าบ้านซึ่งเป็นหญิงสาวต่างวัยทั้งสองรู้สึกฉุนจนอยากจะขว้างรองเท้าใส่หน้านิ่งๆ นั้น

“คุณวัฒน์มาที่นี่ทำไมคะ?”

มาลีเลิกสนใจบุตรชายผู้ไร้มารยาทของปัณณวัฒน์ ก่อนหันไปถามจุดประสงค์ของผู้มาเยือน

“ผมมาหาแก้ว”

“แต่แก้วเขา...”

“ผมรู้แล้วล่ะ” ปัณณวัฒน์พูดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายรู้สึกเกรงใจที่จะบอกให้ผู้มาเยือนรู้ว่าคนที่เขาตามหาได้จากไปแล้ว ไปอย่างไม่มีวันกลับ “ยิ้มเล่าให้ฟังแล้ว ผมก็เลยคิดว่าอยากจะรับยิ้มไปทำงานด้วยที่สิงคโปร์ ไม่ทราบว่าคุณลีจะเห็นว่ายังไง?”

มาลีรู้สึกใจหายวาบเมื่อรับรู้ว่าผู้มาเยือนต้องการพาหลานสาวไปทำงานด้วยที่ต่างประเทศ หลานที่นางเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก และเฝ้าเลี้ยงดูมาคู่กับลูกชายของนาง นึกแล้วก็น่าใจหายหากว่าญาตาวีต้องไปทำงานที่ต่างประเทศจริงๆ

“เอ่อ...ดิฉันคงต้องถามความเห็นจากยิ้มก่อนน่ะค่ะ”

มาลีเลี่ยงตอบอย่างฉลาด ทำให้ผู้ฟังมีสีหน้าเข้าใจว่ามาลีคงผูกพันกับหลานมากจนไม่อยากให้ไปอยู่ที่ไหนไกลๆ แต่ปัณณวัฒน์ก็รู้สึกเสียดายความสามารถของหญิงสาวหากว่าต้องทำงานอยู่แต่ในสวนเช่นนี้ และที่สำคัญ เขารู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้เหลือเกิน ไม่ใช่เพราะหน้าตาเธอเหมือนเกร็ดแก้วไม่มีผิด หากแต่เป็นเพราะว่า ตั้งแต่แรกเห็นหน้าเขารู้สึกผูกพันกับญาตาวีเหมือนกับเธอเป็นลูกสาวของเขา

“ไม่เป็นไร ฉันให้เวลาคิด แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาฟังคำตอบแล้วกัน” ปัณณวัฒน์เอ่ยอย่างต้องการเสนอทางเลือกให้ ก่อนหันไปหาบุตรชาย “งั้น...วันนี้เรากลับกันก่อนเถอะ”

ปารวีพยักหน้ากับบิดาเป็นเชิงรับรู้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาของเขาถึงอยากได้ตัวผู้หญิงคนนี้ไปทำงานด้วยนัก ทั้งๆ ที่คนอื่นที่จบด้านนี้มาก็มีเยอะแยะ จะหาสักกี่คนไปทำงานด้วยก็ได้ หรือเพราะว่าพ่อของเขาต้องการให้ผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ด้วยเป็นตัวแทนผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาไม่มีวันยอมแน่

ปารวีลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูงเดินตามบิดาไป หลังจากที่บิดากล่าวลาสองสาวต่างวัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่เขายังต้องอยู่ที่เมืองไทยต่ออีกหรือนี่? เขาอยากกลับสิงคโปร์ตอนนี้เลย เพราะรู้สึกห่วงงานเป็นกำลัง และไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำงานแทนเสียเท่าไหร่นัก แม้จะรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นเพื่อนสนิทของเขาและเป็นคนที่มีความสามารถไม่แพ้เขาก็ตาม

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เรารักกันไม่ได้
8.3
เมื่อถ่านไฟเก่าคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกที่เคยดับมอดจึงปะทุเป็นเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาอันรุนแรง ทว่าท่ามกลางความโหยหาอันลึกซึ้ง ความจริงอันโหดร้ายกลับคอยตอกย้ำว่าความรักครั้งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่มีวันเดินร่วมทางกันได้อีกต่อไป ในท้ายที่สุด ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนสูญสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวดและความว่างเปล่า เป็นโศกนาฏกรรมรักที่ไม่อาจสมหวัง ซึ่งฝากไว้เพียงรอยแผลแห่งการสูญเสียและเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีตที่ไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้ตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หา อาญารัก
8.7
ความรักแรกพบที่มาร์โคมีให้ตยาคีย์แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาพบว่าความจริงใจของตนถูกตอบแทนด้วยการหักหลังและหลอกลวง สัญชาตญาณดิบอันโหดร้ายในตัวชายหนุ่มจึงถูกปลุกขึ้นมาเพื่อลงทัณฑ์เธออย่างสาสม มาร์โคสวมบทบาทเป็นอสูรร้ายที่ไร้ความปรานี คอยทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของหญิงสาวด้วยกำลังและถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงเพื่อบดขยี้เธอให้บอบช้ำ ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันแสนเร่าร้อนที่เขาจงใจมอบให้ผู้ทรยศเช่นเธอต้องชดใช้อย่างทรมาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ความลับที่ซ่อนอยู่ใน iPad ของครอบครัว
9.1
เมื่อความจริงอันเน่าเฟะถูกเปิดเผยผ่านข้อความลับบนไอแพดของครอบครัว ชีวิตคู่ยี่สิบปีที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบก็พังครืนลงทันที ฉันต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าอาร์ม สามีสุดที่รักแอบลักลอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับครูแนะแนวของลูกชาย แต่สิ่งที่กรีดลึกไปกว่านั้นคือการที่ลูกชายแท้ๆ กลับรู้เห็นเป็นใจและสนับสนุนให้พ่อทิ้งฉันไปเริ่มต้นใหม่กับชู้รัก เมื่อคนในบ้านร่วมมือกันทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็น ฉันจึงไม่ขอยอมจำนนอีกต่อไป ด้วยคำแนะนำจากทนายในพันทิป แผนการทวงคืนความยุติธรรมจึงเริ่มต้นขึ้น ฉันจะทำลายภาพลวงตาอันแสนสุขและบดขยี้โลกจอมปลอมของพวกเขาให้ย่อยยับด้วยมือของฉันเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักคือ กรงขังของฉัน ไม่ใช่ ความรอด
9.0
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เกรซคิดว่าตนเองเป็นทายาทเศรษฐีผู้เพียบพร้อม ทั้งมีครอบครัวที่อบอุ่นและคเชนทร์สามีแสนดีอยู่เคียงข้าง ทว่าความจริงอันโหดร้ายกลับแดงขึ้น เมื่อเธอพบว่าน้องสาวที่คิดว่าเสียชีวิตไปแล้วยังมีชีวิตอยู่ แถมยังมีลูกลับๆ กับสามีของเธอ โดยมีพ่อแม่บุญธรรมคอยบงการอยู่เบื้องหลังเพื่อหวังฮุบสมบัติทั้งหมด และวางแผนกำจัดเธอด้วยการยัดเยียดข้อหาวิกลจริต เมื่อตระหนักว่าความรักที่เคยมีคือคุกลวงตา เกรซจึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับยาพิษในแก้วไวน์ด้วยรอยยิ้ม เพื่อเริ่มต้นเกมทวงแค้นและเอาคืนทุกคนอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง หยุดเสือ
9.4
เมื่อ อลิซ ได้ล่วงรู้ถึงแผนการอันร้ายกาจของ เฮล เพลย์บอยหนุ่มที่คิดจะเข้ามาจีบแล้วทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใยเพื่อความสนุกสนาน เธอจึงตัดสินใจซ้อนกลด้วยการแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อผู้อ่อนต่อโลก เพื่อล่อลวงให้เขาตกหลุมรักแล้วแก้แค้นด้วยการสลัดเขาคืนบ้าง ทว่าเกมการต่อสู้ทางอารมณ์ครั้งนี้กลับทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อเสือหนุ่มผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใครต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ไม่ได้มีใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย ความต้องการเอาชนะของทั้งคู่จึงแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนดั่งไฟแผดเผา ในศึกหัวใจที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมถอยเพื่อเป้าหมายในการเป็นผู้ชนะในเกมนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กข้างบ้าน
7.8
เมื่อโชคชะตานำพาให้ 'เมษา' หญิงสาวรุ่นพี่ต้องย้ายมาอยู่ห้องติดกับ 'ธันวา' เด็กหนุ่มข้างห้องผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่เพื่อนบ้านถึงความอันตรายและพฤติกรรมสุดแปลกประหลาด ทว่าเบื้องหลังข่าวลืออันน่ากลัวเหล่านั้นกลับมีความจริงบางอย่างที่ไม่มีใครเคยรู้ ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเจ้าเล่ห์และแสนอันตรายของเขา เมษาจะสามารถรักษาตัวรอดจากเสน่ห์อันเย้ายวนใจของเด็กหนุ่มคนนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง หรือสุดท้ายแล้วหัวใจของเธอเองที่จะเป็นฝ่ายยอมเปิดรับและถลำลึกจนกลายเป็นเหยื่อในเกมความสัมพันธ์ครั้งนี้โดยไม่รู้ตัว