APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนเสน่หา

ตรวนเสน่หา

ความผิดบาปในอดีตกลายเป็นตราบาปที่กักขังตระกูลพัฒนาธรสกุลของนายแพทย์เมธีไว้กับครอบครัวศรีสมบูรณ์ ทว่าเรื่องราวกลับยิ่งบานปลายเมื่อหมอเขมินท์ผู้เป็นลูกชายกลับสร้างพันธนาการรักครั้งใหม่ขึ้นมาผูกมัดตัวเองจนยากจะถอนตัว แม้ว่าปรียาแม่หม้ายสาวผู้ถือไพ่เหนือกว่าจะพยายามใช้มัสยาผู้เป็นลูกชายเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจและแรงแค้นนี้ ทว่าตัวมัสยาเองกลับไม่คิดจะรั้งเขาไว้ด้วยความเกลียดชัง ในเมื่อหัวใจของหมอหนุ่มไร้ซึ่งความรัก การเหนี่ยวรั้งครั้งนี้จึงนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานที่ไร้ทางออกของทุกคน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ตอน 1

ผู้คนต่างเบียดเสียดกันตรงหน้าประตู เพื่อหมายจะออกก่อนเป็นคนแรกทั้งนั้น มัสยาก็จะลงสถานีนี้เช่นกัน แต่ยังคงยืนเกาะราวแน่นิ่ง ไม่คิดจะไปแย่งชิงพื้นที่กับคนอื่นแต่อย่างใด แม้ในใจจะร้อนรนเพราะความห่วงแม่สักแค่ไหน

แต่ไปช้าสักห้านาทีคงไม่ทำให้อะไรแย่ไปกว่าที่เป็นนัก สาวออฟฟิศวัยยี่สิบห้าในชุดสูทสีดำ เสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวมีโอกาสได้ก้าวออกจากประตูรถไฟฟ้า เรียกได้ว่าเป็นคนสุดท้ายของสถานีก็ไม่ผิด

จากนั้นก็รีบเดินเท้าไปยัง โรงพยาบาลพัฒนาธร ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร และเป็นที่เลื่องชื่อเรื่องค่ารักษามหาโหด ใครไม่กระเป๋าหนักจริงไม่อาจจะเข้ามาเป็นคนไข้ในนานๆ ได้

แม้จะเกลียดสถานที่แห่งนี้และไม่ค่อยชอบหน้าเจ้าของกับเครือญาติยังไง แต่ก็จำต้องมา เมื่อน้องชายกับแม่ชื่นชอบที่จะพากันมารักษาที่นี่เหลือเกิน ไม่ว่าจะป่วยหนักป่วยน้อยก็จะหอบกันมาเป็นประจำ

ทั้งๆ ที่มัสยาเคยทั้งบอก ทั้งขู่ ทั้งของร้องเอาไว้นับร้อยๆ ครั้ง แต่ไม่มีใครฟังสักคน เหตุผลที่แม่กับน้องชอบมารักษาที่นี่ไม่ใช่เพราะฐานะทางบ้านร่ำรวยแต่อย่างใด

ตรงกันข้ามครอบครัวเธอกลับจัดอยู่ในพวกจน หรือจะใช้คำพูดดีหน่อยก็พอมีพอกิน แม้เงินที่มีใช้จะไม่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอและคนในบ้านเลย แต่การเงินทางบ้านก็ไม่ได้ขัดสนอะไร

แม่กับน้องไม่ต้องทำงานเพียงแค่อยู่บ้านก็อิ่มท้องอย่างสบาย เพราะมีรายได้จากเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้โอนเข้าบัญชีเป็นประจำทุกเดือน

“พี่หยา!”

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องผู้ป่วยวอร์ดวีไอพี ทุกคนต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน อารยะยิ้มให้พี่ด้วยความดีใจ พี่กลับยิ้มไม่ออก เพราะมีเรื่องอยากจะคุยกับน้องให้เด็ดขาด แต่ก็จำต้องกักเก็บเอาไว้

แล้วยกมือไหว้ นายแพทย์เมธี กับนายแพทย์เขมินท์ท์ทร์ ซึ่งกำลังอยู่ในห้องพอดิบพอดี ถ้าให้เดาหนึ่งในสองคนนี้ก็เป็นคนฝ่าตัดไส้ติ่งให้แม่แน่

“ว่าไงหนูหยา! เพิ่งจะเลิกงานเหรอ หน้าตื่นมาเชียว สงสัยจะห่วงแม่มาก ไม่มีอะไรแล้วล่ะ การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี หมอเป๊กเป็นเจ้าของไข้เอง สบายใจหายห่วงได้”

มัสยาไม่เคยเดาได้สักครั้ง ว่าภายใต้ท่าทีเป็นมิตรกับใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ ของนายแพทย์ใหญ่ มาจากความจริงใจหรือเสแสร้งแกล้งทำกันแน่

แต่ถ้าเป็นนวลปรางค์ ภรรยาของเขากับ เมธาวี ลูกสาวคนเล็กแล้วนั้น เธอไม่เคยต้องตีความใดๆ

เพราะทั้งสองแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าเกลียดเธอกับคนในครองครัวเธอมากแค่ไหน เรียกได้ว่าเกลียดมาตลอดห้าปีก็คงไม่ผิดนัก นับตั้งแต่นายแพทย์เมธี ขับรถพ่อของเธอตายเป็นต้นมา

มัสยาจำได้ว่าแม่เสียใจแทบตาย เพราะพ่อคือเสาหลักของครอบครัว แม้จะไม่ได้ทำงานตำแหน่งใหญ่โต แต่รายได้จากพ่อรวมๆ แล้วร่วมสามหมื่น ซึ่งพอค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และค่าน้ำค่าไฟ

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะมาจากรายได้ทำขนมส่งของแม่ รวมทั้งค่าเล่าเรียนของมัสยาด้วย พอพ่อจากไปแม่ก็จ้างทนายและใช้นักข่าวที่ประจำอยู่สถานีตำรวจท้องที่

ที่กระหายข่าวคาว ข่าวเสียๆ หายๆ ของพวกเศรษฐีให้เป็นประโยชน์ด้วยการเรียกร้องเป็นเงินก้อนห้าล้านบาท กับทั้งค่าเลี้ยงดูรายเดือนห้าหมื่นบาทจนกว่าลูกคนเล็ก จะอายุครบยี่สิบสามปีบริบูรณ์ ซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงปี

มัสยารู้ว่าคู่กรณีตลอดจนคนในครอบครัวไม่ชอบแม่ กับเธอและน้องที่เรียกร้องมากเกินไป แต่ถ้าไม่เจอกับใครก็คงไม่เข้าใจหรอกว่า ชีวิตคนคนหนึ่งนั้นมีค่ามากกว่าเงินที่ได้มาไม่รู้ต่อเท่าไหร่

เธอจึงไม่คิดจะสนใจว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง แม้เวลาอยู่บ้านเธอจะคอยบอกแม่ว่าให้พอ ให้หยุดขอนั่นขอนี่จากอีกฝ่ายยังไง

แต่ลึกๆ แล้วก็ค่อนข้างเข้าใจแม่เป็นอย่างดี ว่าแม่เสียสามีอันเป็นที่รักและเสาหลักไป เป็นใครก็ต้องทำแบบนี้ถ้ามีโอกาส

“คุณน้าปลอดภัยแล้วครับ อีกหน่อยก็คงจะตื่นขึ้นมาคุยกับคุณได้บ้าง แต่ไม่มากนะครับเพราะผมอยากให้พักผ่อนก่อน นอนพักสักสี่ห้าวันก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วล่ะครับ”

ส่วนนายแพทย์เขมินท์ท์ทร์นั้น มัสยาไม่อาจจะรู้ได้ว่าเขาจัดอยู่ฝ่ายไหนระหว่างพ่อกับแม่และน้องสาว เพราะเขารักษาท่าทีเรียบขรึม สุภาพ

กระเดียดออกไปทางถือตัว หรือหยิ่งไม่เหมือนพ่อสักนิด แต่ก็ไม่ใช่พวกแสดงออกตรงๆ โจ้งๆ หญิงสาวจึงเดาไม่เคยออกว่าแท้จริงแล้วในใจเขาคิดอะไร

เรียกได้ว่าทั้งครอบครัวมัสยาพอจะอ่านออกได้ชัดเจนว่ามีความเป็นมิตรให้เธอกับแม่และน้องคนเดียว นั่นคือ ‘นายแพทย์เมธาวัฒน์ พัฒนาธรสกุล’ ลูกชายคนกลางเท่านั้น

เพราะมักจะอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสให้เสมอเวลาได้พบเจอหน้ากัน แถมยังอ่อนน้อมมือไม้อ่อนต่อผู้อาวุโสกว่าด้วย

“ขอบคุณค่ะ”

แต่เธอไม่คิดจะแคร์อะไรมากมายนักว่าใครจะคิดยังไง และถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากพาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนในครอบครัวนี้ด้วยซ้ำ เหตุผลไม่ใช่ที่นายแพทย์เมธีทำให้พ่อต้องตาย

นั่นเพราะเธอแยกแยะได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เป็นที่นวลปรางค์กับลูกสาวมักจะประณามเธอและคนในบ้านว่าเป็น

‘พวกขอทาน หรือพวกริ้นไร คอยสูบเลือดสูบเนื้อ ให้เท่าไหร่ไม่รู้จักพอ กินเท่าไหร่ไม่รู้จักอิ่ม’

เรื่อยมานับตั้งแต่วันที่แม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องเงิน จนกระทั่งวันนี้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมัสยาถึงไม่อยากให้แม่กับน้องมาข้องเกี่ยวกับคนพวกนี้นัก

แต่ก็ไม่เคยห้ามได้สักครั้ง เหมือนวันนี้ที่แม่ปวดท้อง น้องก็พามา พอรู้ว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบแม่ก็ถูกพาตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที

แม้ค่าใช้จ่ายจะแพงแสนแพง เพราะได้อภิสิทธิ์จากนายแพทย์เมธีด้วยการรักษาฟรีตลอดชีวิตทั้งบ้าน เพื่อชดเชยกับอีกหนึ่งชีวิตที่จากไปด้วยน้ำมือของเขา มัสยารู้ดีว่าไม่มีอะไรมาเทียบกับชีวิตพ่อได้

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
โชคชะตาเล่นตลกกับรินรุ้ง จากอดีตพนักงานขายธรรมดาที่ต้องจำใจเดินทางไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งของแม่เลี้ยง ที่นั่นเธอต้องเผชิญหน้ากับลูกสาวสุดแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้จมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียคู่หมั้นไปเมื่อแปดปีก่อน ทันทีที่พบกันเขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวในคืนฝนตกที่เขาเคยจูบ ชายหนุ่มจึงคิดใช้เธอเป็นเครื่องมือสะสางความแค้น ทว่าความอ่อนโยนไร้เดียงสาของเธอกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชาของเขา ขณะเดียวกันรินรุ้งก็ต้องรับมือกับลูกสาวตัวน้อยที่คอยขัดขวางและหวงพ่อสุดชีวิต เธอต้องหาทางเอาชนะใจสองพ่อลูกคู่ป่วนนี้ให้ได้ ก่อนที่บ่วงเสน่หาอันเร่าร้อนจะแผดเผาทำลายชีวิตของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง ดอกเหมยห่อไฟ
9.1
"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"
ภาพปกนิยายเรื่อง ความลับที่ซ่อนอยู่ใน iPad ของครอบครัว
9.1
เมื่อความจริงอันเน่าเฟะถูกเปิดเผยผ่านข้อความลับบนไอแพดของครอบครัว ชีวิตคู่ยี่สิบปีที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบก็พังครืนลงทันที ฉันต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าอาร์ม สามีสุดที่รักแอบลักลอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับครูแนะแนวของลูกชาย แต่สิ่งที่กรีดลึกไปกว่านั้นคือการที่ลูกชายแท้ๆ กลับรู้เห็นเป็นใจและสนับสนุนให้พ่อทิ้งฉันไปเริ่มต้นใหม่กับชู้รัก เมื่อคนในบ้านร่วมมือกันทรยศหักหลังอย่างเลือดเย็น ฉันจึงไม่ขอยอมจำนนอีกต่อไป ด้วยคำแนะนำจากทนายในพันทิป แผนการทวงคืนความยุติธรรมจึงเริ่มต้นขึ้น ฉันจะทำลายภาพลวงตาอันแสนสุขและบดขยี้โลกจอมปลอมของพวกเขาให้ย่อยยับด้วยมือของฉันเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักอันตรายล่อลวงหัวใจผู้ชายเย็นชา
8.9
คำบอกรักและท่าทีแสนห่วงใยจากคีย์เป็นเรื่องจริงหรือแค่เรื่องโกหก? เมื่อเขายังคงไม่ยอมตัดความสัมพันธ์กับคนรักเก่าอย่างเด็ดขาด ความจริงข้อนี้จึงกลายเป็นแผลลึกที่สร้างความเจ็บปวดให้เธอมาโดยตลอด จนกระทั่งความอดทนของหญิงสาวเริ่มหมดลง เธอเหนื่อยที่จะต้องแสร้งทำตัวงี่เง่าเพียงเพื่อเรียกร้องให้เขาหันมาสนใจ และเธอจะไม่ยอมทนอยู่กับความหวังที่ไม่มีจริงอีกต่อไป ในที่สุดช่วงเวลาสำคัญก็มาถึง เมื่อคีย์จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกอย่างชัดเจนว่าจะรักษาความสัมพันธ์ครั้งนี้ไว้ หรือจะยอมปล่อยให้ความรักของพวกเขาต้องจบสิ้นสุดทางลงตรงนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ในวันแต่งงานที่ควรจะมีความสุข ซ่งหยุนหยุนกลับต้องเผชิญหน้ากับความอับอายอย่างที่สุดเมื่อเจ้าบ่าวไม่ยอมปรากฏตัวในพิธี ด้วยความโกรธและต้องการประชดชะตาชีวิต เธอจึงตัดสินใจมอบค่ำคืนแรกอันแสนมีค่าให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอ ทว่าการกระทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบครั้งนั้นกลับเปลี่ยนผันชีวิตของเธอไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อชายหนุ่มปริศนาคนดังกล่าวไม่คิดจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปง่าย ๆ และเริ่มเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง BADBOYสอนรัก
9.1
หวันยิหวาแอบรักพีเคซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายมาโดยตลอด เธอใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดเขาพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องเก็บซ่อนไว้ หญิงสาวพร้อมทำทุกอย่างและเสียสละทุกสิ่งเพื่อให้ชายหนุ่มที่เธอรักหมดใจมีความสุขที่สุด แม้ว่าความปรารถนาดีนั้นจะสร้างความเจ็บปวดเจียนตายให้แก่ตนเอง จนถึงขั้นต้องยอมปล่อยมือส่งคนรักให้ออกไปครองคู่กับผู้หญิงคนอื่นก็ตาม นี่คือเรื่องราวความรักข้างเดียวของหญิงสาวที่ยอมเสียสละทั้งน้ำตา แม้จะรู้ดีว่าในตอนจบเธออาจไม่ได้เป็นคนจับมือเคียงคู่กับเขาในฐานะนางเอกก็ตาม