APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ

โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ

โชคชะตาเล่นตลกกับรินรุ้ง จากอดีตพนักงานขายธรรมดาที่ต้องจำใจเดินทางไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งของแม่เลี้ยง ที่นั่นเธอต้องเผชิญหน้ากับลูกสาวสุดแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้จมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียคู่หมั้นไปเมื่อแปดปีก่อน ทันทีที่พบกันเขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวในคืนฝนตกที่เขาเคยจูบ ชายหนุ่มจึงคิดใช้เธอเป็นเครื่องมือสะสางความแค้น ทว่าความอ่อนโยนไร้เดียงสาของเธอกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชาของเขา ขณะเดียวกันรินรุ้งก็ต้องรับมือกับลูกสาวตัวน้อยที่คอยขัดขวางและหวงพ่อสุดชีวิต เธอต้องหาทางเอาชนะใจสองพ่อลูกคู่ป่วนนี้ให้ได้ ก่อนที่บ่วงเสน่หาอันเร่าร้อนจะแผดเผาทำลายชีวิตของเธอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“สงสัยว่ารินจะต้องไปทำงานตามที่แม่หาให้จริงๆ แล้วสินะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ หลังฟังข่าวร้ายที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวจากปากของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างรัศมี พลางทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เจอ

“แต่พี่รินจะยอมลาออกง่ายๆ เหรอ มันไม่ใช่ความผิดพี่รินเลยนะ”

“ใช่ มันไม่ใช่ความผิดของรินเลย” จู่ๆ เสียงห้าวลึกของชายหนุ่มคนหนึ่งก็พูดขึ้นเป็นเชิงสนับสนุนขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้องพัก หลังจากมีคนไปบอกว่ารินรุ้งตื่นแล้ว

วารินทร์เป็นพนักงานรุ่นพี่ อยู่ในตำแหน่งผู้จัดการที่รินรุ้งค่อนข้างสนิท แต่สำหรับชายหนุ่มแล้ว เขายังมองว่ารินรุ้งคือคนพิเศษที่เขาคอยให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือทุกอย่างมาโดยตลอด จนใครๆ ก็มองออกว่าระหว่างคนทั้งสอง อาจไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าลูกน้องธรรมดาๆ เท่านั้น

“พี่วา...” รินรุ้งครางชื่อเขาเบาแผ่ว

“พี่ไม่ยอมให้รินลาออกง่ายๆ หรอก แล้วอย่างที่มี่พูดก็ถูก ปัญหาทุกอย่างไม่ใช่ความผิดรินเลย”

“ใช่ค่ะ ใครใช้ให้ขังพี่รินเอาไว้แบบนั้น”

“แล้วสรุปว่านี่มในฝีมือใครกันแน่คะ รินไม่เคยไปทำอะไรให้ใครเลยนะ”

“ตอนนี้พี่ก็กำลังสืบอยู่ แต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดส่วนท้ายรีสอร์ตดันเสียซะได้ แถมตัวที่ติดอยู่ที่เรือนเก็บของยังถูกถุงดำครอบไว้” วารินทร์บอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แล้วจะทำยังไงกันต่อไปคะ เพราะนายสั่งฝ่ายบุคคลไปแล้วว่าให้พี่รินไปเขียนใบลาออก” มี่ถามต่อ

“ริน... ไปกับพี่” ผู้จัดการหนุ่มเจ้าของรูปร่างสูงโปร่งจับจูงรุ่นน้องคนสนิทเดินฉับไวออกจากห้องพัก รินรุ้งก้าวตามแทบไม่ทัน ไม่เคยเห็นวารินทร์โมโหและหุนหันพลันแล่นอย่างนี้มาก่อนเลยนับตั้งแต่รู้จักกันมา

***

ฝ่ายบุคคล

“มาเขียนใบลาออกเหรอจ๊ะ หนูริน” เสียงพนักงานฝ่ายบุคคลคนหนึ่งร้องทักขึ้น ข่าวล่ามาไวจนคนในแผนกเมาท์ไปได้สักพักแล้ว เรื่องที่รินรุ้งถูกไล่ออกอย่างละมุนละม่อม เพียงนั่งรอดูกันเท่านั้นว่าเจ้าตัวจะมารายงานตัวและกรอกเอกสารเมื่อไหร่

“ไม่ครับ มาเขียนบันทึกภายใน เรียกร้องความเป็นธรรม” วารินทร์ว่า สีหน้าผู้จัดการหนุ่มโกรธจัด หากกระนั้นก็ยังดูหล่อในสายตาสาวน้อยสาวใหญ่ของคนที่นี่ วารินทร์นั้นเป็นหนุ่มนักบริหารไฟแรง ทำงานเก่ง มีความเป็นผู้นำและฐานะที่บ้านก็ไม่ธรรมดาหรอก เป็นธรรมดาที่สาวๆ เพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคนต่างหมายปองเขา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สายตาของวารินทร์ไม่มีไว้เพื่อมองใครอื่น... นอกจากรินรุ้ง!

“เรียกร้องกับใครล่ะ นายไปเมืองนอกแล้ว จะกลับมาก็อีกสามเดือนโน่น” เสียงสาวใหญ่จอมเฮี้ยบซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล ร้องตอบแทนลูกน้องของเธอ

“ตายจริง... แล้วจะทำไงดีคะพี่วา” รินรุ้งครางแผ่ว สมองน้อยๆ คิดอะไรไม่ออกเสียแล้ว เพิ่งฟื้นยังไม่พอ ยังต้องมาเจอเรื่องเสียความรู้สึกอย่างนี้อีก นี่เธอจะต้องกลายเป็นคนตกงานจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

“ก็ทำตามคำสั่งนายน่ะสิ เค้ายอมจ่ายล่วงหน้าให้เธอสามเดือนด้วยนะ สงสัยเธอคงไม่มีที่ยืนที่นี่แล้วล่ะ” จู่ๆ เปรมสินี เพื่อนพนักงานที่เป็นคู่แข่งกันมาตลอดของรินรุ้ง ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในห้องฝ่ายบุคคลเมื่อไหร่ ก็พูดเยาะขึ้น

เปรมสินีไม่เคยมีทีท่าเป็นมิตรกับหญิงสาวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่ยังไม่นับเรื่องทำดีเอาหน้า แย่งลูกค้าแบบหน้าด้านๆ แล้วยังถนัดเรื่องฟ้องนาย พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วโยนให้คนอื่นอีกด้วย อันที่จริงดูเหมือนเปรมสินีเองจะสร้างศัตรูไปเสียรอบด้าน แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเจ้าหล่อนได้ เพราะเป็นเด็กเส้น ทายาทไฮโซนามสกุลดังนั่นเอง

“ไม่ได้หรอก พี่ว่ามันไม่ยุติธรรมกับริน” วารินทร์โต้ เขาจะช่วยรินรุ้งอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนวางแผนและจงใจให้รินติดอยู่ในนั้น เพื่อที่จะทำให้เธอถูกไล่ออก

“พี่วากำลังจะบอกว่ารินมันถูกแกล้งงั้นเหรอ” เปรมสินีตวาดถาม เสียงดังจนแทบจะเป็นเสียงกรีดร้อง แถมหน้าสวยๆ ขณะนี้ยังบูดบึ้งจนหมดสวยไปเสียอีก

“พี่ไม่ได้พูด แต่ดูเหมือนใครแถวนี้จะร้อนตัวนะ” ผู้จัดการหนุ่มโต้ ทั้งสองฝ่ายสบตากันอย่างหมายเอาชนะ

“พี่วา!” เปรมสินีตะเบ็งเสียงเรียกชื่อเขาจนลั่นห้องฝ่ายบุคคล ทำเอาบรรดาป้าๆ ที่ง่วนกับเอกสารต้องเงยหน้าขึ้นมามองหาคนต้นเสียงที่มาทำตัวโวยวายพอกันกับนางอิจฉาในละครก็ไม่ปาน พอรู้ว่าเป็นเปรมสินีก็ไม่ได้สนใจ เพราะรู้กันทั้งบริษัทว่ามีอยู่คนเดียวนี่ล่ะที่เหวี่ยงวีนได้ทุกโอกาส ทุกสถานการณ์ จนทุกคนต่าง

“เอาเถอะค่ะ รินกรอกใบลาออกก็ได้ พอดี...” รินรุ้งสบตาวารินทร์ครู่หนึ่ง เม้มปากแน่นเป็นเชิงคิดว่าจะบอกดีหรือเปล่า สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น “พอดีรินมีงานอื่นรออยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่วา” พูดจบ หญิงสาวก็นั่งลงและหยิบใบลาออกมากรอกเงียบๆ

วารินทร์ได้แต่นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม มองเธอตาละห้อย ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ตัวเองชอบจะต้องไปทำงานที่อื่น นี่ถ้าเขารู้ว่ารินรุ้งต้องไปทำงานที่ไหน วารินทร์คงคลั่งตายในป่าเขาใหญ่นั่นแน่ๆ

***

รินรุ้ง หงสกรพงษา หญิงสาวชาวไทยวัยยี่สิบสี่ จบการศึกษาปริญญาโทด้านการจัดการโรงแรม ปริญญาตรีด้านมนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐอันดับต้นๆ เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของข้าราชการใจซื่อมือสะอาดอย่างอภิชาติ หงสกรพงษา ส่วนนภาภรณ์ผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้านั้นจากโลกนี้ไปตั้งแต่รินรุ้งอายุเพียงแปดขวบด้วยโรคประจำตัว หญิงสาวจึงเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็นพ่อ

จนกระทั่งหญิงสาวอายุยี่สิบปี เขาก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับอัมพาที่มีลูกติดกับสามีเก่า รินรุ้งจึงมีพี่สาวต่างพ่อแม่อย่างนาตาลีเพิ่มเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว สำหรับรินรุ้งแล้วไม่คิดว่านั่นจะกลายเป็นปัญหาในเวลาต่อมา หลังจากการจากไปของบิดาในช่วงสองปีที่ผ่านมา

หลังจากผู้เป็นพ่อล่วงลับไปแล้ว ก็ดูเหมือนแม่เลี้ยงและพี่สาวจะมีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้นทุกวัน รินรุ้งก็พยายามที่จะไม่ถือสา แต่ความอึดอัดที่เกิดขึ้นในบางครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจออกไปหางานทำที่ต่างจังหวัด และย้ายมาพักที่โคราชในฐานะพนักงานของรีสอร์ตสวยระดับประเทศ แต่กระนั้นก็มิวายที่แม่เลี้ยงจะหาทางเคี่ยวเข็ญให้เธอทำงานตามใจ และข่าวร้ายที่เพิ่งได้ยินก็ทำให้หญิงสาวถึงกับนั่งงัน

“แกต้องไปทำงานที่สเปน” แม่เลี้ยงของเธอบอกในเย็นวันที่หญิงสาวเขียนใบลาออกและขับรถกลับกรุงเทพฯ

“สเปนเหรอคะ”

“ใช่”

“งานอะไรของแม่ งานผิดกฎหมายหรือเปล่า” รินรุ้งถาม

“เอ๊ะนังนี่ แกเห็นหน้าฉันเหมือนแม่เล้ารึยังไง งานสุจริตหรอกย่ะ ฉันรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่น ไม่ดีหรือไง ฉันฝากงานดีๆ ให้แก ได้เงินแล้วก็รู้จักส่งกลับบ้านด้วยนะ” คนเป็นแม่เลี้ยงเจ้ากี้เจ้าการ

รินรุ้งได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ สมองพลันนึกถึงวันที่บิดายังมีชีวิตอยู่เป็นเสาหลักและที่พึ่งให้ลูกอย่างเธอได้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย แต่เมื่อไม่มีพ่อแล้ว ชีวิตเธอก็เหมือนใบไม้ร่วงในลำธารกลางป่า ไม่รู้ว่ากระแสน้ำจะพัดพาไปยังแห่งหนตำบลใด...

“ยังไงก็ต้องไปใช่ไหมคะ”

“หรือแกจะทำงานที่ไทย เป็นลูกจ้างธรรมดาๆ รายได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังแบบนี้ไปจนตายรึยังไง เมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้ นี่ตั้งแต่พ่อแกตาย เงินทองก็ร่อยหรอลงทุกวัน”

‘เงินร่อยหรอลงเพราะใครล่ะ ตั้งแต่พ่อจากไปแม่ก็ไม่เห็นจะเพลาๆ เรื่องใช้เงินเลย’ รินรุ้งบ่นในใจ ก็ไอ้ที่ชักหน้าไม่ถึงหลังก็เพราะมีคนมาช่วยเธอใช้เงินอย่างไรล่ะ จะต้องให้เอ่ยชื่อไหมว่าใคร

“แล้วพี่ลีล่ะ ไปด้วยกันหรือเปล่า” รินรุ้งหมายถึงพี่สาวซึ่งก็คือลูกติดของอีกฝ่าย

นาตาลีเป็นสาวสวย แต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานจับจดไม่เป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักครั้ง จนบางครั้งตกเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าไม่ทำงานทำการแต่มีเงินใช้แบบไม่บันยะบันยังแบบนี้ เห็นทีว่าจะมีเสี่ยเลี้ยง หรือไม่ก็เป็นเมียเก็บเศรษฐีกระเป๋าหนักที่ไหนเป็นแน่

รินรุ้งเองก็เจอกับตัว ชาวบ้านชอบถามข่าวคราวพี่สาวเธออยู่เรื่อย เธออยากจะบอกจริงๆ ว่าไม่รู้อะไรทั้งนั้น เพราะเธอก็ทำงานที่เขาใหญ่ จะกลับมากรุงเทพฯ ทีก็เดือนละครั้งสองครั้งตอนเงินเดือนออก เพื่อเยี่ยมแม่เลี้ยงนั่นแหละ

ล่าสุดเห็นว่านาตาลีไปรับจ้างทำงานผ่านโลกออนไลน์ โดยใช้ต้นทุนที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั่นก็คือความสวย และหน้าอกหน้าใจที่มีน้ำหนักมากกว่าสมอง แต่งหน้าทาปาก ใส่เสื้อผ้าเผยเนื้อหนังมังสาวับๆ แวมๆ แล้วก็รีวิวสินค้าต่างๆ ออกสื่อ

แต่ถึงปากจะบอกว่ารายได้ดี แต่นาตาลียังแบมือขอเงินแม่อยู่เป็นประจำ อย่าเรียกว่าขอเลย เรียกว่ารีดไถน่าจะเหมาะกว่า แล้วอัมพาก็มารีดไถจากรินรุ้งอีกต่อหนึ่ง อย่างกับห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศวิทยาอย่างนั้นล่ะ

“นังนี่ ไปกันหมดแล้วใครจะดูแลฉันเผื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา” คนเป็นแม่ตวาดแว้ด ยกน้ำขึ้นมากระดกเอื๊อกๆ ก่อนจะเช็ดปากด้วยหลังมือแล้วพูดต่อ “แกคงไม่คิดจะให้ฉันอยู่คนเดียวจริงๆ ใช่ไหม นังริน”

“โธ่แม่... รินก็ถามเท่านั้น พี่เค้าอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ว่าแต่งานอะไร แล้วไปกี่ปี”

“พี่เลี้ยงเด็กน่ะ นายจ้างใหม่แกมีลูกสาว น่าจะเจ็ดแปดขวบ แล้วก็ต้องการพี่เลี้ยงคนไทย”

“ทำไมต้องคนไทยล่ะแม่”

“นี่แกจะถามอะไรนักหนาล่ะ เตรียมเนื้อเตรียมตัวเดินทางเข้าเถอะ ไปถึงนู่นก็ไปถามเขาเอาเองละกัน”

“ด่วนขนาดนั้นเลยเหรอแม่”

“ก็ทางนายจ้างแกเขาเดินเรื่องให้หมด เห็นว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่เมืองไทย อะไรๆ ก็เลยง่าย แกแค่รอตั๋วเครื่องบินเท่านั้น ตอนนี้ก็เก็บเสื้อผ้าจัดกระเป๋าเดินทางไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน”

“ค่ะ”

“แล้วแกไปลาออกทางนั้นยัง ได้เงินชดเชยอะไรไหม”

“เงินชดเชยอะไรล่ะแม่ เค้าให้เขียนใบลาออก เค้าจะจ่ายเงินเราทำไม”

“เฮ้ย! อะไรกัน แบบนี้ฟ้องกรมแรงงานไปเลย มันเท่ากับบังคับให้ออกเลยนะนั่น”

“ไม่หรอกแม่ แล้วไหนแม่บอกทางนั้นเร่งมา ตอนโทรหารินก็เห็นบอกว่าไม่ต้องเสียดายเงินประกันไม่ใช่เหรอคะ แล้วนี่จะให้รินฟ้องอีก”

“ก็แหม... เงินใครก็อยากได้ ฉันก็เสียดายแทนแก”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ รินมาเหนื่อยๆ ขอไปพักผ่อนก่อนนะคะแม่” พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบ แต่เดินแยกตัวขึ้นไปยังห้องนอนของเธอทันที

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่หยูชิงเป็นหญิงสาวที่รักความก้าวหน้าและทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างสุดตัว ทว่าเธอกลับต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากครอบครัวที่พยายามบังคับให้เธอแต่งงานมีครอบครัว เพื่อตัดปัญหาที่คอยกวนใจและช่วยให้เธอสามารถโฟกัสกับเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ตามที่ปรารถนา หญิงสาวจึงตัดสินใจนัดบอดและเลือกทำข้อตกลงแต่งงานหลอกๆ กับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดา เพื่อใช้ชีวิตแต่งงานบังหน้าและยุติปัญหาครอบครัว
ภาพปกนิยายเรื่อง อย่าพูดคำว่าไม่เคย
8.6
หลังทนอยู่กับชีวิตแต่งงานที่ไร้ค่ามานานถึงสี่ปี ฉินซูเหนียนก็ได้รับเพียงใบหย่าและความจริงอันเจ็บปวดว่าเธอเป็นแค่ตัวแทนบังหน้า อดีตสามีไม่เคยมีใจให้เธอเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อเธอสลัดคราบภรรยาผู้อ่อนแอแล้วกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะราชินีผู้ทรงอิทธิพล เขากลับตราหน้าว่าเธอทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้สั่งสอนอดีตสามี ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจและลึกลับก็ก้าวเข้ามาโอบกอดเธอไว้ พร้อมประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนอย่างเป็นทางการว่าเธอคือคุณนายฟู่ที่ไม่มีใครหน้าไหนกล้ารังแก สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสังคม
ภาพปกนิยายเรื่อง วางแผนเพื่อเธอ
9.0
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เสิ่นเฉียวมอบความรักทั้งหมดให้ลี่จิ่งฮั่น แต่เขากลับทรยศด้วยการเอาผลงานภาพถ่ายที่เธอเสี่ยงชีวิตมาได้ไปให้คนรักใหม่เพื่อใช้ประกวดรางวัล ความเจ็บช้ำครั้งนี้ทำให้เธอตัดสินใจหย่าเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเอง ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ คู่แข่งทางธุรกิจของอดีตสามีก็เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ โดยอ้างว่าอยากคืนความยุติธรรมให้คนมีความสามารถ แต่แท้จริงแล้วเขากลับพยายามเข้าใกล้และรุกคืบเธออย่างหนัก จนเสิ่นเฉียวได้พบความจริงว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่เขาตั้งใจวางไว้เพื่อครอบครองเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ซ่งเซียงอุทิศตนทำงานเป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน ทว่าเขากลับทอดทิ้งเธออย่างไร้เยื่อใยในยามที่ชีวิตเธอตกต่ำที่สุด แต่แล้วโชคชะตาก็เปลี่ยนผันเมื่อเธอได้รับมรดกมหาศาลจนกลายเป็นเศรษฐีนี มีชีวิตใหม่ที่หรูหราและรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ มากมาย จนกระทั่งอดีตเจ้านายผู้หยิ่งยโสได้กลับมาพบเธออีกครั้งในงานเลี้ยงและทึกทักไปเองว่าเธอยังคงอาลัยอาวรณ์ในตัวเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับอย่างมั่นใจให้เขารู้ซึ้งว่าเขาไม่มีค่าสำหรับเธออีกต่อไป จากคนที่เคยถูกเหยียดหยามในวันนั้น บัดนี้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดที่อยู่เหนือกว่าจนเขาไม่มีวันเอื้อมถึงอีกแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง อุ้มรักเมียแสนชัง
9.1
ปรมะพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับนักศึกษาของตัวเองจนตั้งท้อง เขาจำใจต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีทางเลือก แต่ผู้ชายระดับไฮเอ็นเช่นเขาไม่ยอมเข้าตาจนง่ายๆ หรอก ในเมื่อพลาดไปแล้วก็ช่างมัน รับแค่ลูกเอาไว้ และเขี่ยแม่ของเด็กทิ้งลงถังขยะ นี่แหละคือทางออกที่ยอดเยี่ยมที่สุด! ตัวอย่างเล่ม : ระหว่างที่รองเท้าสีดำเงาวับกำลังย่ำลงไปบนพื้นกระเบื้องราคาแพง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาชนเข้าที่ขาด้านหลัง ปรมะหยุดเดิน และก็หมุนตัวกลับไปมองสิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะร่างกายของตัวเอง เด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง... เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งเผชิญหน้ากับเด็กตัวจ้อย “อย่าวิ่งซนนะครับเด็กดี...” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างดีใจ “คุณพ่อ...” เขาไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเด็กหญิงตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจจนแทบช็อกคือใบหน้าของเด็กหญิงคนนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเขาตอนเด็กไม่มีผิด ปรมะถึงกับอึ้งงันไป แต่เด็กน้อยยังคงยิ้มแถมยังยกมือขึ้นลูบหน้าของเขาไปมา “คุณพ่อจริงๆ ด้วย... ไข่มุกไม่ได้ฝันไป... เย้...” “หนู...” ตอนนี้แม้แต่จะพูดออกมาให้เป็นคำยังยากสำหรับปรมะเลย เด็กคนนี้เรียกเขาว่าพ่อ แถมยังมีหน้าตาถอดแบบมาจากเขาในตอนเด็กอีกต่างหาก ซีรีส์ในชุดที่เกี่ยวข้องกัน 1. ขายหัวใจให้ท่านประธาน 2. มลทินรัก CEO 3. คืนเผลอรัก 4. อุ้มรักเมียแสนชัง
ภาพปกนิยายเรื่อง ได้ยินเสียงฉันไหม
9.4
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เมิ่งชิงหนิงยอมอยู่ในฐานะเลขาและคู่นอนที่เชื่อฟังของฟู่หนานเซียว แต่เมื่อเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีค่านี้ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญวิบากกรรมครั้งใหญ่ ทั้งการตั้งท้องและครอบครัวที่โลภมากคอยสร้างความทุกข์ทรมานใจให้อย่างแสนสาหัส เวลาผ่านไปห้าปีเธอกลับมาอีกครั้งในฐานะคนใหม่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทางด้านประธานหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนงในอดีต ตอนนี้กลับตกอยู่ในความบ้าคลั่ง และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งเพื่อชดเชยความผิดพลาดในวันวาน