APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าบ่าวอสูร.

เจ้าบ่าวอสูร.

รัชชานนท์ปล่อยให้ไฟแค้นครอบงำจนเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความทุกข์ทรมานแก่ นทิชา หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่ต้องกลายมาเป็นหมากในเกมที่เธอไม่ได้เริ่มต้น ทว่าความอ่อนหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจอันเย็นชาของเขาอย่างสิ้นเชิง แม้สมองจะคอยย้ำเตือนให้เกลียดชัง แต่หัวใจกลับเพรียกหาจนยากจะปล่อยมือ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดกับดักในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ไปตลอดกาล ขณะที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อในเกมนี้เพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“คุณมีนไปไหน ส้มโอ...”

ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ผ่านการตัดเย็บอย่างดีจากช่างมืออาชีพเดินเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงใหญ่ ขณะตวัดสายตาที่ซ่อนอยู่ภายในแว่นดำมองร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยของสาวใช้ที่ชื่อส้มโอ ที่กำลังยืนก้มหน้ารอรับคำสั่งจากเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาสุดขั้ว โดยลืมไปว่าตัวเองนั้นยังอยู่ในบทบาทของคนตาบอดมองไม่เห็น

“คุณนนท์มองเห็นส้มโอด้วยหรือคะ...”

เสียงเหน่อแบบสุพรรณของส้มโอถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มหน้านิ่ง เมื่อถูกรัชชานนท์ดุเสียงกร้าว

“แล้วคิดว่าฉันแกล้งตาบอดอย่างนั้นหรือ...”

ส้มโอหันไปมองหน้ามะนาวน้องสาวฝาแฝดที่มีน้ำหนักเกินร้อยไม่แพ้กันด้วยใบหน้ากังขา ก่อนจะรีบตอบชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายด้วยความหวาดเกรง

เมื่อก่อนรัชชานนท์ไม่เคยอารมณ์ร้ายแบบนี้ แต่พอรฎาพรเสียชีวิตไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชายหนุ่มก็โมโหร้าย ดุกร้าวจนน่ากลัว จนใครๆ ก็ไม่สามารถเข้าหน้าได้ติด ขนาดลำไยแม่ของหล่อนที่เลี้ยงรัชชานนท์มาตั้งแต่ยังแบเบาะยังไม่กล้าขัดใจเขาแม้แต่ครั้งเดียว

“คุณมีนอยู่ในห้องค่ะ เธอยังไม่สร่างไข้ดี...”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะด้วยความชิงชัง นัยน์ตาคมกร้าวกระด้างน่ากลัว “สำออยไม่ว่า เป็นมาเกือบอาทิตย์แล้วยังไม่คิดจะหายอีก...”

ทั้งส้มโอและมะนาวสาวใช้ต่างพากันอึ้งพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเจ้านายหนุ่มพูดถึงภรรยาสาวที่พึ่งแต่งงานกันมาได้เพียงอาทิตย์เดียวด้วยท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดแบบนี้ นี่ยังไม่รวมถึงการแยกห้องกันนอนระหว่างรัชชานนท์กับนทิชาตั้งแต่คืนแรกของการเข้าหออีกด้วยนะ

“คุณนนท์พูดเหมือน...”

“หุบปากได้แล้วส้มโอ แล้วไปตามคุณมีนมาพบฉันที่ห้องหนังสือ...”

พูดจบร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามของรัชชานนท์ก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือที่อยู่ชั้นล่างปีกซ้ายของตัวคฤหาสน์ด้วยความคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องให้ใครบอกทาง

ส้มโอทำหน้าทึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยความแปลกประหลาดใจ

“ฉันว่าคุณนนท์แกเหมือนคนมองเห็นทุกอย่างเลย ว่าไหมมะนาว... ไปห้องหนังสือได้โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วยนำทาง... ” ส้มโอหันไปถามน้องสาวอย่างเคลือบแคลง

“ก็คุณนนท์เคยบอกพี่ตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนที่พี่ถามน่ะ ว่าเธอทำทุกอย่างได้ เพราะที่นี่คือบ้านของเธอ และเธอก็จำได้ทุกซอกทุกมุมของบ้าน แม้จะมองไม่เห็นก็ตาม...” ผู้เป็นแฝดน้องเตือนความจำของพี่สาวด้วยเสียงรำคาญ

“แต่เมื่อก่อนตอนที่คุณนนท์ตาบอดใหม่ๆ ทำไมไม่คล่องแคล่วแบบนี้ล่ะ”

ส้มโอยังไม่เลิกสงสัย มะนาวจึงตัดบท เพราะเป็นห่วงในความปลอดภัยของนทิชา หล่อนรู้ดีว่ารัชชานนท์เจ้านายของหล่อนนั้นเจ้าอารมณ์ขนาดไหน

“เราเลิกพูดเรื่องของเจ้านายดีกว่า รีบไปตามคุณมีนเถอะ ชักช้าเดี๋ยวคุณมีนจะเดือดร้อน”

“แล้วเรื่องคุณมีนอีก ไม่รู้ว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน ฉันก็นึกว่ารักกันถึงได้แต่งงานกัน แต่ที่ไหนได้พอแต่งกันปุ๊บก็แยกห้องนอนกันทันที แถมคุณนนท์นะยังทำท่าทางราวกับขยะแขยงคุณมีนอีก...”

ไม่ใช่แค่ส้มโอคนเดียวหรอกที่คิดแบบนั้นแม้แต่มะนาวเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน เพราะท่าทีของรัชชานนท์นั้นแสดงออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อยว่ารังเกียจนทิชา จะมีก็แต่คุณมีนของหล่อนนั่นแหละที่แสดงท่าทีว่าหลงรักรัชชานนท์จนโงหัวไม่ขึ้น

“เรื่องของเจ้านายน่ะ ไปตามคุณมีนเถอะ ไปสิพี่ส้มโอ...”

ส้มโอพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังห้องหอที่นทิชาพักอยู่อย่างรวดเร็ว เพราะหากมัวชักช้าอยู่ บ้านทั้งหลังได้ระเบิดแน่

“เข้ามาได้...”

น้ำเสียงกระด้างที่ยังคงมีผลให้สันหลังของหล่อนเย็นเยือกได้ทุกครั้งที่ได้ฟังของรัชชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อหล่อนได้เคาะประตูไม้สักแกะสลักงดงามบานใหญ่สองครั้ง

หญิงสาวรู้สึกได้ว่าขาของตนเองสั่นเทาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงในการก้าวเดินไปข้างหน้า ลมหายใจที่ถูกสูดเข้าไปเพื่อเรียกความมั่นใจหลายต่อหลายครั้งไม่ได้ทำให้ต่อมความกล้าหาญของหล่อนทำงานดีขึ้นเลย มันทั้งกลัว มันทั้งสั่น ยิ่งการเผชิญหน้ากันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดวันด้วยแล้ว หล่อนก็ยิ่งสั่นสะท้าน

สมองคิดไปต่างๆ นานาว่ารัชชานนท์กำลังคิดจะทำอะไรกับหล่อน กำลังจะทวงสิทธิ์ในร่างกายของหล่อนหรือเปล่า หรือว่าบางทีเขาอาจจะหาทางกลั่นแกล้งหล่อนอีกก็ได้

นทิชากระพริบตากลมโตหลายครั้งติดกันเพื่อขับไล่น้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาให้เหือดแห้งหรือไม่ก็ให้มันไหลกลับลงไปในหัวอก คิดไม่ออกจริงๆ เลยว่ารัชชานนท์เกลียดชังอะไรตัวเองนักหนา ทำไมถึงได้ทำเหมือนกับว่าการแต่งงานในครั้งนี้คือบทหนึ่งของความแค้นยังไงยังงั้นแหละ

หรือว่าเขาต้องการเห็นหล่อน ผู้หญิงที่เขาซื้อได้ด้วยเงินเพียงสามแสนบาท ทรมาน เจ็บปวด และขาดใจตายไปอย่างทุกข์ทรมาน ผู้ชายอย่างเขาถึงจะพอใจ

กลีบปากที่มีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากไข้ลดลงเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับลูกบิดทองเหลืองที่เย็นเฉียบพอๆ กับอุ้งมือของหล่อนแน่น และไม่ช้าประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออกจนกว้างและอสูรร้ายที่นั่งอยู่บนรถเข็นตรงกลางห้องก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

รัชชานนท์ยังหล่อเหลาอย่างร้ายกาจเสมอในสายตาของหล่อน หญิงสาวไล่สายตาบนใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมที่ดูคล้ายกับรูปปั้นไร้ชีวิตของบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม

แม้ดวงตาคมกล้าที่หล่อนเคยได้พิศมองน้อยครั้งนักยังคงซ่อนอยู่ในเลนส์แว่นสีดำสนิท แต่แค่ปลายจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากบางสีสดที่หยักได้รูปก็ทำให้ใบหน้าของรัชชานนท์สมบูรณ์แบบ หรือบางทีอาจจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าชายหนุ่มช่างดูหล่อเหลาราวกับไม่ใช่คนจริงๆ เป็นรูปปั้นที่จิตกรฝีมือเอกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมา

แต่เขามีเลือดเนื้อ... มีชีวิตจริงๆ

ความปรารถนาในบางสิ่งบางอย่างระเบิดตูมครอบคลุมกายสาวในทันที และมันก็แผ่ซ่านมุ่งหน้าเข้าจู่โจมที่แก่นกลางลำตัวอย่างน่าละอาย

ทำไมหล่อนถึงได้คิดอะไรบ้าบอ ไร้ยางอายแบบนี้ได้ทุกครั้ง ยามที่เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้นะ...

“คิดว่าต้องให้คนตาบอดอย่างฉันเดินไปเปิดประตูให้ถึงจะยอมเข้ามา...”

นี่คือคำพูดคำแรกที่เขาทักขึ้น น้ำเสียงยังเย็นกระด้างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“คุณนนท์มีอะไรกับมีนหรือคะ ถึงได้...”

น้ำเสียงตะกุกตะกัก ขณะก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อรัชชานนท์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ใกล้หน้าต่างห้องขยับเข้ามาใกล้ ราวกับตาเห็น

ปฏิกิริยาเคมีระหว่างเขากับหล่อนทำไมมันถึงได้ตึงเครียดแบบนี้นะ และมันก็ทำให้หญิงสาวมึนงงสุดขีด เนื้อตัวร้อนผ่าวได้อย่างน่าหวาดกลัว

หล่อนจะต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อเขาให้ลึกมากกว่านี้ ต้องเก็บมันให้พ้นจากความรับรู้ของเขา...

“ผัวอยากจะเจอเมียต้องมีเรื่องอะไรด้วยหรือ...”

ชายหนุ่มระบายเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน แต่มันกลับทำให้หญิงสาวเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง หัวใจเต้นกระหน่ำแทบจะกระดอนออกมานอกทรวงอกกับคำพูดคำจาที่ตรงไปตรงมาของเขา

“ไม่ต้องถอยหนีหรอก เพราะฉันตาบอดแบบนี้จะไปทำอะไรเธอได้...”

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก รู้สึกได้ถึงอันตรายที่เต้นเร่าอยู่ในบรรยากาศรอบตัว หล่อนไม่อาจจะล่วงรู้ได้เลยว่าชายหนุ่มคิดยังไง เมื่อดวงตาทั้งคู่ของเขาถูกปิดบังไว้ด้วยแว่นสีดำอย่างแน่นหนา แถมท่าทางของเขาทั้งหมดก็ถูกเคลือบทับไว้ด้วยความเย็นชา ห่างเหิน ไม่แยแสอย่างร้ายกาจ

“แต่คุณนนท์ทำเหมือนมองเห็นมีน... คุณนนท์รู้ว่ามีนอยู่ตรงไหน...”

เสียงหัวเราะคล้ายมาจากขุมนรกดังออกมาจากลำคอแกร่ง “ประสาทสัมผัสของคนเรามีตั้งหลายอย่าง เธออย่ามาตัดสินว่าคนตาบอดจะไม่มีทางรับรู้เรื่องใดๆ เพราะแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่กลิ่นและความเน่าเฟะของมันก็เข้ามาทางจมูกอยู่ดี...”

คิ้วโก่งที่ไร้การตกแต่งแต่งดงามราวกับถูกเขียนด้วยช่างฝีมือเอกระดับโลกขมวดเข้าหากัน “คุณนนท์ต้องการจะพูดอะไรกับมีนคะ...”

“ยังไม่ถึงเวลาหรอกเมียของฉัน...”

‘เมียของฉันเหรอ’

นี่เขาพูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากได้ยังไง ในเมื่อการกระทำของเขาไม่ได้ตรงกับคำพูดเลยแม้แต่น้อย หล่อนมันก็แค่แม่พันธุ์ที่เตรียมไว้ผลิตลูกให้เขามากกว่า

“ฉันแค่ต้องการจะบอกให้เธอเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับค่ำคืนนี้ของเรา...”

ใบหน้างามเต็มไปด้วยความตกใจ กลีบปากสีสดเผยอออกจากกันอยู่ในสภาพค้างเติ่ง ขณะที่สมองอันน้อยนิดของตัวเองเตลิดคิดไปไกลถึงสิ่งที่เขาจะทำกับหล่อนบนเตียงนอน และจากเจ้าความคิดที่ไปไกลสุดกู่นี้ก็ทำให้แก้มสาวที่ซีดเซียวอยู่เมื่อครู่ซับเลือดฝาดขึ้น

“หลังจากที่ฉันใจดี... ปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างเป็นสุขมาตลอดหนึ่งอาทิตย์...”

เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำทั้งประโยค นทิชารู้สึกวูบวาบแปลกๆ ในช่องท้อง ทรวงอกอวบใหญ่คล้ายกับเบ่งขยายเต็มที่ กับคำพูดตรงไปตรงมาของรัชชานนท์

“เอ่อ... คือ... คุณนนท์...คือมีนอยาก...จะขอเวลา...” เอ่ยออกไปด้วยความหวาดหวั่น

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักอีโรติกร้อนแรงที่จะพาไปสำรวจความสัมพันธ์ต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวทรงเสน่ห์ในคฤหาสน์หรู ท่ามกลางภาพลักษณ์ครอบครัวที่ดูเพียบพร้อมและแสนสมบูรณ์แบบ เบื้องหลังเธอกลับปล่อยตัวไปกับความใคร่และกิเลสตัณหาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่เพียงแต่ลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยงหนุ่มทั้งสามคนของตัวเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบเปิดเผยความปรารถนาอันเร่าร้อนกับชายชู้คนอื่นนอกบ้านอีกมากมาย เรื่องราวความลับสุดอื้อฉาวที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและกามารมณ์ครั้งนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด
ภาพปกนิยายเรื่อง ดั่งทรายต้องลม
9.1
เมื่อปรินทร์พาหญิงอื่นอย่างทิวาทิพย์เข้ามาในบ้านเพื่อเป็นภรรยาอีกคน พราวฟ้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตายจากการหักหลังครั้งนี้ แม้สามีจะเห็นว่าการมีชู้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและพยายามบังคับให้เธอยอมรับสภาพ ทว่าพราวฟ้ากลับไม่ยอมลดทอนศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อทนอยู่กับชายที่หมดรักและไม่เคยแยแสเธออีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ หันหลังให้อดีตอันขื่นขมเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง โดยพาลูกน้อยในครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้รับรู้ร่วมเดินทาง
ภาพปกนิยายเรื่อง ดื้อรัก (เด็กดื้อ)
8.1
“โอ๋ๆ เจ็บหรอ งั้นทีหลังต้องเป็นเด็กดี ห้ามเถียงรู้มั้ยคะ หืม...” นิรดาสอนเด็กโข่งเสียงอ่อนเสียงหวาน ก่อนจะจับแก้มสากหันไปมาแรงๆ แววตาสะใจสบกับแววตาโกรธแค้นของชายหนุ่มอย่างไม่ยี่หระ ----------------- “ก็หนูชอบว่าพี่โรคจิตหื่นกามไม่ใช่เหรอ พี่ก็อยากลองเป็นแบบที่หนูว่าอยู่เหมือนกัน หนูไม่ชอบคนใจดีนี่ ใช่ไหม” เขาย้อนถาม ---------------- “นุ่มจ๋า...” “อาราย นุ่มง่วงแล้วน้า...” ว่าเสียงยานคาง พร้อมทั้งปัดป่ายมือบางไปมาบนอกแกร่ง “หม่ำๆ ทีสิคะ” “หือ!” นิรดาตาสว่างขึ้นมาทันใด ความงัวเงียหายไปเป็นปลิดทิ้ง “ไม่เอา!” “น่านะ นิดเดียว” “ไม่เอา นุ่มขี้เกียจ” หญิงสาวพลิกกายหนีไปอีกด้านอย่างคนงอแง แม้ในใจกำลังลุ้นระทึกตึกๆ อยู่ก็ตาม “นิดเดียวนะ ให้พี่หม่ำหน่อย” “เดี๋ยวก็เป็นตาแก่บ้ากามจริงๆ หรอก” “บ้าก็บ้าสิ หันมานี่สิคะคนดี” ธารนทีพยายามดึงผ้าห่มหนาที่กลายเป็นที่ซ่อนตัวให้คนตัวเล็กออกไป แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่ออีกคนงอแงไม่ยอมท่าเดียว “อย่า ตัวหม่ำไปเยอะแล้ว” “ก็วันนี้ยังไม่ได้หม่ำเลยนี่ น่า นิดเดียว เอ้! หนูนุ่มนี่ อย่าดื้อสิคะ” เขาจับเธอพ้นออกมาจนได้ สายตาตรึงบังคับไม่ให้ขยับหนี แล้วพ่อตัวดีก็ค่อยๆ...
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณเลขาในความลับ
9.2
เมื่อ อังเดร เบอร์นาร์ด ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ต้องก้าวเข้ามาเป็นเลขาฯ คนที่แปดให้กับ คุณหญิงวริศรา ทายาทหญิงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลมหาเศรษฐีชื่อดังของประเทศ งานนี้จึงกลายเป็นบททดสอบสุดหินในชีวิตของเขา เพราะเจ้านายสาวไฮโซผู้ทรงอิทธิพลในสังคมคนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบ จุกจิก และมีกฎเกณฑ์ในการทำงานที่เข้มงวดเป็นที่สุด เลขาฯ หนุ่มคนใหม่จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องงัดทุกกลยุทธ์มารับมือกับความเรื่องเยอะและข้อกำหนดอันแสนจู้จี้ของเธอในฐานะผู้ช่วยคนสำคัญเคียงข้างที่ต้องคอยจัดการทุกอย่างให้ไร้ที่ติ
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์ชัง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
8.1
หลังค่ำคืนที่ไม่คาดฝัน แม็กซิมัสต้องฝืนใจเข้าพิธีวิวาห์กับปั้นหยาเพราะปักใจเชื่อว่าเธอเป็นคนวางแผนทั้งหมด เขาจึงตอบแทนผู้หญิงที่รักเขามาตลอดด้วยความชิงชังและการทำร้ายจิตใจอย่างไร้ค่า ทั้งยังพาคนรักเก่าเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แม้ปั้นหยาจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ใจแค่ไหนก็ไร้ผล เมื่อความช้ำใจมาถึงจุดที่เกินจะแบกรับ เธอจึงตัดสินใจขอหย่าขาดเพื่อปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระตามต้องการ และเลือกที่จะเดินจากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับความลับเรื่องลูกในครรภ์ที่เธอตั้งใจจะปิดบังเขาไปชั่วนิรันดร์
ภาพปกนิยายเรื่อง โสเภณีไร้เดียงสา
7.8
เธออายุเพียง 15 ปี ก็ถูกนำตัวมาขายให้มหาเศรษฐีหนุ่ม เขาอายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ผู้ร่ำรวยและเย็นชา เมื่อเธอถูกนำมาขายใช้หนี้และเขาก็รับเธอไว้ในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว ทว่าเพียงวันแรกที่เธอได้มาเหยียบบ้านของเขา เธอก็สูญเสียพรหมจรรย์ไป อะไรคงไม่ร้ายเท่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเธอเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา เธอไม่มีวันยอมเป็นโสเภณีไร้เดียงสาตลอดไปหรอก เพื่อลูกและเพื่ออนาคต เธอจึงต้องอุ้มท้องหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และเมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เธอและเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะท่านประธานกับเลขาสาว การพบกันครั้งนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก จากเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ที่สำคัญ...เด็กชายวัย 3 ขวบที่เรียกเธอว่า ‘แม่’ ก็มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน !