APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก

สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก

โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“เหยียนเหยียน การแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่เราต้องอยู่กับมันไปชั่วชีวิต แม่ไม่ยอมให้ลูกทำแบบนี้เด็ดขาด” จวงจื่อจินมีสีหน้าเป็นกังวล

หลินซินเหยียนหยิบกล่องอาหารเก็บความร้อนที่วางอยู่บนชั้นเหนือเตียงออกมาพลางพูด “หนูก็ไม่ได้แต่งกับใครที่ไหน ก็เป็นลูกชายของเพื่อนแม่ไม่ใช่เหรอคะ”

“เธอตายไปตั้งนานแล้ว ส่วนลูกชายเธอแม่ไม่รู้จักเลยสักนิด ต่อให้ต้องตระบัดสัตย์ แม่ก็จะต้องให้ลูกแต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก ไม่ใช่แต่งงานเพื่อแลกกับอะไรแบบนี้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น แม่ยอมอยู่ที่นี่จนตายยังจะดีกว่า” จวงจื่อจินดึงมือเธอไว้

คนที่เธอรักงั้นเหรอ?

ต่อให้วันหน้าเธอจะได้พบ แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์แล้ว

เธอก้มหน้า เธอแต่งงานกับใครก็ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญก็คือเธอจะต้องเอาสิ่งที่ถูกแย่งไปทั้งหมดกลับคืนมาให้ได้

จวงจื่อจินไม่อาจเกลี้ยกล่อมให้หลินซินเหยียนเปลี่ยนใจได้ ทั้งสองจึงกลับประเทศในวันต่อมา

หลินกั๋วอันรังเกียจพวกเธอสองแม่ลูก จึงให้พวกเธอไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก ไม่ยอมให้พวกเธอเหยียบเข้ามาในบ้านสกุลหลิน พอถึงวันแต่งงานก็ให้หลินซินเหยียนกลับมาคนเดียวก็พอ

ซึ่งหลินซินเหยียนก็ไม่อยากกลับไปอยู่แล้ว

ทว่าจวงจื่อจินยังคงกังวล “เหยียนเหยียน ถ้ามันเป็นการแต่งงานที่ดีจริง ๆ เขาคงไม่ยกให้ลูกง่าย ๆ หรอกนะ ถึงแม้การหมั้นหมายนี้แม่จะเป็นคนกำหนดมันขึ้นมาก็ตาม”

หลินซินเหยียนไม่อยากคุยเรื่องพวกนีั เธอจึงเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “แม่คะ รีบหาอะไรกินรองท้องก่อนนะคะ”

จวงจื่อจินถอนหายใจ

หลินซินเหยียนถือตะเกียบกำลังจะคีบอาหาร ทว่าจู่ ๆ เธอก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา เธอส่งเสียงอาเจียน

“ลูกไม่สบายหรือเปล่า? ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย?” จวงจื่อจินถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ น่าจะนั่งเครื่องนานไปหน่อย แล้วก็พักผ่อนน้อย หนูกลับห้องก่อนนะคะ”

หลินซินเหยียนไม่อยากให้มารดาเป็นห่วง จึงอธิบายง่าย ๆ เพียงไม่กี่คำ ก่อนจะวางตะเกียบแล้วกลับเข้าไปในห้อง

ทันทีที่ปิดประตูลง เธอก็พิงประตูพยายามระงับความคลื่นไส้อยากอาเจียนนั้นไว้

ผ่านคืนนั้นมาก็เดือนกว่าแล้ว รอบเดือนของเธอก็ไม่มาสิบกว่าวันแล้ว

หลินซินเหยียนส่ายหน้า เธอไม่กล้าจะคิดต่อเลยว่า...

วันต่อมา

“คุณตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์แล้วครับ”

หลินซินเหยียนออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว ทว่าคำพูดของหมอยังคงดังก้องอยู่ในหัวเธอไม่หยุด

สติเธอหลุดลอย เธออดยกมือขึ้นคลำท้องไม่ได้ แม้จะเป็นเรื่องไม่ตั้งใจ หรือถึงขนาดเรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่เธอก็ยังเกิดความรู้สึกทำใจไม่ได้

เธอเกิดความรู้สึกปิติยินดี และเฝ้ารอที่ได้เป็นแม่คนเป็นครั้งแรก

พอกลับถึงที่พัก หลินซินเหยียนก็เก็บผลอัลตร้าซาวด์ให้เรียบร้อยแล้วค่อยเปิดประตูออกมา

พอเห็นหลินกั๋วอัน สีหน้าเธอก็พลันเครียดขรึมลง

“คุณมาทำอะไร? ยังไม่ถึงวันแต่งงานสักหน่อย”

“แกพูดกับพ่อแบบนี้ได้ยังไง?”

หลินกั๋วอันรอเธอตั้งสองชั่วโมง แต่กลับต้องมาเจอคำพูดก้าวร้าวอย่างนี้ โทสะจึงพลันพลุ่งพล่านขึ้นมา

“รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” เขาเอ่ยเร่งอย่างไม่สบอารมณ์

หลินซินเหยียนขมวดคิ้วมุ่น “ทำไม?”

“ในเมื่อจะแต่งเข้าตระกูลจงอยู่แล้ว แกก็ควรไปเห็นหน้าค่าตาคุณจงเขาสักหน่อย” หลินกั๋วอันพินิจมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “แกจะไปเจอเขาทั้งโทรม ๆ อย่างนี้น่ะเหรอ? คิดจะทำให้ฉันขายหน้าหรือไง?”

“ถ้าฉันมีเงิน ฉันจะคิดมากที่จะซื้อเสื้อผ้าอย่างนั้นเหรอ? แล้วน้องชายฉันจะต้องตายเพราะรักษาไม่ทันกาลอย่างนั้นเหรอ? เรื่องพวกนี้ คนที่เป็นพ่ออย่างคุณไม่ควรที่จะรู้ชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้วหรอกเหรอ?”

มือที่ทิ้งลงข้างกายของหลินซินเหยียนกำหมัดแน่น

หลินกั๋วอันทำหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงกระแอมขึ้นมาเบา ๆ “เรื่องพวกนี้เอาไว้ค่อยว่ากัน รีบไปกันก่อน ครอบครัวตระกูลจงน่าจะไปถึงแล้ว อย่าให้พวกเขารอนาน”

“เหยียนเหยียน เงินทองไม่สำคัญ แม่เสียลูกชายไปคนนึงแล้ว ตอนนี้แม่อยากให้ลูกได้มีชีวิตที่ดีเท่านั้น” จวงจื่อจินยืนขวางตรงหน้าหลินซินเหยียน

“แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ” หลินซินเหยียนมองมารดาด้วยสายตาปลอบโยน ก่อนจะกอดเธอเบา ๆ

“รีบไปเร็วเข้า” หลินกั๋วอันเร่งอย่างสุดจะทน กลัวว่าจู่ ๆ หลินซินเหยียนจะเปลี่ยนใจ จึงลากเธอออกไป

ระหว่างทาง หลินกั๋วอันพาเธอไปที่ร้านเสื้อผ้าหรู

พอเข้าไปในร้านและเห็นพนักงานเดินเข้ามาหา หลินกั๋วอันก็ผลักหลินซินเหยียนออกไปข้างหน้า “หาชุดสักชุดที่เธอใส่ได้”

พนักงานมองหลินซินเหยียนหัวจรดเท้าแล้วพยักหน้า “โปรดมากับฉันทางนี้ค่ะคุณผู้หญิง“

เธอหยิบเดรสสีฟ้าอ่อนลงมาจากชั้น จากนั้นก็ชี้นิ้วไปทางด้านหน้า “ห้องลองชุดอยู่ทางด้านนั้นค่ะ”

หลินซินเหยียนรับชุดมาแล้วเดินไปตามทางที่อีกฝ่ายบอก

“จิ่งเฮ่า คุณจำเป็นต้องแต่งงานกับผู้หญิงตระกูลหลินด้วยเหรอคะ?” น้ำเสียงของหญิงสาวแฝงไปด้วยความตัดพ้อคับข้องใจ

หลินซินเหยียนได้ยินเข้าก็มองผ่านช่องประตูเข้าไปด้วยความใคร่รู้ ก่อนจะเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นใช้มือโอบรอบลำคอของชายหนุ่มด้วยท่าทางออดอ้อน “คุณอย่าแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นได้ไหมคะ?”

จงจิ่งเฮ่ามองหญิงสาว และรู้สึกอดไม่ได้ที่จะสงสาร “คืนนั้นเจ็บมากใช่ไหม?”

ย้อนไปเมื่อประมาณหนึ่งเดือนกว่า เขาไปตรวจสอบโครงการที่ต่างประเทศ ผลก็คือเขาถูกงูพิษกัด พิษนั้นรุนแรงมาก หากไม่ได้ระบายความร้อนใส่หญิงสาวแล้วล่ะก็ เขาก็คงจะต้องร้อนจนตาย

เพราะได้ไป๋จู๋เวยมาเป็นยาถอนพิษให้เขา

ทั้ง ๆ ที่เธอเจ็บมาก แต่กลับตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยไม่กล้าร้องออกมาสักแอะ

เขารู้มาตลอดว่าไป๋จู๋เวยชอบเขา แต่เขากลับไม่เคยให้โอกาสเธอมาก่อนเลย

ข้อแรกเป็นเพราะเขาไม่ได้รักเธอ ข้อที่สองเป็นเพราะแม่ของเขาได้หมั้นหมายเขาไว้กับตระกูลหนึ่งแล้ว

หลายปีมานี้ เธอที่เป็นเลขาเขาได้จัดการงานทุกอย่างของเขาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

หลังจากคืนนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะให้สถานะหนึ่งกับหญิงสาวคนนี้

ไป๋จู๋เวยซบหน้าลงบนแผ่นอกของจงจิ่งเฮ่า เธอหลับตาลงเล็กน้อย แล้วส่งเสียงครวญครางอย่างเหนียมอาย

เธอชอบจงจิ่งเฮ่า แต่เธอไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์มาตั้งนานแล้ว เธอจะให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องเตรียมแผนสำรองไว้

“ถ้าคุณชอบเสื้อผ้าที่นี่ ก็ซื้อหลายตัวหน่อยแล้วกัน” จงจิ่งเฮ่าผละออกจากเธอแล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“คุณผู้หญิงคะ ห้องนั้นเป็นห้องวีไอพี คุณเข้าไม่ได้นะคะ เชิญห้องทางขวาค่ะ” พนักงานเอ่ยเตือนหลินซินเหยียน

“อ๋อ” หลินซินเหยียนดึงสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถือเสื้อผ้าเดินไปที่ห้องลองเสื้อทางด้านขวา

ขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า หลินซินเหยียนก็หวนคิดถึงบทสนทนาของหนุ่มสาวเมื่อครู่อย่างละเอียด ดูเหมือนพวกเขาจะพูดถึงตระกูลหลิน

หรือว่าผู้ชายคนนั้น...

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ดอกเหมยห่อไฟ
9.1
"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง แค่เมียคนใช้ (ฟิว&ใบบัว)
8.2
ใบบัวตกอยู่ในสถานะนางบำเรอที่ไร้ค่าในสายตาของฟิว ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตและคอยตราหน้าเธอด้วยถ้อยคำเหยียดหยามบนเตียงนอน เขาย้ำเตือนความสัมพันธ์อันขมขื่นนี้อยู่เสมอเพื่อไม่ให้เธออาจเอื้อมมาเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ หรือก้าวข้ามเส้นมาสั่งสอนเขาในฐานะภรรยา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความแค้นและการกดขี่ในสังคมร่วมสมัยจะดำเนินไปอย่างไร เมื่อหัวใจของหญิงรับใช้ถูกเหยียบย่ำจนแหลกลาญในวังวนแห่งตัณหาที่ปราศจากความเกียรติยศ
ภาพปกนิยายเรื่อง กบฏรักหัวใจปรารถนา
9.6
เมื่อ อกัณห์ นักธุรกิจหนุ่มวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมแต่กลับปิดตายเรื่องความรัก ต้องกลายมาเป็นผู้ปกครองของเด็กสาวกำพร้าวัย 18 ปีที่มีปณิธานอันแรงกล้าในการเอาชนะใจเขา ความผูกพันที่เกิดขึ้นท่ามกลางช่องว่างระหว่างวัยและทัศนคติที่ต่างกันสุดขั้ว ได้จุดชนวนความปรารถนาที่ทั้งคู่ยากจะควบคุม แม้เธอจะสามารถก้าวเข้าสู่ชีวิตของเขาได้อย่างง่ายดาย แต่การจะทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของชายหนุ่มกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งสองจึงต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งสำคัญเพื่อพิสูจน์ว่าความต่างนี้จะลงเอยด้วยความรักแท้ได้หรือไม่