APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)

พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)

ความเจ็บปวดจากรักครั้งเก่าทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากความรู้สึกรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อนำพาเธอย้อนกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษที่ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ลง การตัดสินใจต้อนรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้างในครั้งนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชักนำชีวิตของเขาให้ก้าวเดินไปในทิศทางใหม่ที่คาดไม่ถึง พันธนาการแห่งการหลอกลวงที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างขึ้น กำลังจะนำพาทุกความสัมพันธ์ไปสู่บทสรุปสุดท้ายที่ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้เลย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

@ Paradise place

เดม่อนก้าวเท้าเข้ามายังอาคารสำนักงานชั้นบนสุดของศูนย์การค้าครบวงจร Paradise place ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวของเขากับครอบครัวของอาเซนส์ น้องชายของแด๊ด ซึ่งเปิดทำการมาได้เกือบห้าปีแล้ว ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งมายาวนาน และกำลังจะมีโปรเจคขยายสาขาเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้

"สวัสดีค่ะบอส วันนี้บ่ายสองโมงมีประชุมโปรเจคขยายสาขากับคุณเอเรสและคุณเอริสค่ะ เอกสารการประชุมเจนนี่เตรียมไว้ให้ที่โต๊ะแล้วนะคะ"

เจนนี่เลขาสาวผู้ที่อยู่กับเขามาหลายปี รีบวิ่งมารายงานทันทีที่เห็นเขาเดินออกมาจากลิฟท์ และเธอต้องทำแบบนี้เป็นกิจวัตร เพราะบอสของเธอไม่เหมือนคนอื่น เขาจะไม่ชอบหยุดพูดคุยกับใครนาน ๆ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เชื่องช้า เพราะบอสของเธอเป็นคนขี้รำคาญและทำงานโครตเนี๊ยบ

"อ้าว! บอสจะไปไหนเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นบอสหนุ่มก้าวขาฉับ ๆ เลยห้องทำงานของตัวเองไป เมื่อเขายกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม เจนนี่จึงหุบปากฉับ เลิกสนใจ นั่งลงที่โต๊ะทำงานและจัดการงานของตัวเองต่อไป

แกร๊กกก...

เสียงประตูที่ถูกเปิดโดยไม่ได้เคาะ ทำให้เอริสเงยหน้าขึ้นมองลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ที่กำลังยืนหน้าบอกบุญไม่รับ พร้อมกับลากเก้าอี้ตรงหน้าแล้วนั่งลงจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง

"เป็นอะไรอีกล่ะ ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก" เธอกระเซ้าน้องชายทั้ง ๆ ที่ตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะอารมณ์ไม่ดีนัก และเอริสก็รู้ดีถึงเหตุผลของน้องชาย

"พี่จงใจให้ผมไปหาผู้หญิงคนนั้น?" เอริสวางปากกาในมือลงแล้วเปลี่ยนเป็นนั่งกอดอกมองหน้าเขาแทน

"ใช่ แกมีปัญหาอะไร?"

"พี่อย่ามาถามทั้ง ๆ ที่รู้ดีอยู่แล้วหน่อยเลย" เดม่อนยกเท้าขึ้นนั่งไขว่ห้าง แล้วหายใจลึก ๆ ระบายอารมณ์

"ซินเป็นจิตแพทย์ที่เก่งมาก อีกอย่างเธอก็รู้จักแกดี พี่ก็เลยอยากให้ซินเป็นคนดูแลแก หรือแกอยากให้คนอื่นรู้ว่าแกกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่?"

เอริสลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาลูบไหล่น้องชายเบา ๆ อย่างเอาใจ เธอรู้ว่าเขาโกรธที่เธอไม่ยอมบอกว่าจิตแพทย์ที่นัดไว้เป็นอดีตแฟนเก่าของน้องชายที่จบกันแบบไม่สวยสักเท่าไหร่

แต่ที่เอริสต้องตัดสินใจทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงถึงชื่อเสียง และความรู้สึกของน้องชายและครอบครัว เพราะถ้าเขาป่วยจริง และข่าวแพร่ออกไป อาจจะมีผลต่อการบริหารธุรกิจและชีวิตการทำงานของเดม่อนก็ได้ จริงอยู่ที่การพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่อย่าลืมว่าคู่แข่งมันจับตาดูเราและรอคอยที่จะซ้ำเติมอยู่เสมอ และถ้ามันรู้ว่าเรามีจุดอ่อน คงไม่ดีแน่

"พี่เป็นห่วงแกนะเดม่อน อย่างน้อยซินก็ไว้ใจได้ เพราะนอกจากจรรยาบรรณของแพทย์แล้ว เขากับเราก็รู้จักกันมานาน"

"รู้จักก็ไม่ได้หมายความว่าจะรู้ใจ" เดม่อนเอ่ยเสียงทุ้ม

"เอาน่า..บางทีชีวิตคนเราก็ไม่มีอะไรให้เลือกมากนักหรอก เปิดใจให้ซินเขาได้ดูแลแกเถอะ ไหนแกว่าลืมเรื่องเก่า ๆ ไปหมดแล้วไง หรือจริง ๆ แกไม่ได้ลืม" เดม่อนช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาจ้องจับผิดของพี่สาว

"ผมไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ถ้าพี่อยากให้ผมรักษาผมก็จะรักษา แต่บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้เป็นอะไร ที่ผมไม่อยากยุ่งกับใครเป็นเพราะผมเบื่อหน่ายที่จะฝากความรักและชีวิตไว้กับคนอื่นที่ไม่รู้ว่าวันนึงเขาจะทิ้งผมไปเมื่อไหร่ต่างหาก"

เดม่อนพูดจบก็ลุกขึ้นยืนกระชับสูทแล้วก้าวเดินออกจากห้องทำงานของพี่สาวไป

"ก็ไอ้ที่เบื่อหน่ายและกลัวว่าวันนึงคนที่รักจะทิ้งไปจนไม่กล้าเปิดใจนี่แหละ คือ Philophobia หวังว่าซินจะช่วยรักษาแกให้หายได้นะเดม่อน"

เอริสพูดคนเดียวแล้วถอนหายใจพรืด ก่อนหน้านั้นเธอก็ไม่คิดหรอกว่าน้องชายจะเป็นโรคกลัวความรักและกลัวความสัมพันธ์แบบลึกซึ้ง

แต่หลังจากเหตุการณ์ในอดีตตอนที่เดม่อนเลิกรากับซินญอริต้า เขาก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นคนเปิดใจและพูดคุยได้กับทุกคน  ก็กลายเป็นคนที่ไม่ไว้วางใจใคร ชอบเก็บตัวสันโดษ และสบายใจที่จะทำอะไรคนเดียวมากกว่าการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

หลายครั้งที่เธอมักจะชวนน้องชายให้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง เช่น ชวนไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ เดินเล่นที่สวนสาธารณะ หรือไปดื่มกาแฟในร้านกาแฟ เขาจะปฏิเสธทันทีโดยให้เหตุผลว่า สถานที่ดังกล่าวมักจะมีคู่รักไปที่นั่น เขาเห็นแล้วรำคาญลูกตา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประหลาดสำหรับเธอสุด ๆ

แต่กับเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย เดม่อนยังสามารถมีได้ปกติตามแบบของผู้ชายทั่วไป แต่จะไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับใครมากกว่าครั้งสองครั้ง เพราะเขากลัวที่จะถูกพัฒนาเป็นความสัมพันธ์ทางใจในอนาคต และถ้ามีผู้หญิงเข้าหา หรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจ หรือเข้ามาทักทายหรือเข้ามาจีบ เขาจะชิ่งหนีทันที

เอริสใช้เวลาสังเกตเดม่อนอยู่นานเกือบสองปี จนอาการเล็กน้อยของเดม่อนเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เธอจึงแอบไปปรึกษากับจิตแพทย์ท่านหนึ่ง และจิตแพทย์ท่านนั้นก็แนะนำให้รีบพาเดม่อนไปปรึกษาจิตแพทย์

อาการแบบนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะนอกจากเดม่อนจะไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตแล้ว หากมีอาการแบบเรื้อรังหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง อาจมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคอื่นๆ ได้อีก เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล หนัก ๆ เข้าก็อาจกลายเป็นคนกลัวการเข้าสังคม รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดและอาจมีความคิดฆ่าตัวตายได้ ซึ่งเธอจะไม่ยอมให้เดม่อนเป็นแบบนั้นเด็ดขาด

.

.

.

Write Talk:

ขอท้าวความสำหรับผู้ที่ไม่ได้อ่านเรียงตามลำดับมา หรือรี้ดที่เพิ่งอ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกหน่อยนะคะ ตระกูลมาร์ตินแกรนด์ เริ่มจากแด๊ดโนแอล มีลูกชายกับภรรยาคนแรกที่เสียไป นั่นคือ เซดริก พระเอกจากเรื่อง Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์

หลังจากนั้นแด๊ดโนแอลได้แต่งงานกับมัมมาริสา ตอนเซดริกอายุได้สิบขวบ และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ เออเนส พระเอกจากเรื่อง Promis of love ปฏิญญารัก

ส่วนเซนส์ เป็นลูกชายของอดีตมือขวาของแด๊ดโนแอล ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งผัวทั้งเมีย แด๊ดโนแอลจึงรับเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรมและรักเสมือนลูกแท้ ๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเซนส์เกิดปีเดียวกันกับเออเนสค่ะ

เอริสเป็นลูกสาวของแด๊ดเออเนส กับมัมปฏิญญา จากเรื่อง Promis of love ปฏิญญารัก เขามีลูกด้วยกันสองคน คนโตเป็นชายชื่อเอเรส และคนเล็กเป็นหญิงชื่อเอริสค่ะ

พี่เดม่อน พระเอกของเราเป็นลูกของแด๊ดเซนส์ และมัมน้ำฟ้า จากเรื่อง Promis of love ปฏิญญารัก เช่นเดียวกัน โดยแด๊ดเซนส์เป็นคู่รองของเรื่องนี้ค่ะ แด๊ดเซนส์มัมน้ำฟ้า มีลูกสองคน คนโตเป็นหญิงชื่อ คริสตัล และ คนเล็กคือเดม่อน ดังนั้นสองบ้านนี้จึงเป็นลูกพี่ลูกน้องที่รักและสนิทกันมากค่ะ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อความพยศของหญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของ เหนือเมฆ มาเฟียผู้ไร้ความปรานี เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราแสดงความเป็นเจ้าของและกักขังเธอไว้ในฐานะภรรยาเพียงคนเดียว พร้อมยื่นคำขาดสุดอันตรายที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่น เขาจะลงทัณฑ์เธอด้วยความตายอย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงอันร้อนแรงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง การอำลาครั้งสุดท้าย, รอยประทับอันยั่งยืน
7.8
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ฉันยอมทนต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเงียบๆ เพื่อสนับสนุน 'คราม' สามีสถาปนิกผู้ประสบความสำเร็จ แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ค่าเมื่อจับได้ว่าเขานอกใจไปหาเด็กฝึกงานที่กำลังตั้งครรภ์ ซ้ำร้ายเขายังมองว่าอาการป่วยของฉันเป็นแค่เรื่องเรียกร้องความสนใจ แม้แต่แม่แท้ๆ ของฉันก็ยังเลือกเข้าข้างเขา ทว่าในวันที่ผลแพทย์ยืนยันว่าฉันเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ความเสียใจได้มลายหายไปเหลือเพียงความแค้น ฉันจะไม่ยอมจากโลกนี้ไปในฐานะเหยื่อที่น่าสมเพช แต่จะใช้ลมหายใจสุดท้ายทวงคืนความยุติธรรมและทำให้เขาต้องชดใช้กับความทรยศนี้ไปจนวันตาย
ภาพปกนิยายเรื่อง แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย | ธาวิน x พราว
8.8
พราว เด็กสาวมัธยมปลายเคยต้องเผชิญกับความช้ำใจเมื่อถูก ธาวิน รุ่นพี่ปีหนึ่งปฏิเสธความรู้สึกอย่างไร้เยื่อใย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปสามปี โชคชะตากลับนำพาให้ทั้งสองโคจรมาพบกันอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทว่าการกลับมาเจอกันในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความทรงจำในอดีต เพราะสถานการณ์บางอย่างบังคับให้พวกเขาต้องขยับความสัมพันธ์มาใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นในฐานะคู่เดทตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ช่วงเวลาเจ็ดวันภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวนี้จะสามารถเยียวยารอยแผลเก่าในวันวาน และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นความรักครั้งใหม่ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น