
พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
ความเจ็บปวดจากรักครั้งเก่าทำให้ชายหนุ่มเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากความรู้สึกรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อนำพาเธอย้อนกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษที่ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ลง การตัดสินใจต้อนรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้างในครั้งนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชักนำชีวิตของเขาให้ก้าวเดินไปในทิศทางใหม่ที่คาดไม่ถึง พันธนาการแห่งการหลอกลวงที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างขึ้น กำลังจะนำพาทุกความสัมพันธ์ไปสู่บทสรุปสุดท้ายที่ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้เลย
รายชื่อตอน
แชร์
ตอน 1
เพราะอดีตที่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขาปิดกั้นความรัก แล้ววันหนึ่งเธอก็กลับเข้ามาในชีวิตโดยบังเอิญ เขาจึงรับเธอกลับมาตามที่เธอเสนอ โดยหารู้ไม่ว่าครั้งนี้ทุกอย่างในชีวิตของเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิม...
.
.
เดม่อน
ชายหนุ่มรูปหล่อ ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในฝรั่งเศส ผู้ประสบความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต แต่ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังชีวิตที่ทุกคนมองเห็นว่าเพอเฟกต์นั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่
.
ซินญอริต้า
จิตแพทย์สาวสวยผู้เป็นรักแรกของเดม่อน และเธอก็เป็นผู้หญิงที่ฝากทั้งรอยรักและรอยแผลให้กับเขาด้วยเช่นกัน เมื่อวันหนึ่งความบังเอิญทำให้เขาและเธอโคจรมาพบกัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
.
เดม่อน - ลูกชายคนเล็กของเซนส์กับน้ำฟ้า (คู่รอง) ในเรื่อง Promiss of love ปฏิญญารัก
ซินญอริตา - ตัวละครใหม่
คุณอาจจะชอบ

9.4
เมื่อความพยศของหญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของ เหนือเมฆ มาเฟียผู้ไร้ความปรานี เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราแสดงความเป็นเจ้าของและกักขังเธอไว้ในฐานะภรรยาเพียงคนเดียว พร้อมยื่นคำขาดสุดอันตรายที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่น เขาจะลงทัณฑ์เธอด้วยความตายอย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงอันร้อนแรงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด

7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง
********************
เพียะ!
ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้
“คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น
“แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่
นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย
“ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว
มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง
แควก!
มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!”
คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว
ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย
เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย
“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา
“มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้

8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้

7.8
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ฉันยอมทนต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเงียบๆ เพื่อสนับสนุน 'คราม' สามีสถาปนิกผู้ประสบความสำเร็จ แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ค่าเมื่อจับได้ว่าเขานอกใจไปหาเด็กฝึกงานที่กำลังตั้งครรภ์ ซ้ำร้ายเขายังมองว่าอาการป่วยของฉันเป็นแค่เรื่องเรียกร้องความสนใจ แม้แต่แม่แท้ๆ ของฉันก็ยังเลือกเข้าข้างเขา ทว่าในวันที่ผลแพทย์ยืนยันว่าฉันเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ความเสียใจได้มลายหายไปเหลือเพียงความแค้น ฉันจะไม่ยอมจากโลกนี้ไปในฐานะเหยื่อที่น่าสมเพช แต่จะใช้ลมหายใจสุดท้ายทวงคืนความยุติธรรมและทำให้เขาต้องชดใช้กับความทรยศนี้ไปจนวันตาย

8.8
พราว เด็กสาวมัธยมปลายเคยต้องเผชิญกับความช้ำใจเมื่อถูก ธาวิน รุ่นพี่ปีหนึ่งปฏิเสธความรู้สึกอย่างไร้เยื่อใย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปสามปี โชคชะตากลับนำพาให้ทั้งสองโคจรมาพบกันอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทว่าการกลับมาเจอกันในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความทรงจำในอดีต เพราะสถานการณ์บางอย่างบังคับให้พวกเขาต้องขยับความสัมพันธ์มาใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นในฐานะคู่เดทตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ช่วงเวลาเจ็ดวันภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวนี้จะสามารถเยียวยารอยแผลเก่าในวันวาน และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นความรักครั้งใหม่ได้หรือไม่

8.8
พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน”
พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม
หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
“จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย
“มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน
“เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย
“แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น
“เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี
“โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม
“ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ”
“อ้อ... นึกว่าอยาก”
“ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!
เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน
“อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา
“ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ”
“มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น
“อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น