APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักสัญญาร้าย

บ่วงรักสัญญาร้าย

ชีวิตอันแสนสงบเงียบของฉันต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เพียงเพราะความสะเพร่าจากการเซ็นเอกสารผิดพลาดแค่ฉบับเดียวเท่านั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันในครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่นำพาความวุ่นวายเข้ามาในชีวิตจนยากเกินกว่าจะควบคุมได้ บาดแผลและบทเรียนราคาแพงจากความพลั้งเผลอในอดีต กำลังก่อตัวเป็นบททดสอบครั้งใหม่ที่ฉันหลีกเลี่ยงไม่ได้ บนเส้นทางชีวิตสายนี้เต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวพลิกผันที่ไม่มีใครคาดเดาบทสรุปปลายทางได้เลย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

--- ลลิน Talk ---

ในขณะที่เราทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์รูปโฉมความงามของอีกฝ่าย โดยเฉพาะฉันที่ตอนนี้ได้หลงใหลในใบหน้าคมเข้มแบบสไตล์ลูกรักพระเจ้าของเขาที่กำลังส่งผลต่อหัวใจดวงน้อย ๆ ของฉันให้สั่นไหวอยู่นั้นก็ยังเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฉันรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตจากร่างอันกำยำของคนตรงหน้าที่แผ่ซ่านจนทำให้อดรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้ ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด...ฉันจึงต้องรีบดึงสติของตัวเองให้กลับมาโดยไว ก่อนที่ตัวเองจะโดนทั้งความหล่อและความร้ายของเขาแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี

(สติ...สติ...ยัยลิน...ฮึบ) ฉันที่พยายามเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงไปไกลให้กลับมา ก่อนจะเริ่มเปิดปากถามคนตรงหน้าออกไปอีกครั้งถึงเหตุผลที่เขาให้ลูกน้องจับฉันมาในครั้งนี้

“นะ...นายจับฉันมาทำไม” ฉันกลั้นใจถามออกไปแม้ว่าในใจจะรู้สึกกลัวอยู่มากก็ตาม แต่เนื่องจากเพราะว่าฉันเองก็อยากจะรู้ถึงเหตุผลจริง ๆ ที่ตัวเองถูกจับมาแบบนี้ถึงยอมที่จะเสี่ยงถามออกไปทั้งที่กลัว

และทันทีที่สิ้นประโยคคำถามของฉัน ใบหน้าเคลิบเคลิ้มของเขาที่เพิ่งหลุดออกจากภวังค์ความหลงใหลที่มีต่อฉันนั้น เพียงชั่วพริบตาเดียวที่ฉันพอจะทันได้สังเกตเห็นถึงสายตาที่มองฉันด้วยความพึงพอใจในตอนแรกก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสายตาดูถูก เย้ยหยัน คล้ายกับไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งคำถามและสีหน้าที่บ่งบอกว่าฉันกำลังสับสนและไม่เข้าใจอยู่นั้น อาจจะเป็นเพราะฉันกำลังแสดงละครแกล้งไขสือทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวกับสิ่งที่ก่อเอาไว้อยู่อีกทั้งคงกำลังทำตัวเหมือนไอ้พวกลูกหนี้ที่คิดจะเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายเสียมากกว่า

(ไอ้บ้านี่...ถามก็ไม่ตอบแถมยังมาทำหน้าทำตาดูถูกคนอื่นเขาไปทั่วอีก) ฉันบ่นอุบในใจหลังจากได้เห็นแววตาดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบังคู่นั้นของเขา

และในขณะที่ความรู้สึกของฉันกำลังรู้สึกหมั่นไส้ต่ออากัปกิริยาท่าทางที่แสดงการดูถูกคนอย่างชัดเจนของเขาอยู่นั้น ฉันที่เริ่มทนกับพฤติกรรมของเขาไม่ไหวก็ได้เผลอโพล่งปากถามออกไปอีกครั้งอย่างคนต้องการความกระจ่างถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้

“เอ๊ะ!!...นี่นาย...!! ฉันถามไม่ได้ยินหรือไงกัน พวกนายจับฉันมาทำไม ฉันไปทำอะไรให้พวกนายกัน...ห๊ะ” ฉันที่เหลืออดร่ายยาวใส่เขาอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบเม้มปากเน้นเกร็งหน้ารับแรงกระแทกที่อาจส่งมากระทบใบหน้า หลังเพิ่งคิดได้ว่าไอ้นักเลงพวกนี้มันอาจจะไม่ปรานีแม้กระทั่งผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ก็ได้

‘หึ๊ยยยยย...ทำเป็นใจกล้าว่าเขาไปแบบนั้นจะโดนฆ่าหมกป่าไหมเนี้ยยัยลินเอ๊ย...’

ฉันบ่นพึมพำให้กับการกระทำอันวู่วามของตัวเองในใจ ก่อนเสียงที่ดูเหมือนจะไม่พอใจของคนที่ฉันเพิ่งขึ้นเสียงใส่ จะเอ่ยตวาดกลับมาจนฉันสะดุ้งเฮือกหลุบตาหลบต่ำแทบไม่ทัน

“...มึงจะโวยวายทำไม เป็นหนี้ก็ต้องใช้ดิวะ...!!”

ร่างบางสะดุ้งเฮือกหลังจากได้ยินเสียงตะคอกของเขา พร้อมกับหลับตาปี๋ด้วยกลัวว่าคนตรงหน้าจะลุกตรงเข้ามาแล้วทำร้ายร่างกายฉัน...

แต่ทว่า...ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง สิ่งที่เขาคำรามออกมาใส่หน้าฉัน กลับทำให้ฉันเกิดคำถามขึ้นมาในใจมากกว่าความกลัว...คำถามที่ว่า...ฉันเป็นหนี้ แล้วฉันเป็นหนี้อะไร...ใช้หนี้...แล้วใช้หนี้ให้ใคร...?? ทุกอย่างที่ผุดขึ้นมาในสมองของฉันทำให้รู้สึกมึนงงหมด อีกทั้งยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด จนต้องสลัดความกลัวแล้วเงยหน้าขึ้นถามเขาอย่างต้องการคำตอบ

“เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ...ฉันเป็นหนี้อะไร แล้วฉันไปเป็นหนี้นายตอนไหนไม่ทราบ??” ฉันโพล่งออกไปทันทีอย่างอัตโนมัติหลังสมองทบทวนถึงความจริงที่ตัวเองมั่นใจว่าไม่ได้มีพันธะอะไรกับคนตรงหน้าอย่างที่เขากล่าวหาแน่นอน พร้อมกับแสดงสีหน้าสงสัยอย่างไม่เข้าใจถึงข้อหาที่เขากำลังยัดเยียดให้กับฉัน และอีกอย่างไม่ว่าจะคิดยังไงฉันเองก็คิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าฉันไปเป็นหนี้ผู้ชายคนนี้ตอนไหน แต่ที่แน่ ๆ ที่พอจะนึกออกได้ในตอนนี้ก็คือ...เรื่องนี้มันจะต้องเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอย่างแน่นอน

และทันทีที่ฉันพูดจบ ใบหน้าหล่อเหลาก็ได้ยกกระตุกแสยะยิ้มร้าย ก่อนที่เอกสารเจ้าปัญหาที่อยู่ในมือเขาจะถูกสะบัดไปมาอยู่ตรงหน้าของฉัน

“เอาไปดูซะ...แล้วตอบกูมาว่านี่ใช่ลายเซ็นของมึงหรือเปล่า...เห้อออ...แล้วไอ้พวกลูกหนี้นี่มันเป็นเชี้ยอะไรกันหนักหนาวะ แสดงละครเก่งชะมัด...มันน่าไปเป็นนักแสดงมากกว่าไปทำธุรกิจกันจริง ๆ” เสียงทุ้มกังวานเอ่ยเย้ยหยันออกมาจากปากของคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่ทว่า...คำพูดและมารยาทกลับตรงข้ามกับใบหน้าอย่างสิ้นเชิง

จากนั้น...ฉันก็ทำใจกล้ายื่นมืออันสั่นเทาของตัวเองออกไปหยิบเอกสารจากมือของเขามาดู ก่อนจะเพ่งตามองไปยังข้อความบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น แล้วตั้งสติไล่อ่านไปทีละบรรทัด...ทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ จนกระทั่ง...เมื่อสายตากวาดไปทั่วทุกตัวอักษรแล้ว ข้อความเหล่านั้นก็ได้ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมาทันที

“100 ล้าน หนี้ 100 ล้าน นะ...นี่มันอะไรกัน” (O_o) ปากที่พูดออกไปไม่เต็มคำน้ำเสียงละล่ำละลักด้วยความงุนงง ให้กับข้อความที่บ่งบอกว่าฉันเป็นหนี้หนึ่งร้อยล้าน

และไม่ใช่แค่ฉันที่ออกอาการตื่นตระหนกสับสนกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้เท่านั้น แต่ทว่า...กลับมีสิ่งที่น่าแปลกใจมากกว่านั้น นั่นก็คือ...ทันทีที่ฉันโพล่งปากพูดถึงยอดหนี้ที่ฉันไม่ได้เป็นคนก่อออกไป อาการลุกลี้ลุกลนของลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างกายเขาที่เขาเรียกชื่อว่า...ริก...ก็ดูท่าทางจะตื่นตระหนกปนแปลกใจกับสิ่งที่ฉันเพิ่งโพล่งออกไปไม่ต่างกัน

แต่ว่า...ประเด็นของอากัปกิริยาของลูกน้องเขานั้น ณ ตอนนี้มันไม่ได้สำคัญฉัน เท่ากับฉันไปเป็นหนี้เขาตอนไหน ตั้งแต่เมื่อไรกัน และที่สำคัญฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยไปเซ็นค้ำประกันให้ใครที่ไหนทั้งนั้น แล้วยิ่งเป็นเงินตั้ง 100 ล้านด้วยซ้ำ ไอ้ลำพังแค่พนักงานบริษัทเอกชนที่แม้ว่าจะทำงานอยู่ในบริษัทชั้นนำระดับประเทศก็ตาม แต่ด้วยตำแหน่งพนักงานรายเดือนที่ไม่ได้เป็นหัวหน้าเหมือนกับคนอื่นเขา ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปค้ำประกันให้คนอื่นได้ตั้ง 100 ล้าน...ฉันยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เห็นถึงความสมเหตุสมผลเอาเสียเลย

แต่ดูท่าคำพูดและอาการตกใจของฉันคงจะไม่เข้าหูเข้าตาเขาสักนิด เพราะนอกจากเขาจะทำหน้าไม่ยี่หระให้กับทีท่าของฉันแล้ว เขายังตะคอกใส่หน้าฉันอย่างต้องการคำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเพิ่งถามก่อนหน้านี้

“ว่าไง...กูถามว่าใช่ลายเซ็นมึงไหม...ตอบ!!” 

เสียงตะคอกดังกร้าวจนฉันสะดุ้งหลุดออกมาจากภวังค์ความคิดของตัวเอง

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ความลับที่ไม่เป็นความลับ
9.4
โลกของฉีโย่วพังทลายเมื่อถูกคนรักและเพื่อนสนิทหักหลัง เธอจึงออกไปดื่มเพื่อเยียวยาจิตใจ ค่ำคืนที่ขาดสติชักนำให้เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายแปลกหน้า หญิงสาวแอบหนีมาในตอนเช้าโดยคิดว่าทุกอย่างจะจบลง ทว่าความจริงกลับโหดร้าย เมื่อผู้ชายคนนั้นคือเหยาซี เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของเธอเอง การคลายเศร้าชั่วคราวกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหญ่ที่ลากเธอเข้าสู่วังวนความวุ่นวาย เธอพยายามหนีจากความสัมพันธ์นี้ แต่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งถูกผูกมัด จนสูญเสียความสงบสุขในชีวิตไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วสวาทสาวใช้
9.2
สตรีมากมายต่างเสนอตัวหวังร่วมเตียงกับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมอย่างศิลา ทว่าเขาไม่เคยปรายตามองพวกเธอเลย เพราะในใจเขามีเพียงเป้าหมายเดียวที่แอบหมายมั่นไว้เงียบๆ เมื่อถึงเวลาเผชิญหน้ากับเหยื่อสาวแบบสองต่อสอง อาการตระหนกทำให้เธอหลุดปากเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นสะท้าน ความกลัวนั้นกลายเป็นช่องโหว่ให้เขาเดินหน้ารุกไล่ ชายหนุ่มใช้ถ้อยคำและท่าทางอันตรายเข้าคุกคามเธออย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งคำถามสุดร้อนแรงที่ชวนให้คนฟังต้องสะท้านไปทั้งร่าง ว่าสิ่งที่เธอเห็นอยู่นั้นมันใหญ่โตสมกับชื่อของเขาตามที่คิดไว้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักของประธานซาตาน
7.7
ข้อตกลงลับในคืนนั้นเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล หลังผ่านการตรวจร่างกายสุดเข้มงวด เธอจำต้องทอดกายให้ชายแปลกหน้าใต้หน้ากากจิ้งจอก ทว่าเมื่อให้กำเนิดสายเลือด เธอกลับได้สบตาลูกเพียงครั้งเดียวก่อนถูกพรากไป ห้าปีต่อมา โชคชะตาชักนำเธอเข้าทำงานเป็นเลขาของประธานฟาโรห์แห่งบริษัทธนา โดยหารู้ไม่ว่าเจ้านายผู้นี้คือชายในอดีต ท่ามกลางการทำงานที่กดดัน เธอสัมผัสได้ถึงสายตาดุดันที่คอยจับจ้องและรุกล้ำความเป็นส่วนตัว การคุกคามอันแสนซ่อนเร้นนี้สร้างความหวาดผวาจนเธอแทบไม่อาจรับมือไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงของเจ้าชายเย็นชา
8.3
ความเจ็บปวดจากการถูกนอกใจทำลายรักแรกวัยเรียน แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หญิงสาวผู้เคยมีภาพลักษณ์ธรรมดาสวมเสื้อผ้าราคาประหยัด ได้ก้าวข้ามความเสียใจและพลิกโฉมตัวเอง โชคชะตานำพาเธอเข้าสู่ชีวิตการทำงาน กลายเป็นสาวออฟฟิศผู้มั่นใจและสง่างามในชุดสุดหรู ท่ามกลางชีวิตที่พลิกผัน เธอได้โคจรมาพบกับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมแต่กลับมีบุคลิกเย็นชาดุจน้ำแข็ง การพบกันของสองคนที่ต่างกันสุดขั้วได้จุดประกายความสัมพันธ์ใหม่ ก่อให้เกิดเรื่องราวความผูกพันที่ก้าวข้ามความแตกต่างและเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง หน้าตาเมียฉัน…
7.7
การแต่งงานที่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขกลับกลายเป็นความหมางเมิน เมื่อเจ้าบ่าวตัดสินใจหันหลังให้ภรรยาตั้งแต่วันแรก ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามไถ่ความเป็นอยู่ของคู่ชีวิต สาเหตุมาจากอคติที่เขามีต่อรูปโฉมของเธอ โดยปักใจเชื่อว่าเธอมีใบหน้าอัปลักษณ์น่ากลัว ความรังเกียจนี้ทำให้เขาสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาขวางกั้น ฝ่ายหญิงจึงต้องทนรับการถูกละเลยจากสามีที่ประเมินคุณค่าของเธอจากเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ชีวิตคู่ท่ามกลางความไร้เยื่อใยนี้กลายเป็นบททดสอบอันหนักอึ้งที่เธอต้องเผชิญอย่างเดียวดาย