APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณครับ...ผิดคิว

คุณครับ...ผิดคิว

จากโปรดิวเซอร์สู่การเป็นศิลปินเบื้องหน้าตามฝัน คีย์ ได้กลับมาพบกับ เนย์ น้องชายคนสนิทวัยเยาว์ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นสเตจเมเนเจอร์ดูแลความเรียบร้อยในกองงาน การร่วมงานอย่างใกล้ชิดทำให้ความผูกพันแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ทว่าอุปสรรคชิ้นใหญ่คือความต่างของสถานะระหว่างดาราดาวรุ่งผู้เจิดจรัสกับคนทำงานเบื้องหลังในเงามืด ทั้งคู่ต้องจับมือกันเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสังคมและกระแสวิจารณ์ของแฟนคลับ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้จะเอาชนะความต่างและได้รับการยอมรับหรือไม่ ร่วมติดตามบทสรุปชีวิตคู่สุดอบอุ่นในตอนพิเศษอีก 5 ตอน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

Intro

คอนโดหรูใจกลางเมือง

“วันนี้ผมไปทำงานนะครับ พี่ไม่ต้องรอนะ” เนย์หันมาบอกคู่หมั้นหนุ่มของตนก่อนจะออกจากห้อง วันนี้เขาต้องเข้าดูซ้อมละครเวทีและคงต้องอยู่ดูเซทอัพฉากต่อเลย

“อืม ดูแลตัวเองถ้าพี่ซ้อมเสร็จเร็วอาจจะไปหา” ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนบอก

“ไม่ต้องแวะเข้าไปหรอกครับ กว่าพี่จะซ้อมเสร็จก็ดึกแล้วรีบกลับมานอนเถอะ” เนย์บอก เขารู้ว่าคนตรงหน้าก็ไม่ได้เลิกซ้อมเร็ว เพราะใกล้ที่จะได้เดบิวต์แล้วทำให้ยิ่งต้องซ้อมหนักมากขึ้น ยังดีที่ช่วงนี้บริษัทอนุญาตให้กลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ ไม่งั้นเราก็คงไม่ได้เจอหน้ากัน

“แต่เดี๋ยวอีกไม่กี่วันพี่จะต้องไปอยู่ที่หอแล้วนะ”

“พี่ไปอยู่หอ ผมก็เข้าเทคฯวีค (Technical Week) พอดีครับ ถึงพี่อยู่ผมก็ไม่ได้อยู่ จุ๊ฟ ไม่ต้องหน้างอเลยครับ เราแค่มีหน้าที่ต้องทำ เดี๋ยวเสร็จงานก็ได้เจอแล้ว ซ้อมวันนี้สู้ ๆ นะครับ”

“ถ้าจะกลับก็บอกพี่สิทธิให้เข้าไปรับนะ ห้ามกลับเอง” คีย์มอง คนตรงหน้ามากกว่าที่เลิกดึก

“ไปแล้วนะครับ” เนย์พยักหน้ารับก่อนจะหยิบเป้สีดำขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากห้องไป

“เฮ้อ ยังไม่หายคิดถึงเลย”

คีย์ถอนหายใจก่อนจะเดินกลับเข้าห้องเพื่อเตรียมของและออกไปบ้าง

เขาเป็นเด็กฝึกของค่ายเพลงที่กำลังจะได้เดบิวต์ จริง ๆ แล้วเขากับคนอื่น ๆ ในวงจะต้องพักที่หอของบริษัทแต่ช่วงนี้ช่างเข้ามาจัดการซ่อมและปรับปรุงอะไรหลายอย่าง เลยได้กลับบ้านกันหลายวัน ส่วนน้อง ๆ คนอื่นในวงที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดทางบริษัทก็จัดหาโรงแรมให้อยู่ชั่วคราว

“เนย์! มาพอดีเลย ช่วยดูตรงนี้หน่อยค่ะ เหมือนว่าทรานสิชันจะแปลก ๆ” เนย์เดินเข้ามาภายในห้องซ้อมขนาดใหญ่ที่ด้านหลังโรงละคร

“สวัสดีทุกคนครับ” เนย์โค้งให้กับทีมงานและนักแสดงที่มาถึงก่อนแล้วอย่างอ่อนน้อม

“อ๋อ ตรงนี้เมื่อวานมีปรับนิดหน่อยครับ จากเดิมที่ต้องเข้าออกจากฝั่ง SL (Stage Left) มาเป็น SR (Stage Right) เพราะว่าซีนถัดไปจะได้ออกพร้อมกับฉากเลย ผมมาช้าเลยยังไม่ทันได้บอกขอโทษด้วยครับ”

“เอ้ย ขอโทษพี่ทำไม พี่สิต้องขอโทษเรา เพราะเมื่อวานพี่ลาเราเลยต้องเข้ามาจดคิวแทนแล้วคืนนี้ยังต้องอยู่ดูเซตอัพอีก”

“สบายครับ” ผมยิ้มให้พี่หวานก่อนจะอัปเดตคิวและบล็อกกิ้งที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ เมื่อแน่ใจว่าครบหมดแล้วก็หยิบแฟ้มพร้อมกับอุปกรณ์เซฟตี้ในกระเป๋าออกมาใส่

“จะไปดูเวทีแล้วใช่มั้ย กินข้าวมายัง ข้าวกองมาแล้วนะ พี่ให้เขาสั่งเผื่อทีมเซตอัพด้วย มื้อดึกจะมาอีกทีตอนสี่ทุ่ม”

“ขอบคุณครับ ผมทานมาแล้ว ถ้ามีอะไรโทรเรียกได้เลยนะครับ ผมเดินอยู่แถว ๆ นี้”

เขาเดินออกจากห้องซ้อมพร้อมกับหยิบหมวกนิรภัยและเสื้อเรืองแสงขึ้นมาใส่ก่อนจะเดินเข้าไปยังส่วนเวทีที่มีการเซตอัพอยู่

“เนย์ มาแล้วหรอ ทำไมมาเร็วล่ะ ยังไม่สี่โมงเลย” เนย์เดินเข้ามาตอนที่บาร์แขวนฉากกำลังถูกดึงขึ้นไป เจ้าตัวรอจนทีมให้สัญญาณว่าปลอดภัยจึงเดินเข้ามา

“เมื่อวานมาจดคิวแทนน่ะพี่พจน์ วันนี้เลยต้องเอาคิวมาให้เขาซ้อมต่อ ทางนี้เป็นยังไงบ้างครับ”

“สบาย นี่เหลือแค่แขวนฉากให้เสร็จ ไม่เกินเที่ยงคืนก็ให้ทีมไฟเข้าได้แล้ว เหลือฉากใหญ่ไม่กี่ฉากที่ยังต้องทำสี แต่เสร็จทันให้ทีมไฟเซตแสงก่อนนักแสดงเข้ามาแน่นอน”

“โอเคครับ แต่ทีมไฟคงเข้ามาดูกับเอาของมาลงไว้ก่อน น่าจะเข้ามาแขวนไฟพรุ่งนี้”

“เออดีแล้ว จะได้กลับไปพักผ่อนกัน นี่ดีนะได้เนย์มาคุมถ้าเป็นทีมอื่นนะ ตาย มีเวลาให้เซ็ตอัพสามวันรวมหมด ฉากไฟเสียง แล้วจะขอเข้ามารันกับฉากเลย พี่จะบ้า เจอแบบนั้นนะไม่อยากรับงาน ทีมเหนื่อยตาย”

“เราก็ต้องพยายามทำให้วงการมันเปลี่ยนพี่ ขืนยอมแบบนั้นตลอดมาตรฐานยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ อีกอย่างถ้าเป็นแบบนั้นผมก็ไม่รับแน่ ๆ แค่เซตอัพก็เหนื่อยแล้วจะเอาแรงที่ไหนมารันคิวอีก”

“นี่ดีนะ ผู้กำกับ อาร์ตได (Art Drirector) กับทีมรู้จักกันหมด เลยทำงานง่าย คุยสบาย”

เนย์พยักหน้า ประชุมทีมครั้งแรกนี่ยิ้มหวานเลย คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น ทำงานด้วยกันมาหลายครั้งรู้ใจกันหมด

“พี่คีย์! มาแล้วหรอครับ ผมกับพี่ไทกำลังวอร์มพอดีเลย” เสียงทักดังขึ้นเมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้องซ้อมเต้นขนาดเล็กหากเทียบกับบริษัทค่ายเพลงและวงอื่น ๆ แน่ล่ะพวกเขายังเป็นแค่เด็กฝึกนี่นะ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทางค่ายจะปล่อยปละละเลยไม่สนใจ ต้องบอกว่าค่ายค่อนข้างให้ความเท่าเทียมกับทุก ๆ วงเท่ากัน พวกเขาเองหากเดบิวต์เมื่อไหร่ก็จะได้ห้องซ้อมส่วนตัวที่ไม่ต้องแย่งกับเด็กฝึกชุดอื่น ๆ

“ไง มากันเร็วนะ กินข้าวกันหรือยัง”

“เรียบร้อยครับ พวกผมไปกินที่ร้านข้างตึกมา”

“อืมงั้นเดี๋ยวพี่กินข้าวก่อน” คีย์หยิบกล่องข้าวในกระเป๋าออกมาเปิดแล้วนั่งลงบนโต๊ะที่อยู่มุมของห้อง

“โห ที่บ้านทำข้าวกล่องมาให้ด้วยหรอครับน่ากินสุด ๆ”

คีย์ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ จะให้บอกว่าอะไร คู่หมั้นเป็นคนทำหรอ สองคนนี้ได้ตกใจตาย

หลังจัดการอาหารเสร็จสมาชิกคนอื่น ๆ ในวงก็ค่อย ๆ ทยอยกันมาจนครบ

วงมีกัน 7 คน ตัวเขาเป็นพี่โตสุด ส่วนสมาชิกในวงก็จะมี ไท ปิ่น เอ เจค กล้า และ วิน ไล่ตามอายุ พวกเขาเป็นเด็กฝึกของค่ายที่ผ่านด่านทดสอบสุดหินของกรรมการจนได้รวมวงเพื่อทำเพลงและกำลังจะได้เดบิวต์

เมื่อสมาชิกในวงมากันพร้อมคีย์ก็เริ่มการซ้อมทันที บรรยากาศการซ้อมไม่ได้มีเสียงหัวเราะเพราะแต่ละคนต่างก็ต้องใช้สมาธิไปกับการเต้นและทรานสิชันต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เป๊ะและต้องดูดีที่สุด นี่ยังไม่รวมว่าการแสดงจริงต้องร้องสดด้วยนะ

แฮ่ก แฮ่ก

หลังเพลงจบลงทั้งห้องมีแต่เสียงหอบหายใจของทุกคน

“ดีมาก วันนี้พอแค่นี้ทุกคนกลับไปก็อย่าลืมนวดคลายเส้นกันด้วยนะ แล้วก็ให้จำความรู้สึกวันนี้เอาไว้ เพราะพรุ่งนี้ต้องดีขึ้นกว่าเดิม” โครีโอที่เข้ามาดูการซ้อมในช่วงท้ายของวันเอ่ยชมและปล่อยให้ทุกคนได้กลับไปพัก ซึ่งตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่มาได้สองชั่วโมงแล้ว

คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะส่งข้อความหาอีกคนทันที

‘พี่เพิ่งเลิก เรากลับไปหรือยัง’

รอไม่นานโทรศัพท์ก็สั่น

‘กำลังออกจากโรงละครครับ ให้พี่สิทธิวนรถไปรับมั้ย’

‘ได้เดี๋ยวพี่ออกไปรอที่หน้ามินิมาร์ทที่เดิมนะ’

หลังนัดแนะกันเสร็จคียก็หันไปถามน้อง ๆ ในวงว่าจะกลับกันยังไง

“เดี๋ยวพวกผมให้พี่บอลไปส่งที่โรงแรมครับ” ไท ปิ่น วินและเจคพยักหน้า สำหรับใครที่เป็นเด็กต่างจังหวัดไม่มีบ้านอยู่ที่เมืองหลวงทางค่ายก็จะเช่าโรงแรมให้พักก่อนในช่วงนี้ที่ทางหอมีการปรับปรุงและรีโนเวท ส่วนเจคนั้นหอของเจ้าตัวที่เช่าไว้เป็นทางผ่านไปบ้านของพี่บอลพอดี

“แล้วนายสองคนล่ะกลับยังไงให้พี่ไปส่งมั้ย” คีย์หันไปถามกล้าและเอ กล้าเป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกัน แต่น้องเช่าหอเอาไว้ตอนก่อนจะรู้ว่าผ่านออดิชัน ถ้ามีวันหยุดน้องก็จะกลับไปทำความสะอาดห้องตัวเอง

“ผมขับมอเตอร์ไซด์มาครับ” เอตอบก่อนจะชูหมวกกันน็อคให้พี่คนโตของวงดู

“ขับกลับดี ๆ นะ ถึงบ้านแล้วก็ส่งข้อความมาบอกด้วย นายล่ะกล้า”

กล้ามีท่าทางลังเลตอนแรกเขาตั้งใจจะให้พี่บอลผู้จัดการวงไปส่ง แต่ว่าเส้นทางกลับหอของเขาและโรงแรมนั้นอยู่กันคนละทางเลย ตอนนี้เขาก็ง่วงและเหนื่อยมาก

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่ไปส่งแล้วกัน ไม่ต้องห่วงที่บ้านพี่ขับรถมารับ” คีย์ตัดสินใจก่อนจะบอกลาพี่บอลและทีมงานที่อยู่เฝ้าพวกเขาซ้อมอีกสองสามคนแล้วเดินออกจากห้อง

“เอ่อ ไม่รบกวนพี่แน่นะครับ” กล้าเอ่ยถามขณะที่กำลังรอรถ

“รบกวนอะไรกัน ไม่ต้องคิดมากน่า นายก็เหมือนน้องชายพี่” เพราะต้องฝึกและอยู่ด้วยกันเกือบจะตลอดทำให้คีย์สนิทใจกับน้อง ๆ ในวงมาก แม้ว่าน้อง ๆ ในวงจะค่อนข้างเกรงใจเขาที่เป็นพี่โตก็ตาม

“มาแล้วล่ะ” คีย์หันไปเจอกับรถยนต์ซีดานสีดำคันหรูมาจอดด้านหน้าก่อนที่จะเปิดประตูรถ

“นายนั่งด้านหลังไปเลยเดี๋ยวพี่นั่งหน้าเอง” กล้าที่แม้จะงงแต่ก็เปิดประตูขึ้นรถไป

“สวัสดี”

“สะ สวัสดีครับ ต้องรบกวนด้วยนะครับ” กล้าขึ้นมาเจอกับวัยรุ่นอายุน่าจะใกล้เคียงกับเขากำลังนั่งขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนแท็ปเล็ต

“กล้า นั่นคู่หมั้นพี่ชื่อเนย์ เนย์นี่กล้าน้องในวง”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“พะ พี่คีย์หมายความว่ายังไงครับ” กล้ายื่นมือออกไปจับงง ๆ

“นายเป็นคนแรกเลยที่รู้ความลับช่วยพี่หน่อยนะ” คีย์หันมาเอานิ้วชี้จรดที่ปากเพื่อบอกให้รับรู้ ก่อนจะยิ้มอย่างไม่คิดอะไรมาก เขาไม่ได้ทำผิดกฎของค่ายนี่ ตัวสัญญาเองก็ไม่ได้มีระบุไว้ว่าห้ามมีแฟนเสียหน่อย จะมีก็แต่การที่ค่ายขอไม่ให้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่จะส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัท อีกอย่างเขากับเนย์ก็หมั้นกันมาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้าเป็นเด็กฝึกอีก บางทีเขายังเห็นเลยว่าบริษัทเองนั่นแหละเป็นคนปั่นกระแสระหว่างศิลปินกับบรรดาคู่จิ้น

“ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับที่มาส่ง” กล้าชอบคุณทุกคนอย่างเกรงใจก่อนจะเดินลงจากรถไป คีย์จึงเปิดประตูมานั่งด้านหลังกับเนย์

“เหนื่อยมั้ยครับ แล้วพรุ่งนี้ต้องออกไปซ้อมกี่โมงเดี๋ยวผมตื่นมาทำข้าวกล่องให้”

“พรุ่งนี้เข้าบ่ายเหมือนเดิมนั่นแหละ ตอนเช้าน้อง ๆ คนอื่นต้องไปเคลียร์งานที่คณะ”

นั่งรถมาไม่นานก็ถึงคอนโด

“อาบน้ำกันครับจะได้รีบมานอน พรุ่งนี้ผมต้องเข้าไปดูไฟเซตอัพแต่เช้า”

ผมยิ้มเมื่อเห็นว่าพี่คีย์รีบโยนกระเป๋าและหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาทันที

อยากรู้มั้ยครับว่ากว่าพี่คีย์จะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกและคบกับผมต้องผ่านต้องเจออะไรบ้าง มาครับผมจะเล่าให้ฟังว่ารักของเราเริ่มต้นได้ยังไง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงเสน่หา
6.5
ความร้ายกาจคือเกราะคุ้มกันของเธอในวันที่ครอบครัวสั่นคลอน แต่เมื่อชายคนนอกก้าวเข้ามาแย่งชิงความรักจากทุกคนในบ้าน เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องมรดกและกดเขาให้เป็นเพียงผู้อาศัย ทว่าเมื่อล่วงรู้ว่าเขาแอบมีใจให้ แผนการแก้แค้นจึงเริ่มขึ้น เธอใช้เสน่ห์เป็นเหยื่อล่อ สร้างกับดักลวงให้เขาหลงรักเพื่อหวังเหยียบย่ำความรู้สึกให้เจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าในเกมรักครั้งนี้ ผู้คุมเกมกลับไม่รู้ตัวเลยว่าใยเสน่หาที่ถักทอกำลังพันธนาการหัวใจเธอเอง จนกลายเป็นผู้ตกหลุมพรางที่ไม่อาจถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายของมือสังหารระดับพระกาฬนำไปสู่การเกิดใหม่ในต่างโลก เมื่อวิญญาณถูกจอมเวทอำมหิตดึงมาสิงร่างเด็กหนุ่มเพื่อใช้เป็นหนูทดลองมรณะ ทว่าผู้ร่ายเวทกลับประเมินเหยื่อต่ำไป ด้วยสัญชาตญาณดิบและทักษะลอบสังหารที่มี อดีตนักฆ่าจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์และปลิดชีพผู้ที่อัญเชิญตนมาได้อย่างหมดจด หลังกำจัดศัตรูพ้นทาง เขาเข้ายึดครองฐานที่มั่นและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้เป็นรากฐานในการสถาปนาจักรวรรดิมืดของตนเองบนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและการวางแผนซ้อนแผนที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานสุดที่รัก
8.6
การถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุดคือบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อพบว่าคนรักลอบคบชู้กับเพื่อนรักของตน หญิงสาวผู้เคยทุ่มเทกลับไม่ฟูมฟาย เธอเลือกกลบฝังความปวดร้าวไว้เบื้องหลังความเยือกเย็น การสวมบทบาทเป็นคนไม่รู้ถึงความสัมพันธ์อันโสมมกลายเป็นกลหมากสำคัญในการทวงคืนคุณค่าของตนเอง เธอเฝ้ารอคอยจังหวะที่สมบูรณ์แบบเพื่อเป็นฝ่ายสะบั้นรักและเหยียบย่ำความจองหองของเขาให้แหลกสลาย เป้าหมายสูงสุดคือการตอกย้ำให้ชายผู้ทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียอย่างแสนสาหัส และต้องทนทุกข์กับความจริงที่ว่าเขาได้โยนอัญมณีล้ำค่าทิ้งไปเพื่อแลกกับก้อนกรวดไร้ราคา
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจรักเทียบเท่าเพียงเศษฝุ่น
7.9
เวลาหนึ่งทศวรรษที่หญิงสาวอุทิศหัวใจให้ชายผู้เป็นที่รัก แม้ใช้ชีวิตคู่มาสามปีแต่ความซื่อสัตย์กลับสูญเปล่า เขาเห็นเธอเป็นแค่ฝุ่นผงที่ไม่อาจเทียบคนในใจได้ สิ่งที่เธอได้รับมีเพียงการทำร้ายร่างกายอย่างโหดร้ายจนกระดูกแตกหักและหลั่งเลือด เมื่อความทรมานบีบคั้นถึงขีดสุด เธอจึงตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อจบปัญหา หญิงสาวลงมือแทงตนเองห้าแผลต่อหน้าเขาเพื่อประชดโชคชะตา เหตุการณ์นี้ทำลายความรักที่เธอยึดมั่นมาตลอดจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่อาจฟื้นฟูได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักเก่าของฉัน รักใหม่ของเขา
7.8
ชีวิตของหยกต้องตกอยู่ในฝันร้ายเมื่อก้าวสู่โลกของชนชั้นสูงที่มั่งคั่งและหลงตัวเอง สังคมนี้ซ่อนเร้นเจตนาเลวร้ายที่แฝงมากับรอยยิ้มจอมปลอม เธอต้องเผชิญการคุกคามจากผู้มีอิทธิพลที่มองข้ามคุณค่าความเป็นคน สถานการณ์ดิ่งลงเหวเมื่อเธอถูกใช้กำลังเหวี่ยงลงบนโซฟาอย่างป่าเถื่อนโดยเศรษฐีจองหอง การถูกต้อนให้ทนรับความใกล้ชิดที่ไม่ได้สมยอมสร้างความรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างรุนแรง หยกต้องแบกรับความกดดันแสนอึดอัดจากการกดขี่ของกลุ่มคนใจดำที่ปราศจากความเมตตาอย่างสิ้นเชิง