APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง โฉมงามของอ๋องอสูร

โฉมงามของอ๋องอสูร

เมื่อหญิงสาวที่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายได้ข้ามภพมาอยู่ในร่างขององค์หญิงผู้ต้องอภิเษกสมรสเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉา บุรุษผู้ทรงอิทธิพลและได้รับฉายานักรบปีศาจแห่งแผ่นดินต้าถัง แม้ว่าท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจคนนี้จะมีชื่อเสียงเรื่องความเหี้ยมโหด มีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่ทุกคนต่างหวาดกลัว ทั้งยังปิดตายหัวใจจากความรักไปนานแล้ว ทว่าความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันอ่อนแอของพระชายาคนใหม่ กลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งของเขาให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดประทับใจเรื่องนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เสิ่นหรันหรันป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ยังเด็ก เธอไม่เคยได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นการเรียนของเธอที่ผ่านมานั้นมีเพียงพ่อกับแม่ที่เป็นผู้สอน

เสิ่นหรันหรันเก่งหลายวิชา แต่ที่ชอบที่สุดก็คงเป็นการเขียนพู่กันจีนโบราณและเธอก็เขียนได้ดีจนใคร ๆ ที่ได้เห็นล้วนชื่นชม คงเป็นเพราะเธอได้ความเก่งกาจมาจากพ่อแม่ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งคู่

เดิมเสิ่นหรันหรันยังมีพ่อแม่พร้อมหน้า ถึงเธอจะป่วยแต่ครอบครัวก็อบอุ่น พ่อแม่ของเธอรักใคร่และถนอมเธอที่สุด แต่หลังวันเกิดอายุครบสิบหกปีของเธอก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น เมื่อพ่อกับแม่ของเธอมาที่โรงพยาบาลก็เกิดอุบัติเหตุรถชนจนพวกท่านเสียไปทั้งคู่

คนที่มาดูแลเสิ่นหรันหรันก็คือคุณป้าซึ่งเป็นพี่สาวคนเดียวของพ่อ ซึ่งปกติก็เป็นคนที่ดูแลเธออยู่แล้ว นับตั้งแต่นั้นมาเสิ่นหรันหรันก็มีเพียงป้าของเธอเท่านั้นที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียว ซึ่งญาติคนอื่นล้วนไม่มีใครอยากยุ่งกับคนป่วยเช่นเธอ

โชคดีที่พ่อและแม่ของเธอมีสมบัติทิ้งเอาไว้มาก รวมทั้งยังได้ทำประกันชีวิตเอาไว้หลายล้านหยวนทำให้คุณป้าซึ่งดูแลเสิ่นหรันหรันต่อจากพ่อแม่ไม่เดือดร้อนและลำบากจากค่ารักษาพยาบาลของเธอซึ่งต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย

เธอมักจะเห็นคุณป้าแอบร้องไห้เพราะสงสารเธออยู่เสมอ หลายครั้งที่คุณป้าออกไปนอกห้องแล้วฟุบใบหน้าลงบนฝ่ามือ ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา และพูดอยู่คนเดียว

“หรันหรันเป็นเด็กดีจริง ๆ นะคะ พระเจ้าได้โปรดช่วยเธอด้วย ฉันอยากพาหรันหรันไปเดินห้าง อยากพาหรันหรันไปภัตตาคารกินอะไรอร่อย ๆ อยากพาเธอไปเที่ยวที่ไกล ๆ เหมือนคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เธออดทนและเป็นเด็กดีขนาดนี้ ทำไมพระเจ้าถึงได้ทอดทิ้งเธอคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันไม่ได้แต่งงาน ฉันไม่ต้องการเด็กคนอื่น ชีวิตของฉันมีแค่หรันหรันเท่านั้นนะคะ ได้โปรดช่วยให้หรันหรันของฉันหายด้วยเถอะค่ะ”

เสิ่นหรันหรันยิ้มอย่างเศร้าสร้อย ชีวิตของคุณป้าก็มีแค่เธอ ในแต่ละวันแทบจะไม่เคยห่างจากโรงพยาบาล คุณป้ามีความฝันอยากไปท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ความฝันต้องสะดุดลงเพราะต้องดูแลเธอแทนพ่อแม่ที่เสียไป

เสิ่นหรันหรันเองก็อยากหาย แต่เธอชาชินเสียแล้วกับการรอคอยความตายที่รออยู่ตรงหน้าและเธอรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตมาใกล้ถึงนาทีสุดท้ายแล้ว

วันเกิดปีนี้เธอได้เป่าเทียนในโรงพยาบาลเหมือนเช่นทุกปี ทว่าเธอไม่ได้อธิษฐานขอให้เธอหายป่วยอีกต่อไป

ขอให้พระเจ้าปล่อยหรันหรันไปเถอะค่ะ คุณป้าของหรันหรันจะได้ไม่ทุกข์ใจแบบนี้อีก คุณป้าจะได้ไปเที่ยวและทำในสิ่งที่เป็นความฝันของคุณป้า พ่อจ๋าแม่จ๋า มารับหรันหรันได้แล้วนะคะ หรันหรันพร้อมแล้วค่ะ หรันหรันไม่อยากสู้อีกต่อไปแล้ว

และในที่สุดความฝันที่จะคืนชีวิตให้คุณป้าของเสิ่นหรันหรันก็เป็นจริง เมื่อตอนเธอมีอายุสิบเก้าปีและการฉายแสงครั้งสุดท้ายไม่เป็นผล

มะเร็งลุกลามไปทั่วร่างกายทำให้เสิ่นหรันหรันจากไปอย่างสงบ โดยที่เธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น ไม่เคยไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน และไม่เคยเดทกับใครเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

เพราะเป็นแบบนี้จิตใจของเสิ่นหรันหรันจึงบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง คุณป้าคิดว่า

เสิ่นหรันหรันที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาของเธอ คงจะได้มีความสุขบนสวรรค์สินะ

ในตอนนี้เสิ่นหรันหรันได้แต่เฝ้าสงสัยว่าในเมื่อเธอซึ่งได้ตายไปแล้ว ทำไมจึงมาโผล่ที่นี่ได้ ที่นี่แม้จะเหมือนนรกแต่เธอคิดว่าไม่ใช่ เธอยังไม่ตายอีกหรือ

เธออยู่ที่ไหนกันแน่ และมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

เธอเชื่อว่านี่ไม่ใช่ความฝันและมันคือความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกสิ่งทุกอย่างบอกเธออย่างนั้น และทำให้เธอประหลาดใจ

ผู้ชายคนนั้น เขาเป็นใครกัน

เมื่อคิดถึงแววตาของผู้ชายคนนั้นเส้นขนด้านหลังลำคอของเสิ่นหรันหรันก็ลุกชันขึ้นมาทันใด

ผู้ชายคนนั้นแม้จะหน้าตาดี แต่จิตใจหยาบช้าราวกับปีศาจจากขุมนรก เขา...ทำร้ายเธอ...แล้วสาเหตุที่เขาทำร้ายเธอนั้นคืออะไร

เสิ่นหรันหรันพยายามลุกขึ้น ผ้าห่มเคลื่อนออกจากร่างเล็ก ตอนนี้เธอจึงได้รู้ว่าตัวเองสวมเสื้อคลุมสีดำตัวหนึ่งที่ทั้งใหญ่และเทอะทะ นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้เธอก็ไม่ได้สวมอะไรอีก

เสิ่นหรันหรันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่เวลานั้นเธอรู้สึกว่าเหมือนโลกกำลังหมุนวนทำให้เธอล้มลงไปอย่างรวดเร็ว

แม้จะรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด แต่เธอยังหายใจได้ ไม่ได้รู้สึกแน่นท้องที่ทำให้รู้สึกทรมานแสนสาหัส อีกอย่างตอนนี้เธอไม่มีเลือดกำเดาไหลออกมา

ดูเหมือนว่าอาการข้างเคียงที่เกิดจากมะเร็งของเธอจะไม่มีอีกแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นหรันหรันรู้สึกว่าอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา

เสิ่นหรันหรันเป็นคนที่อดทนกับความเจ็บป่วยของร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกปล่อยลมหายใจออกไปช้า ๆ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน

หญิงสาวชินกับการไร้เรี่ยวแรงและความอ่อนเพลีย และรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรู้สึกดีขึ้น

ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือ ต้องควบคุมลมหายใจของตนเอง หลับตา และนอนนิ่ง ๆ ทำเหมือนที่เธอทำมาตลอดชีวิต หลังจากนั้นเมื่อรู้สึกดีขึ้นเธอค่อยค้นหาว่าตอนนี้ เธออยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เสิ่นหรันหรันได้ยินเสียงของคนเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอก ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ผ่านมาร่วมกับคนแปลกหน้าเป็นศูนย์ ทำให้เสิ่นหรันหรันกลัวจนไม่กล้าที่จะพูดออกไป

เธอหวังว่าจะมีใครสักคนที่ท่าทางใจดี เหมือนคุณพยาบาลในโรงพยาบาลเปิดประตูบานนั้นออกมาเพื่อไขข้อสงสัยที่กำลังอัดแน่นในอกของเธอสักคน

เสิ่นหรันหรันนอนนิ่ง ๆ อยู่ราวครึ่งชั่วโมงอาการปวดศีรษะแม้จะยังคงอยู่ แต่อาการอ่อนเพลียของเธอก็ดีขึ้นไม่น้อย

ตอนแรกคงเป็นเพราะเธอรีบร้อนลุกขึ้นยืนจนเกินไป เลือดจึงไหลเวียนไม่สะดวกจนทำให้เกิดอาการแบบนี้

และแล้วในที่สุดก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก เสิ่นหรันหรันค่อย ๆ ลืมตา และจ้องมองไปที่ประตูนั้น

และเป็นเขาที่ก้าวเข้ามา คนที่ย่ำยีเธอและทำให้เธอหวาดกลัวแทบสิ้นสติ เขาไม่ได้แต่งตัวปกติแต่ใส่เสื้อผ้าแบบโบราณ ผู้ชายคนนี้ชอบแต่งคอสเพลย์หรอกหรือ

ถึงเขาจะหล่อเหลาจนเหมือนพระเอกซีรีส์ที่เสิ่นหรันหรันชอบดู แต่สีหน้าดุดันเย็นชา สายตาเย็นเยียบกลับทำให้หัวใจของเสิ่นหรันหรันตื่นตระหนกจนลนลาน

เธอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ปากของเธอสั่นระริกในตอนที่เขาจับจ้องมาที่ดวงตาคู่งามหยาดเยิ้ม

ดูเหมือนว่ามุมปากของเขาจะยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เอ่ยว่า

“ฟื้นแล้วหรือองค์หญิง เช่นนั้นก็ดีข้าจะได้มอบของขวัญให้เจ้าเสียที”

เขาพูดจบก็เปิดประตูเดินจากไป เสิ่นหรันหรันยังมึนงง ทั้งยังหวาดกลัวเขาเป็นอย่างมากเมื่อเขาเดินออกไปแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

ตอนนี้ต้องตั้งสติก่อน เขาเรียกเธอว่าองค์หญิงไม่ผิดแน่ นี่มันหมายความว่ายังไง

ถ้าเขากลับมาอีก เธอต้องสอบถามให้ได้เรื่อง

เขาหายไปครู่ใหญ่ จากนั้นก็กลับมา ในมือถือบางสิ่งบางอย่างมาด้วย เสิ่นหรันหรันมองเห็นเป็นสีดำ ๆ ยังมองไม่ชัดนักเขาก็พูดขึ้นมาว่า

“ของที่เจ้าต้องการ ข้านำมาให้แล้ว”

พูดจบเขาก็โยนของที่อยู่ในมือส่งให้เธอ เสิ่นหรันหรันพอมีแรงแล้วเมื่อคนมอบของให้ เธอก็ยื่นมือไปรับอัตโนมัติแม้ไม่รู้ว่าคืออะไร

ของสิ่งนั้นตกในมือของเธออย่างแม่นยำ เสิ่นหรันหรันยกขึ้นแล้วเพ่งมอง จากนั้นก็หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับโยนมันทิ้งไปทันใด

กรี๊ดดดดดดด!

ที่แท้มันคือศีรษะของมนุษย์คนหนึ่ง!

เลือดอุ่นสด ๆ สายหนึ่งยังกระเด็นถูกใบหน้าของเธอ เสิ่นหรันหรันได้กลิ่นคาวเลือดที่โชยออกมา เธอลืมอาการปวดหัวไปโดยพลัน จากนั้นเธอจึงคลานไปที่หลังกองฟืนแล้วโก่งคออาเจียนเหมือนตอนที่เธอออกมาจากห้องฉายรังสีไม่มีผิด

คนผู้นั้นปล่อยให้เธออาเจียนจนหมด เสิ่นหรันหรันร่างกายสั่นเทา กลัวจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปในพริบตา

ตอนนี้เธอถูกมือใหญ่คู่นั้นลากออกมาหลังกองฟืนแล้ววางเธออย่างแรงเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาหินก้อนหนึ่ง

ศีรษะมนุษย์ถูกเขาเตะไปที่มุมหนึ่งเขาไม่ได้ทำเพราะสงสารเธอแต่เขากำลังโกรธกับท่าทางขัดใจของหญิงสาว จึงใช้ศีรษะนั้นระบายอารมณ์

คนผู้นั้นโน้มใบหน้าลงมา บีบคางของเธอแล้วเอ่ยว่า

“เจ้าอยากได้หัวของเขา ข้าจัดการให้แล้ว ไยจึงได้มีท่าทางเช่นนี้ คิดจะมาอ่อนแออะไรในยามนี้กัน”

เสิ่นหรันหรันอยากจะกรีดร้องออกมาอีกรอบ แต่คราวนี้เธอกลับไร้ซึ่งเสียงร้องไปแล้วมีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับไข่มุกขาดสาย จากนั้นเธอก็พยายามพูดออกมา

“หรันหรันไม่ได้พูด ไม่เคยบอกคุณให้ทำแบบนี้”

จากคำพูดของเขานั้นเห็นได้ชัดว่าเขากำลังใส่ร้ายว่าเธอเป็นคนสั่งให้เขาฆ่าผู้ชายคนนี้

เขาบีบคางของเสิ่นหรันหรันแน่นขึ้นทั้งมองด้วยสายตารำคาญ

“ยุ่งยากเสียจริง ทั้ง ๆ ที่เป็นความต้องการของเจ้าแท้ ๆ ตอนนี้บอกว่าไม่ต้องการ องค์หญิงเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า”

“ไม่ใช่หัวคน หรันหรันกลัว ฮือ ๆ ๆ”

เสิ่นหรันหรันแม้จะอายุสิบเก้าปี แต่เธอถูกประคบประหงมเป็นเด็กมาโดยตลอด ชีวิตนี้น้อยครั้งนักที่จะได้ออกไปจากโรงพยาบาล แต่เมื่อต้องมาเผชิญโลกก็ต้องเจอกับหัวคนจริง ๆ เธอไม่ตกใจตายไปอีกรอบก็นับว่าจิตแข็งแล้ว

และท่าทางลนลานของหญิงสาว ก็ทำให้เขาหงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง

กระทั่งประตูถูกเปิดออก เสียงของผู้ชายอีกคนก็ดังขึ้น

“ท่านอ๋อง ท่านทำพระชายาของท่านกลัวแล้ว แค่ฆ่าก็พอไยต้องให้นางเห็นหัวคนด้วย นางเป็นองค์หญิงทั้งเป็นสตรีบอบบางจะทนดูได้อย่างไร”

“ก็นางบอกว่าต้องการเห็นด้วยตาข้าก็เอามาให้แล้ว ความผิดของข้าหรือ”

“ท่านก็เห็นว่านางกลัว พอเถิด”

ท่าทางของเขาหงุดหงิดและเอาแต่ใจ จากนั้นเขาก็ปล่อยคางเล็กของนาง

และในตอนนี้ที่เขาคนนั้นหมุนตัวและเดินออกไปแล้ว เสิ่นหรันหรันตกใจแทบสิ้นสติเขากำลังทิ้งเธอเอาไว้กับหัวของผู้ชายคนนั้น

ถึงเสิ่นหรันหรันจะไม่เคยเจอผี แต่เธอก็กลัวจนแทบฉี่ราดแล้ว ทว่าเมื่อมองแผ่นหลังที่เย็นชาเหมือนแผ่นน้ำแข็งของผู้ชายคนนั้น เสิ่นหรันหรันคิดว่าอยู่กับหัวคนยังดีกว่าอยู่กับมนุษย์ที่ดูเหมือนว่าจะกินคนได้เช่นเขา

เสิ่นหรันหรันไม่กล้ามองหัวคนที่กลิ้งไปอยู่ด้านข้างประตู จึงได้ขยับไปชิดอยู่ที่มุมห้องสร้อยกางเขนที่เคยกำเอาไว้เมื่อเวลาสวดอ้อนวอนพระเจ้าในชาติก่อนไม่มีแล้ว เธอจึงได้แต่กุมมือของตัวเองแน่นแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

“ขอให้เรื่องนี้ไม่จริง ขอให้เป็นเพียงความฝัน ขอให้ลูกตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วทุกอย่างจะหายไป”

เธอทั้งหวาดกลัวและตื่นตระหนก แม้แต่แรงที่จะอ้าปากพูดตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว ร่างกายของเธอในเวลานี้ก็เกินจะรับไหวในที่สุดเสิ่นหรันหรันก็หมดสติไปอีกครั้ง

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่บุรุษร่างสูงก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับบุรุษอีกคนหนึ่ง สายตาคมจ้องไปที่สตรีร่างเล็กที่อยู่มุมห้องที่บัดนี้ได้หลับไปแล้ว

บุรุษที่อยู่ข้างกายเขาเดินไปใกล้นาง จากนั้นจึงจับชีพจรเล็กน้อย เขาวางข้อมือเรียวลงแล้วเอ่ยว่า

“นางตัวร้อน อาการไม่ค่อยดีนัก อย่างไรนางก็เป็นสตรีทั้งยังเป็นภรรยาที่ท่านลักพาตัวมาไม่คิดจะดูแลนางหน่อยหรือ”

โหย่วเฉาตัดบทเสียงเย็น

“ข้าเมาจนขาดสติ จึงได้ตัดสินใจผิดพลาด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทันใด

“ข้ารู้ว่าท่านชอบแข่งขันไม่ยอมพ่ายแพ้ผู้ใด แต่ไม่คิดว่าท่านจะอาการหนักเพียงนี้ แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วท่านก็ต้องรับผิดชอบนางให้ดีที่สุด”

“ไยข้าต้องรับผิดชอบอีก เป็นนางที่ไม่ยอมกลับไปและยื่นข้อเสนอให้ข้า หึ ข้าคิดว่าเป็นนางที่วางแผนการเอาไว้แล้ว ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก”

“เป็นท่านต่างหากที่เปิดโอกาสให้นางวางแผนการท่านอ๋อง ยอมรับเถิดว่าคนที่ผิดพลาดคือท่านเอง ข้าจะไปต้มยาท่านก็เช็ดตัวให้นางแล้วกัน”

สีหน้าของโหย่วเฉากลับขึงขังขึ้นมาทันใด

“เจ้าเป็นหมอก็ดูแลเองสิ”

จากนั้นเขาก็หมุนกายจากไป โจวรุ่ยได้แต่มองไปยังร่างเล็กด้วยสายตาเวทนาทั้งสงสาร ไม่รู้ว่าเวรกรรมอันใดนางจึงได้จับพลัดจับผลูมาตกอยู่ในเงื้อมมือของอ๋องไร้หัวใจคนนี้

หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่นางผู้นี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงสตรีที่ทิ้งรอยบาดแผลในใจให้เขาเอาไว้ ทำให้ท่านอ๋องไม่อาจลืมได้ลง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พิศวาสเถื่อน
8.7
เบน คริสเตียนเซน ตั้งมั่นที่จะล้างแค้นให้กับการจากไปของมาเรียส น้องชายฝาแฝดผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ โดยเขาปักใจเชื่อว่าพลอยพิชญาคือตัวการของเรื่องนี้ เบนจึงวางแผนล่อลวงเธอไปยังเกาะสกรูวาเพื่อกักขังและทรมานให้สาสมกับความสูญเสีย แม้หญิงสาวจะยอมชดใช้ความผิดด้วยชีวิตภายใต้ความเกลียดชังอันแสนทารุณ แต่ความใกล้ชิดในที่คุมขังกลับค่อยๆ จุดประกายความปรารถนาอันเร่าร้อนขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด จนกลายเป็นพันธนาการเสน่หาที่ย้อนกลับมาผูกมัดหัวใจของเขาเอาไว้เอง ท่ามกลางเพลิงแค้นและการลงทัณฑ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
8.6
เมื่อเจ้าหน้าที่นิติเวชหญิงต้องเผชิญความจริงอันโหดร้ายในการชันสูตรศพลูกชายตัวเอง เบื้องหลังการตายที่ถูกจัดฉากว่าเป็นเพียงการฆ่าตัวตาย แท้จริงแล้วคือคดีฆาตกรรมอำพราง ทว่าความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมของเธอกลับถูกระบบกฎหมายปัดตกถึงเจ็ดครั้งเพื่อปกป้องผู้มีอิทธิพล แม้คนรอบข้างจะพยายามโน้มน้าวด้วยจดหมายลาตายปลอมว่าลูกเธอทนพิษโรคซึมเศร้าไม่ไหว แต่รหัสลับที่ซ่อนอยู่ภายในจดหมายกลับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ว่าเขาถูกฆาตกรรม ความคับแค้นใจผลักดันให้เธอเลือกเส้นทางศาลเตี้ย ลักพาตัวลูกสาวของอธิบดีอัยการมาทรมานออกสื่อเพื่อแฉความจริง พร้อมใช้เครื่องมือนิติเวชเป็นอาวุธล้างแค้นโดยไม่สนการตามล่าจากตำรวจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าผู้มีสายเลือดพิเศษและถูกเลี้ยงดูในองค์กรลับให้กลายเป็นนักวิจัยทางการแพทย์ที่ไร้ความรู้สึก เธอครอบครองชิปมิติอัจฉริยะในสมองเพื่อกักเก็บสิ่งของต่าง ๆ แต่แล้วความผิดพลาดจากการคิดค้นยาชุบชีวิตกลับก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อมันเปลี่ยนผู้คนในตึกวิจัยให้กลายเป็นซอมบี้คลั่ง ท่ามกลางวิกฤตและความรู้สึกผิด เธอจึงเลือกจบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับการระเบิดทำลายตึกวิจัยนั้น ทว่าโชคชะตาไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกทิ้งไว้กลางป่าลึก พร้อมกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่หลั่งไหลอย่างพรั่งพรู
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
จากคนพิการที่ต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะปกป้องคนรัก หลินเทียนกลับถูกหญิงสาวที่ตนรักและเพื่อนสนิทร่วมมือกันทรยศอย่างทารุณ ทว่าในจุดที่ชีวิตตกต่ำที่สุด เขากลับได้รับโอกาสครั้งใหม่เมื่อหลิวอีเตา หมอเทวดาผู้เลื่องชื่อรับเขาเป็นศิษย์ พร้อมมอบมรดกและวิชาแพทย์ล้ำค่าให้ ชะตากรรมของหลินเทียนจึงเปลี่ยนไปตลอดกาล เขากลายเป็นหมอผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยล้นฟ้า พร้อมเดินหน้าทวงแค้นทุกคนที่เคยเหยียบย่ำ และเอาชนะทุกอุปสรรคเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]
9.2
เมื่อ เจเรมี เมอร์ซี ทายาทตระกูลผู้นำกลับไม่ได้เป็นอัลฟ่าอย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นโอเมก้าในโลกที่ตัดสินคนด้วยเพศสภาพ เขาจึงถูกลดฐานะลงสู่จุดต่ำสุด และจำใจต้องเข้าร่วมเกมล่าชีวิตสุดโหดเพื่อปกป้องคนสำคัญที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ในสมรภูมิแห่งนี้เขาได้เผชิญหน้ากับ คริส ฟ็อกซ์ อัลฟ่านักโทษกบฏผู้หวังครอบครองตัวเขาเพื่อแลกกับอิสรภาพของตนเอง ท่ามกลางการเข่นฆ่าที่ไร้ทางออก เจเรมีต้องเลือกระหว่างการกำจัดทุกคนเพื่อชิงชัยชนะ หรือยอมจำนนต่ออัลฟ่าเพื่อรักษาชีวิตคนที่รักเอาไว้