APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70

ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70

แป้งร่ำในวัยสี่สิบปีตัดสินใจทิ้งชีวิตคนทำงานที่โดดเดี่ยวเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่โชคชะตากลับพาเธอข้ามมิติไปยังยุค 70 ในฐานะแม่ม่ายที่ต้องคอยดูแลครอบครัวของสามีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากอุปสรรคในการใช้ชีวิตยุคอดีตแล้ว เธอยังต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนที่คอยป่วนและสร้างความวุ่นวายให้อยู่เสมอ การเดินทางครั้งใหม่ท่ามกลางความโกลาหลและบททดสอบชีวิตจึงเริ่มต้นขึ้น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรง กัวเหม่ยอิงจึงพักผ่อนเอาแรงมาตลอดห้าวันที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ในตอนเช้าเธอจึงตื่นมาทำกับข้าวก่อนที่สะใภ้รองจะตื่น กิจวัตรยามเช้าของสะใภ้รองก็คือทำกับข้าวให้เธอกับแม่สามี และออกไปทำงานเก็บแต้มข้างนอก ถึงมื้อเที่ยงก็จะกลับมาดูแลแม่สามี

แต่วันนี้ร่างกายของเธอดีขึ้นมากแล้ว และหานเมิ่งลู่ลูกสาวตัวน้อยของเธอก็เพิ่งจะหลับไปไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอจึงมีเวลาลุกขึ้นมาทำกับข้าวไว้ให้น้องสะใภ้

กัวเหม่ยอิงใช้น้ำล้างข้าวให้สะอาดก่อนจะนำมาต้มในเตาที่จุดไว้ ระหว่างที่ต้องรอข้าวสุกเธอจึงต้องเตรียมของไว้ทำกับข้าว

แต่ในครัวนั้นเรียกได้ว่านอกจากข้าวและธัญพืชแห้งก็ไม่มีอะไรให้กินแล้ว กัวเหม่ยอิงถอนหายใจดังเฮือก

“ถ้าไม่รีบหาเนื้อสัตว์มา ฉันตายแน่ ๆ ” ในชีวิตก่อนกัวเหม่ยอิงเป็นคนที่ชอบกินเนื้อสัตว์มาก และยิ่งเป็นเนื้อหมูแล้วยิ่งชอบเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าอาหารแต่ละมื้อต้องมีเนื้อหมู แต่พอมาอยู่ที่นี่เธอไม่ได้กินเนื้อสัตว์สักชิ้น และข้าวก็เรียกว่าข้าวไม่ได้ด้วยซ้ำ

ตะกร้าสานใบเล็กที่วางอยู่ในครัวถูกกัวเหม่ยอิงคว้าออกมาที่สวนหลังบ้าน ในครัวไมมีอะไรให้กินแล้ว หากไม่เอาผักไปประทั้งชีวิต เธอคงจะอดตายจริง ๆ ก็คราวนี้ ซึ่งเธอยอมไม่ได้

“เอ๊ะ! มีไก่ด้วย!”

พอลองนึกถึงความทรงจำดูแล้ว ก็จำได้ว่าที่บ้านมีไก่ 6 ตัว ที่ถูกเลี้ยงเอาไว้กินไข่ ซึ่งยุคนี้เป็นข้าวยากหมากแพง

ทุก ๆ บ้านจึงสามารถเลี้ยงไก่ 1 ตัว ต่อสมาชิก 2 คนในบ้าน แต่ไม่รู้ว่าทำไมไก่ที่บ้านจึงมีจำนวนเกินและไม่ถูกร้องเรียน

กัวเหม่ยอิงเข้าเล้าไก่ไปดูไข่ไก่ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าจำไม่ผิดแม่ไก่พวกนี้ถูกเลี้ยงมาหลายปีแล้ว จึงออกไข่ให้วันละฟองหรือบางวันก็ไม่มีให้เก็บ แต่โชคดีที่วันนี้ไข่ในรังมีเกือบ ๆ สิบฟอง เธอจึงเก็บใส่ตะกร้าทั้งหมด

นอกจากไข่ไก่แล้ว กัวเหม่ยอิงยังเก็บแตงกวากับมะเขือเทศที่เหลือไม่กี่ลูกในสวนหลังบ้านด้วย วันนี้เธอจะทำผัดไข่ใส่แตงกวากับมะเขือเทศ

กัวเหม่ยอิงนำเครื่องปรุงที่เห็นในห้องออกมาใช้ เธอทำอาหารเป็นก็จริง แต่ถ้าไม่มีเครื่องปรุงต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่อร่อยอยู่ดี และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือน้ำมันที่มีอยู่เต็มไห ซึ่งเธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนซื้อมา แต่มันอยู่ในห้องของเธอก็แปลว่าเธอใช้ได้

“พี่สะใภ้ ให้ฉันทำเถอะค่ะ!”

“ตื่นแล้วก็ไปเตรียมตัว ฉันทำเสร็จหมดแล้ว” เธอส่ายหัวปฎิเสธ เหลือแค่รอแตงกวานิ่มก็เสร็จแล้ว

“พี่ตื่นนานหรือยังคะ” สะใภ้รองไม่ได้ออกไปเตรียมตัว แต่หล่อนเข้ามาช่วยเก็บอุปกรณ์ที่เธอยังไม่ได้ล้าง

กัวเหม่ยอิงพยักหน้า “ก็สักพักแล้วแหละ” จะให้ตอบว่าเพิ่งจะตื่นก็ไม่ใช่

“งั้นเดี๋ยวฉันเอาพวกนี้ไปล้างเองค่ะ พี่เตรียมข้าวให้ฉันเอาไปให้คุณแม่ก็พอ” หล่อนว่า

“อืม”

คล้อยหลังสะใภ้รองเดินออกไปไม่นานกัวเหม่ยอิงก็ยกหมอลงจากเตา ตักกับข้าวใส่ชามเก็บไว้ครึ่งหนึ่งเอาไว้กินมื้อกลางวัน ส่วนที่เหลือกัวเหม่ยอิงแยกไว้เป็นสามชาม ชามแรกเป็นของเธอ ชามที่สองเป็นของสะใภ้รอง และชามสุดท้ายเป็นของแม่สามี

ส่วนหานเมิ่งลู่นั้นยังกินข้าวไม่ได้แต่กัวเหม่ยอิงก็เก็บน้ำต้มข้าวไว้ให้ลูกสาว เพราะน้ำนมของเธอไม่พอ หากจะไม่ให้กินน้ำต้มข้าวหล่อนก็แทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้อง เอาไว้หากได้เข้าอำเภอกเธอจะไปหาซื้อนมผงให้ลูกสาว

กัวเหม่ยอิงตักข้าวใส่จานพร้อมกับถือเอาชามกับข้าวออกมานั่งกินบนโต๊ะในห้องโถง ที่เธอไม่รอกินพร้อมกับสะใภ้รองก็เพราะกลัวว่าจะทำตัวเผยพิรุธออกไป ยังไงสะใภ้รองกับกัวเหม่ยอิงก็แต่งเข้าบ้านสกุลหานมาอยู่ในบ้านเดียวกัน หากใครเปลี่ยนไปจะไม่แคลงใจบ้างเลยหรือ

ช่วงสาย สะใภ้รองก็แต่งตัวออกไปทำงานเก็บแต้มกับคนในหมู่บ้านคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน ส่วนเธอก็อยู่บ้านดูแลแม่สามีกับลูกสาว ที่จริงแล้วคนในหมู่บ้านจะออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืดเพราะยิ่งทำงานมาก แต้มแรงงานก็จะมากตาม

เพียงแต่สะใภ้รองได้รับการอนุญาตจากเลขาธิการ ให้ไปทำงานสายได้ โดยที่แต้มแรงงานจะได้เพียง 5 แต้มเท่านั้น ต่างจากแต่ก่อนที่ได้7-8 แต้ม ต่อวัน

พอร่างกายเริ่มจะดีขึ้นกัวเหม่ยอิงก็เริ่มจะเบื่อ ในตอนที่เป็นถิงถิงเธอต้องตื่นเช้าไปเรียนและนอนเกือบเช้าเพราะอ่านนิยาย แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ แม่สามีก็เดินไม่ได้ ลูกก็ยังเล็ก หากปล่อยไว้ด้วยกันก็คงจะไม่ดี

“เฮ้อออออ” กัวเหม่ยอิงถอนหายใจ พลางใช้นิ้วจิ้มแก้มลูกสาวที่เพิ่งจะหลับไปด้วยความเบื่อหน่าย

ตกเย็นกัวเหม่ยอิงก็แทบจะกระโดดโลดเต้น เมื่อได้รับข่าวดีจากสะใภ้รองว่าคนในหมู่บ้านได้รับการหยุดงานสามวัน เพราะคณะกรรมการต้องเข้าไปประชุมในอำเภอ อีกส่วนก็ต้องเดินทางไปต่างมณฑลจึงไม่มีใครมาจ่ายแต้มค่าแรงงานให้ อันที่จริงก็เหลือคณะกรรมการไว้บ้างแต่จำนวนคนเยอะเกินไป จึงให้หยุดพักผ่อนกันดีกว่า

เพิ่งจะผ่านช่วงปีใหม่มาได้ไม่ถึงสามเดือน ธัญพืชที่เพิ่งเอาลงดินหลังปีใหม่ที่ผ่านมาก็เพิ่งจะงอก การหยุดงานครั้งนี้จึงไม่เป็นปัญหามาก ถึงแม้จะไม่ได้แต้มงาน แต่คนในหมู่บ้านก็พากันไปแวะเวียนดูอยู่ตลอด เพราะถ้าเกิดธัญพืชเสียหายพวกเขาก็จะไม่ได้ส่วนแบ่ง

เพราะแบบนี้มื้อเย็นของพวกเธอจึงได้กินซุปไข่ที่เหลืออยู่ 3 ฟองจากเมื่อเช้า แต่เธอก็ให้สะใภ้รองไปซื้อมาเพิ่มไว้ทำกินพรุ่งนี้

เช้าวันต่อมากัวเหม่ยอิงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางมาหุงข้าวเช้า วันนี้เธอจะทำข้าวผัดไข่ และต้มโจ๊กให้เฉพาะแม่สามี เมื่อวานเธอก็ลืมไปว่าคนป่วยควรที่จะกินอาหารอ่อน ๆ เพราะที่นี่ก็กินตามมีตามเกิด สะใภ้รองจึงไม่ได้ทักเธอเรื่องอาหาร

ส่วนหานเมิ่งลู่ก็เป็นน้ำต้มข้าวที่ใช้ต้มโจ๊ก พรุ่งนี้คงต้องเข้าอำเภอไปหาซื้อนมผงสำหรับลูกสาววัยเดือนเศษ

วันนี้เธอจะออกไปหาของป่าตามที่เคยอ่านในนิยายที่เคยอ่านผ่านมา อย่างน้อยได้หน่อไม้มาสักหน่อก็ยังดี

“ฉันจะไปหาผักป่า ฝากเธอดูลูกให้ฉันด้วย” กัวเหม่ยอิงเอ่ยบอกกับสะใภ้รองที่ตื่นมาช่วยทำอาหารสำหรับพวกเธอ

อันที่จริงการเข้าป่านั้นไม่สามารถเข้าไปได้เพราะถือว่าเป็นการลุกล้ำพื้นที่ของรัฐบาล

แต่เพราะคนในหมู่บ้านต่างมีฐานะไม่ต่างกันนั้นก็คือยากจน คณะกรรมการของหมู่บ้านจึงพากันปิดหูปิดตา ไม่รับรู้เพราะบางทีพวกเขาก็ทำเช่นเดียวกัน และหลาย ๆ หมู่บ้านรอบข้างต่างก็รับรู้ แต่ไม่มีใครพูด

“พี่จะเข้าป่ากับพี่ใหญ่กัวหรือ” สะใภ้รองที่กำลังจุดเตาหันมาถามเธอที่กำลังเตรียมข้าว

“ฉันจะไปเอง” กัวเหม่ยอิงตอบ

พี่ใหญ่กัวที่ว่าก็คือพี่ชายคนโตของเธอ เขาเป็นคนที่เข้าป่าล่าสัตว์ทุกวัน แม้จะไม่ได้อะไรติดมือทุกวันแต่ก็ยังเข้าไปเพราะที่บ้านไม่มีอะไรจะกิน และบ่อยครั้งกัวเหม่ยอิงก็จะติดตามเข้าไปหาของป่ามาไว้กินที่บ้าน แต่หลังจากที่ตั้งท้องได้ห้าเดือน เธอก็หยุดเข้าไปหาของป่าเพราะถูกห้าม และถ้าพี่ใหญ่ได้เนื้อกลับมาก็จะเอามาให้เธอ แต่พวกเธอก็ไม่ได้กินมันเพราะมันถูกบ้านใหญ่สกุลหานแย่งไป

“พี่ควรจะให้พี่ใหญ่กัวไปด้วย” สะใภ้รองว่า

พี่สะใภ้ของหล่อนในยามนี้ก็เป็นแม่ม่ายแล้ว และอายุก็ยังไม่มากไป ยิ่งมีการศึกษาดีแล้วแต่งเข้าบ้านใหม่ยังได้ ไม่รู้ว่าหากเจออันธพาลพี่สะใภ้จะทำเช่นไร

“เดี๋ยวก็คงจะเจอกันแหละ” กัวเหม่ยอิงส่ายหน้า

ตะกร้าสานใบใหญ่ถูกสะพายขึ้นบนหลังของกัวเหม่ยอิงที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ข้างในยังมีน้ำและข้าวมื้อกลางวันหนึ่งห่อ

นอกจากนั้นกัวเหม่ยอิงยังสะพายย่ามที่ใส่มีดเอาไว้ ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงจะเข้าป่าไปคนเดียงก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี

สั่งสะใภ้รอง 2-3 คำ กัวเหม่ยอิงก็ออกเดินทางโดยที่ฟ้ากำลังจะสาง เพราะหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ อีกทั้งหยุดงาน เธอยังไม่พร้อมที่สนทนากับใคร

กัวเหม่ยอิงมุ่งหน้าเข้าป่าที่คนในหมู่บ้านจะเข้าในตอนเช้ามืด ยิ่งใครไปก่อนผักป่าที่เกิดก็จะได้ก่อน ใครไปทีหลังก็ไม่ได้อะไร ซึ่งกัวเหม่ยอิงที่คิดว่าออกมาเช้าแล้ว ยังมาหลังคนในหมู่บ้านอีกนับสิบคน

“สะใภ้ใหญ่บ้านสามสกุลหานอาการดีแล้วหรือ”

เพราะฟ้าสางกัวเหม่ยอิงจึงหาที่นั่งพักก่อน และบริเวณที่นั่งพักก็มีคนในหมู่บ้านคนอื่นเดินผ่าน ไม่ก็มานั่งพักบริเวณนี้ และเธอนั่งได้ไม่ถึงนาทีก็มีคนเดินเข้ามาทัก

“?”

“ก็เห็นสะใภ้รองบอกว่าเธอป่วย” นางจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดเมื่อไม่ได้คำตอบที่อยากจะได้

“ฉันอาการดีขึ้นแล้วค่ะ”

กัวเหม่ยอิงรีบนึกความทรงจำของกัวเหม่ยอิงคนเก่า เพื่อให้จำได้ว่าคนในหมู่บ้านตรงหน้าคือใคร แม้จะจำไม่ได้หลายอย่างแต่พอนึกถึงแล้วเธอกลับจำมันได้

“มากับพี่ใหญ่กัวหรือ ฉันเห็นเขาล่าไก่ฟ้าได้ตั้งหลายตัว!” หล่อนกระซิบถามเธอด้วยความอิจฉา ไก่พวกนั้นถูกยิงไปแล้ว มันจึงไม่สามารถเลี้ยงต่อได้ พี่ใหญ่กัวได้ไก่ฟ้าไปหลายตัวหนึ่งในนั้นย่อมต้องเป็นของสะใภ้ใหญ่บ้านสามสกุลหาน หรือบางทีอาจมากกว่าหนึ่งตัวด้วยซ้ำ

กัวเหม่ยอิงไม่ได้ตอบคำถามของหล่อน แต่เธอกำลังนึกถึงพี่ชายคนโตของกัวเหม่ยอิง พี่ใหญ่กัวคนนี้เป็นคนที่รักน้องสาวและน้องชาย รักถึงขั้นยอมให้มารดาเอาเงินเก็บไว้แต่งภรรยาของเขาให้น้องสาวคนเล็กนำไปเรียน

และเขาก็เป็นคนมีฝีมือในการล่าสัตว์คนหนึ่งของหมู่บ้าน

พี่ใหญ่กัวจะเข้าป่าล่าสัตว์ในเวลาก่อนฟ้าสางและจะเข้าป่าอีกครั้งหลังเวลาเลิกงาน หรือหากว่างก็จะเข้าป่า

จะว่าไปแล้วถึงกัวเหม่ยอิงจะเรียนจบได้หลายปีแต่ทำไมบ้านกัวยังไม่มีเงิน ก็เพราะทุกคนห่วงลูกสาวคนเล็กของบ้านยังไงล่ะ เวลากัวเหม่ยอิงไปที่บ้านก็จะได้เงินกลับบ้านสามีไม่ใช้น้อย ๆ และกัวเหม่ยอิงไม่ได้ใช้สิ้นเปลือง เพียงแต่บ้านใหญ่สกุลหานเอาไป

“นี่ ๆ ฉันได้เห็ดป่ามาหลายชั่งเลย! สะใภ้ใหญ่พอจะพูดกับพี่ใหญ่กัวให้ฉันได้หรือไม่” สะใภ้รองสกุลจางที่เข้ามาทัก ถามกัวเหม่ยอิงที่กำลังจะเดินจากไป

‘เหอะ! เห็ดป่ากับไก่ฟ้า หล่อนฝันกลางวันหรือยังไง’

เสียงด้านหลังทำให้กัวเหม่ยอิงหันไปมอง เธอเห็นผู้หญิงที่น่าจะอายุราว ๆ กับเธอเอ่ยค้านสะใภ้รองจาง ซึ่งมันเป็นคำที่กัวเหม่ยอิงถูกใจมาก

ยุคนี้เป็นยุคที่ขาดแคลนอาหาร และเนื้อสัตว์ไม่ต้องพูดถึง คงจะมีใครอยากแลกเนื้อสัตว์กับผักที่เก็บได้ทุกวันอยู่หรอก

“ฉันยังไม่เห็นพี่ใหญ่เลยค่ะ เอาไว้ถ้าเห็นก็จะถามให้ก็แล้วกัน” แม้อยากจะตอบว่าทำไมไม่ไปถามเองแต่เธอก็ยั้งมันเอาไว้ เธอไม่รู้ว่าสะใภ้รองจางมีญาติมากน้อยเพียงใด หากมีปัญหาด้วยเธอจะซวยเอาได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ
7.9
หญิงสาวธรรมดาต้องพบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อตื่นขึ้นมาในร่างของตัวร้ายจากนิยายที่เธอเพิ่งอ่านและวิจารณ์ไป ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะเธอต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตอันหนักหน่วงทันทีเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรใจเหี้ยมที่ปลิดชีพพี่สาวร่วมสายเลือดของตนเอง ท่ามกลางอันตรายรอบด้านจากศัตรูที่คอยจ้องเล่นงานและเงื่อนงำปริศนาที่ยังไม่ถูกเปิดเผย เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความจริงและเอาชีวิตรอดจากโชคชะตาอันโหดร้ายนี้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวคือการหาทางหลบหนีออกไปจากโลกนิยายสุดอันตรายแห่งนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
หลังเผชิญความทรมานจนสิ้นใจด้วยน้ำมือของอวิ๋นถังยวี่ ซูเยว่ซีได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ชาตินี้นางตั้งมั่นที่จะปกป้องคนในครอบครัวและบดขยี้ศัตรูทุกคนที่เคยทำร้ายนาง ไม่ว่าจะเป็นบิดาสันดานชั่วหรือหญิงแพศยาหน้าไหว้หลังหลอก นางใช้ไหวพริบปฏิภาณเปิดโปงความโฉดชั่วและกำจัดเหล่ากบฏในราชสำนักเพื่อปกป้องท่านตาให้ปลอดภัย ท่ามกลางศึกแค้นที่สะเทือนไปทั่วเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้เข้ามาขัดขวาง แต่อาสาเป็นผู้สนับสนุนและพร้อมยืนเคียงข้างนางในทุกเส้นทางนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เด็กสาวผู้พิการและมีฐานะต่ำต้อยอย่างเจียลี่ คอยเฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มด่ำกับสุราโดยไม่สนใจสตรีใด วันหนึ่งเขาเอ่ยปากให้เธอจัดหาโสเภณีมาปรนนิบัติ แม้เธอจะปฏิเสธด้วยความเจียมตัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่เคยคิดดูถูกเธอเหมือนอย่างที่คนอื่นทำ ซ้ำยังกระซิบข่มขวัญว่าแท้จริงแล้วเขาคืออสุรกายร้ายที่คอยจ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันแสนหอมหวาน ท่ามกลางความมึนเมาและแรงดึงดูดอันมหาศาลที่ยากจะต้านทานไหว หัวใจของเจียลี่กลับเริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันแสนเร่าร้อนของชายเพียงคนเดียวที่เธอรักและเทิดทูนที่สุดในชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็นสาวงามอันดับหนึ่ง
9.7
ในรัชศกปีที่สิบอันเป็นช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุด ข้าเคยครองตำแหน่งหญิงสาวที่งดงามที่สุดในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ แม้ตอนแรกจะคิดว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเพียงภาพฝันอันแสนสั้น ทว่าความจริงกลับยืนยันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเคยเกิดขึ้นจริง ความทรงจำอันแสนหวานในอดีตจึงกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตในปัจจุบันของข้า เพื่อให้มีแรงลมหายใจต่อไปและเฝ้ารอคอยการกลับมาของคนผู้หนึ่งอย่างมีความหวังท่ามกลางวันเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยน
ภาพปกนิยายเรื่อง สี่หนิงเหออนุภรรยาท้ายเรือน
8.4
เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนิงเหอจึงต้องลงสระอาบน้ำร่วมกับท่านอ๋องตามคำสั่ง แม้เขาจะพยายามเจรจาขอแลกเปลี่ยนเป็นการฝึกวรยุทธ์เพื่อใช้ปกป้องตัวเอง ทว่าสุดท้ายกลับต้องยอมสยบต่ออำนาจและเสน่ห์อันล้นเหลือของบุรุษผู้สูงศักดิ์อย่างหมดทางสู้ ร่างกายของเขาถูกล่วงเกินและตีตราจองด้วยรอยรักเด่นชัดทั่วทั้งลำคอและแผ่นอก หนิงเหอต้องเผชิญกับความอับอายอึดอัดใจที่ต้องคอยปกปิดร่องรอยเหล่านั้นให้พ้นจากสายตาของเหล่าลูกน้องในจวน ในฐานะว่าที่อนุภรรยาผู้ไม่อาจขัดขืนต่อโชคชะตาและสัมผัสอันแสนเร่าร้อนที่ท่านอ๋องมอบให้ในครั้งนี้ได้เลย