APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง แล้วแต่คุณจะการุญ

แล้วแต่คุณจะการุญ

จุดเริ่มต้นจากกลิ่นควันบุหรี่นำไปสู่บทสนทนาอันตรายที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและการท้าทาย เมื่อหญิงสาวพยายามเข้ามาตักเตือนพฤติกรรมของเขา ชายหนุ่มกลับย้อนถามด้วยคำถามที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านว่า หากเขาต้องยอมเลิกราจากสิ่งนี้ สิ่งที่จะเข้ามาทดแทนความต้องการของเขาได้ จะใช่สัมผัสอันอ่อนหวานจากริมฝีปากของเธอแทนหรือไม่ นี่คือเรื่องราวความรักวัยผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบและการปะทะทางอารมณ์ที่ยากจะต้านทาน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 1

ตะวันตื่น

.

.

.

ผู้จัดการส่วนตัวบอกแล้วว่าอย่าเข้าไปอ่านความคิดเห็นของชาวเน็ต แต่เพราะอยากรู้จึงอดใจไม่ไหว เข้าไปนั่งส่องอยู่พักใหญ่ ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นประเด็นร้อนจนขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งไปแล้ว แต่มันไม่ใช่แฮชแท็กชื่อเธอ เป็นชื่อของตัวต้นเรื่องอย่างมะไฟเฟื่องนรี แต่เนื้อหาในนั้นส่วนมากพาดพิงถึงเธอ บ้างก็พยายามเลี่ยงบาลี บ้างก็เอ่ยออกมาตรงๆ

ต่างบอกว่าไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างตรีนาถจะพยายามเข้าหาผู้ชายของคนอื่น แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่บอกว่าเธอเป็นพวกร้ายเงียบ ชอบทอดสะพานให้แฟนชาวบ้าน

เปรมหทัยถึงย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามโต้ตอบใดๆ เพราะตอนนี้เธอคันมืออยากพิมพ์ตอบโต้มากเหลือเกิน

ที่ผ่านมาเธอมั่นใจว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างดี ไม่เคยทำสิ่งที่ไม่ควรอย่างการยุ่งกับแฟนของคนอื่น ไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยหยอกล้อกับใครในเชิงชู้สาว เธอใช้ชีวิตคนเดียวมาโดยตลอด ไม่มีแฟน ไร้คนคุย ไม่เคยใจเต้นแรงกับใครหน้าไหน แล้วธเนศก็ไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย

ไถหน้าจอไปสักพักก็เจอทวีตที่บอกว่าเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับเธอ พร้อมยืนยันว่าเธอมีนิสัยแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่รู้แน่ชัดว่าคนพิมพ์เป็นใคร ไม่ได้มีหลักฐานอะไรนอกจากข้อความสองสามบรรทัดเลย แต่ยอดรีทวีตหมื่นกว่า คนโควตไปด่าอีกเป็นพัน

ฉ่ำมากไอ้ตาว เข้าวงการมาตั้งหลายปีไม่เคยมีเรื่องให้โดนสังคมจวกยับขนาดนี้ มาโดนทีก็รับน้องกันเสียแรง

ถ้าเธอทำจริงจะไม่โกรธเลย แต่เธอคุยกับธเนศนับคำได้ ซึ่งก็คุยกันที่กองถ่ายเท่านั้นและยังอยู่ในขอบเขตของงาน ไม่ได้มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง อินสตาแกรมก็ไม่ได้ติดตามกันและกันไว้ เพื่อนของเขาเธอก็ไม่เคยรู้จัก และเรื่องชวนไปปาร์ตี้อะไรนั่นเหลวไหลที่สุด

ตรีนาถไม่ใช่สายปาร์ตี้ เหล้ายังไม่ดื่มเลย ที่เห็นเธออยู่ร้านเหล้าบ่อยๆ นั้นล้วนไปร้องเพลงเพราะมันไม่มีเวทีให้เธอได้แสดงมากนัก นักร้องในประเทศก็พึ่งร้านเหล้าเป็นหลัก เธอก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนการไปภูเก็ตมันเป็นตารางงาน มีงานเฟสติวัลที่ริมทะเล ตารางงานชัดเจนว่าจัดวันไหน ใครจะไปก่อนไปหลังไม่สำคัญ แต่เธอที่รับงานไว้ต้องไปทำงานอยู่แล้ว

แม้จะรู้สึกเหลือเชื่อที่เฟื่องนรียกเรื่องนี้มาโจมตีกันเพราะมันไร้สาระสุดๆ แต่เรื่องพรรค์นี้กลับเรียกกระแสได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เอาเถิด คืนนี้เธอจะเผาตัวเองพลีชีพเพื่อให้แก๊งตัวมัมได้แสง แต่วันพรุ่งนี้จะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของหน้าไหนทั้งนั้น

มีสิ่งหนึ่งที่ตรีนาถไม่เข้าใจ เธอไม่ทราบแรงจูงใจว่าเหตุใดแม่ดาราแห่งยุคจะต้องหาเรื่องเธอด้วย เธอก็อยู่ของเธอดีๆ ไม่เคยไประรานใดๆ กับคนเหล่านั้น รวมไปถึงแฟนหนุ่มของเจ้าหล่อนที่นอกจากเรื่องงานในวันนั้น เธอก็ไม่เคยคุยอะไรกับเขาอีกเลย

ไม่รู้ว่าก้าวไหนของตัวเองที่ไปเหยียบหางของเฟื่องนรีเข้า

จวนจะตีหนึ่งแล้วตรีนาถก็ยังข่มตาหลับไม่ลง พรุ่งนี้มีงานช่วงเช้าเพราะต้องไปออกอีเวนต์ของแบรนด์ที่ตนเองถืออยู่ เธอควรนอน แต่ก็นอนไม่หลับ

โทรศัพท์มือถือถูกปิดเครื่องไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนหน้าเพราะมีชาวเน็ตบางส่วนส่งข้อความมาถามใน Direct Message บ้างก็แท็กมาถามตรงๆ ในทวิตเตอร์ จึงตัดขาดโลกภายนอกแล้วคว้ากีตาร์ตัวเก่งมานั่งเกาแก้เซ็ง เพราะจะนอนก็นอนไม่หลับเสียอย่างนั้น

สุดท้ายเธอก็วางกีตาร์ลงไว้ข้างตัว คว้ากระเป๋าสตางค์มาถือไว้เพื่อลงไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อ อย่างน้อยถ้าหนังท้องตึงหนังตาก็จะหย่อน เครียดแค่ไหนก็คงจะหลับได้

ใช้เวลาพักหนึ่งก็มาถึงที่หมาย พนักงานส่งยิ้มให้เพื่อทักทาย เธอก็ทำเช่นนั้นราวว่าไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอยู่ในใจ เดินเลือกซื้อของไปเรื่อยเปื่อย ให้หลังประมาณสิบห้านาทีก็เดินออกจากร้านพร้อมถุงใบใหญ่ มืออีกข้างถือกล่องนมแล้วดูดรองท้อง มองเผินๆ แลดูสบายอารมณ์ ทว่าใบหน้าเรียบสนิททั้งแววตายังไร้ชีวิตชีวา

เธอในวันพรุ่งนี้จะรับมือเรื่องยากๆ ได้ไหมนะ

สุดท้ายน้ำตาหยดแรกที่สะกดกลั้นไว้ก็ไหลออกมาจนได้ ที่ผ่านมาเธอเคยลำบากมามากแค่ไหนไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเอง เกิดในครอบครัวยากจน เป็นเด็กกำพร้าพ่อ ต้องอาศัยอยู่กับแม่และยายในบ้านโกโรโกโสที่หากฝนตกต้องวิ่งเอากะละมังไปรองน้ำกันให้วุ่น บางวันไม่มีแม้กระทั่งเงินไปกินขนมที่โรงเรียน ถูกตัดไฟก็บ่อย ชีวิตแบบนั้นเธอพยายามหนีมาตลอด พอดีกับที่มีพรสวรรค์ด้านเสียงร้องจึงเดินสายประกวดร้องเพลงเพื่อชิงเงินรางวัล

หลังได้เงินมาบ้างแล้วก็ซื้อกีตาร์เพื่อนำไปเล่นดนตรีเปิดหมวก เธอหวังว่าสักวันตัวเองจะได้เป็นนักร้องชื่อดังของประเทศ มีเงินเป็นกอบเป็นกำ อยากทำให้แม่กับยายสบาย แต่ยังไม่ได้ทำเช่นนั้นแม่ก็มาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็งปากมดลูก บ้านหลังเล็กๆ จึงเหลือเพียงเธอกับยายวัยชรา ตอนจบมัธยมเธออยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย อยากเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ เหมือนเพื่อนๆ คนอื่น แต่ระหว่างยายกับการเรียนหนังสือ ยายสำคัญกว่าอยู่แล้ว

ยายคือคนเดียวในชีวิตที่เธอมีอยู่

สุดท้ายตรีนาถก็ตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย เธอพยายามหางานทำอยู่ใกล้บ้านเพื่อที่จะได้อยู่ดูแลยาย ล้มเลิกทุกความฝันที่เคยมี

นักร้อง... เรียนหนังสือ...

ช่างหัวมัน ชีวิตเธอมันมาได้แค่นี้

แต่อาจจะเพราะรักการร้องเพลงมาก แม้จะไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลักเพราะมันไม่รุ่ง เธอก็ยังขยันไปเปิดหมวกหลังเลิกงาน ก็ยังได้เงินจากการร้องเพลงมาช่วยซ่อมบ้าน ฝนตกไม่ต้องหากะละมังมารองน้ำให้เหนื่อย ถึงเวลาที่หมอนัดก็ยังมีเงินพายายไปหาหมอได้ ด้วยยายแก่แล้วทั้งยังมีโรคประจำตัว จึงต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เนืองๆ

ทว่าคืนหนึ่งในฤดูฝน เธอกลับบ้านหลังไปเปิดหมวกจนได้เงินเกือบหนึ่งพันบาท ซื้อขนมชั้นของโปรดไปฝากยายที่รออยู่ที่บ้าน แต่คืนนั้นต่อให้เธอเรียกกี่ร้อยกี่พันครั้งยายก็ไม่ขาน ต่อให้เธอปลุกเท่าไรยายก็ไม่ยอมตื่นมากินขนมชั้นทั้งที่ชอบกินมากแท้ๆ เป็นคนบอกเธอเองว่าถ้ามีขนมชั้นขายให้ซื้อมาฝากด้วย

ก็ซื้อมาฝากแล้ว ทำไมยายไม่ตื่นมากิน

นับจากวันนั้นตรีนาถก็ยังอยู่ที่บ้าน ทำงานและอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว มีแค่ตัวเองที่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ในโลกใบใหญ่

ตรีนาถเข้ามหาวิทยาลัยในวัยยี่สิบ ช้ากว่าคนอื่นหนึ่งปี ระหว่างนั้นก็ทำงานพาร์ตไทม์เพื่อส่งตัวเองเรียน ทั้งยังไม่ทิ้งความฝันที่จะเป็นนักร้อง แม้ว่าไม่มีใครอยู่ดูความสำเร็จของเธออีกแล้วก็ตาม

กระทั่งเจอเข้ากับเปรมหทัย เธอจึงได้ใบเบิกทางเข้าสู่วงการบันเทิง แต่น่าแปลกที่เงินทองและชื่อเสียงที่ได้รับกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เธอในตอนนี้ที่นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว เหตุใดคนที่เธอพยายามทำเพื่อพวกท่านมาตลอดถึงไม่อยู่ข้างกัน

และไอ้วงการมายาก็แสนจะเปราะบาง พยายามสร้างมาตั้งหลายปีแต่มันพังครืนลงได้ในเวลาชั่วพริบตา

เธอทำอะไรผิดหรือ เธอใช้ชีวิตของเธออยู่ดีๆ เหตุใดต้องมาทำร้ายกัน

โลกนี้มันใหญ่เกินกว่าเธอจะต่อสู้เพียงลำพังจริงๆ หากมีไหล่ของแม่ให้ซบ หากมีกอดอุ่นๆ ของยายคอยปลอบประโลม เธออาจไม่เสียใจมากขนาดนี้

ตรีนาถเดินน้ำตานองหน้าเข้ามาในลิฟต์ เสียงสะอื้นไห้ดังก้องอยู่ด้านในกล่องสี่เหลี่ยมโดยไม่สนใจจะสะกดกลั้นมันไว้ เธอเกลียดความหูเบาของทุกคน เกลียดคำพูดที่ทิ่มแทงจิตใจเหมือนเธอไม่ใช่คน ถ้าย้อนกลับไปได้เธอไม่อยากเป็นนักร้อง ไม่อยากมีชื่อเสียง ไม่เอาแล้วการเป็นดาวที่ลอยเด่นบนฟากฟ้า

เธออยากเป็นแค่ลูกของแม่ อยากเป็นแค่หลานของยาย อยากทำงานหาเลี้ยงพวกท่านอยู่ที่บ้านเกิด เลิกจากงานก็ไปเปิดหมวกร้องเพลงอย่างที่ชอบทำ ซื้อขนมชั้น ซื้อของที่แม่ชอบกลับมากินด้วยกันสามคนที่บ้านหลังเล็กๆ ไม่มีตึกสูงเสียดฟ้า ไม่มีแสง สี เสียง มีเพียงความรักของครอบครัว

ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว...

ทว่าจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลงกลับมีฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนเอื้อมมาขวางไว้เสียก่อน ตรีนาถมองคนมาใหม่ทั้งม่านน้ำบังตาจนมองอะไรได้ไม่ชัดเจน แต่แค่เห็นก็จำได้ทันทีว่าคนมาใหม่คือหนึ่งในทีมงานสส. สัตรา

ปลายทางของเธอและเขาคือชั้นเดียวกัน หลังบานประตูปิดลงชายร่างสูงจึงพาตัวเองไปยืนอีกมุม กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมาปะทะจมูกเข้าอย่างจังเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาคงเพิ่งกลับมาจากร้านเหล้า

ตรีนาถเม้มปากเป็นเส้นตรงเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทว่าน้ำตานั้นเกินจะห้ามได้ในเมื่อทำนบแตกแล้ว นมที่ดูดอยู่ก็กลายเป็นรสเค็มเพราะน้ำตาไหลเข้าปาก หล่อนหย่อนมันลงในถุงแล้วเอียงศีรษะซบลงไปกับผนัง

ระหว่างที่ลิฟต์ทะยานสู่ชั้นสี่สิบ ความเคลื่อนไหวของคนข้างกายกลับเรียกสายตาให้หันไปมอง

เขาไม่พูดไม่จาสักคำ ทำเพียงยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ มาให้ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยน้ำสีใสคอยบดบังทัศนียภาพจึงเคลื่อนไปวางที่ใบหน้าคมคายของชายร่างสูง

“รับไว้เถอะ”

มือบางยื่นไปรับมันมาถือไว้แต่โดยดี ความอัดอั้นในใจไหลทะลักออกมาอย่างยากจะห้าม เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังระงม ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กถูกเช็ดอย่างลวกๆ

“ขอบคุณ ฮึก ขอบคุณนะคะ”

เมื่อประตูเปิดออก ขายาวก็ก้าวไปด้านหน้าโดยมีหญิงสาวตัวเล็กก้าวตามไปไม่ห่าง

เธอเอ่ยถ้อยคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องผ้าเช็ดหน้า แต่มันหมายถึงว่ายังมีคนที่แม้จะไม่สนิทกันแต่ก็ยังใจดีกับเธอหลงเหลืออยู่

นัยน์ตาคมเข้มปรายมองเจ้าของเสียงสะอื้นไห้ ใบหน้าเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนเสียงแหบพร่าจะดังลอยมาตามลม ปนเปไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ “พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว”

ก่อนร่างสูงใหญ่จะค่อยๆ ก้าวห่างออกไป ตรีนาถค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายแม้เขาจะไม่หันมามอง

สาวเจ้าเอ่ยเสียงเจือสะอื้น “ขอบคุณนะคะคุณเมือง”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ห้องลับ..ประธานหื่น
8.2
หญิงสาวคนหนึ่งพยายามตามหาชายผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอเมื่อสองปีก่อน จนในที่สุดโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะประธานบริหารของโรงแรมและพนักงานใหม่ ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอค้นพบความจริงอันน่าตกใจว่าแท้จริงแล้ว เจ้านายหนุ่มสุดหล่อคนนี้คือชายปริศนาในห้องลับที่คอยโทรมาขายขนมจีบผ่านเซ็กซ์โฟนอย่างเร่าร้อนและดุเดือด เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความลับสุดสยิวระหว่างท่านประธานหนุ่มและพนักงานสาวจึงได้เริ่มต้นขึ้นครองใจจึงเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนร้ายซาตานทมิฬ ชุด ซาตานเมดิเตอเรเนียน
8.3
เนโลคลิส ทายาทแห่งตระกูลดังฝั่งเมดิเตอเรเนียน ยอมเข้าพิธีแต่งงานกับเข็มหอมในวัยเพียงสิบหกปีเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ทว่าในคืนวิวาห์เขากลับทอดทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้ภรรยาตีทะเบียนต้องเผชิญความช้ำใจเพียงลำพัง ผ่านไปแปดปีเต็ม ซาตานหนุ่มได้ย้อนกลับมาทวงสิทธิ์ความเป็นสามีจากหญิงสาวผู้มีรอยแผลในใจ แม้เข็มหอมจะพยายามร้องขอการหย่าเพื่อปลดแอกตัวเองจากพันธนาการที่ไร้รัก แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้ความปรานี และตั้งใจจะทำหน้าที่สามีทางพฤตินัยเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงสมรสนี้ตลอดกัลนี้ไปตลอดก
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อมาราตีต้องกลายเป็นตัวประกันสาวที่ถูกส่งตัวมาสลับตัวกับพี่สาวเพื่อหลอกลวง ชีคอัฟฟานแห่งซาล ทว่าแผนการตบตานี้กลับไม่ได้ผลเมื่อสายตาอันเฉียบคมของชีคหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสามารถจับผิดและเปิดโปงความจริงได้อย่างรวดเร็ว ความจริงที่ถูกเปิดเผยสร้างความโกรธแค้นให้แก่เขาอย่างมากที่โดนตระกูลของเธอคิดคดทรยศและมองเขาเป็นคนโง่ มาราตีตกตะลึงที่ความลับแตกอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดและกระแสความปรารถนาที่คุกรุ่น เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเผชิญหน้ากับความดุดันและอำนาจมืดของชีคเถื่อนผู้พร้อมจะแผดเผาทำลายหัวใจของเธอให้ย่อยยับคามือ
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งไคล้ใคร่รัก
8.6
สังคมภายนอกต่างรับรู้กันว่า ดุจตะวันหรือหมอซันเป็นนายแพทย์ เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เป็นหนุ่มหล่อ ผู้ดิบผู้ดี ท่าทีสุขุมนุ่มลึก แต่แท้จริงแล้วเขามีด้านมืดซุกซ่อนอยู่ในภายใน เขามี ‘ ห้องขาว ’ อยู่ติดห้องนอน ใช่ เขาชอบสีขาว ชอบทุกอย่างที่ขาวสะอาดรวมไปถึงผู้หญิงด้วย... บ่อยครั้งที่เขาจะซื้อผู้หญิงบริสุทธิ์สะอาดมาไว้รองรับความใคร่ของตัวเองด้วยราคาแพงลิบลิ่ว แน่นอนว่าพวกเธอต้องยินยอมพร้อมใจ ไม่ได้เกิดจากการบังคับแต่อย่างใด การมอบพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายที่ทั้งหล่อและหุ่นดีสูสีดารานายแบบ แลกกับเงินทองและความสะดวกสบายนั้น มันช่วยให้ทำใจได้ง่ายขึ้นเยอะ แค่ต้องเป็นนางบำเรอให้จนกว่าเขาจะเบื่อ สิ่งเดียวที่ต้องบังคับตัวเองให้ไม่ทำนอกเหนือไปจากหน้าที่ คืออย่าเผลอไปตกหลุมรักเขาเด็ดขาด เพราะคนอย่างดุจตะวันไม่มีหัวใจ... ตัวอย่างความคลั่งไคล้ของคูมหมอ : “ ดีไหม ” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นเล่นเอาเธอตกใจ “ อะไรคะ ” “ เอากับฉัน ดีไหม ” ใบหน้าของเธอร้อนวูบ พวงแก้มซับสีเลือดแดงระเรื่อ เธอกัดริมฝีปากอย่างเขิน ๆ แต่กิริยานั้นทำให้เขาเกิดอารมณ์ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน้อย ๆ นั่นน่าแทงของใหญ่เข้าไปชะมัด ! *** “ เจ็บมากหรือเปล่า ” ห่วงหนูด้วยเหรอคะ ตอนขอให้เบาไม่เคยเบา ! เด็กสาวแอบคิดในใจ แต่ก็ตอบออกไปสั้น ๆ อย่างสุภาพ “ ค่ะ ” “ ขย่มฉัน ” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ถามอย่างไม่เชื่อหู “ อะไรนะคะ ” “ ฉันอยากให้เธอขย่มฉันในน้ำ ” แล้วจะถามทำไมว่าเจ็บหรือเปล่า ?!
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจบ่มรัก
9.3
จากเด็กสาวนอกสายตาที่ พศวัต เคยปฏิเสธการหมั้นหมายอย่างไม่ใยดี วันนี้ วรรณวลี เติบโตเป็นหญิงสาวสะพรั่งผู้เปี่ยมเสน่ห์จนหัวใจของอดีตคู่หมั้นหนุ่มต้องสั่นคลอน ชายหนุ่มที่เคยเมินเฉยจึงหวังจะทวงคืนสิทธิ์ในการครอบครองเธออีกครั้งตามความต้องการของผู้ใหญ่ ทว่าฝ่ายหญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กกะโปโลกลับไม่ยอมง่ายๆ เธอพร้อมจะแก้เผ็ดตาแก่ปากร้ายคนนี้ให้ยอมสยบแทบเท้า ท่ามกลางสงครามประสาทและการปะทะคารมที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหว พศวัตจึงต้องงัดทุกกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจเธอมาครองคู่หมายหมั้นที่เขาเคยปล่อยให้หลุดมือ
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาหวานใจคือบอสตัวจริง ได้รับความรักเอาใจสุด ๆ!
9.4
เฉียวเว่ยยี่ที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำลายตระกูลหลี่จนต้องหนีไปอยู่ต่างแดน ได้เดินทางกลับมาเมืองจิงอีกครั้ง แต่เธอกลับถูกหลี่เย่ถิงตามประกบเพื่อทวงสัญญาเก่าทันที แม้เธอจะพยายามปฏิเสธและบอกว่าเรื่องระหว่างเราจบลงแล้ว ทว่าเขากลับประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน โดยส่งคำเตือนถึงผู้ทรงอิทธิพลทั่วเมืองว่าเธอคือคุณนายรองของเขา สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่จ้องจะเหยียบย่ำเมื่อได้รู้ว่าทั้งคู่แอบจดทะเบียนสมรสกันแล้ว