APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

เมื่อถ่านไฟเก่าคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกที่เคยดับมอดจึงปะทุเป็นเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาอันรุนแรง ทว่าท่ามกลางความโหยหาอันลึกซึ้ง ความจริงอันโหดร้ายกลับคอยตอกย้ำว่าความรักครั้งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่มีวันเดินร่วมทางกันได้อีกต่อไป ในท้ายที่สุด ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนสูญสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวดและความว่างเปล่า เป็นโศกนาฏกรรมรักที่ไม่อาจสมหวัง ซึ่งฝากไว้เพียงรอยแผลแห่งการสูญเสียและเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีตที่ไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้ตลอดกาล
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

วันแรกก่อนถึงคาบหนึ่งของต้อมต้องนั่งอยู่เพียงคนเดียว มองไปทางไหนไม่รู้จักใครสักคนด้วยเป็นคนอีกจังหวัด ต้อมเห็นเพื่อนใหม่นั่งเป็นกลุ่มๆ อยู่หลายคน บ้างนั่งสองคนเป็นที่ๆ ไป คนเดียวอยู่เดี่ยวๆ มีพอสมควร รวมทั้งตัวต้อมเองด้วยนั่งเหงาๆ เพียงลำพัง

“นั่งด้วยนะ”

“อือ”

“เราชื่ออาคมนายล่ะ”

“เราชื่อต้อม”

“นายมาจากไหน”

“พิจิตร”

“จังหวะดเดียวกันนิ”

ต้อมยิ้มได้ในทันทีด้วยเจอคนบ้านเดียวกัน ในมหาวิทยาลัยฟ้าครามที่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ไกลจากพิจิตรมากนัก มีอยู่หลายคนเหมือนกันในหอพักชายที่มาจากจังหวัดเดียวกัน

“เขานั่งเป็นกลุ่มๆ กันน่าอิจฉา” อาคมพูดคุยพร้อมมองไปยังเพื่อนร่วมคณะ

“อีกสักพักคงสนิทกันใหม่ๆ ก็แบบนี้แหละ”

“อือ จริงอย่างนายเนาะ”

สายตาของต้อมมองเพื่อนๆ ทุกคน สะดุดตามีอยู่สี่คน นั่งไม่ไกลเขามากนักซึ่งมองอย่างไงก็เป็นแบบเขาออกชัดเจนยิ่งกว่า ไม่ว่าจะท่าทางรูปร่างและการแต่งหน้าจัด ส่วนอีกสองเป็นหญิงสาวหน้าตาถือว่าทั่วๆ ไป สามคนที่ว่าไม่มีอะไรน่าสนใจมากกว่านี้สำหรับต้อม มีเพียงคนเดียวในกลุ่มใหญ่ห้าหกคนมีความหล่อคมคาย ทะลึ่งตึงตังขึ้เล่นเห็นได้อย่างเด่นชัด

“มองอะไร” อาคมมองตามสายตาของต้อม

“ไม่มีอะไรหรอกมองไปเรื่อยๆ”

“หรือว่านายอยากอยู่ในกลุ่มนั้น”

“เปล่า”

แม้แต่จะถูกทักจากอาคม ต้อมไม่สามารถห้ามใจไม่มองได้ ด้วยแต่ก่อนไม่เคยออกไปไหนห่างไกลจากบ้าน เมื่อมาสู่ภายนอกจึงเกิดความกล้าบ้างขี้นเล็กน้อย แต่ยังสงวานท่าทีไม่ให้ใครรับรู้มากนัก

“ไอ้คงเดช มานี่ๆ มาหากูหน่อย” ชายหนุ่มอีกคนมาใหม่เดินตรงไปยังกลุ่มใหญ่ ตะโกนเรียกคนชื่อคงเดชซึ่งต้อมยังอยากรู้ว่าใครกัน

เสียงคำว่าคงเดชยังไม่ทันจางหายสลายไป หนุ่มหล่อแบดนิดๆ ที่ต้อมแอบเหล่ดู หันมามองยังชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้าไปยังกลุ่มนั้น

“มีอะไรว่ะ อยู่แค่นี้มึงเรียกซะดังเลย” หนุ่มคงเดชที่ต้อมเฝ้ามองยืนจังก้าอย่างท้าทาย

ต้อมยังอยากรู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน ถ้าให้ต้อมคาดเดาน่าจะหมายถึงสองหญิงหนึ่งชายที่เป็นแบบเขา ด้วยสายตาสองหนุ่มจ้องมองเป็นระยะ

“ต้อม ต้อม เย็นนี้ไปดื่มเหล้าไหมเราเลี้ยงเอง”

“เราไม่เคยดื่มเหล้า”

“ไม่จ๊าบเลยนายน่ะ” เสียงของอาคมยียวนกวนพอสมควร

“เราลืมถามนายพักที่ไหนเหรอ”

“อยู่บ้านญาตินายล่ะ”

“อยู่หอใน” ต้อมตอบ

“ถึงว่าสิไม่ดื่มเหล้า ไม่ต้องกลัวปีสองเดี๋ยวเราพาดื่มเอง ปีนี้อยู่หอในไปก่อน ต้องทำตัวเป็นเด็กดี” อาคมหัวเราะนิดหน่อย

ต้อมยิ้มนิดๆ พอเป็นพิธี ในระหว่างนั้นสองหนุ่มได้เดินมายังโต๊ะของต้อม เพื่อมาเหล่สาวร่วมห้อง

“นั่งด้วยคนนะ”

“ได้เลย” อาคมเอ่ยขึ้น

ชายหนุ่มที่ร้องเรียกคงเดชนั่งใกล้ๆ อาคม ส่วนคงเดชนั้นนั่งตัวแท่บติดต้อม จนร่างเล็กๆ ขยับออกห่างหน่อยๆ

“เฮ้ย จะขยับไปไหนเดี๋ยวตกม้านั่งหรอก” คงเดชหันมามอง

สายตาทั้งสองปะทะกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ต้อมหวั่นไหวใจสั่นระรัวเพราะดวงตากลมโตเป็นประกายของคงเดชนั้นช่างมีเสน่หเกินต้าน

“เป็นกะเทยเหรอ” ชายหนุ่มนั่งใกล้อาคมพูดขึ้น

“เปล่า” ต้อมพูดขึ้นเสียงอ่อยๆ ออกกลัวนิดๆ

“เปล่าอะไร” น้ำเสียงไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร

“ไอ้โบ้มึงก็พูดตรงไป” คงเดชกอดคอต้อมอย่างรวดเร็ว

เพียงวงแขนของคงเดชสัมผัสต้นคอบ่าไหล่ ใจต้อมหล่นหายไปในทันใด ดวงตาคู่กลมโตมองไม่วางก่อนจะเปลื่ยนไปทางอื่น

“ไอ้เดช กูให้มึงมาดูสาวมึงมาทำอะไร” โบ้รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ไม่เกี่ยวกับต้อมแม้แต่น้อย

“ไม่ผ่าน” คงเดชส่ายหัว

“ไอ้ที่มึงกอดคอนี่ผ่านเหรอ”

“ไม่ผ่านเหมือนกัน” คงเดชส่ายหัวแต่อมยิ้มนิดๆ ก่อนยกแขนออกจากคอบ่าไหล่ของต้อม

“เฮ้ย มึงชื่อไรว่ะ” โบ้ถามทันทีเมื่อคงเดชพูดจบ

“มันชื่อต้อม” อาคมเป็นฝ่ายตอบแทน

“ต้อม ต้อม นายล่ะ” โบ้หันหน้ามาทางอาคมเพื่ออยากรู้คำตอบ

“อาคม”

“อาคม ท่าจะเล่นของ เราโบ้แต่ไม่โบ๋นะ ส่วนไอ้ลามกนั่น ชื่อคงเดช พ่อมันเรียกไอ้เดช” โบ้หัวเราะร่วนด้วยสะใจ

“ไอ้โบ้มึงนี่กวนตีนอีกแล้ว” คงเดชพูดไปอย่างนั้นแหละ ด้วยความสนิทตั้งแต่มัธยมจึงไม่ถือสากัน

“ต้อมมีแฟนหรือยัง” โบ้ถามต่ออีกหน่อย

“ไม่มี”

“ไม่มีถ้างั้นสักวันจะพาไปขึ้นครูให้หายเป็นเลย”

“อย่าว่าแต่มีแฟนเลย เหล้าก็ไม่ดื่มเด็กดี อยู่หอในด้วยนะ” อาคมเสริมต่ออีกนิด

“แรกๆ ก็เด็กดีนิแหละ นานๆ ไปเดี๋ยวก็เหมือนกับพวกเรา” โบ้อมยิ้มจ้องมองต้อมแล้วหัวเราะออกมา

ต้อมรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ถึงแม้จะอยู่ใกล้คงเดชที่นั่งตัวติดกันในเวลานี้ ด้วยนิสัยและความชอบไปด้วยกันยากกับเพื่อนใหม่ แต่มีใจให้ไปบ้าง เขาจึงต้องอดทนอยู่เพื่อได้ใกล้ชิด ในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะได้เวลาเข้าไปในห้องเรียน

คาบแรกที่ได้เรียนเป็นวิชาในคณะ ช่วงเวลายังไม่ได้สอนอาจารย์ประจำวิชาให้แนะนำตัว ต่างคนจึงได้ทำความรู้จักกัน ในคาบนี้เป็นวิชาเชิงปฏิบัติจึงได้นั่งล้อมวง ต้อมนั่งอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มหลายคน ความรู้สึกของเขาตอนนี้มีความประหม่าและหวั่นๆ อยู่บ้าง ด้วยกิตติศัพท์การแกล้งกันของคณะที่ต้อมเรียน

ครูประจำวิชาได้สอนบ้างนิดหน่อยแล้วสั่งงานให้ทำภายในห้อง ต้อมจึงนั่งทำงานใกล้ๆ อาคมที่เริ่มสนิทคุ้นเคยกันบ้าง ระหว่างนั่งเขียนงานอยู่นั้น ต้อมมีความรู้สึกแปลกๆ อยู่ใต้โต๊ะ ศีรษะทุยของต้อมก้มลงไปมอง สายตามองเห็นแต่ยังไม่ทันพูดอะไร มีคนใต้โต๊ะจับเข้าตรงเป้ากางเกงของต้อม

“อุ๊ย” ต้อมอุทานออกมาแล้วรีบจับมือนั้นให้ออกจากเป้ากางเกงของตัวเอง

“ว้า นิดเดียว” โบ้ได้ปล่อยมือออกและคลานไปยังนอกโต๊ะ

เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง โดยเฉพาะคงเดชหัวเราะหนักมาก พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ จนแขนได้ชนกัน

“หัดใช้งานบ้างนะ” โบ้ย้ำอีกครั้ง

ใบหน้าของอันขาวใสเริ่มแดงก่ำด้วยความอาย สายตาหรี่ลงไม่อยากมองเพื่อนร่วมห้อง ต้อมจึงเดินไปยังอีกโต๊ะหนึ่ง ที่มีสองหญิงหนึ่งชายไม่แท้

“นั่งนี่ก็ได้” สาวหนึ่งในสองพูดขึ้น ซึ่งมีผิวที่คล้ำผมหยักศก

“อือ” ต้อมยิ้มพยักหน้าให้ด้วยความยินดี

“เราชื่อ ปื่น ส่วนอีกคนชื่อ จิตดี และหนุ่มสวยของเรา แหวน” สาวปิ่นแนะนำเพื่อนให้ครบทุกคน

ต้อมไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะต้องทำงานตามสั่งของอาจารย์ แต่ยังไม่วายโดนแกล้งอีกตามเคย เพื่อนใหม่คนเก่าเดินเข้ามาด้านหลัง ก้มลงเอียงคอหอมแก้มอันนวลใส ครั้งนี้ที่โดนหอมแก้มไม่ใช่ครั้งแรก ตอนเรียนมัธยมโดนอยู่หลายครั้งแต่เป็นคนเดิมๆ

โบ้ได้หอมแก้มของต้อมเสร็จเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ได้เดินไปยังกลุ่มของตัวเอง มีเพียงคงเดชคนเดียวยังไม่วายมานั่งข้างๆ พร้อมชี้มือไปทางอื่น ต้อมเผลอตัวหันไปมองแต่ไม่พบสิ่งใด เขาจึงหันกลับมาแก้มใสๆ ของเขาโดนริมฝีปากของคงเดชอย่างจัง

ต้อมหันศีรษะหนีเล็กน้อย ถึงแม้จะรู้สึกชอบแต่ยังสงวนท่าที อีกอย่างในกลุ่มมีเพื่อนผู้หญิงนั่งยิ้ม เขาจึงรู้สึกเขินๆ และทำตัวไม่ถูก

“แก้มหอมจังเลย” คงเดชยิ้มนิดๆ

ด้วยความเป็นคนนิ่งๆ เฉยๆ หงิมๆ ต้อมยังเงียบตั้งหน้าตั้งตาเขียนหนังสืออยู่เช่นเคย เพียงแต่คงเดชยังไม่ไปไหนนั่งมองหน้าสลับกับคุยสองสาวเป็นระยะๆ จนหมดคาบ

วันนี้รุ่นพี่ยังไม่ได้นัดพบ ต้อมและเพื่อนจึงแยกย้ายกลับบ้าน มีเพียงต้อมคนเดียวเกำลังจะเดินไปยังหอพักชาย

“ต้อม เดี๋ยวเราไปส่งมาเร็ว” อาคมเพื่อนใหม่จังหวัดเดียวกัน จอดมอเตอร์ไซค์ข้างๆ ต้อมลังเลอยู่พักแต่ก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน เขาจึงตัดสินใจขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินไปอีกไกลและรักษาน้ำใจของอาคม

มอเตอร์ไซค์ของอาคมจอดหน้าหอพักชาย ต้อมจึงรีบลงจากรถและยืนคุยกับอาคมพักหนึ่ง ก่อนที่จะขอตัวเขาไปในหอพัก

“ขอบใจมากนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก หอนี้มีแต่ผู้ชายไม่กลัวเหรอ”

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ๆ ใจดี”

“อือ ถ้างั้นไปแล้วนะ”

“อือ” ต้อมพยักหน้า

ต้อมรีบเดินผ่านบรรดากลุ่มนักศึกษาในหอพักชาย ที่กำลังเตะฟุตบอลกันอย่างสนุก เขามองแค่แวบเดียวก่อนขึ้นไปยังหอพัก

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ราคี(ร้าย)รักอชิระ
9.8
ความผิดพลาดเพียงข้ามคืนทำให้มินตราตั้งครรภ์กับกวิน เจ้าของโรงแรมผู้ทรงอำนาจ เขาไร้ซึ่งความเชื่อใจและยื่นข้อตกลงอันแสนเลือดเย็น บังคับให้เธออุ้มท้องจนคลอดและต้องจากลูกไปตลอดกาล เพื่ออนาคตที่สดใสของสายเลือดตัวน้อย มินตราจำยอมรับเงื่อนไขที่กรีดแทงหัวใจ ทว่าในวันที่เธอต้องก้าวออกจากชีวิตเขาไปพร้อมกับความรู้สึกที่แตกสลาย กวินกลับเพิ่งตระหนักถึงความจริงที่ว่า ทรัพย์สินเงินทองมหาศาลไม่อาจซื้อคืนหัวใจของแม่ของลูก รวมถึงความรักบริสุทธิ์ที่เขาเป็นผู้ลงมือทำลายมันด้วยความเย่อหยิ่งของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาหยุดกับคุณแค่นั้น
8.7
ความรักที่มอบให้หมดใจกลับกลายเป็นคมมีดทำร้ายตัวเอง เมื่อชายที่เธอรักที่สุดลงมือกรีดหัวใจดวงนี้จนแหลกสลาย ยิ่งถลำลึกความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณ จนถึงจุดที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์อันขมขื่นและพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าในวินาทีที่เธอหันหลังให้เขา ชายหนุ่มกลับเพิ่งตระหนักถึงความผิดพลาดและพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความจริงใจ แต่มันสายเกินแก้ ความรู้สึกที่เคยมีถูกทำลายจนสิ้น เธอไร้ซึ่งเยื่อใยและประกาศกร้าวว่าหัวใจดวงนี้จะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นของเขาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง รักของฉันที่เคยยืน
8.2
เขาใช้ถ้อยคำโหดร้ายทิ่มแทงปริมอยู่เสมอ และสาปแช่งให้เธอตายจากโลกนี้ไป ทว่าโชคชะตากลับบันดาลให้วาจาร้ายกลายเป็นจริงอย่างน่าสลด เมื่อหญิงสาวต้องเผชิญความเจ็บปวดเพียงลำพัง เธอให้กำเนิดทารกแฝดในอ่างน้ำก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ วินาทีที่เด็กน้อยลืมตาดูโลกคือช่วงเวลาที่เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์ ความตายของปริมเปลี่ยนคำแช่งให้เป็นตราบาปที่ย้อนกลับมาทำลายล้างเขา ชายผู้มีหัวใจแข็งกระด้างต้องพบความแตกสลายที่ไม่อาจเยียวยา เมื่อตระหนักว่าคำพูดพล่อยๆ ของตนได้พรากเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์