APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

เมื่อถ่านไฟเก่าคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกที่เคยดับมอดจึงปะทุเป็นเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาอันรุนแรง ทว่าท่ามกลางความโหยหาอันลึกซึ้ง ความจริงอันโหดร้ายกลับคอยตอกย้ำว่าความรักครั้งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่มีวันเดินร่วมทางกันได้อีกต่อไป ในท้ายที่สุด ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนสูญสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความเจ็บปวดและความว่างเปล่า เป็นโศกนาฏกรรมรักที่ไม่อาจสมหวัง ซึ่งฝากไว้เพียงรอยแผลแห่งการสูญเสียและเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีตที่ไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้ตลอดกาล
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ชายหนุ่มวัยเกือบห้าสิบเดินดูสินค้าในตลาดสด อันเต็มไปด้วยของกินของใช้มากมายเรียงรายทั่วบริเวณ สายตาจับจ้องไปยังอาหารนานาชนิด ด้วยไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้างสักเท่าไร ยิ่งเดินมาเลือกซื้อกับข้าวมื้อเย็น จึงจำเป็นต้องรีบซื้อเพราะเวลามีน้อย หนุ่มใหญ่ผู้นี้จึงเลิกแกงไว้สองอย่าง ส่วนเท้าทั้งสองข้างขยับไปเหยียบสาวใหญ่วัยเดียวก่อน

“อุ๊ย ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจครับ” ต้อมเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยสายตาอันบ่งบอกว่ายอมรับผิด

“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวรุ่นเดียวกันยิ้มให้พร้อมพยักหน้าเป็นการให้อภัย

“ต้อมใช่ไหม” ชายหนุ่มยืนข้างหญิงสาวพูดขึ้น

“นาย เอ่อ อาคมใช่ไหม” ต้อมมองตาค้างและรู้สึกประหลาดใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

“อือ เราไม่ได้เจอกันนานเลยหนอ ตอนนี้นายทำอะไรอยู่” อาคมถามด้วยความสงสัย

“เรากลับมาอยู่บ้านทำสวนน่ะ นายล่ะทำงานอะไร” ต้อมถามด้วยความอยากรู้

“เราเป็นนายก อบต ส่วนเวลาว่างเราทำนา”

“อือ ดีจัง กลับบ้านมาคราวนี้ไม่เสียเที่ยว”

“เราก็ดีใจที่เจอนายนะ เพื่อนๆ ถามหานายกันยกใหญ่เลย เอ่อ เราลืมแนะนำนี่เมียเราชื่อส้ม”

“ยินดีที่รู้จักนะ” ต้อมยิ้มให้อย่างยินดี

“เช่นกันค่ะ”

“เราขอเบอร์หน่อย เฟส ด้วย”

“ตรงนี้เลยเหรอ อือ ก็ได้นะ”

ต้อมรีบจ่ายเงินค่าแกงสองถุงแล้วเดินออกห่างมาจากร้าน เฉกเช่นเดียวกันกับอาคมและภรรยาของเขา เมื่อสถานการณ์และเวลาเหมาะต้อมจึงบอกเบอร์โทรพร้อมชื่อเฟส ส่วนเพื่อนเก่าไม่รีรอเม้มเบอร์และแอคเฟสทันใด

“ถ้างั้นเรากลับก่อนนะ ว่างๆ จะโทรหานาย”

“อือ” ต้อมพยักหน้าให้ด้วยความยินดี

สายตาของต้อมมองคู่สามีภรรยาเพื่อนสมัยเรียนจนลับตา หลังจากนั้นเขาเดินต่อไปยังร้านอื่นเพื่อซื้อสิ่งของและอาหารอย่างที่ต้องการอยู่พักหนึ่ง จนสองมือเต็มไปด้วยถุงหิวพะรุงพะรัง ต้อมรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จอดอยู่ท้ายตลาด เมื่อไปถึงก็ขับรถเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ออกไปในทันที

ยามค่ำคืนอันดึกสงัดต้อมยังไม่ได้หลับนอน ถึงแม้จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็ตาม ด้วยความที่อยากจะคุยกับเพื่อนเก่าอดีตคุ้นเคย แต่พูดคุยผ่านทางไลน์ได้ไม่นานเป็นอันต้องหยุด ซึ่งต้อมเข้าใจดีในข้อนี้เพราะอาคมไม่ใช่คนโสด

ความรู้สึกอันดีงามได้เจอเพื่อนเก่าคนแรก ความคิดอีกทางอยากเจอหลายคน โดยเฉพาะเพื่อนบางคนที่เคยมีความนัยต่อกัน ต้อมจึงค้นหาจากเฟสของอาคม เพื่อตามหาเพื่อนสนิทคนคุ้นเคยที่แวบเข้ามาในใจของเขา

ท้ายที่สุดต้อมได้เจอเพื่อนคนนั้นในเฟส เขาจึงกดขอเป็นเพื่อนไม่นานได้รับการตอบรับ ความรู้สึกยินดีปรีดา สมหวังในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ต้อมจึงรีบดูไทม์ไลน์ของเพื่อนคนนี้ เพียงดูครั้งแรกเขารู้สึกใจหาย ด้วยว่ามีแต่รูปโปรไฟส์ที่อยู่เดี่ยวๆ นอกนั้นเป็นรูปครอบครัวของเพื่อนเคยสนิท ต้อมพยายามมองข้ามผ่านไป แต่ด้วยความรู้สึกอยากพูดคุยมีมากกว่า เขาจึงส่งข้อความไปหา คงเดช เพื่อนรักทันที

“จำได้ไหมใครเอ่ย”

“จำได้ ต้อมไง หล่อขึ้นเยอะเลยนะ”

“มีแต่แก่ขึ้นหล่อน้อยลงมากกว่านะเราว่า”

“แหม รุ่นนี้แล้วก็ตามนั้น ว่าแต่นายเป็นไงบ้างอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ติดต่อเพื่อนฝูงเลย”

“ตอนนี้เรากลับมาอยู่ที่บ้านแล้วนะ มาทำไร่ทำสวนนายล่ะอยู่ที่ไหนทำอะไร”

“เราอยู่กรุงเทพ ทำงานรับเหมาเดินสายไฟ”

“ได้กลับมาบ้านบ้างไหม”

“ไม่ได้กลับหรอก เราซื้อบ้านจัดสรรอยู่ที่นี่กับลูกและเมียเรา นายล่ะเอาเมียมาอยู่ที่บ้านด้วยเหรอ”

“เปล่า เราไม่มีเมีย เรากลับมาอยู่บ้านกับพ่อและแม่”

“ว้าว”

“หมายความว่าอย่างไง”

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ถ้านายว่างๆ มาเที่ยวหาเราก็ได้นะ เราจะพานายไปเที่ยวและนั่งคุยกัน”

“อือ ถ้าว่างเราจะไปหานะ”

“โอเคร แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เราต้องทำงาน”

“อือ”

ความรู้สึกหลังคุยแซทจบ ต้อมถึงกับใจสั่นแต่ไม่ได้ผิดคาดมากนัก ด้วยอะไรหลายอย่างเขาจึงไม่แปลกใจ ทำไมเพื่อนรักของตัวเองมีครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนตัวของต้อมเองนั้นกว่าจะกลับมาอยู่บ้าน ได้ผ่านมรสุมชีวิตอย่าหนักหน่วง

จิตใจของต้อมในตอนนี้เริ่มคิดถึงอดีตที่หอมหวน มีความสุขสมวัยในวันวาน เป็นความแตกต่างอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ หลังจากได้พูดคุยกับเพื่อนรักคนเคยสนิท ต้อมล้มตัวลงนอนพร้อมหลับตาคิดเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาร่วมสามสิบปี

ร่างบางๆ ของต้อมในสมัยสามสิบปีที่แล้ว ยืนมองหอพักชายในมหาวิทยาลัยฟ้าคราม เขายังไม่กล้าเดินเข้าไปทั้งๆ ที่มีเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกัน ต่างเดินทยอยเข้าไปยังหอพักแห่งนี้ จนเสียงเข้มๆ ดุๆ ดังขึ้นต้อมจึงมีสติอย่างทันท่วงที

“น้องเมื่อไรจะเข้ามา ยืนเหม่อมองอะไร” ชายหนุ่มที่ดูแก่กว่าต้อมไม่มากตะโกนมาจากหอพักชาย

เสียงอันดังของรุ่นพี่ทำให้ต้อมต้องเดินเข้าไปหา ถึงแม้ว่าจะกลัวและตื่นเต้นแต่ต้องทำใจเดินไปยังรุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อ

“พี่ขอดูใบเสร็จหน่อย”

กระเป๋าที่ต้อมสะพายได้ออกจากไหล่บ่ามาวางไว้บนพื้น มือข้างหนึ่งของต้อมเปิดกระเป๋าควักใบเสร็จค่าหอพักออกมาให้รุ่นพี่ได้ดู

“อือ ตามพี่มา”

รุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อเดินนำหน้าต้อมอย่างรวดเร็ว ด้วยน้องๆ นักศึกษาทยอยเข้ามาทีละหลายคน รุ่นพี่คนนี้ต้องรีบพาน้องนักศึกษาเข้าหอพักแข่งกับเวลาอันเหลือน้อย ต้อมได้เดินตามนักศึกษารุ่นพี่ไปยังชั้นสามห้องท้ายสุด เพียงประตูถูกผลักเข้าไปสายตาของต้อมรีบสอดส่ายส่องดูอย่างไว

“ไอ้อ๊อฟฝากน้องด้วยนะ”

“เอ่อ” รุ่นพี่คมเข้มขานรับ

“น้องเข้าไปเลย” รุ่นพี่หนุ่มหล่อยิ้มให้ก่อนรีบวิ่งลงไปยังชั้นล่าง

ต้อมเดินเข้าไปด้วยท่าทีนุ่มนิ่มถ่อมตัวยิ้มนิดๆ ไปหาอ๊อฟรุ่นพี่ในห้อง กระเป๋าที่ถือมาได้วางลงกับพื้นอีกครั้ง เพื่อยกมือไหว้รุ่นพี่ที่นั่งยิ้มอย่างยินดี

“สวัสดีครับพี่อ๊อฟ”

“น้องชื่ออะไร” เสียงแหบๆ ของอ๊อฟได้ดังขึ้น

“ต้อมครับ”

“อือ น้องต้อม เหลือเตียงสุดท้ายพอดีเลย” อ๊อฟชี้มือไปยังเตียงที่หกซึ่งอยู่ริมสุด

“ครับ” ต้อมเดินไปยังทิศทางที่รุ่นพี่ในห้องชี้มือ

สายตาของต้อมมองไปรอบๆ ห้องสี่เหลื่ยมที่กว้างพอสมควร มีเตียงนอนสองแถวหันปลายเท้าเข้าหากัน ส่วนตู้เสื้อผ้าล้วนอยู่บนหัวเตียงนอน ตรงกลางห้องมีราวตากผ้าและโต๊ะรีดเสื้อผ้าสองตัว

ก่อนที่ต้อมจะวางกระเป๋าบนเตียงนอน รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นให้เตียงข้างๆ ด้วยท่าทีและสีหน้าต้องคาดการณ์ไว้ว่า คงเป็นนักศึกษาใหม่เหมือนกับเขาอย่างแน่นอน

“เราชื่อสนนะนายชื่อต้อมเราได้ยินเมื่อกี้” สนยิ้มตอบกลับอย่างไมตรีจิต

“อือ” ต้อมพยักหน้า

ชายหนุ่มอีกสี่คนที่นั่งบนเตียงต่างแนะนำชื่อ พร้อมบอกคณะที่ได้เข้าศึกษา ทุกคนต่างเป็นเองกับต้อมอย่างมาก จนเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาพอสมควร

“นายเรียนคณะอะไรล่ะ” สนคนเดิมถามไถ่ด้วยความอยากรู้

“เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเอกไฟฟ้า”

“อ่ะ” เพื่อนใหม่ต่างส่งเสียงออกมาพร้อมกัน รวมทั้งอ๊อฟรุ่นพี่ที่อยู่ภายในห้องคนเดียว

“ไม่อยากเชื่อเลย” สนเอ่ยขึ้น

ต้อมไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อยที่บรรดาเพื่อนใหม่ ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเรียนคณะนี้ อย่าว่าแต่เพื่อนใหม่เลยในส่วนตัวของเขาเองยังไม่อยากเชื่อเหมือนกัน เพราะก่อนสอบเลือกได้สามคณะ สองคณะแรกต้อมคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ มาได้คณะสุดท้ายที่ใส่ไว้กันพลาด ซึ่งเป็นความสมหวังของต้อมอย่างไม่คาดคิด มีอยู่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้อมเข้าใจตัวเองดี ไม่ว่าจะหน้าตาท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าเขาเป็นแบบไหน นี่จึงเหตุที่หลายคนแปลกใจทำไมไปเรียนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้

“อย่ามัวคุยกันเลย เดี๋ยวคืนนี้ต้องลงไปยังห้องประชุม ตอนนี้มีเวลาว่างก็จัดเสื้อผ้าใส่ตู้ แล้วรีบอาบน้ำด้วยนะ เพราะเราไม่มีห้องน้ำส่วนตัว มีแต่ห้องน้ำรวมที่อยู่นอกห้อง เราต้องใช้ร่วมกับคืนอื่น รีบๆ กันหน่อยนะพี่ขอเตือน” อ๊อฟรุ่นพี่ใจดีซึ่งผิดกับหน้าตาอยู่ในโหมดโหด ได้พูดขึ้นด้วยเสียงอันอ่อนโยนจนดูอบอุ่น แต่ยังคงเอกลักษณ์แหบอยู่เหมือนเดิม

สิ้นเสียงของอ๊อฟต้อมรีบจัดแจงทุกอย่างให้รวดเร็ว เพื่อให้ทันเวลาประชุมน้องใหม่ช่วงเวลาค่ำๆ ในเย็นนี้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ราคี(ร้าย)รักอชิระ
9.8
ความผิดพลาดเพียงข้ามคืนทำให้มินตราตั้งครรภ์กับกวิน เจ้าของโรงแรมผู้ทรงอำนาจ เขาไร้ซึ่งความเชื่อใจและยื่นข้อตกลงอันแสนเลือดเย็น บังคับให้เธออุ้มท้องจนคลอดและต้องจากลูกไปตลอดกาล เพื่ออนาคตที่สดใสของสายเลือดตัวน้อย มินตราจำยอมรับเงื่อนไขที่กรีดแทงหัวใจ ทว่าในวันที่เธอต้องก้าวออกจากชีวิตเขาไปพร้อมกับความรู้สึกที่แตกสลาย กวินกลับเพิ่งตระหนักถึงความจริงที่ว่า ทรัพย์สินเงินทองมหาศาลไม่อาจซื้อคืนหัวใจของแม่ของลูก รวมถึงความรักบริสุทธิ์ที่เขาเป็นผู้ลงมือทำลายมันด้วยความเย่อหยิ่งของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
9.1
เมื่อสูญเสียผู้นำครอบครัว เย่หยุนเหนียงจำต้องพาแม่สามีและลูกชายอพยพมายังเจียงเฉิง ความยากจนบีบให้เธอรับงานเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียง โดยมุ่งหวังเพียงสะสมเงินทองเพื่ออนาคตที่สงบสุข แต่เส้นทางเรียบง่ายกลับถูกทำลายเมื่อเธอถลำลึกไปพัวพันกับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้เปลี่ยนชะตากรรมของหญิงม่ายผู้เจียมตัว จากคนรับใช้ที่หวังเพียงชีวิตราบเรียบ เธอถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายหญิงผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือจวนแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาหยุดกับคุณแค่นั้น
8.7
ความรักที่มอบให้หมดใจกลับกลายเป็นคมมีดทำร้ายตัวเอง เมื่อชายที่เธอรักที่สุดลงมือกรีดหัวใจดวงนี้จนแหลกสลาย ยิ่งถลำลึกความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณ จนถึงจุดที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์อันขมขื่นและพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าในวินาทีที่เธอหันหลังให้เขา ชายหนุ่มกลับเพิ่งตระหนักถึงความผิดพลาดและพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความจริงใจ แต่มันสายเกินแก้ ความรู้สึกที่เคยมีถูกทำลายจนสิ้น เธอไร้ซึ่งเยื่อใยและประกาศกร้าวว่าหัวใจดวงนี้จะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นของเขาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง รักของฉันที่เคยยืน
8.2
เขาใช้ถ้อยคำโหดร้ายทิ่มแทงปริมอยู่เสมอ และสาปแช่งให้เธอตายจากโลกนี้ไป ทว่าโชคชะตากลับบันดาลให้วาจาร้ายกลายเป็นจริงอย่างน่าสลด เมื่อหญิงสาวต้องเผชิญความเจ็บปวดเพียงลำพัง เธอให้กำเนิดทารกแฝดในอ่างน้ำก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ วินาทีที่เด็กน้อยลืมตาดูโลกคือช่วงเวลาที่เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์ ความตายของปริมเปลี่ยนคำแช่งให้เป็นตราบาปที่ย้อนกลับมาทำลายล้างเขา ชายผู้มีหัวใจแข็งกระด้างต้องพบความแตกสลายที่ไม่อาจเยียวยา เมื่อตระหนักว่าคำพูดพล่อยๆ ของตนได้พรากเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์