APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจียงซิงซิงยอมทนแต่งงานกับคุณชายเซียวแห่งเมืองบีในฐานะภรรยาที่ถูกตราหน้าว่าหน้าตาอัปลักษณ์ เธอทุ่มเทความรักและยอมรับความเย็นชาจากเขา จนกระทั่งได้ล่วงรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่าตนเองเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้หญิงที่เป็นรักแท้เท่านั้น เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดจากเขาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา เวลาผ่านไปสามปี เจียงซิงซิงได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างสง่างามในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนชื่อดัง จนทำให้อดีตสามีที่เคยละเลยเธออย่างเซียวต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“เอกสารหย่างั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของเจียงซิงซิงพลันซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอจ้องมองจั้นเย่เสียวด้วยความไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากแดงระริกสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

จั้นเย่เสียวมองเธอด้วยสายตาไร้ความรู้สึก “ตอนนั้น การแต่งงานกับเธอก็เพื่อทำให้พ่อของฉันสงบลง และเพื่อปกป้องชีวิตของอันเหยียนไว้ ตอนนี้ฉันเจออันเหยียนแล้ว และจะไม่มีวันปล่อยให้เธอนั้นเสี่ยงอันตรายอีก”

เจียงซิงซิงเข้าใจความหมายแฝงของเขาอย่างชัดเจน

ตั้งแต่ต้น การแต่งงานของเขากับเธอก็เพื่อหลอกใช้เท่านั้น และเมื่อวัตถุประสงค์ของเขาบรรลุผลแล้ว เธอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในฐานะภรรยาที่ทำให้เขาขายหน้าอีกต่อไปแล้ว

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงซิงซิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา

เพียงแต่ว่ารอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหมดหนทางและการเยาะเย้ยตัวเอง

เธอเงยหน้าขึ้นมองจั้นเย่เสียวด้วยสายตาเศร้าสร้อยระคนสิ้นหวัง แต่ในความสิ้นหวังนั้นยังมีแววของความคาดหวังอันริบหรี่ เธอถามเขาด้วยเสียงสั่นเครือ “เย่เสียว ในช่วงเวลากว่าสามปีที่เราแต่งงานกัน สำหรับคุณ…… ฉันเป็นแค่…ฉันเป็นแค่เครื่องมือที่คุณหลอกใช้เท่านั้นงั้นเหรอ?”

“ฮึ!” คำพูดของเจียงซิงซิงยังไม่ทันจบดี จู่ ๆ เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้นอย่างไร้ความปรานี “เธอฝันกลางวันอยู่หรือไงกัน? หรือยังหวังว่าเย่เสียวจะสามารถชอบเธอสักนิดงั้นเหรอ?”

“ดูตัวเองหน่อยสิ หน้าตาอย่างกับหมู!”

คำพูดเยาะเย้ยเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาในโสทประสาทของเจียงซิงซิงเลยสักนิด เธอเพียงจ้องมองจั้นเย่เสียวด้วยแววตาแน่วแน่ รอคอยคำตอบจากเขาอย่างดื้อดึง

จั้นเย่เสียวขยับริมฝีปากบาง เอ่ยคำเพียงหนึ่งคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ใช่”

ดวงตาของเจียงซิงซิงพลันแดงก่ำในทันที น้ำตาเอ่อคลอ ในชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกคล้ายกับว่าหัวใจถูกดึงทึ้งออกมาจากอก จากนั้นก็ถูกเหยียบจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างโหดเหี้ยม……

มันจ็บปวดแสนสาหัส

เธอหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ฉันเข้าใจแล้ว”

เธอก้มหน้าลงพร้อมกับหลุบตาต่ำ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้าซ้ำ ๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะ…… กลับไปเซ็นเอกสารหย่าให้”

“พรุ่งนี้สิบโมง เจอกันที่สำนักงานเขต” จั้นเย่เสียวพูดจบแล้วก็ทำเพียงหันหลังกลับไปนั่งบนโซฟา

เจียงซิงซิงเดินจากไปด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เธอหันหลัง แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัวพิเศษนั้นอย่างช้า ๆ

“เย่เสียว ฉันกินไม่ไหวแล้ว เค้กนี้…… ทิ้งได้ไหมคะ?” ในตอนนั้นเอง เสียงนุ่มนวลละเอียดอ่อนของหญิงสาวดังขึ้น

แผ่นหลังของเจียงซิงซิงพลันแข็งทื่อ

“อืม”

คำตอบของจั้นเย่เสียวทำให้เจียงซิงซิงหลับตาลงอย่างเจ็บปวดรวดร้าว น้ำตาที่กลั้นไว้หลั่งรินพร้อมกับหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนใบหน้า

เธอเร่งฝีเท้าออกไปจากห้องอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกลับไปยังเมิ่งจิ้งเหยวี่ยน

บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเธอกับจั้นเย่เสียว

บนโต๊ะกาแฟ เธอได้เห็นเอกสารหย่าฉบับนั้นที่จั้นเย่เสียวพูดถึง

หลังจากอ่านเนื้อหาบนเอกสารอย่างคร่าว ๆ เธอพบว่าหลังการหย่า เธอจะได้รับเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้าน พร้อมกับวิลล่าสุดหรูสองหลัง

จั้นเย่เสียวเป็นสามีที่ใจกว้างอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อผลประโยชน์ แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอเสียเปรียบ

สัญญาการแต่งงานสามปี แลกกับเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้าน พร้อมกับวิลล่าสุดหรูสองหลัง นี่นับว่าเป็นกำไรของเธอ!

เจียงซิงซิงยกยิ้มบางพลางหยิบปากกาขึ้นมา และเซ็นชื่อของเธอลงบนเอกสารหย่า

เสียง “ติ๊ง” ของหยดน้ำที่กระทบกระดาษดังขึ้น เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันให้แห้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานและกลั้นน้ำตาเอาไว้

ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนวีแชทจากโทรศัพท์ดังขึ้น

เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เจียงซิงซิงพบว่าเป็นข้อความจากอาจารย์ของเธอเอง

‘ซิงซิง เรื่องนั้นเธอคิดดูเป็นยังไงบ้างล่ะ? การไปเรียนต่อที่ต่างประเทศครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมากจริง ๆ นะ! เชื่อฉันเถอะ ถ้าเธอพลาดครั้งนี้ไป เธอจะต้องเสียใจแน่ ๆ ! ’

เมื่อเห็นข้อความวีแชทนี้ เจียงซิงซิงก็ตัดสินใจแน่วแน่ในทันที

เธอตอบกลับไปด้วยความมุ่งมั่น‘อาจารย์คะ ฉันจะไปค่ะ ’

ก่อนหน้านี้เธอเคยสับสนและลังเลมาโดยตลอด ไม่รู้ว่าควรจะคว้าโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอกนี้ไว้หรือไม่

แต่มาถึงตอนนี้ เธอเข้าใจกระจ่างแล้ว

เธอต้องไป!

เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง! ชีวิตที่เป็นของเจียงซิงซิงอย่างแท้จริง!

หลังจากส่งข้อความเสร็จ เธอเก็บโทรศัพท์และขึ้นไปเก็บกระเป๋าทันที

อาจเป็นเพราะฝนที่เธอตากจนเปียกชุ่มเมื่อคืน วันถัดมาเธอมีไข้สูงถึง 39 องศา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดทน ฝืนลากสังขารที่อ่อนแรงนั้นเดินทางไปจนถึงสำนักงานเขตก่อนเวลาสิบโมง

แต่ทว่าจนกระทั่งเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง จั้นเย่เสียวก็ยังไม่ปรากฏตัว

เจียงซิงซิงจึงตัดสินใจกดโทรหาจั้นเย่เสียว

เมื่อต่อสายติด เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากอีกด้านในทันที “เย่เสียว มาช่วยดูนี่หน่อยสิคะ……”

หลังจากนั้นเสียงของจั้นเย่เสียวก็ดังตามมา “ฉันยังมีธุระ เอาไว้ค่อยไปที่สำนักงานเขตวันหลังนะ” พูดจบ เขาก็วางสายทันที

เมื่อมองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงว่าสายถูกตัดไปแล้ว เจียงซิงซิงรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ในลำคอจนแห้งผาก

เธอก้มหน้าลงและพิมพ์ข้อความหนึ่งส่งถึงจั้นเย่เสียว ก่อนจะดึงซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์และโยนมันทิ้งลงในถังขยะ

จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและจากไปโดยไม่หันกลับไปมอง

วันนี้ก็คือวันที่เธอกำลังจะบินไปยังประเทศM

เธอบอกกับตัวเองว่า หลังจากที่เธอไปถึงต่างประเทศแล้ว เธอจะต้องลืมผู้ชายคนนี้ไปให้หมดสิ้นอย่างแน่นอน!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ
8.0
เมื่อพุดแก้วยอมใจอ่อนมอบจูบแสนหวานตามคำอ้อนวอนของนิโคลัสด้วยความประหม่า อ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นกลับฟ้องว่านักธุรกิจหนุ่มไม่ได้ต้องการเพียงแค่นั้น แม้หญิงสาวจะพยายามดึงสติและย้ำเตือนให้เขาเว้นระยะห่าง โดยอ้างถึงอาการบาดเจ็บจนขาหักของเขาเพื่อหยุดยั้งความสัมพันธ์ที่กำลังจะเลยเถิด ทว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างเขากลับไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรคทางร่างกาย นิโคลัสโต้กลับด้วยถ้อยคำมีเลศนัยว่า ถึงขาจะขยับไม่ได้แต่ร่างกายส่วนอื่นของเขายังใช้งานได้ดีและพร้อมเดินหน้าต่ออย่างเต็มกำลังวังชา
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]
8.8
ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
ภาพปกนิยายเรื่อง สอนรักลูกสาวท่านประธาน
8.0
ทิราภา บุตรสาวเจ้าของบริษัทผู้แสนดื้อรั้นพยายามปิดกั้นหัวใจจากภานนท์ ชายหนุ่มสุดฮอตที่ผู้คนต่างรุมล้อม แม้เธอจะแสดงท่าทีเย็นชาใส่เขามากเท่าไร แต่ความอบอุ่นอ่อนโยนที่แฝงอยู่ภายใต้ตัวตนของพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ กลับค่อยๆ ทลายกำแพงใจของเธออย่างช้าๆ ยิ่งเมื่อความจริงเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขาคือด็อกเตอร์หนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ แรงดึงดูดอันทรงพลังก็นำพาให้ทั้งคู่ก้าวผ่านความทิฐิ จนความเกลียดชังแปรเปลี่ยนเป็นความรักและปรารถนาอันลึกซึ้งที่จะตราตรึงใจตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านต้องบินด่วนกลับไทยมาเผชิญหน้ากับพิธีหมั้นหมายแบบไม่ทันตั้งตัวกับธราเทพ พี่ชายแสนดีที่เธอคุ้นเคยในอดีตตามความต้องการของเฟื่องรัตน์ ผู้เป็นอา ท่ามกลางความไม่เข้าใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังเผชิญโรคร้ายอย่างเนื้องอกในสมอง และต้องการหาคนดูแลหลานสาวที่รักที่สุดก่อนสายเกินไป ธราเทพที่แอบรักปอป่านมานานจึงยอมสวมบทบาทสามีเฉพาะกิจเพื่อคอยปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มจอมละโมบที่จ้องจะฮุบมรดกทั้งหมดไป ท่ามกลางศึกชิงสมบัติครั้งนี้ ธราเทพจะสามารถใช้ความรักแท้ทลายกำแพงในใจของเธอได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง You're My Breakfast มื้อเช้าอันแสนอบอุ่น
8.3
ณ เมืองเซี่ยงไฮ้อันรุ่งโรจน์ ฟู่ ชิงชวน ประธานบริหารผู้แสนเย็นชาแห่งเฉิงหยวนกรุ๊ป เลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากเรื่องความรักอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญความเจ็บปวดจากการโดนอดีตคนรักหักหลัง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เขามาพบกับ ฟาง ซีอัน หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเพื่อสะสางหนี้สินจากการพนันก้อนโตที่ลุงของเธอก่อไว้ เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้าทำงานในบริษัทของเขาเพื่อหาทางช่วยเหลือครอบครัวให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้ การพบกันโดยไม่ได้คาดคิดในครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ละลายหัวใจอันด้านชาของซีอีโอหนุ่ม และแปรเปลี่ยนความอ้างว้างของทั้งคู่ให้กลายเป็นความอบอุ่นที่ต่างฝ่ายต่างเฝ้ารอมาแสนนาน