APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ราคี(ร้าย)รักอชิระ

ราคี(ร้าย)รักอชิระ

ความผิดพลาดเพียงข้ามคืนทำให้มินตราตั้งครรภ์กับกวิน เจ้าของโรงแรมผู้ทรงอำนาจ เขาไร้ซึ่งความเชื่อใจและยื่นข้อตกลงอันแสนเลือดเย็น บังคับให้เธออุ้มท้องจนคลอดและต้องจากลูกไปตลอดกาล เพื่ออนาคตที่สดใสของสายเลือดตัวน้อย มินตราจำยอมรับเงื่อนไขที่กรีดแทงหัวใจ ทว่าในวันที่เธอต้องก้าวออกจากชีวิตเขาไปพร้อมกับความรู้สึกที่แตกสลาย กวินกลับเพิ่งตระหนักถึงความจริงที่ว่า ทรัพย์สินเงินทองมหาศาลไม่อาจซื้อคืนหัวใจของแม่ของลูก รวมถึงความรักบริสุทธิ์ที่เขาเป็นผู้ลงมือทำลายมันด้วยความเย่อหยิ่งของตนเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3 สัญญาที่ตัดคำว่าแม่

ทนายสิงห์มาถึงห้องทำงานของกวินภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงตามคำสั่ง

ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเอกสาร ใบหน้าสุขุมของเขาแสดงความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางนั่งอยู่บนโซฟามุมห้อง มือทั้งสองกุมหน้าท้องนูนไว้เงียบๆ ราวกับพยายามปกป้องสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังมีแรงหายใจ

กวินยืนอยู่ริมหน้าต่าง หันหลังให้ทั้งคู่ เขาไม่ได้พูดทันที แต่ความเงียบของเขาก็หนักพอจะทำให้มินตราก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม

“คุณกวินครับ” ทนายสิงห์เอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องด่วนที่ให้ผมมาพบ คือเรื่องคุณผู้หญิงท่านนี้ใช่ไหมครับ”

กวินหันกลับมา สายตาคมกวาดมองมินตราเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวางเอกสารฝากครรภ์ลงบนโต๊ะ

“เธอตั้งครรภ์ เด็กอาจเป็นลูกของผม”

คำว่า ‘อาจ’ ทำให้มินตรารู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆ แทงซ้ำตรงแผลเดิม แต่เธอไม่ได้เถียง เธอไม่มีแรงเถียงกับคำไม่เชื่อใจของเขาอีกแล้ว

ทนายสิงห์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านคร่าวๆ คิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ไม่แสดงความเห็นเกินหน้าที่

“คุณกวินต้องการให้ผมทำอะไรครับ”

“ร่างสัญญา” กวินตอบทันที “เธอจะอยู่ภายใต้การดูแลของผมจนกว่าจะคลอด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมรับผิดชอบ เธอต้องเข้าตรวจตามแพทย์สั่ง ห้ามหลบหนี ห้ามติดต่อสื่อ ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้กับบุคคลภายนอก”

มินตราฟังทุกคำอย่างสงบเกินกว่าคนที่กำลังถูกเขียนชะตาชีวิต

“และหลังคลอด?” ทนายสิงห์ถามต่อ

กวินมองหน้ามินตรา คราวนี้เขาเห็นว่าเธอกลั้นหายใจ

“หลังคลอด ตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเด็กเป็นลูกของผม เด็กจะอยู่ในการดูแลของตระกูลอัครเดชาธรโดยสมบูรณ์ มินตราจะได้รับเงินก้อนหนึ่งสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ และต้องออกจากชีวิตเด็กทันที”

ห้องทั้งห้องเงียบลง

เงียบจนเสียงเครื่องปรับอากาศดังชัดราวกับเสียงตัดสิน

ทนายสิงห์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แม้เขาจะทำงานให้กวินมานานและรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนเด็ดขาด แต่สัญญาฉบับนี้ก็เย็นชาจนแม้แต่คนทำกฎหมายยังอดมองหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้

“คุณมินตราเข้าใจเงื่อนไขนี้แล้วใช่ไหมครับ”

มินตราเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงแต่แห้ง ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีก

“เข้าใจค่ะ”

กวินรู้สึกไม่พอใจอย่างประหลาดกับคำตอบนั้น

เธอควรโวยวาย ควรร้องไห้ ควรต่อรอง ควรทำให้เขาเชื่อว่าเธอมาเพราะต้องการผลประโยชน์ แต่เธอกลับนั่งนิ่งเหมือนคนที่เตรียมใจให้ถูกทำร้ายมาแล้ว

“ถ้าเข้าใจก็ดี” เขาพูดเสียงแข็ง “จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”

“ฉันมีปัญหาไม่ได้อยู่แล้วค่ะ” มินตราตอบเบาๆ

กวินชะงัก

คำพูดนั้นไม่ได้ประชด แต่กลับทำให้เขาหงุดหงิดกว่าการประชดเสียอีก

“สิงห์ ร่างให้เรียบร้อย ใช้ภาษาที่ชัดเจนที่สุด”

“ครับ”

ทนายสิงห์เปิดแล็ปท็อปขนาดเล็ก เริ่มพิมพ์รายละเอียดตามคำสั่ง ข้อความทางกฎหมายถูกสร้างขึ้นทีละบรรทัด ขณะเดียวกันมินตราก็นั่งฟังเงียบๆ เหมือนทุกถ้อยคำค่อยๆ กรีดคำว่าแม่ออกจากชีวิตเธอทีละเส้น

ระหว่างรอ กวินเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน เขาหยิบปากกาขึ้นมา หมุนมันไปมาระหว่างนิ้วเพื่อระงับความว้าวุ่น

“เธอมีที่อยู่ไหม”

มินตราเงยหน้าขึ้น “ตอนนี้ไม่มีค่ะ”

“หมายความว่ายังไง ไม่มี”

“ห้องเช่าที่เคยอยู่ ฉันคืนไปแล้วค่ะ ช่วงนี้ขออาศัยห้องเพื่อนอยู่ แต่คงอยู่ได้นานไม่ได้”

“แล้วงาน?”

“ไม่ได้ทำแล้วค่ะ ไม่มีใครรับคนท้องทำงานง่ายๆ”

กวินนิ่งไปชั่วครู่

เขาไม่รู้มาก่อน และไม่เคยคิดจะรู้ด้วยซ้ำว่าเธอใช้ชีวิตอย่างไรในสี่เดือนที่ผ่านมา ภาพมินตราเดินถือกระเป๋าผ้าออกจากโรงแรมในกล้องวงจรปิดย้อนขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันมีน้ำหนักมากกว่าเดิม

“ทำไมไม่มาหาฉันตั้งแต่รู้ว่าท้อง”

“เพราะฉันกลัวค่ะ”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขาเงียบ

“กลัวอะไร”

มินตรามองมือของตัวเอง “กลัวคุณไม่เชื่อ กลัวคุณคิดว่าฉันเข้าหาคุณเพราะเงิน กลัวถูกดูถูก...เหมือนตอนนี้”

กวินวางปากกาลงเสียงดังเล็กน้อย

“ถ้าเธอไม่ทำตัวให้น่าสงสัย ฉันก็คงไม่ต้องสงสัย”

“ค่ะ”

อีกแล้ว

คำว่า ‘ค่ะ’ สั้นๆ ของเธอทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบอยากให้เธอเถียง

“เลิกตอบเหมือนยอมรับทุกอย่างได้ไหม”

มินตรามองเขาด้วยแววตาอ่อนล้า “แล้วฉันควรตอบยังไงคะ ในเมื่อไม่ว่าฉันพูดอะไร คุณก็ตัดสินฉันไปแล้ว”

กวินนิ่งไป

ทนายสิงห์แสร้งก้มหน้าพิมพ์ต่อ ไม่ยุ่งกับบรรยากาศอึดอัดที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

มินตราสูดหายใจลึก เธอไม่อยากร้องไห้อีก ไม่อยากให้เขาเห็นว่าทุกคำของเขามีอำนาจทำให้เธอเจ็บมากแค่ไหน

“ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณเชื่อใจฉันค่ะ คุณกวิน ฉันแค่ต้องการให้ลูกปลอดภัย ถ้าการเซ็นสัญญาทำให้เขามีที่อยู่ มีหมอดูแล มีอนาคต ฉันก็จะเซ็น”

“แม้ต้องเสียเขาไป?”

คำถามนั้นหลุดจากปากกวินโดยไม่ทันคิด

มินตรากะพริบตาช้าๆ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเริ่มเอ่อขึ้นอีกครั้ง

“เสียเหรอคะ” เธอทวนเบาๆ “ฉันเสียเขาตั้งแต่คุณพูดว่า หลังคลอดฉันต้องออกไปจากชีวิตเขาแล้วค่ะ”

หัวใจของกวินกระตุกแปลกๆ

เขาเบือนหน้าไปทางอื่นทันที

“เด็กควรได้สิ่งที่ดีที่สุด”

“ฉันรู้ค่ะ”

“เธอเลี้ยงเขาไม่ได้”

“ฉันรู้ค่ะ”

“ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ ฉันแค่เลือกทางที่ดีกว่าสำหรับเด็ก”

มินตรายิ้มจางๆ ทั้งที่ดวงตาเปียกน้ำ

“คุณไม่ต้องอธิบายก็ได้ค่ะ ฉันรู้ว่าคนไม่มีอะไรอย่างฉัน สู้คนที่มีทุกอย่างอย่างคุณไม่ได้อยู่แล้ว”

กวินกำมือแน่นใต้โต๊ะ

ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ทนายสิงห์ก็เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง

“ร่างเบื้องต้นเสร็จแล้วครับ คุณกวิน ผมขออ่านให้ทั้งสองฝ่ายฟังก่อน”

กวินพยักหน้า

ทนายสิงห์เริ่มอ่านสัญญาทีละข้อ น้ำเสียงเป็นกลางแต่เนื้อหาทุกบรรทัดกลับบาดลึกในใจมินตรา

เธอต้องอาศัยอยู่ในสถานที่ที่กวินจัดให้จนกว่าจะคลอด

เธอต้องเข้ารับการตรวจครรภ์ตามกำหนด

เธอห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อเด็ก

เธอห้ามเปิดเผยเรื่องการตั้งครรภ์ต่อสื่อหรือบุคคลภายนอก

เมื่อเด็กคลอด จะตรวจดีเอ็นเอทันที

หากเด็กเป็นบุตรของกวิน เด็กจะอยู่ภายใต้สิทธิ์ดูแลของกวินแต่เพียงผู้เดียว

มินตราจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งและต้องยุติบทบาทในชีวิตเด็ก

คำว่า ‘ยุติบทบาท’ ทำให้เธอเกือบหลุดสะอื้น

บทบาทของแม่ยุติได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียวหรือ

เธอวางมือบนท้อง ลูกยังอยู่กับเธอ ยังอยู่ใต้หัวใจเธอ ยังขยับเบาๆ ในบางคืนราวกับบอกว่าแม่ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กระดาษตรงหน้ากำลังบอกว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่ยืนข้างเปลลูก

“คุณมินตรามีข้อสงสัยตรงไหนไหมครับ” ทนายสิงห์ถามอย่างสุภาพ

มินตราส่ายหน้า

“ไม่มีค่ะ”

“อ่านให้ละเอียดก่อน” กวินพูดเสียงเข้ม

“ไม่ต้องอ่านก็ได้ค่ะ”

“มินตรา” เขากดเสียงต่ำ “นี่ไม่ใช่กระดาษธรรมดา เธอควรรู้ว่ากำลังเซ็นอะไร”

เธอเงยหน้ามองเขา

“ฉันรู้ค่ะ ฉันกำลังเซ็นยกลูกให้คุณ”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ

แม้แต่ทนายสิงห์ยังหยุดมือ

กวินสบตาเธอนานหลายวินาที เขาอยากแก้คำพูดนั้น อยากบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ความจริงในสัญญาก็อยู่ตรงหน้า แก้ด้วยคำพูดไม่ได้

“เธอจะได้เงินมากพอสำหรับเริ่มต้นใหม่” เขาพูดในที่สุด

“เงินซื้อชีวิตใหม่ได้ค่ะ” มินตราตอบเบาๆ “แต่ซื้อวันที่ฉันพลาดจากลูกไม่ได้”

กวินลุกขึ้นทันที ราวกับนั่งต่อไม่ไหว

“ถ้าไม่เซ็น ก็ไม่ต้องเซ็น”

“ฉันจะเซ็นค่ะ”

คำตอบของเธอเร็วเกินไปจนเขาหันกลับมามอง

มินตราหยิบปากกาที่ทนายสิงห์ยื่นให้ เธอจับมันแน่น นิ้วสั่นเล็กน้อยจนหัวปากกาแตะกระดาษเป็นรอยจุดเล็กๆ

เธอจ้องช่องลายเซ็นของตัวเองนานมาก

นานพอให้ความทรงจำในสี่เดือนที่ผ่านมาไหลย้อนมา ทั้งวันที่เธอตรวจพบว่าตั้งครรภ์ในห้องน้ำคลินิกเล็กๆ วันที่เธอนั่งนับเงินเหรียญเพื่อซื้อข้าว วันที่เธอนอนกอดท้องแล้วขอโทษลูกซ้ำๆ ที่แม่ไม่มีอะไรให้ และวันที่เธอตัดสินใจเดินเข้ามาหาผู้ชายใจร้ายตรงหน้าเพราะอย่างน้อยเขาก็ให้สิ่งที่ลูกต้องการได้

ไม่ใช่เธอไม่รักลูก

เพราะรักต่างหาก เธอถึงยอมเซ็น

หยดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงใกล้ลายเซ็น มินตรารีบใช้หลังมือเช็ดออก ก่อนเขียนชื่อของตัวเองลงไปอย่างช้าๆ

มินตรา วงศ์วาริน

เมื่อเซ็นเสร็จ เธอยื่นเอกสารคืนให้ทนายสิงห์ มือยังสั่นอยู่

กวินมองลายเซ็นนั้น ก่อนหยิบปากกามาเซ็นในส่วนของตัวเองอย่างรวดเร็ว เส้นปากกาของเขาคม หนักแน่น ไม่สั่นแม้แต่น้อย

แต่ในอกกลับไม่สงบอย่างที่ควร

ทนายสิงห์ตรวจเอกสาร ประทับตรา และจัดสัญญาเป็นสองชุด

“เรียบร้อยครับ ทั้งสองฝ่ายถือคนละฉบับ”

มินตรารับสัญญาของตัวเองมา เธอมองกระดาษในมือเหมือนมันหนักกว่าที่ควรจะเป็น

กวินหันไปสั่งเลขาให้เตรียมรถและแจ้งคนที่บ้านว่าเขาจะกลับพร้อมแขกคนหนึ่ง แต่ยังไม่ต้องบอกรายละเอียด

“เธอมีของต้องไปเก็บไหม” เขาถาม

“มีแค่กระเป๋าใบเดียวค่ะ อยู่ที่ห้องเพื่อน”

“ให้คนไปเอา”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเอาเองได้”

“ตั้งแต่เธอเซ็นสัญญา เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตัดสินใจเองทุกเรื่องแล้ว”

มินตรากอดสัญญาแน่นขึ้น

“แม้แต่เรื่องกระเป๋าของตัวเองเหรอคะ”

กวินชะงัก แต่ยังตอบเสียงเรียบ

“ฉันไม่อยากเสียเวลา”

“ค่ะ”

เขาหงุดหงิดกับคำตอบนั้นอีกครั้ง แต่ไม่พูดอะไร

มินตราค่อยๆ ลุกขึ้น เธออาจลุกเร็วไปเล็กน้อยจึงเซ กวินก้าวเข้ามาโดยสัญชาตญาณ มือหนาคว้าข้อศอกเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้ม

ทั้งสองชะงักพร้อมกัน

สัมผัสของเขาร้อนเกินไปสำหรับคนที่พูดจาเย็นชา

มินตรารีบดึงแขนกลับ

“ขอบคุณค่ะ ฉันไม่เป็นไร”

กวินมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเอง เสี้ยวหนึ่งเขาเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เพียงหันหน้าหนี

“ถ้าไม่เป็นไรก็ไป”

มินตราพยักหน้า เธอเดินตามเขาไปถึงประตู แต่ก่อนออกจากห้อง เธอหยุดฝีเท้า

“คุณกวินคะ”

เขาหันกลับมา

เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงช้ำแต่แฝงความกล้าบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็น

“เรื่องที่ฉันขอเมื่อกี้...หลังคลอด ขอให้ฉันได้อุ้มลูกสักครั้ง ได้ไหมคะ”

กวินนิ่งไป

มินตรากลั้นหายใจ ราวกับคำตอบของเขาจะเป็นเศษเสี้ยวเดียวที่เธอเหลืออยู่

“ฉันไม่ได้ขอพาเขาหนี ไม่ได้ขออยู่ในชีวิตเขาตลอดไป” เสียงเธอสั่นขึ้นเรื่อยๆ “ฉันขอแค่ได้กอดเขา ได้บอกเขาว่าแม่รักเขา ก่อนที่ฉันจะต้องไปจากเขา เท่านี้ได้ไหมคะ”

กวินมองเธออยู่นานมาก

นานจนมินตราคิดว่าเขาจะปฏิเสธ

แต่เขากลับตอบเสียงต่ำ

“ถ้าเธอทำตามสัญญาทุกข้อ ฉันจะพิจารณา”

มันไม่ใช่คำสัญญา

ไม่ใช่แม้แต่คำปลอบโยน

แต่สำหรับมินตรา มันคือสิ่งเดียวที่เธอยึดไว้ได้ในตอนนี้

เธอพยักหน้าช้าๆ

“ขอบคุณค่ะ”

กวินเปิดประตูออกไปก่อน ไม่หันกลับมามองใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนกอดสัญญาไว้แนบอก

เพราะถ้าเขาหันกลับมา เขาอาจเห็นว่ามินตรากำลังร้องไห้เงียบๆ

และถ้าเขาเห็น เขาอาจต้องยอมรับว่าสัญญาที่เขาคิดว่าใช้ปกป้องทุกอย่าง กำลังทำลายบางอย่างในตัวเขาไปพร้อมกัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนมัจจุราช
9.2
ญาดามินทร์ สาวน้อยแสนอ่อนโยน ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อ เจอรัลด์ ซาโกร่า กาซิยาส ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง ใช้ความเข้าใจผิดเป็นข้ออ้างพรากความบริสุทธิ์ของเธอไป แม้เขาจะแสดงท่าทีดูแคลนว่าเธอไม่มีค่า แต่กลับใช้เล่ห์กลกักขังเธอไว้ในกรงขังที่ไม่มีทางหนี ร่างกายและจิตใจของญาดามินทร์บอบช้ำอย่างหนักจากคำพูดทำร้ายจิตใจและการถูกตีตราว่าเป็นเพียงสมบัติส่วนตัวของเขา ทว่าส่วนลึกในใจเธอกลับยังคงโหยหาชายใจร้ายคนนี้อย่างไม่อาจตัดขาด ท่ามกลางพันธนาการรักที่แสนเจ็บปวด เธอถูกบีบให้ต้องยอมสยบและอ้อนวอนต่อพญาราชสีห์ผู้ไร้ความปรานีเพียงคนเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่หยูชิงเป็นหญิงสาวที่รักความก้าวหน้าและทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างสุดตัว ทว่าเธอกลับต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากครอบครัวที่พยายามบังคับให้เธอแต่งงานมีครอบครัว เพื่อตัดปัญหาที่คอยกวนใจและช่วยให้เธอสามารถโฟกัสกับเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ตามที่ปรารถนา หญิงสาวจึงตัดสินใจนัดบอดและเลือกทำข้อตกลงแต่งงานหลอกๆ กับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดา เพื่อใช้ชีวิตแต่งงานบังหน้าและยุติปัญหาครอบครัว
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง แผนรัก มัดใจ ยัยตัวแสบ 25+
7.8
เมื่อลูกเกดตั้งท้องกับลูเซียโน่ ผู้บริหารหนุ่มหล่อผู้ทรงอิทธิพลในโลกการเงิน เธอไม่ได้ปรารถนาในตัวเขา แต่ต้องการเพียงลูกในครรภ์เท่านั้น หญิงสาวจึงตัดสินใจสวมบทบาทคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและวางแผนหนีไปให้ไกลแสนไกล ทว่ามหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเขาไม่มีวันยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ลูเซียโน่ทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งแม่ของลูกให้อยู่เคียงคู่กันตลอดไป แต่ด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว ลูกเกดจึงเลือกที่จะเผชิญหน้าและหาทางหลบหนีอย่างสุดกำลังเพื่อแลกกับอิสรภาพที่เฝ้าฝัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวจำเป็นกับสามีเศรษฐี
9.2
เมื่อ เจียงช่าน ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับชายอันธพาลแทนพี่สาวและต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากจนข้นแค้น ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อสามีของเธอน่าจะเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล แต่พอเธอไปเค้นถามความจริง เขากลับปฏิเสธเสียงแข็งโดยอ้างว่าเป็นแค่คนหน้าเหมือนเท่านั้น เธอจึงเอ่ยปากขอให้เขาช่วยสั่งสอนมหาเศรษฐีคนนั้นที่คอยตามตื้อเธออย่างน่ารำคาญ วันต่อมา มหาเศรษฐีฮั่วกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยแผลฟกช้ำบนใบหน้า พร้อมทั้งยอมรับอย่างอารมณ์ดีว่าแผลทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เขาลงมือจัดการตัวเองตามคำสั่งของภรรยา